chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 01:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

ตอนที่ 13

ร่างสูงทิ้งตัวลงแช่น้ำในอ่างที่มีฟองสบู่สีขาวนวลลอยอยู่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการทำงานและปัญหาที่พากันเข้ามาในชีวิตอย่างไม่จบไม่สิ้น แทนหลับตายกมือนวดระหว่างคิ้วให้หายตึงเครียด วันนี้การได้ปะทะคารมกับคุณหญิงรัศมีทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังอ่อนแอมากนักที่จะต่อกรกับคนเป็นย่า ทั้งยังเผยจุดอ่อนให้อีกฝ่ายได้เอาไปเป็นข้อต่อรองในการบังคับให้ตนยอมอยู่ภายใต้อำนาจ ลำพังแค่ตัวเองแทนคงไม่เป็นกังวลขนาดนี้ แต่นี่มันรวมถึงชีวิตของคนอื่นด้วย เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าครูซถูกย่าสั่งกำจัด อีกฝ่ายจะมีสภาพแบบไหน เขาอยากปกป้องอยากดูแลแต่อำนาจที่มีอยู่ในมือมันน้อยนิดเมื่อเทียบกับคุณหญิงรัศมี มันคล้ายกับการเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ต่อให้พยายามแค่ไหนไม้ซีกก็แตกหักอยู่ดี 

ทุกวันนี้ที่แทนยอมฟังคำสั่งจากคุณหญิงรัศมีก็เพราะอีกฝ่ายยื่นข้อเสนอเอาไว้ ข้อเสนอที่ว่า ถ้ายอมทำตามที่สั่งพัชชาจะปลอดภัย พี่เลี้ยงคนสนิทของชายหนุ่มรู้เห็นเรื่องในครอบครัว วราวุธกิจ มากเกินไป ทำให้ครั้งหนึ่งเกือบถูกฆ่าปิดปากแต่แทนไปร้องขอกับคนเป็นย่าไว้ อีกฝ่ายจึงได้มีคำข่มขู่มาใช้บังคับตนอยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าไม่เคยพยายามพาตัวเองให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์พวกนี้ แทนพยายามมาทั้งชีวิตทำมาตลอดจนบางครั้งมันก็เหนื่อยจนหมดแรงที่จะดิ้นรน หมดกำลังใจที่จะไขว่คว้าอิสรภาพ เพราะไม่รู้ว่าต้องก้าวไปทางไหนถึงจะหลุดพ้นจากเส้นทางที่ถูกคุณหญิงวาดเขียนไว้ให้

“อึก...ฮือ” ไหล่กว้างสั่นไหวตามแรงสะอื้น หยดน้ำสีใสพรั่งพรูออกจากดวงตาไม่ขาดสาย อารมณ์ซึมเศร้าหดหู่กำลังโจมตีร่างสูงจนความคิดบิดเบี้ยว แทนเริ่มแยกความจริงกับจินตนาการไม่ออก ชายหนุ่มเอาทุกอย่างมาผสมปนเปไปหมดจนเกิดภาพหลอนขึ้นในหัว

“ไม่..ไม่..ไม่...ไม่” ภาพครูซกับพัชชาถูกฆ่าฉายซ้ำไปซ้ำมาในราวกับหนังสั้น มือขาวจิกกระชากผมตัวเองดึงรั้งไปมาเพื่อหยุดภาพในหัวที่ไม่ยอมหายไปสักที แทนปล่อยโฮออกมาสุดเสียง 

เขามันเป็นตัวซวย เป็นตัวกาลกิณี เขาเกิดมาเพื่ออยู่เพียงลำพัง หากรักและต้องการใครคนคนนั้นต้องมีจุดจบที่เจ็บปวดทรมาน 

ยิ่งคิดเรื่องในอดีตยิ่งตอกย้ำให้คลุ้มคลั่ง ร่างน้าสาวที่นอนตัวผิดรูปมีเลือดทะลักออกจากปาก เบ้าตากับมันสมองสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นถนน ภาพสุนัขแสนรักตายคาอก เหตุการณ์โหดร้ายที่ชายหนุ่มเคยได้รับกำลังกัดกินจิตใจจนดำมืด

“คุณแทน! เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!” เสียงทุบประตูและตะโกนเรียกจากข้างนอกไม่ได้ทำให้แทนหลุดจากภวังค์ มือขาวกำด้ามมีดที่พกติดไว้ตลอดเวลาแน่นแล้วค่อยๆ ยกขึ้นจ่อกับลำคอที่เอียงปรับองศาให้ง่ายต่อการปาดที่สุด บานประตูไม้แกะสลักสวยงามถูกชายหนุ่มลูกครึ่งกระแทกตัวใส่จนพังกองไปอยู่บนพื้นห้อง แทนยืนนิ่งมองกระจกที่สะท้อนภาพครูซ

“ครูซยังไม่ตาย” ปากอิ่มฉีกยิ้ม เขาทิ้งมีดในมือแล้วเดินไปหาอีกฝ่ายด้วยความดีใจ

เพี๊ยะ!

หน้าแทนสะบัดไปตามแรงตบ มือขาวยกขึ้นมาแตะแก้มตัวเองเบาๆ เมื่อรู้สึกตัว

“ห้ามไม่ให้ผมตาย ห้ามไม่ให้ผมทิ้ง แล้วทำไมคุณกลับทำแบบนี้ล่ะครับ” ครูซเตะมีดให้พ้นจากรัศมีใกล้ตัวแทนก่อนผลักร่างเปลือยเปล่าให้ชิดกำแพงแล้วคร่อมตัวทับไว้ ท่าทางเย็นชาที่ไม่เคยได้รับจากครูซทำให้แทนรู้สึกเสียใจจนทนแทบไม่ไหว

“ขอโทษ ขอโทษ อย่าทิ้งผมนะ ขอโทษ” แทนร้องไห้แล้วพูดออกมาซ้ำๆ ครูซมองใบหน้าขาวที่มีรอยแดงจากฝ่ามือตนนิ่ง ไม่ได้กอดหรือพูดปลอบโยนเหมือนทุกครั้ง

“ถ้าผมมาไม่ทัน คุณจะฆ่าตัวตายเพื่อความสบายใจคนเดียวใช่ไหม” ครูซพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ใบหน้าไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่เหมือนเคย สายตาที่จ้องมองมาก็ว่างเปล่าไม่อ่อนโยนเหมือนเก่า แทนส่ายหน้าไปมา เขาไม่ชอบแบบนี้เลย ไม่ชอบแบบนี้

“ฮือ! ขอโทษๆ” แทนก้มหน้าซบลงบนไหล่กว้าง มือขาวโอบรอบเอวสอบไว้แน่น

“ผมไม่ยกโทษให้” ครูซดันแทนให้ออกห่างก่อนดึงร่างขาวให้ยืนอยู่ใต้ฝักบัวแล้วเปิดก๊อกน้ำเพื่อล้างฟองสบู่ออกให้ แทนที่ได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่ให้อภัยก็ยืนร้องไห้ไม่หยุด มือขาวจิกทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจแต่ครูซกลับนิ่งเฉย ทำเพียงยืนอาบน้ำให้จนเสร็จแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาคลุมร่างกายที่เริ่มสั่นจากอากาศหนาวเย็น

“หยุด” ครูซปัดมือแทนไม่ให้จิกแขนตัวเอง แต่แทนไม่หยุดซ้ำยังทำรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ถ้ายังไม่หยุดดื้อ ผมไม่รักจริงๆ ด้วย” แทนหยุดทุกการกระทำแล้วหันไปจ้องมองใบหน้าครูซด้วยดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำสีใส ภาพที่เห็นเบลอไปหมดจนไม่สามารถรับรู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายมีสีหน้าอย่างไรขณะพูดคำนั้นออกมา

“รัก...อย่าเลิกรัก ...รักผมเถอะนะ” แทนเช็ดน้ำตาออกแรงๆ แล้วสบตากับครูซที่แม้ไม่ได้ยิ้มให้ดังเช่นทุกครั้งแต่สายตาจริงจังก็สามารถบอกได้ว่าที่พูดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องโกหก

“อย่าดื้อกับผมให้มันมาก” แทนพยักหน้ารับแล้วเดินไปกอดร่างโปร่งแน่น ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวอีกฝ่ายทำให้อารมณ์ซึมเศร้าและสิ้นหวังค่อยๆ ลดน้อยลง ครูซพาแทนออกไปแต่งตัวและเช็ดผมให้เรียบร้อย

“อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ” ครูซพูดขณะทายาที่เป็นรอยฟกช้ำตามแขนให้แทน

“มันไม่รู้สึกตัว...ผมเห็นคุณกับพัชชาตาย ผมไม่อยากอยู่คนเดียว” แทนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ แค่พูดถึงภาพในหัวที่ครูซถูกยิงเลือดท่วมทั้งตัวก็ทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำแล้ว เขากลัวจะเสียคนตรงหน้าไป

“เป็นความผิดผมเองที่ห้ามไม่ให้คุณแทนทานยา” ครูซรู้สึกว่าช่วงหลังที่ตนบังคับไม่ให้แทนทานยาระงับประสาท อาการอีกฝ่ายก็เป็นบ่อยขึ้นเรื่อยๆ

“ยา...ยาหมดแล้วต้องไปเอา” แทนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำว่ายา ร่างสูงเดินวนไปวนมาหายาตามชั้นวางและโต๊ะภายในห้องนั่งเล่น ครูซมองตามแทนที่เดินไปทั่วห้องด้วยความรู้สึกสงสาร

“คุณแทนมานั่ง” ครูซเอ่ยเรียกแต่อีกฝ่ายไม่ได้สนใจยังคงเดินหายาต่อไปเรื่อย ๆ จนใบหน้าขาวเริ่มชื้นเหงื่อเพราะความกังวลที่หายาไม่เจอ

“คุณแทน” เรียกย้ำอีกครั้งแต่แทนก็ยังไม่สนใจจะหันมามองเหมือนเดิม “ยาอยู่นี่” ครูซยื่นยาที่พกติดตัวไว้ตลอดเผื่อยามเวลาจำเป็นที่แทนต้องใช้ แทนที่เห็นยาอยู่ในมือครูซก็รีบหยิบมาแกะแล้วยัดใส่ปากทันทีก่อนวิ่งไปเปิดน้ำในตู้เย็นดื่มตามอึกใหญ่ เมื่อเห็นร่างสูงทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปหา

“ไปนอนกันเถอะครับ” ครูซจูงมือแทนที่ตอนนี้ดูเหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยให้เดินไปเข้าห้องนอนด้วยกัน เมื่อมาถึงเตียงคนหน้านิ่งก็ดึงแขนอีกคนให้ล้มตัวนอนอยู่ข้างกัน ซึ่งหนุ่มลูกครึ่งไม่ได้ขัดขืนเพราะอยากให้อีกฝ่ายได้พักผ่อนเสียที

“ฝันดีครับ” ครูซโอบแทนเข้ามาใกล้กดจูบลงบนขมับแล้วกอดไว้แน่นจนอีกฝ่ายหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยฤทธิ์ยา หนุ่มลูกครึ่งจ้องมองใบหน้าขาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย วันนี้ทั้งวันเขาเจอแทนมาทุกอารมณ์ทุกรูปแบบจนไม่รู้ว่าตัวตนไหนคือตัวตนที่แท้จริงกันแน่ แทนที่นิ่งขรึม แทนที่ร้องไห้ง่ายหรือแทนที่บ้าคลั่งเสพติดความรุนแรง ตัวตนของแทนเป็นแบบไหนกัน

“เฮ้อ...” ครูซถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญก่อนหน้านี้ หากเขาไม่ฉุกคิดสักนิดคงมาไม่ทันแน่ๆ ตอนแรกที่เขาสงสัยคือแทนมีพฤติกรรมแปลกไปตั้งแต่เขาขับรถมาส่งอีกฝ่ายที่คอนโด ร่างสูงอยู่ไม่นิ่งมือไม้สั่นไปหมดและซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้แทนยังดูปกติอยู่เลย

ครูซส่งแทนเสร็จก็ขับรถกลับบ้านด้วยความไม่สบายใจ จนสุดท้ายนึกขึ้นได้ว่าหมอไวน์เคยทิ้งเบอร์ไว้ให้เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ชายหนุ่มจึงไม่รอช้าโทรไปถามให้แน่ใจ หมอไวน์พอฟังครูซเล่าเสร็จก็พูดออกมาประโยคเดียวว่า กินยาหรือยัง ประโยคนี้มันทำให้เขารู้ว่าตัวเองทำพลาดไปแล้วที่บังคับไม่ให้แทนทานยา ยิ่งฟังหมอไวน์เล่ายิ่งรู้สึกผิด เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคที่แทนเป็นอยู่ผิดไปจริงๆ

“แทนเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการทางจิต แต่เจ้าตัวปฏิเสธการรักษาจากจตแพทย์เลยขอรับแต่ยามากินเพื่อกดอาการไม่ให้กำเริบ ที่อยู่ได้ปกติเพราะกินยาอยู่ทุกวัน พูดตามตรงนะหมอเขาไม่มีหลักการรักษาแค่จ่ายยาหรอก ผมถึงลักลอบขายกันเอง ถึงมันจะผิดจรรยาบรรณแต่มันเป็นทางเดียวที่จะช่วยญาติผมได้ ยาที่แทนกินประจำไม่ได้มีฤทธิ์ขนาดกินปุ๊ปแล้วหายปั๊ปอย่างที่เห็นหรอก แต่มันเป็นคิดของแทนเองต่างหาก มันคิดว่าถ้ากินแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น จะว่าคล้ายกับการสะกดจิตตัวเองก็ได้ ในเมื่อผู้คนรอบตัวไม่สามารถให้ความรู้สึกพึ่งพาได้ ความหวังทั้งหมดเลยไปลงอยู่ที่ยา”

พอเขาฟังจบก็รีบวนรถกลับไปหาแทนเพราะพฤติกรรมที่เห็นก่อนหน้านี้คืออาการแรกเริ่มของโรคซึมเศร้า เมื่อมาถึงครูซยืนกดกริ่งอยู่ร่วมห้านาทีแต่แทนกลับไม่มาเปิด ชายหนุ่มจึงตัดสินใจกดรหัสเปิดเข้าไปเอง ครูซวิ่งเข้าไปในห้องนอนทันทีเมื่อไม่เห็นแทนอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น เขาได้ยินเสียงร้องไห้สะอื้นดังออกมาจากห้องน้ำภายในห้องนอน ทำให้ครูซรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายอยู่ในนั้น เขาพยายามเคาะเรียกหลายต่อหลายครั้งแต่แทนก็ไม่ตอบกลับมาจนสุดท้ายเขาทนรอต่อไปไม่ไหวถึงคว้าเก้าอี้มาพังกลอนประตูก่อนใช้ไหล่กระแทกเข้าไป

ภาพแทนถือมีดกำลังจะปาดลงบนลำคอมันทำให้อารมณ์ที่เคยสงบนิ่งของครูซถูกพัดให้ปั่นป่วนไปหมด เขาโกรธที่อีกฝ่ายคิดทำร้ายตัวเองง่ายๆ ทั้งที่เขาพยายามดูแลเอาใจใส่แต่แทนกลับไม่มีสายตาลังเลใจหรือกลัวที่จะตายอยู่เลยแม้แต่น้อย เขาทนไม่ไหวถึงขั้นตบหน้าอีกฝ่ายเพื่อเรียกสติ โกรธจนไม่อยากโดนตัวแทนเลยด้วยซ้ำเพราะกลัวจะห้ามตัวเองไม่ให้ระเบิดอารมณ์ใส่ไม่ได้แต่เมื่อเห็นใบหน้าขาวเต็มไปด้วยน้ำตากับคำอ้อนวอนไม่ให้เขาทิ้งไป คำพูดและสายตาของแทนทำให้ครูซมั่นใจในความรู้สึกตัวเองมากยิ่งขึ้น ถึงกล้าพูดคำนั้นออกไป คำว่า รัก ที่ไม่เคยเอ่ยให้ใครฟังนอกจากคนในครอบครัว แม้จะเป็นแฟนคนแรกครูซก็ไม่เคยพูด แต่กับแทนเขาอยากบอก อยากจะแสดงออกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ เผื่อว่าความรู้สึกที่เขามีให้จะแทรกซึมลงไปลดความทุกข์ทรมานภายในใจของแทนได้บ้าง

ครูซไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้คนคนหนึ่งเป็นได้ถึงขนาดนี้ แต่เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่มีทางทิ้งแทนให้เดินอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน ถึงจะต้องเจอกับปัญหาใหญ่เขาก็จะไม่ปล่อยมือแทนให้แบกรับความเจ็บปวดคนเดียวอีกต่อไป เขาเป็นคนชอบเอาชนะ ยิ่งยากยิ่งอยากอยู่เหนือกว่า แต่สำหรับแทน ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก เขาไม่เคยรู้สึกสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย ...แม้แทนจะเป็นฝ่ายเรียกร้องหาเขาก่อน แต่ในความรู้สึกของครูซ ตัวเขาเองต่างหากที่เป็นฝ่ายตกหลุมพรางที่ตนทำไว้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“ผมไม่ทิ้งคุณแทนหรอกครับ” ครูซจูบลงบนกลุ่มผมสีดำสนิทก่อนค่อยๆ ขยับตัวลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วมาทิ้งตัวนอนข้างแทนอีกครั้ง

“ไปหาหมอหรือยัง” แทนเอ่ยถามครูซที่มารอรับที่คอนโดหลังจากถูกตนสั่งห้ามขับรถมาหนึ่งสัปดาห์เต็ม เพราะแขนขวาอักเสบจากการกระแทกประตูห้องน้ำคืนนั้น

“ไปมาแล้วครับ” ครูซตอบรับ จะคว้ากระเป๋าทำงานของแทนมาถือให้เหมือนทุกทีแต่อีกฝ่ายกลับยกหลบแล้วมองด้วยสายตาไม่พอใจนัก ทำให้ครูซขมวดคิ้วสงสัย

“เอากุญแจมา” แทนแบมือขอกุญแจรถจากครูซ เพราะไม่อยากให้เลขาหนุ่มทำงานหนักจนกระทบกระเทือนกับแขนขวาที่กำลังเจ็บอยู่ เขายังรู้สึกผิดไม่หายเมื่อตื่นมาเจอต้นแขนของครูซที่ปวดช้ำจนห้อเลือดจากการกระแทกประตู หนำซ้ำยังใช้แขนรองหัวเขาต่างหมอนให้อีก ตกใจแทบตายเมื่ออีกฝ่ายขยับแขนไม่ได้จนต้องรีบขับรถพาไปโรงพยาบาลที่เกลียดแสนเกลียด ยังดีที่ไม่เป็นอะไรมากแค่อักเสบบวมช้ำ พักการใช้แรงหนักๆ สักระยะก็กลับมาใช้งานได้ปกติ

“ผมหายแล้วครับ”

“เงียบ!” แทนกระแทกเสียงใส่อย่างหงุดหงิด ครูซถึงยอมยื่นกุญแจให้ตัดปัญหา ไม่อยากเถียงให้อีกฝ่ายอารมณ์ไม่ดี ทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถด้วยกันแต่ครั้งนี้ตำแหน่งคนขับกับคนนั่งสลับต่างออกไปจากทุกที ระหว่างทางไปบริษัททั้งรถตกอยู่ในความเงียบเหมือนย้อนกลับไปในตอนแรกที่ทั้งคู่เพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ มันเป็นเช่นนี้มาทั้งสัปดาห์หลังเกิดเหตุการณ์ที่แทนพยายามฆ่าตัวตาย เช้าวันถัดมาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ก็เปลี่ยนไป แทนถอยห่างจากครูซจนรู้สึกได้ แม้จะพูดคุยกันปกติแต่หนุ่มลูกครึ่งก็รู้ว่าอีกฝ่ายได้เปลี่ยนไปแล้ว จะพยายามถามถึงสาเหตุแต่แทนไม่เคยเปิดโอกาสให้ได้ถามเลยสักครั้ง ครูซจึงยอมอยู่ในจุดที่แทนต้องการให้เขาอยู่เพราะไม่อยากฝืนบังคับแทนที่ต้องอดทนต่อความกดดันที่มีมากมายอยู่แล้ว

“เลิกจ้อง” เสียงเย็นชาพูดเตือนออกมา เมื่อดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนไม่ยอมละสายตาไปจากใบหน้าของตนตั้งแต่ขึ้นรถมาเสียที ถึงจะไม่ได้รู้สึกรังเกียจสายตาที่ครูซมอบให้แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกไปจนทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน

“ทำไมครับ” ครูซไม่ได้สะทกสะท้านกับท่าทีไม่พอใจของแทนแม้แต่น้อย แทนมองอีกฝ่ายด้วยหางตาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีกจนถึงบริษัท ร่างสูงรีบลงจากรถแล้วเดินตรงดิ่งออกไปทันทีโดยไม่คิดจะดับเครื่องยนต์เลยสักนิด ทำให้ครูซต้องเอื้อมมือไปดึงกุญแจออกเองและจัดการล็อกรถให้เรียบร้อย

“เฮ้อ...” ถอดหายใจออกมายาวเหยียดก่อนยกมือลูบหน้าแรงๆ เรียกสติให้กลับมาจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ครูซทนมาทั้งอาทิตย์กับท่าทีที่แทนมอบให้ มันน่าหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่เปลี่ยนไป แทนไม่ยอมให้เขาโดนตัวมากเท่าที่เคย หลีกเลี่ยงที่จะคุยด้วยตลอด พอถามจี้มากๆ ก็ใช้ความเงียบจบบทสนทนาเป็นประจำ เขาอึดอัดใจจนแทบอยากง้างปากแทนให้พูดออกมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้แสดงอาการเป็นห่วงเขาอยู่เป็นระยะ เขาคงระเบิดอารมณ์ใส่ไปนานแล้ว

ครูซมองแขนขวาที่ใช้กระแทกประตูห้องน้ำในคืนนั้นแล้วถอดหายใจออกมาอีกครั้ง ชายหนุ่มจำได้ดีว่าสีหน้าของแทนแย่แค่ไหนยามเห็นต้นแขนของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำสีม่วงกระจายเป็นวงกว้าง เขาพยายามไม่แสดงความเจ็บปวดให้อีกฝ่ายเห็นแต่ก็เหมือนจะไร้ประโยชน์เพราะแทนคิดโทษตัวเองไม่ยอมฟังอะไรเลย พูดขอโทษด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจากการกลั้นน้ำตานับครั้งไม่ถ้วน แม้เขาจะบอกว่าไม่เป็นอะไรแต่หลังจากวันนั้นแทนก็เว้นระยะห่างจากเขาอย่างที่เห็น

“ครูซ” เสียงคุ้นเคยของพัชชาเรียกให้ชายหนุ่มที่ขมวดคิ้วยุ่งเดินอยู่หันกลับไปมอง

“สวัสดีครับคุณพัชชา” ครูซเอ่ยทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม แต่ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของพัชชาทำให้เธอรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ปกติสักเท่าไหร่

“นี่รายชื่อแขก” ครูซรับแฟ้มรายชื่อบรรดาไฮโซซึ่งมีบทบาทสำคัญที่ต้องเรียนรู้ก่อนไปร่วมงานที่ภูเก็ตอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า งานในครั้งนี้เป็นงานใหญ่ที่รวบรวมคนมีหน้ามีตาทางสังคมมาร่วมไว้มากมาย จุดประสงค์หลักของผู้คนที่มาก็คือสร้างชื่อเสียงให้ตนดูดีและสร้างไมตรีกับแวดวงนักธุรกิจด้วยกัน ชายหนุ่มเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อสองวันก่อน ตอนแรกคิดว่าแทนจะต้องโวยวายแน่เพราะเป็นงานเต้นลีลาศแต่ทุกอย่างผิดคาด เจ้านายตนไม่พูดหรือค้านอะไรออกไปสักคำ นั่งฟังพัชชาพูดนิ่งเฉย แตกต่างจากครูซที่เริ่มกังวลไปต่างๆ นานา

“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” พัชชาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทำให้ครูซรู้สึกสบายใจทุกครั้งเมื่อพูดคุย

“คุณแทนแปลกไป ผม...” ครูซพูดแค่นั้นแล้วก็หยุดลง เมื่อเห็นพนักงานกลุ่มหนึ่งกำลังเดินมาทางตนกับพัชชา

“ตามมา” พัชชาเดินนำครูซไปยังห้องทำงานของเธอ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่สมควรพูดตรงทางเดิน หากใครได้ยินเข้าจะเอาไปนินทาได้ ร้ายแรงกว่านั้นคือรู้ไปถึงหูคุณรัศมีที่จ้องจะหาจุดอ่อนมาบังคับแทนอยู่ประจำ

“แปลกไปแบบไหน” คำถามของพัชชาทำให้ครูซที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามกันชะงักลงทันที ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ ครูซสบตาพัชชาก่อนตัดสินใจเล่าให้ฟังเพราะคงไม่มีใครที่รู้จักแทนดีไปกว่าผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว

“ไม่ยอมให้ผมโดนตัว แถมยังพูดน้อยกว่าเดิม” พัชชาเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่ใช่เพราะคิดว่าแทนเปลี่ยนไปแต่เพราะที่ครูซเล่ามามันก็เป็นเรื่องปกติของแทนที่ปฏิบัติกับคนรอบข้างอยู่แล้ว ครั้งก่อนที่ตนเห็นครูซลูบใบหน้าของแทนยามหลับก็ว่าแปลกมากพอดู แต่ถึงขั้นพูดออกมาว่าไม่ยอมให้โดนตัวแสดงว่าคงสามารถสัมผัสกันจนเป็นเรื่องปกติ คุณแทนที่เกลียดสัมผัสจนแทบคลั่งยอมให้ครูซขนาดนี้ นี่ต่างหากที่เรียกว่าแปลกไป

“คุณแทนไม่ชอบโดนตัวใคร ไม่ค่อยพูด เขาเป็นแบบนั้นกับทุกคน” พัชชาพูดบอกไปด้วยรอยยิ้ม ตั้งแต่มีคนตรงหน้าเข้ามา คุณแทนของเธอก็เปลี่ยนไปมากจนน่าตกใจ สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากเจ้านายตนก็ได้เห็น เธอยังจำได้ดีกับคำสั่งที่เรียกให้ครูซกลับมาหาที่โรงพยาบาล คนที่ไม่เคยเรียกร้องหรือต้องการใครกลับเป็นฝ่ายร้องหาเสียเอง ซึ่งแม้แต่กับเธอคุณแทนก็ไม่เคยเรียกหาแบบนั้นเลยสักครั้ง

ครูซเงียบลงเมื่อคิดตามคำพูดของพัชชา แต่ดูเหมือนจะคิดตรงข้ามกับสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ ทุกคน เขาเหมือนคนอื่นๆ ที่คุณแทนไม่เห็นความสำคัญอย่างนั้นเหรอ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ร้อนไปทั้งตัวเหมือนทุกอย่างใกล้ปะทุออกมาจนอดกลั้นต่อไปไม่ไหว ปกติชายหนุ่มไม่เคยโกรธหรืออารมณ์ร้อนกับเรื่องอะไรง่ายๆ แต่พอเป็นเรื่องของแทนทีไรเขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ค่อยอยู่ทุกที

“ผมขอตัวก่อนนะครับ” ครูซลุกขึ้นยืน ก้มหัวให้พัชชาแล้วเดินตรงไปที่ประตูอย่างรวดเร็วแต่ก่อนจะออกไปประโยคสุดท้ายของพัชชาทำให้ครูซฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้

“ที่คุณแทนแปลกไปคือยอมให้เธอเข้าใกล้ขนาดนั้นมากกว่า... คิดเหมือนกันไหม”

“ผมเข้าไปนะครับ” แทนที่พิมพ์งานอยู่เงยหน้าไปมองที่ประตูเล็กน้อยอย่างชั่งใจก่อนตอบรับกลับไป เพียงเสี้ยววิประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมร่างโปร่งของครูซที่เดินจ้ำอ้าวมาทางแทนด้วยใบหน้าเคร่งเครียดแบบที่ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่นัก

“ทำอะไร!” แทนร้องถามครูซด้วยความตกใจที่อยู่ๆ เก้าอี้ทำงานก็ถูกดึงให้เลื่อนหันหน้าไปทางอีกฝ่าย โดยที่ครูซคุกเข่าอยู่ระหว่างขาตน

หมับ

“เฮ้ย!” แทนสะดุ้งสุดตัว พยายามดิ้นให้หลุดจากการถูกท่อนแขนกอดรัดรอบเอวและใบหน้าเนียนซบลงตรงอก

“ขอผมอยู่แบบนี้สักพักนะ” ครูซร้องขอด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน แทนจึงยอมอยู่นิ่งๆ แล้วยกมือลูบผมนิ่มด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ก้มมองเสี้ยวหน้าของครูซที่หลับตาเหมือนกำลังชาร์จพลังจากเขาอยู่

“เป็นอะไร” แทนถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่ตั้งใจจะถอยห่างจากครูซเพื่อความปลอดภัยของอีกฝ่ายแล้วแท้ๆ เขาไม่ได้อยากทำแบบนี้แต่เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมามันทำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่าตนไม่มีกำลังพอจะปกป้องใครได้เลย จึงไม่อยากพาคนตรงหน้าเข้ามาเสี่ยงด้วย

“เสียใจที่คุณแทนไม่สน” ครูซเงยหน้าสบตากับแทนที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว

“มันดีที่สุดแล้ว...เชื่อผมเถอะ” แทนหลบตาจากครูซแล้วเบนหน้าหนี ชายหนุ่มกลัวจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว กลัวว่าจะยอมกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เก็บอีกฝ่ายไว้ข้างกายแม้จะรู้ว่ามันอันตรายแค่ไหนก็ตาม

“บอกเหตุผลมาสิ” ครูซลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยกมือคร่อมตัวแทนไว้ จมูกโด่งไล่สูดดมไปตามใบหน้าขาวของแทนอย่างอ้อนวอน แทนนั่งจิกมือเข้ากับเบาะเก้าอี้แน่นเมื่อเจอลมหายใจที่อีกฝ่ายตั้งใจพ่นใส่หู

“อื้ม~” แทนร้องออกมาเสียงแผ่ว ร่างกายสั่นไหวเมื่อถูกริมฝีปากนุ่มอุ่นจูบเม้มไปตามใบหู เรี่ยวแรงที่มีหดหายไปหมด ร่างสูงได้แต่หอบหายใจแรงขึ้นเมื่อถูกครูซปลุกปั่นอารมณ์ มือนิ่มเกลี่ยทั่วแก้มใสก่อนไล่นิ้วกรีดผ่านลำคอไปถึงหน้าอกเบาๆ ให้ความรู้สึกเสียวสะท้าน

“หยุด!” แทนผลักหัวครูซที่เริ่มดูดเม้มต่ำลงไปที่หน้าอกจนเกิดรอยแดงเป็นจ้ำ

“เคยบอกแล้วนี่ว่าอย่าดื้อกับผม” ครูซปัดมือขาวออกแล้วยืดตัวขึ้นกระซิบข้างหูแทนที่แดงก่ำจากแรงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง มือเรียวสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวลูบไล้ไปมาตามหน้าท้องที่ขึ้นรูปสวยงาม แทนมัวแต่หลบริมฝีปากที่จ่อใกล้หูจนลืมปัดมือเรียวที่บีบเคล้นไปตามลำตัว

“จำได้ไหมว่าผมพูดอะไรในคืนนั้น” ครูซเอ่ยถามเสียงจริงจัง แทนหลับตาลงหลบสายตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้ใจสั่น เขาจำได้ดีว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไร เขาไม่มีทางลืมแน่ ๆ คำที่ทั้งชีวิตเคยคิดว่าไม่ต้องการ คำที่เคยคิดว่าน่ารังเกียจ แต่พอได้ยินจากปากของครูซ เขากลับรู้สึกดีจนอยากเก็บอีกฝ่ายไว้ข้างกาย อยากขังไว้ไม่ให้ใครพบใครเห็น ความรู้สึกอยากครอบครองมันรุนแรงจนบางครั้งเขาก็กลัวว่าอาจพลั้งทำร้ายเข้าสักวัน

“ถ้าจำไม่ได้ผมจะได้ย้ำ”ครูซพูดน้ำเสียงราบเรียบ มือเรียวไล้ลูบไปตามแนวสันหลังจนทำให้แทนเสียววาบที่ท้องน้อย มือขาวจิกเข้ากับแขนของครูซอย่างลืมตัว

“ขอร้อง...อย่าพูด” แทนซบหน้าลงบนไหล่ของครูซแล้วยกมือโอบกอดร่างโปร่งแน่น ถ้าเขาได้ฟังมันอีก เขาคงกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายไปจากชีวิตได้แน่ๆ ถึงแม้ครูซจะเหลือเพียงแค่เศษเสี้ยวของวิญญาณ เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้เป็นอิสระ

“ถ้าคุณพูดอีกครั้ง...ผมคงกักขังคุณไปตลอดชีวิต” ครูซยกยิ้มเมื่อได้ฟังแทนพูดจบประโยค

“คุณแทนไม่คิดเหรอ ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมต้องการไม่ต่างกัน”

TBC.​

ความคิดเห็น