Maeonam

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 ลองไล่ตาม

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 ลองไล่ตาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2561 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 ลองไล่ตาม
แบบอักษร

"ได้อะไรมาบ้างยังทำงานเกือบสองอาทิตย์แล้วนะปกติจะได้ข้อมูลไวกว่านี้หนิ" ขณะตั้งสมาธิกับการเล่นเกมบนจอทีวีอยู่ขงเบ้งมันก็โพล่งถามเรื่องความคืบหน้างานซะงั้น

ไอ้ที่น่าโมโหไม่ใช่เพราะมันถามตอนเล่นเกมแต่เป็นสิ่งที่ผมยังไม่ได้มาต่างหาก ข้อมูลที่เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรและมีอุปสรรคเป็นโพไซดอนอย่างโจโฉกำลังทำผมกลัดกลุ้มจนต้องหาอะไรระบายความเครียด ถ้าถามว่าทำงานแล้วได้ข้อมูลอะไรบ้างผมคงตอบได้อย่างเดียว

ล่ม! ล่ม! และก็ล่ม! ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเดินตามเจ้านายต้อยๆ

หน้าที่หลักเลี้ยงเด็กหน้าที่รองเดินถือเอกสารผมจะมีโอกาสเปิดอ่านได้ก็ต่อเมื่อเจ้านายอยากให้ผมเช็กช่วยซึ่งมันก็หาได้ยากนัก โจโฉจะหยิบเอาเอกสารภาษายึกยือให้ผมซึ่งก็ถนัดแค่อังกฤษกับไทยไงเอาสเปนฝรั่งเศสมาใครจะไปอ่านออกเจ้าตัวบอกก็ใช้อินเทอร์เน็ตให้เป็นประโยชน์สิ เปิดอากู๋ปั๊ปแม่งแปลอะไรของมันว่ะต้องยื่นให้เช็กอีกรอบว่าถูกมั้ยแล้วสิ่งที่ได้กลับมาคืน 'ผมคงใช้งานคนผิดจริงๆ ' เหมือนท้อแท้ที่จะสอนอ่ะคิดดู เอาภาษาที่เข้าใจมาให้เช็กเซ่มันจะได้ไปกันรอดดีไม่ส่งผมไปเรียนภาษาอื่นเพิ่มเติม

ผมหันไปค้อนขวับใส่ขงเบ้งเพื่อไม่ให้เจ้าตัวพูดอะไรที่เป็นการขัดหูผมอีกอย่างน้อยผมควรใช้เวลาว่างที่มีในการผ่อนคลายมากกว่าเก็บเรื่องความล้มเหลวไปคิด ระหว่างนั้นก็คิดหนทางอื่นไปพลางๆ

ถ้าเกิดว่าผมมีทางติดต่อกับวินเซอร์ได้ก็ดีจริงๆ มันก็หาไม่ยากหรอกข้อมูลติดต่อแต่ถ้าไปโต้งๆ เขาก็รู้หมดมันต้องทำอย่างแนบเนียบและอำพรางเหมือนว่าเราบังเอิ๊ญบังเอิญเจอกันแล้วเกิดแลกเบอร์ติดต่องี้ มันก็เป็นไปได้ยากอีกนั่นแหละก็รู้อยู่เขาเป็นคนทำธุรกิจร่วมกับโจโฉแต่ใครทันจะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ เล่าจริงป่ะโอกาสเดียวที่จะเจอคือความบังเอิญเท่านั้น ซึ่งผมกำลังคิดว่าจะสร้างความบังเอิญยังไงดี

"มึงทำหน้าคิดตั้งแต่เมื่อกี้ล่ะ ให้กูช่วยคิดมะเผื่อจะคิดอะไรออกสองหัวดีกว่าหัวเดียวนะเว้ย"

"อืมมม....มึงว่าเราสร้างความบังเอิญได้มั้ยวะ"

"ได้มั้งกูว่าคงได้แหละ ผู้หญิงเขายังสร้างความบังเอิญจนมีแฟนเลย"

"แล้วมึงคิดว่ากูจะสร้างความบังเอิญยังไงกับลูกค้าเจ้านาย กูคิดว่าถ้าหาข้อมูลจากเขามันยากก็ว่าจะลองไปหากับคนอื่นแทนอย่างน้อยเขาก็มีส่วนร่วมในธุรกิจ"

"ยากกว่าให้กูไปทำข้อสอบโอเน็ตอีก"

"ไหนว่ามึงจะช่วยคิดไงชื่อมึงก็ออกจะฉลาดแต่ไหงไม่ฉลาดตามชื่อเลยว่ะ"

"ขงเบ้งในประวัติศาสตร์กับขงเบ้งสองพันสิบแปดมันจะไปเหมือนกันได้ยังไงฟร้ะแม่กูแค่เอาชื่อเขามาตั้งเผื่อลูกจะโตมาฉลาด แล้วดูกูโตมาฉลาดสมชื่อมั้ยล่ะ"

"ไม่"

"เออนั่นแหละไม่ฉลาด เดี๋ยวหลอกด่ากูว่าโง่ชัดๆ "

จังหวะคาเฟ่ฉิบหายส่งมุกไปตบกลับจะว่าเพื่อนก็ไม่ได้อารมณ์มันพาไปให้เล่น

"กูจะทำยังไงดีวะเนี่ย ชีวิตต้องมาเจออะไรยุ่งยากขนาดนี้เจ้านายดันฉล๊าดฉลาดเหมือนรู้ว่ากูคิดอะไรแต่ยังไม่รู้ว่ากูทำไปเพื่ออะไรนั้นก็ถือว่าบุญแล้ว"

"กูว่ามึงอาจจะพยายามมากไป ลองคิดว่าตัวเองเป็นพนักงานจริงๆ แล้วทำตามความรู้สึกมันอาจจะช่วยทำให้มึงเข้าหาเป้าหมายได้ง่ายขี้นกว่าการรอความบังเอิญอะไรนั้นก็ได้"

"พูดเหมือนง่ายใครจะไปรู้วิธีเป็นพนักงาน จบตำรวจจบทหารมาเว้ย"

"ก็เป็นซะอย่างงี้อุส่าแนะแนวทางให้ ไม่คุยกับมึงละคนอะไรถามความเห็นแต่ไม่ฟังความเห็น"

ขงเบ้งลุกเดินพลางส่ายหัวไปมาออกจากห้องนั่งเล่นไป ความคิดมันก็ไม่เลวนะแต่ผมจะรู้สึกและสัมผัสถึงรสชาติความเป็นพนักงานได้ไงถ้าเกิดยังคิดเรื่องเป้าหมายในหัวสมองผมมันสามารถคิดได้ทีละอย่างถ้าเกิดจะต้องทำตามขงเบ้งมันจริงผมก็ต้องปล่อยวางสิ่งที่คิดและปฏิบัติงานเป็นพนักงานบริษัทอย่างเต็มความสามารถแผนการอ่อยผมโยนทิ้งไปตั้งแต่เจอโจโฉสวนกลับหลายครั้งหลายครา

'อ่อยไม่เนียนไปเรียนมาใหม่' ถ้าจะพูดขนาดนั้นไม่อ่อยก็ได้ไม่ยุ่งไม่หวังอะไรกับคุณแล้ววว

สิ่งเดียวที่ได้รับจากโจโฉคือความพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วนไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานเรื่องเถียงหรือเรื่องการตามเกม ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมากในกระดานสำหรับเขาต่อให้มีความคิดแหวกไปขนาดไหนสุดท้ายก็ต้องกลับมาเดินตามเกมที่เขาวางไว้อยู่ดี ผู้ชายประเภทโจโฉเป็นประเภทที่ผู้หญิงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะเขาหลอกยากแต่สำหรับผม

ผมอยากเอาชนะว่ะอยากเห็นสีหน้ายามพ่ายแพ้

มันไม่ใช่แค่ตัวหมากในเกมกระดาน ผมจะบังคับตัวเองให้ไปในทิศทางไหนก็ได้โดยที่โจโฉไม่สามารถทำอะไรได้เลย

"เดี๋ยวนี้เขาต้องสามารถอ่านออกเขียนได้มากกว่าสองภาษาแล้วนะไม่งั้นใครเขาจะรับเข้าทำงาน"

ลืมที่ผมพูดไปเถอะครับไม่ทันไรก็โดนเจ้านายดุอีกแล้ว แค่ผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกนิดเดียวเองสวดผมตั้งแต่เข้ามาช่วยยันทำไปได้ครึ่งทาง

"โอ๊ยคุณผมเรียนอยู่ที่นู่นเขาก็พูดแต่ภาษาอังกฤษนี่หว่า กว่าจะพูดไทยได้ชัดมันก็ฝึกมาหลายปีนะ"

"ทำไมผมเรียนที่อังกฤษแต่สามารถอ่านออกเขียนได้หลายภาษาล่ะ"

"คุณฉลาดผมมันโง่พอใจรึยัง เอาเอกสารที่มันอ่านง่ายๆ มาให้ผมช่วยเช็กดีกว่ามั้ยเล่า" ผมมุ่ยหน้าใส่คนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายมหาเฮี้ยบ (อันนี้ผมตั้งเอง)

"ทำหน้าอย่างงั้นผมก็ไม่ใจอ่อนให้คุณอ่านภาษาอังกฤษหรอกนะทีโอ อ่านไปเอาโทรศัพท์ช่วยแปลจะได้ฝึกภาษาไปในตัว"

"ตกลงคุณเป็นเจ้านายหรือว่าคุณเป็นคุณครูกันแน่ครับ"

"เจ้านายและเป็นคนนายอยากอ่อยด้วย"

"ผมไม่ได้อ่อยคุณ ผมชอบผู้หญิงนะเห้ย"

พลาดนิดเดียวล้อยันลูกบวชมันเป็นความคิดชั่ววูบที่ตอนนี้เลิกคิดแล้วอย่าเอามาอ้างแบบนั้นได้ไหม น่าอายฉิบเป้งตัวเองก็พูดไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วยนะไอ้เจ้านายหน้าด้านเอ๊ย

"เงียบนินทาผมในใจเหรอ"

"ใครจะกล้านินทาเจ้านายล่ะคู๊ณณณ"

"หึหึ"

ไอ้การหัวเราะหึหึในลำคอคือไรสนุกมีความสุขวันๆ เจ้านายผมทำอะไรบ้างนอกจากแกล้งลูกน้องกับดูเอกสารเอาเวลาไหนไปทำเรื่องผิดกฎหมาย สิ่งเดียวที่โจโฉทำแล้วเลวร้ายคือการทำตัวเหมือนเป็นมารขัดขวางการสืบคดีของผมเนี่ยแหละ วันที่เท่าไหร่ก็ยังคงนั่งเช็กเอกสารบนโต๊ะตรงข้ามประธานบริษัทจอมเรื่องมากเหมือนอย่างเคย อย่างน้อยเขาก็ไม่พาลูกหลานมาที่ทำงานบ่อยอย่างเมื่อก่อนผมจึงได้มีงานพิเศษอยู่ในบริษัทต่อได้อีกหลายชั่วโมง

หลายชั่วโมงผ่านไป....

"เห้ออออออออ"

"ถอนหายใจยาวเบื่อรึไง"

"เบื่อครับเบื่อมากก" ผมตอบตามตรง "เบื๊อเบื่อเลย"

"งั้นวันหลังผมจะไม่รั้งคุณช่วยทำงานให้คุณกลับบ้านพักผ่อนตามอัธยาศัย"

"ไม่เป็นไรครับผมยินดีช่วยทำงาน ไม่เบื่อเลยไม่เบื่อเล๊ยครับสนุกดีครับ"

เผลอไม่ได้เกือบโดนไล่แล้วกู หาโอกาสไล่อยู่ละเซ่ไม่มีทางหรอกก

"ผมชอบนะคนขยันทำงานแบบคุณ.."

"ถ้าชอบงั้นก็ช่วยอย่าไล่ผมกลับบ้านบ่อยๆ สิครับ ผมจะได้อยู่ช่วยงาน"

"ถ้าไม่ใช่แค่ช่วยงานล่ะ" โจโฉแสดงรอยยิ้มแปลกๆ ส่งให้พลางหมุนปากกาในมือเล่น

"จะให้ผมไปซื้อกาแฟของว่างอะไรก็ได้ครับผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว"

"คุณโตมายังไงกันทำไมถึงได้ใสซื่อแบบนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วนะ" เขาโน้มตัวเปลี่ยนอิริยาบถเป็นกุมมือประสานกันไว้บนโต๊ะจับใบหน้าหล่อๆ วางไว้เอ่ยด้วยน้ำเสียงนึกสนุก

"แล้วคุณเจ้านายล่ะครับว่าผมใสซื่อคุณต้องการสื่ออะไรกันแน่" ความไม่รู้ไม่ผิดแต่อยากเอาชนะใบหน้านึกสนุกนั้นมันเหมือนสงครามประสาทที่เราสองคนกำลังนั่งจ้องหน้ากัน

คิดว่าฝ่ายไหนจะเป็ฯฝ่ายชนะ?

แน่นอนว่าต้องเป็นผมการได้จ้องมองใบหน้าที่แฝงไปด้วยความลับมากมายอย่างเขามันช่างอันตรายเกินกว่าจะมองภายนอกโจโฉอาจจะเหมือนนักธุรกิจธรรมดาแต่ใครจะรู้เบื้องหลังเสื้อสูตรราคาแพงนั้นอาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่ก็ได้และมันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องเปิดโปงความจริงออกมา เขาดูไม่ใช่คนไม่ดีและไม่ใช่คนดีซะทีเดียว ระยะเวลาที่ได้อยู่กับเขาเพียงสิ่งเดียวที่ผมรับรู้คือความรู้ทันทุกความคิดไม่ว่าจะกำลังคิดทำอะไรอยู่โจโฉก็จะสามารถดักทางได้ทันตลอด เหมือนมีเขานั่งอยู่ในสมองล่วงรู้ความคิดอันน้อยนิด

ระหว่างที่กำลังนั่งมองการกระทำของคนผู้เป็นเจ้านายอยู่นั้นประตูบานใหญ่ถูกใครบางคนเปิดออกจนประตูกระแทกเขากับกำแพงเกิดเสียงดังเรียกเราทั้งคู่ให้หันไปมอง ผู้หญิงเรือนร่างบางในชุดคล้ายชุดฝึกทหารเดินย่างกายย่ำบูตเปื้อนโคลนเกรอะกรังเข้ามาใบหน้าเธอทั้งสวยและห้าวไปในตัวเป็นเสน่ห์ที่หายากนักในบริษัทแต่ที่มากไปกว่านั้นคือเธอเป็นคนที่ผมรู้จักและคุ้นชิน

"เซซึบอกกี่ทีว่าห้ามย่ำรองเท้าบูตสกปรกเข้ามา"

"คนมันรีบเอาของมาให้แล้วยังจะบ่นอีก" เซซึโยนซองสีน้ำตาลลงบนโต๊ะโจโฉอย่างไม่ไยดีนัก

เธอคือเซซึอดีตคนร่วมฝึกหน่วยเดียวกับผม เธอหายตัวไปเมื่อหลายปีก่อนทีแรกผมนึกว่าเธอไปเข้าหน่วยรบลับที่ไหนสักแห่งหรือไม่ก็หายสาบสูญที่ไหนได้เซซึอยู่ตรงนี้

"อ้าวทีโอมาทำอะไรที่นี้เปลี่ยนจาก...อุ้บ" ผมรีบพุ่งตัวไปอุดปากเธอก่อนจะพ่นคำบางอย่าง "อายอำอะไออองอาย"

"ว้าวไม่เจอกันนานเลยมีเรื่องจะคุยด้วยเยอะแยะ ผมขอคุยกับเซซึหน่อยนะครับเดี๋ยวเอาตัวมาคืน"

ไม่รอคำอนุญาตของโจโฉผมก็ลากเซซึออกมาจนคิดว่าลับหูลับตาคนในบริษัทถึงจะปล่อยมือที่อุดปากเธอออก เซซึเช็ดปากตัวเองดึงยางมัดผมที่ที่มัดไว้ลวกๆ ออกมารวบผมตัวเองขึ้นไปใหม่ ถึงใครจะบอกว่าเธอไม่สวยแต่สำหรับผมเธอทั้งสวยและเท่เอามากๆ ในหน่วยตอนนั้นไม่มีใครดึงดูดใจได้เท่าเธออีกแล้ว ขงเบ้งมันเคยหาว่าผมบ้าตอนตรอมใจเรื่องเซซึหายตัวไป

"ปิดบังอะไรอยู่ทีโอ"

"เราบอกไม่ได้แต่ที่เรากำลังทำคืองานของเราอย่าบอกคุณโจโฉเรื่องเราเป็นตำรวจนะถือว่าเห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่มีต่อกันมายาวนาน"

"ได้ไม่บอก ไม่เจอนานดํแมนขึ้นนะ"

"เดี๋ยวปกติก็แมนอยู่แล้วไม่ได้เป็นสาวนะเว้ยถึงจะดูแมนขึ้น"

"แต่ก่อนนายออกจะเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชายทีโอไม่รู้ตัวเหรอ" รอยยิ้มน่ารักๆ ของเซซึผุดขึ้นบนใบหน้าห้าวหาญให้ผมเห็นอีกครั้งในรอบหลายปี

"ว่าแต่เซซึหายหน้าหายตาไปเนี่ยมาทำงานอยู่ที่นี่เองเหรอ"

"จะว่างั้นก็ได้ทำงานกับสามีน่ะ หลังจากออกจากหน่วยก็แต่งงานทำงานช่วยเขานิดๆ หน่อยๆ "

เชี้ย! ผู้หญิงที่ผมปลื้มเธอมีสามีแล้วไม่จริงไม่จริ๊งงง ทีโอรับไม่ได้ใครคือผู้ชายโชคดีคนนั้น

"ใครคือผู้ชายที่เป็นสามีเซซึเหรอหรือว่าจะเป็นคุณโจโฉ"

ถ้าเป็นจริงมันจะพีคมากถึงมากที่สุดถ้าเป็นอย่างงั้นเซซึก็จะกลายเป็นเมียน้อย....กล้าให้ผู้หญิงในดวงใจเป็นเมียน้อยผมจะทืบให้

"ผู้ชายขี้จุกจิกคนนั้นเป็นสามีไม่ได้หรอกเป็นแค่เจ้านายยังน่ารำคาญเลย รู้จักพูมมั้ยล่ะคนนั้นแหละสามีเราเอง"

"...." พี่พูมมมม พี่จะเอาผู้หญิงในดวงใจของผมไปไม่ได้นะอยากจะร้องไห้

"ทำงานกับเจ้านายบ้าคงยากแน่ พยายามเข้าล่ะเห็นบ้าๆ อย่างงั้นก็ไม่เลิกบ้าแน่นอนเขาจะป่วนจนหัวปั่นเพราะงี้เราถึงเลือกทำงานนอกสถานที่นานๆ เจอหน้าเขาที ขอตัวไปหาพูมก่อนนะคงรอแย่"

เซซึส่งยิ้มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินหายลับหัวโค้งผมทรุดตัวลงนั่งกับพื้นประดุจคนหมดเรี่ยวแรงใดใดการรู้ข่าวเซซึยังไม่ตายและยังอยู่มันก็ดีอยู่หรอก แต่ทำไมต้องมาเจอตอนเธอแต่งงานมีสามีเป็นตัวเป็นตนแล้วด้วยเนี่ยเจ็บใจเป็นบ้าเหมือนคนกำลังอกหักทั้งที่ไม่ได้บอกความในใจ ทว่าขณะผมกำลังนั่งยองอย่างคนโดนสลัดรักรองเท้าหนังสุดหรูก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ผมต้องเงยไปสบตากับแขกผู้มาเยือนใบหน้าเรียบนิ่งที่เหมือนกำลังคลี่ยิ้มอยู่น้อยๆ ที่มุมปาก

"นั่งเหมือนคนอกหัก"

"...." ก็อกหักน่ะสิ

"ไม่ตอบแสดงว่าใช่มันน่าเศร้าขนาดนั้นเชียว แอบรักเขาแต่เขาไม่รักตอบน่าสงสาร"

"...." จะตอกย้ำเพื่ออ

"ทำไมไม่ลองไล่ตามคนที่แตะถึงได้ล่ะ"

"คุณกำลังจะพูดอะไรกันแน่คุณโจโฉ"

"ก็หมายความว่า ทำไมไม่ลองไล่ตามผมดูล่ะอย่างน้อยผมก็กำลังมองคุณอยู่นะ"

"...." เชี้ยกูกำลังโดนจีบอยู่ใช่มั้ยตบหน้าที บอกความจริงว่ามันไม่ใช่แค่ฝัน

"ล้มเลิกที่จะพิชิตผมแล้วเหรอ ทีแรกผมออกจะสนใจแต่ดูเหมือนว่าคุณจะไม่มีความพยายามอย่างที่ผมคิด"

"อยากให้ผมไล่ตามคุณ คุณบอกความต้องการอย่างเงี้ยเลยอ่านะ"

"ใช่ขืนรอคุณคิดได้คงชาติหน้า จะลองไล่ตามดูมั้ยล่ะไม่ยากหรอก" รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์อันน่าสยดสยองประจำตัวโจโฉกำลังเชิญชวนผมให้ลองถามตามคำของเขา

"ไม่แน่ว่าคุณโจโฉอาจจะหลงรักผมเข้าแล้วสิท่าถึงเอ่ยให้ผมไล่ตาม"

"อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ คุณก็ลองพิสูจน์ด้วยตัวเองดูว่าผมหลงรักคุณจริงอย่างที่คุณคิดไว้หรือเปล่า"

"...." เอาจริงดิ้จู่ๆ มันจะลงล็อกแบบที่ผมไม่ทันได้ทำอะไรเลยเนี่ยนะตอนแรกว่าจะอ่อยให้เขาหลงแต่ก็โดนหาว่าอ่อยไม่เนียนที่นี่ดันบอกให้ผมไล่ตามตัวเขาซะงั้น

"เริ่มจากเพิ่มความสนิทสนม ผมอนุญาตให้เรียกโจโฉอย่างเดียวได้ผมก็เรียกคุณว่าทีโออย่างเดียวเหมือนกัน ดีมั้ยทีโอ? "

เหมือนว่าผมกำลังเข้าสู่เกมที่อีกฝ่ายเป็นตัวเปิดก่อนและไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลยที่จะไม่เล่นมัน ถ้าโจโฉอยากให้ผมเล่นนักผมก็จะเล่นให้แต่ว่าใครจะพ่ายก่อนกันคงต้องดูต่อไป การเล่นเกมกับคนอย่างเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายแต่มันคงไม่ยากเกินสำหรับคนอย่างผมเชื่อสิยังไงผมต้องเป็นฝ่ายพลิกเกมอยู่เหนือเจ้าตัวได้คงจะเป็นอย่างงั้นน่ะนะ

โจโฉเฉยๆ งั้นเหรอมันก็ไม่เลวนะ

"อนุญาตแล้วนะโจโฉ อย่าคืนคำล่ะ"

"คืนคำไม่มีแน่นอนแต่กลืนคำลงคออาจจะมี..."



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เปิดเกมกับโจโฉเจ้าตัวบอกให้ไล่ตามขนาดนี้หนูจะไม่ไล่ตามไม่ได้แล้วทีโอ มาช้าแต่จะรีบมาไวไว

ปล.อาจมีคำผิดจะรีบมแก้ให้โดยไว ขอบคุณที่ยังรอเฮียโจโฉเสมอถึงแม้คนแต่งจะแต่งแบบหอยทากอยู่บนหลังเต่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}