chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2561 03:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

ตอนที่ 11

หลังจากเหตุการณ์ที่แทนเข้าโรงพยาบาลในครั้งนั้น ครูซก็หันมาใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินมากยิ่งขึ้น อาหารในแต่ละมื้อชายหนุ่มจะเป็นคนเลือกและพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่รสจัดไป สารอาหารครบถ้วน และดูแลเป็นพิเศษในเรื่องของยา ครูซตั้งนาฬิกาในมือถือไว้คอยแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาที่แทนจะต้องทานยาตามที่หมอสั่ง

ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์อาการปวดท้องของร่างสูงจึงดีขึ้นเรื่อยๆ ร่วมถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นจนคนสนิทอย่างพัชชาสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จากที่เธอเคยคิดว่าจะคอยดูคนทั้งคู่อย่างเงียบๆ กลับต้องเปลี่ยนความคิดเมื่อทุกอย่างชัดเจนมากจนเธอไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีก หากความสัมพันธ์ในครั้งนี้หลุดรอดไปถึงหูคุณหญิงรัศมีเมื่อไหร่ เธอเกรงว่าแทนจะต้องลำบากในการรับมือกับอีกฝ่ายอย่างแน่นอน หญิงแก่ต้องวางแผนเพื่อหาทางบีบบังคับเจ้านายตนเหมือนที่ผ่านมา และครั้งนี้พัชชารู้สึกได้ว่าแทนจะอ่อนแอกว่าครั้งไหนเมื่อจุดอ่อนที่ไม่เคยมี ถูกกระชากออกจากอกไปอยู่ในกำมือของคนที่มีอำนาจเหนือกว่า ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ คงไม่ต้องคาดเดาเลยว่าเรื่องราวจะไปจบลงตรงจุดไหนเพราะใครก็ตามถูกคุณหญิงหมายตาไว้ ไม่มีทางอยู่อย่างสุขสบาย

ซึ่งพัชชายอมรับไม่ได้ที่ร่างสูงจะต้องถูกทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เธอไม่มีกำลังมากพอที่จะต่อต้านคุณหญิง วันนี้เธอจึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องแทน แม้จะผิดสัญญากับอีกฝ่ายแต่ถ้ามันช่วยให้เจ้านายหนุ่มรอดพ้นจากการถูกทรมานได้ เธอยอมถูกโกรธ

“ฉันไม่อยากเล่าอะไรมากเพราะรู้ดีว่าเล่าไปแกคงไม่เชื่อ ลองเปิดดูเองเถอะ”

ชายวัยกลางคนเอื้อมมือไปหยิบกล่องเหล็กสนิมเขรอะมาถือไว้ เขาไม่เชื่อเรื่องที่อีกฝ่ายเล่ามา แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าไม่อาจปฏิเสธออกไปได้ว่าไม่ใช่ความจริง

“!!!” ดวงตาเบิกกว้าง สองมือสั่นเทาเมื่อหยิบอัลบั้มรูปเก่าที่ถูกเก็บไว้ภายในกล่องเหล็กสนิมเขรอะขึ้นมาเปิดดู ภาพการละเล่นวิตถารต่างๆ ถูกถ่ายออกมาได้อย่างโหดเหี้ยม เด็กน้อยซึ่งถูกทรมานไม่ใช่ใครอื่น เด็กคนนั้นคือลูกชายของเขาเอง ลูกชายที่ตอนนั้นอายุไม่ถึงสิบสามปี

“แทนฟ้า” ทศพลครางร้องเรียกชื่อลูกชายจบก็สะอึกในลำคอจนพูดอะไรไม่ออก น้ำสีใสล้นทะลักออกมาจากเบ้าตาอย่างที่ไม่อาจอดกลั้นไว้ได้ สีหน้าทรมานใจ ปากเล็กที่อ้ากว้างเพื่อกรีดร้องในรูปทำให้เขาล้มทั้งยืน แขนขาเรียวเล็กของเด็กถูกพันธะการไว้ด้วยโซ่เส้นหนาไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยง บาดแผลตามร่างกายมากมายจนไม่อาจแยกได้เลยว่าเนื้อผิวปกติสีอะไรกันแน่

ราวกับหัวใจถูกควักออกมาจากอกแล้วกรีดซ้ำๆ ด้วยมีดแหลมคม เหมือนคนที่ถูกฆ่าให้ตายทั้งเป็น ทศพลปล่อยโฮร้องออกมาสุดเสียงด้วยความเศร้าใจ สงสารลูกและโกรธแค้นตัวเอง

“แกรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว ทำไมถึงปิดบังฉันด้วย” ทศพลถามพัชชาด้วยเสียงสั่นเทา หัวใจเขาแทบสลายเมื่อได้รู้ในสิ่งที่โหดร้ายเกินกว่าคนคนหนึ่งจะยอมรับได้

“นานมาก...มากจนฉันไปไหนจากคุณแทนไม่ได้แล้ว ส่วนว่าทำไมต้องปิดบังถามแม่แกเองเถอะ เพราะเธอเป็นคนบอกให้ฉันเก็บเป็นความลับ” พัชชาสบตาสีนิลที่เหมือนกับชายหนุ่มอีกคนที่เธอเลี้ยงดูมาราวกับลูกหลาน

“ทำไมคุณแม่ไม่เคยบอกฉันเลย!” ทศพลทุบโต๊ะด้วยใบหน้าแดงก่ำ โมโหที่ตนเป็นพ่อแท้ๆ แต่เรื่องของลูกชายตัวเองกลับไม่เคยรับรู้

“อย่าโทษคนอื่นเลย ถามตัวแกเองเถอะว่าเคยคิดจะใส่ใจหรือเปล่า”

“พัชชา!” ทศพลกระชากเสียงเรียก

“แกก็รู้เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นเพราะใคร” พัชชาเอามือเช็ดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ออกเร็วๆ ทศพลเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็อารมณ์เย็นลง เขานั่งพิงเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง 

ทุกวันที่ผ่านใช่ว่าเขาจะมีความสุข ความผิดในครั้งนั้นที่เขาก่อขึ้น ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะลืมเลือนไปจากหัวใจได้ ยิ่งมารับรู้ความจริงเกี่ยวกับลูกชายตน สำหรับเขาความตายก็คงยังไม่สาสม ความผิดในครั้งนี้เขาจะชดใช้มันอย่างไร จะชดใช้ให้แทนฟ้าอย่างไรกัน

“ฉันเป็นคนทำให้ลูกเป็นแบบนี้ เป็นเพราะฉัน แทนฟ้าถึงทรมานขนาดนั้น” ทศพลเงยหน้าขึ้นเพื่อห้ามน้ำตาที่คลออยู่ไม่ให้ไหลออกมา

“ไม่ใช่แกคนเดียวหรอกที่รู้สึกผิด...ฉันเองก็ไม่ต่างกัน” ทุกวันนี้เธอจึงอยู่เคียงข้างคุณแทนเพื่อชดใช้ความผิดที่ทำให้เด็กคนหนึ่งต้องทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นเพราะเกมอารมณ์ของผู้ใหญ่ที่ขาดสติ หากย้อนเวลากลับไปได้เธอคงไม่ยอมรับปากที่จะช่วยเบล ให้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แน่ ๆ เธอจะห้ามใจตัวเองไม่ให้หลงไปกับคำลวงแสนหวาน

“ฉันอยากคุยกับลูก” ทศพลรู้สึกผิดอยากขอโทษที่ทำให้ลูกต้องตกเป็นเหยื่อจากการกระทำให้อดีตของตน

“มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว เด็กคนนั้นไม่เหมือนเดิม” พัชชาลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมแล้วหยิบสมุดไดอารี่ที่เธอเก็บไว้ในวันที่ไปช่วยแทนออกจากขุมนรก ความรู้สึกและความคิดที่บิดเบี้ยวของเด็กคนหนึ่งถูกบันทึกอัดแน่นอยู่ในนี้ เธอจึงอยากให้ทศพลได้ลองอ่านดูเผื่อจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น

“แล้วฉันจะทำอะไรให้ลูกได้บ้าง ชดใช้อะไรให้ลูกได้บ้าง” ทศพลหยิบสมุดไดอารี่มาถือไว้แนบอก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใครเพราะสมุดเล่มนี้เขาเป็นคนซื้อให้แทนก่อนไปทำงานที่ฮ่องกงเมื่อสิบกว่าปีก่อน

“อย่าให้แม่แกมาทำร้ายคุณแทนก็พอ” พัชชาสบตาที่แดงก่ำของทศพลอย่างจริงจัง เพราะในตอนนี้คนที่จะทำให้ทุกอย่างแย่ลงมีแค่คุณหญิงรัศมีเท่านั้น เธอยอมผิดสัญญากับแทนมาบอกความจริงกับทศพลก็เพื่อเรื่องนี้ คนที่พอจะเป็นเกราะป้องกันเจ้านายเธอได้ก็คงมีแต่ทศพลคนเดียว

“ฉันจะปกป้องลูก” แม้คนที่ต้องต่อกรด้วยคือเจ้าชีวิตที่ชี้ทางเดินให้กับเขาตั้งแต่เกิดก็ตาม

“ทำให้ได้ก็แล้วกัน ฉันไปล่ะ แกก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย หน้าตาโทรมจนดูไม่ได้แล้ว” พัชชาบ่นออกไปตามประสาเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งมหาลัย ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่คงดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องมาแตกหักกันเพราะเรื่องผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตใครอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง

“พัช ขอบใจแกมากนะ” ทศพลลุกไปกอดเพื่อนสนิทที่ไม่ได้คุยกันแบบนี้มาเป็นเวลาสิบปีแล้ว

“ไม่เป็นไร” พัชชากอดตอบพลางลูบหลังหนาที่ต้องแบกรับหน้าที่ไว้บนบ่ามากมายจนบางครั้งก็ลืมคนรอบข้างไปบ้าง แต่เชื่อเถอะเพื่อนของเธอคนนี้ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรแค่คนที่ยอมเป็นหุ่นเชิดให้แม่จนไม่เหลือทางเดินในชีวิตตัวเองก็เท่านั้นเอง

.

.

.

.

“พี่ครูซจะไปไหนคะ!” เสียงตะโกนเรียกทำให้ชายหนุ่มหันกลับไปมองก่อนจะเปิดประตูรถ

“ไปหาคุณแทน” ครูซบอกไปตามความจริง

“แต่นี่วันอาทิตย์นะ ทำไมพี่ยังต้องทำงานอีก” เค้กกอดแขนพี่ชายตนไว้แน่น เธอรู้สึกน้อยใจที่ครูซไม่สนใจเธอเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่นึกถึงเจ้านายที่ชื่อแทน ไม่รู้ทำไมทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้ากันด้วยซ้ำแต่เธอกลับรู้สึกไม่ชอบอีกฝ่ายเอาเสียเลย

“พี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไปทำงานนี่คะ” ครูซกอดน้องสาวที่หน้าบูดบึ้งอย่างเอ็นดู

“แต่วันนี้น้องอยู่บ้านคนเดียว” เสียงแผ่วเบาที่ร้องบอก ทำให้ครูซรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ครูซขมวดคิ้วคิดหนัก วันนี้เขานัดคุณแทนว่าจะพาไปห้างเพื่อเดินเล่น โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อย เพราะกว่าจะรบเร้าให้อีกฝ่ายยอมออกไปข้างนอกด้วยได้ เขาต้องใช้เวลาตั้งเกือบเดือน

“ไม่เป็นไรค่ะ น้องอยู่ได้” เค้กปล่อยแขนออกจากพี่ชายแล้วเดินก้มหน้าซ่อนน้ำตาเข้าไปบ้านไป ยิ่งเพิ่มความรู้สึกผิดให้ครูซมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มยืนขมวดคิ้วชั่งใจอยู่นานก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือมากดโทรหาเจ้านายตน

 “คุณแทนครับ” ครูซเอ่ยทักไปด้วยความประหม่า

“....อืม” แทนตอบรับเพียงสั้นๆ ทำให้ครูซรู้สึกใจชื้นขึ้นมาไม่น้อยเพราะมีไม่กี่ครั้งที่โทรไปแล้วแทนจะตอบกลับมา

“คือว่าผมขอ...” อยู่ๆ ครูซก็กลัวคำพูดปฏิเสธจากแทนขึ้นมาจนพูดไม่ออก

“ขอ?” แทนทวนคำพูดของครูซอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไปนาน

“คุณแทนครับผมขอพาน้องสาวไปด้วยได้ไหม” ครูซพูดออกไปในที่สุดแต่ปลายสายกลับเงียบจนเขาเริ่มใจไม่ดี

“.........”

“คุณแทน”

“คุณไปกับน้องเถอะ”

“ผมสัญญาไว้แล้วว่าจะพาคุณไป” กว่าจะทำให้แทนเชื่อใจหรือไว้ใจเท่าทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะอย่างนั้นเขาไม่มีทางยอมผิดคำพูดแน่ ส่วนเค้กไว้พาไปดูหนังตอนเย็นเป็นการไถ่โทษก็ได้

“อีกประมาณยี่สิบนาทีผมคงไปถึง” ครูซบอกจบก็เก็บมือถือใส่กระเป๋าเสื้อแล้วเดินเข้าบ้านไปหาน้องสาวที่นั่งร้องไห้อยู่หน้าทีวี โดยลืมกดวางสายอีกฝ่าย ทำให้แทนได้ยินทุกอย่างที่ครูซพูด

“ร้องไห้ทำไมคะ ไม่สวยเลย” ครูซกอดเค้กไว้ในอ้อมแขนแล้วโยกตัวไปมาเพื่อปลอบให้น้องสาวเลิกน้อยใจ

“อึก น้องไม่ได้ร้อง” เค้กซุกหน้าเข้ากับอกอุ่นของพี่ชายเพื่อซ่อนใบหน้า ครูซก้มมองแล้วหอมลงบนกลุ่มผมนิ่มอย่างรักและเอ็นดู

“เดี๋ยวเย็นนี้พาไปดูหนัง ตกลงไหม”

“จริงนะ” เค้กเงยหน้าขึ้นมามอง

“ไม่ผิดสัญญาหรอก” ครูซตอบกลับยิ้มๆ ก่อนขอตัวไปข้างนอก วันนี้น้องคงเหงากว่าปกติถึงงอแงร้องไห้แบบนั้นเพราะแม่นัดเจอเพื่อนเก่ากว่าจะกลับก็น่าจะดึกพอควร

RrrrRrrr

“ครับคุณแทน” ครูซรีบกดรับทันทีเพราะนับครั้งได้เลยที่แทนจะโทรมาหาเขาเอง

“พาน้องมา” เขาอึ้งไปเล็กน้อยกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน

“ได้เหรอครับ”

“อืม” แทนตอบเสร็จก็วางสายไปทันที ครูซลดมือลงมองโทรศัพท์แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาเรียกน้องสาวให้ขึ้นรถไปด้วยกันก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไปยังจุดหมายปลายทาง

“สวัสดีค่ะ” เค้กยกมือไหว้เจ้านายของพี่ชายที่ดูไม่ยินดียินร้ายกับอะไรทั้งสิ้น คุณแทนเป็นคนหล่อก็จริงแต่ใบหน้านิ่งราวกับหุ่นยนต์และดวงตาสีนิลนั้นไร้อารมณ์จนดูน่ากลัว

“สวัสดี” แทนทักทายเพียงเล็กน้อยแล้วสบตากับครูซในกระจกส่องหลัง ร่างสูงนั่งเท้าคางมองวิวที่ผ่านไปเรื่อยๆ โดยไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย ครูซยิ้มกับการทักทายที่แปลกออกไปจากทุกที แทนที่ทำตัวไม่เนี้ยบแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับยีนส์สีซีดทำให้อีกฝ่ายดูสบายตามากขึ้น

ครูซขับรถพาทั้งคนคู่ไปห้างที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก เมื่อมาถึงก็เดินนำไปที่ร้านอาหารชื่อดังซึ่งเคยออกรายการทีวีหลายต่อหลายครั้ง มีใบการันตีรสชาติอาหารติดอยู่ด้านหน้าหลากหลายใบ เค้กมองดูทั่วร้านอย่างตื่นเต้น การตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์นเสริมให้ร้านดูทันสมัยและน่าเข้า ระยะห่างระหว่างโต๊ะอาหารก็กำลังดีมีความเป็นส่วนตัว เด็กสาวจับชายเสื้อพี่ชายไว้แน่นเมื่อรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อยเพราะนานๆ ทีจะได้ออกมาทานข้าวข้างนอก ถึงจะรู้ว่าครูซมีเงินจ่ายได้สบายแต่เธอติดนิสัยประหยัดมาตั้งแต่เด็กทำให้ไม่คุ้นชินกับร้านที่ดูหรูหราเช่นนี้

“คุณแทนครับ มานั่งนี่” ครูซหันกลับมาเรียกคนหน้านิ่งที่ยืนกอดอกเดินตามอยู่ด้านหลังเงียบๆ  แทนพยักหน้ารับแล้วตรงไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อีกฝ่ายบอก เขาไม่ชอบห้างสรรพสินค้า ไม่เคยคิดอยากจะเดินเข้ามาเฉียดเลยด้วยซ้ำ ผู้คนพลุกพล่าน กลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหงื่อยามเดินสวนกันพาให้รู้สึกคลื่นไส้ หากไม่ใช่เพราะเผลอไปพูดตกลงกับหนุ่มลูกครึ่งตอนไม่สบาย อย่างไรเขาก็ไม่มีวันยอมเดินเข้ามาในที่แบบนี้แน่นอน  

ครูซลอบสังเกตใบหน้าของแทนที่ถึงจะติดเย็นชาไปสักนิดแต่ก็ไม่อาจปกปิดความหงุดหงิดใจผ่านสายตาได้ เขารู้ว่าแทนไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านเพราะคิดว่าอาหารที่คนอื่นทำนั้นสกปรก เขาจึงพยายามฝึกให้อีกฝ่ายกินมาตลอดตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลคราวนั้น เพราะถ้ายังติดเลือกกินอยู่คงไม่มีทางหายจากอาการกระเพาะอักเสบแน่ ซึ่งในตอนแรกร่างสูงไม่สามารถทานข้าวจากร้านอาหารได้เลย ตักเข้าปากได้คำเดียวก็อาเจียนออกมาจนหมดท้อง นั่งร้องไห้น้ำตาซึมจนเขาเกือบใจอ่อนล้มเลิกความคิดไปหลายครั้ง แต่เมื่อนึกถึงผลระยะยาวก็ฝืนทำมาตลอด

ครูซเริ่มลองจากอาหารที่เขาทำซึ่งผลปรากฏว่าอีกฝ่ายกินได้โดยไม่มีอาการผิดปกติอะไร พอลองแกล้งบอกว่าอาหารที่ซื้อมาเขาเป็นคนทำ อีกฝ่ายก็ยังกินได้ตามปกติ ครูซจึงจับจุดได้ว่าแทนนั้นมักหมกมุ่นอยู่กับคำว่าของที่มาจากคนอื่นนั้นสกปรกทำให้ไม่กล้ากิน เขาจึงลองให้อีกฝ่ายคิดเสมอว่า ทุกสิ่งที่เขาเป็นคนยื่นให้นั้นเป็นอาหารที่เขาทำเอง ไม่สกปรก ไม่ได้มีเชื้อโรคน่ารังเกียจเหมือนที่นึกกลัว แม้ตอนแรกจะผ่านไปอย่างยากลำบาก แทนตักข้าวเข้าปากทั้งน้ำตา มือไม้สั่นจนเขาต้องนั่งป้อนคำต่อคำแต่เมื่อฝึกบ่อยๆ เข้าทุกอย่างก็ดีขึ้น หลังจากนั้นครูซจึงทำเป็นนิสัยไม่ว่าจะกินข้าวที่ไหน เขาจะเป็นคนหยิบจานยื่นให้แทนเองกับมือ

“น้องเอาอะไร” ครูซถามเค้กที่จิ้มนิ้วไปทั่วเมนู

“อันนี้ค่ะ” เค้กชี้สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าแต่สายตากลับจับจ้องไปยังลาซานญ่าหมู ครูซเห็นท่าทางสองจิตสองใจก็ยิ้มขำยกมือลูบผมนิ่มอย่างเอ็นดู

“ถ้าอยากกินอะไรก็สั่งมาเลยพี่เลี้ยงเราได้อยู่แล้ว ตัวเล็กนิดเดียวแบบนี้ยิ่งต้องกินเยอะๆ รู้ไหม” ทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาแทน ชายหนุ่มรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมองภาพที่ครูซเอาใจใส่น้องสาว เขาเป็นลูกคนเดียวจึงไม่เข้าใจความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้สักเท่าไหร่

“อย่างเดียวเหรอ” ครูซถามลองเชิงเพื่อหยอกน้องสาวตัวเองเล่น แต่เค้กก็ยังพยักหน้ายืนยันเพราะรู้ว่าถึงจะสั่งมาเธอก็คงกินไม่หมดอยู่ดี

“คุณแทนล่ะครับ” ครูซถามเจ้านายตนที่นั่งเท้าแขนเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสที่มองเห็นวิวสวนน้ำพุนอกห้างได้ทั่วบริเวณ

“แล้วแต่คุณ” ครูซพยักหน้ารับยิ้มๆ ก่อนสั่งไปอีกสองสามอย่างทั้งของแทนและของตัวเอง ที่ครูซเลือกร้านอาหารจานเดียว เพราะถึงแทนจะทานอาหารข้างนอกได้บ้างแล้วแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทานอะไรร่วมกับคนอื่นได้ แค่อีกฝ่ายยอมเดินตามเข้ามาในร้านกับพวกเขาก็แทบเรียกว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้ว

“อยากไปดูอะไรกันเป็นพิเศษไหม” เค้กส่ายหน้า ส่วนแทนไม่ตอบเพียงสบตาครูซแล้วเท้าคางมองออกไปนอกกระจกใสเหมือนเดิม ครูซยกมือเกาแก้มแก้เก้อ สำหรับแทนเรื่องไม่ค่อยพูดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว กับเค้กก็เหมือนกันถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวหรือสนิทด้วยก็แทบไม่อ้าปากเลย ครูซจึงเลือกที่จะนั่งนิ่งไม่พูดอะไรเพราะรู้ดีว่าถึงพูดไปก็ไม่มีใครตอบ สักพักอาหารก็มาเสิร์ฟ ครูซหยิบจานของแทนมาไว้ฝั่งตนแล้วหยิบช้อนขึ้นมาเช็ดด้วยกระดาษทิชชูก่อนส่งคืนให้ เค้กมองพฤติกรรมแปลกประหลาดของพี่ชายตนกับเจ้านายอย่างสงสัย ในเมื่อจานอาหารก็อยู่ตรงหน้าแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมกินต้องรอให้พี่ชายตนหยิบไปหยิบมาทำไม

“ทานกันเถอะ” เมื่อครูซพูดจบทุกคนก็ลงมือทานอาหารส่วนของตัวเอง แต่เค้กก็ยังสอดส่องสายตามองคนทั้งคู่ที่เคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ รับรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรแม้ไม่ได้พูดคุยกันเลยก็ตาม แค่แทนวางช้อนลงครูซก็ยกแก้วน้ำของตัวเองไปยื่นให้กับมือ พฤติกรรมแปลกประหลาดเกินไป มันไม่ใช่สิ่งที่เจ้านายกับลูกน้องสมควรทำและมันก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายปกติเขาทำกัน เธอสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ๆ แทนก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาด้วย ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเหมือนพยายามสำรวจหาอะไรบางอย่าง

“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ...เดี๋ยวพี่มานะ” ครูซลุกจากไปทิ้งให้คนทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกันเงียบๆ โดยต่างฝ่ายต่างไม่ยอมละสายตาไปไหน แทนที่ไม่อยากมีปัญหากับเด็กสาวตรงหน้าสักเท่าไหร่จึงเอ่ยปากทำลายความเงียบขึ้นมา

“มีอะไร” ร่างสูงหยิบยาที่พกมาใส่ปากก่อนดื่มน้ำตาม ชายหนุ่มรู้สึกโชคดีที่ครูซไม่อยู่เพราะไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายต้องร้องห้ามไม่ให้เขากินแน่ๆ

“คุณคิดอะไรกับพี่ครูซหรือเปล่าคะ” เค้กถามออกไปด้วยความอยากรู้ เพราะถึงเธอจะเด็กแต่ก็แยกแยะอะไรได้บ้างแล้ว สิ่งที่พี่ครูซกับคุณแทนทำอยู่ไม่ใช่แค่คนรู้จักกระทำต่อกันแต่มันพิเศษมากกว่านั้น

“ทำไมต้องคิด” แทนนั่งพิงเก้าอี้ยกแขนขึ้นมากอดอกแน่น เขาไม่ชอบพูดเรื่องแบบนี้กับใครสักเท่าไหร่ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ มันน่ารังเกียจ เค้กที่เห็นท่าทางไม่ชอบใจของอีกฝ่ายก็รู้สึกอยากร้องไห้ออกมาทันทีด้วยความสงสารพี่ชาย เพราะถ้าคุณแทนไม่คิดอะไรจริงๆ พี่ชายเธอต้องอกหักแน่เลย เธอมองออกว่าครูซไม่ได้รู้สึกกับแทนแค่เจ้านาย จากสายตาและการกระทำที่ใส่ใจดูแลมันมากพอที่จะอธิบายความรู้สึกของพี่เธอได้

“เป็นอะไรหรือเปล่าเค้ก” ครูซที่เพิ่งกลับมานั่งลงบนเก้าอี้แล้วยกมือลูบแก้มนิ่มอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแดงก่ำคลอ

“เปล่าค่ะ” เค้กแสร้งยิ้มแล้วลงมือกินต่อเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต แต่ยิ่งเห็นภาพพี่ชายเธอดูแลเจ้านายเป็นอย่างดีก็ยิ่งทำให้รู้สึกเจ็บใจที่อีกฝ่ายมาทำให้ครูซคิดไปไกล เพราะแทนไม่แม้แต่จะร้องห้ามในสิ่งที่ครูซหยิบยื่นให้เลย แบบนี้พี่เธอต้องถูกหลอกจนเสียใจแน่ๆ เค้กกัดปากแน่น เด็กสาวตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความไปหาใครบางคน

“เข้าร้านนี้กัน” ครูซที่เดินจับมือเค้กอยู่เรียกให้แทนหยุด เขาเดินนำเข้าไปเลือกเสื้อให้กับน้องสาว แทนรู้สึกกระดากอายเล็กน้อยที่ต้องเข้าร้านเสื้อผ้าผู้หญิงแต่ก็ยอมเข้าไปยืนรอ ครูซเดินเข้าร้านนู้นออกร้านนี้เป็นว่าเล่นจนเค้กที่มาด้วยรู้สึกกลัวว่าแทนจะรำคาญ แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างนั้นแม้ใบหน้าหล่อจะนิ่งแต่ก็เดินตามพี่ครูซไปด้วยท่าทีสงบไม่ได้มีแววว่าจะร้องโวยวายเลยสักนิดแตกต่างจากเธอที่อยากบ่นออกไปเหลือเกินว่าเมื่อยขาแล้ว

“คุณแทนมานี่สิครับ” แทนส่ายหน้ากอดอกพิงกำแพงเหมือนเดิม เพราะรู้ว่าถ้าเขาไม่เข้าไปเดี๋ยวอีกฝ่ายก็เป็นคนเดินมาหาเองอยู่ดี ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ครูซหยิบเสื้อยืดสีเทาเข้มทาบไปบนตัวแทนแล้วพยักหน้ายิ้มกับความคิดตัวเอง คุณแทนเหมาะกับสีเข้มจริงๆ น่ะแหละ

“ไม่ใส่แขนสั้น” แทนผลักเสื้อยืดออกจากตัว

“ผมรู้...ไว้ใส่แค่ที่ห้องไงครับ” รอยแผลเป็นที่ข้อมือและตามแขนทั้งสองข้างมันเยอะจนแทนเลือกที่จะใส่แขนยาวไว้ตลอดเวลาแม้จะอยู่ในห้องก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นแทนก็ไม่ได้ห้ามครูซที่เดินไปจ่ายเงินค่าเสื้อของตนกับน้องสาว ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงไม่ยอมรับน้ำใจพวกนี้ แต่สำหรับครูซความรู้สึกมันต่างออกไป ถึงจะไม่ชอบแต่เขาก็ไม่อาจพูดปฏิเสธออกไปได้เหมือนทุกที

“ครูซ! น้องเค้ก! บังเอิญจริงๆ เลย” เสียงผู้หญิงที่ดังขึ้นมาจากข้างหลังทำให้แทนขมวดคิ้วแน่น กลิ่นน้ำหอมที่โชยมาตามลมทำให้ชายหนุ่มใช้มือถูจมูกด้วยความไม่ชอบใจ

“คุณขิม?” ครูซเรียกอีกฝ่ายด้วยความสงสัยต่างจากเค้กที่ยิ้มดีใจเดินเข้าไปทักทายด้วยความสนิทสนม

“วันนี้พี่ว่างพอดีเลยมาเดินเล่น ไม่คิดว่าจะได้เจอเราสองคน โชคดีจริงๆ เลย” เขมิกากอดแขนครูซกับเค้กคนละข้าง โดยที่ไม่ได้สนใจจะทักทายแทนที่ยืนอยู่ด้วยเลยสักนิด แทนเองก็เบี่ยงหน้าหนี เขาเคยบอกครูซไปแล้วว่าไม่ชอบให้ผู้หญิงคนนี้มาถูกตัวอีกฝ่าย มันทำให้เขารู้สึกรังเกียจ ในใจร้อนวูบวาบจนมือไม้มีแต่เหงื่อ

“คุณแทน” ครูซเรียกอย่างตกใจเมื่อเห็นคนหน้านิ่งหันหลังเตรียมเดินออกจากร้าน ชายหนุ่มรีบดึงแขนเขมิกาออกแล้วคว้าเอวแทนไว้แน่น

“อย่ามาจับ!” แทนสะบัดตัวออกแต่ครูซก็คว้ามาโอบไว้เหมือนเดิม

“คุณแทนอย่าเดินหนีผม” เค้กมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกว่าคำตอบก่อนหน้านี้ของแทนดูจะไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่แล้วเพราะปฏิกิริยาแบบนี้มันเกินกว่าที่คาดไว้เสียอีก

“สวัสดีค่ะคุณแทน” เขมิกาเอ่ยทักออกไปเมื่อเห็นว่าตัวเองเริ่มไม่มีบทบาทในสายตาครูซ แทนหันมามองด้วยสายตาดุดัน จากตอนแรกที่ตั้งใจจะหลบออกไปสงบสติอารมณ์ที่เริ่มปั่นป่วน แต่ตอนนี้เขารู้สึกไม่จำเป็น เขาไม่ยอมทิ้งหนุ่มลูกครึ่งไว้ตรงนี้แน่ๆ แทนกระชากแขนครูซเข้ามาหาตัวแล้วใช้นิ้วคีบแขนเสื้อเค้กดึงให้เดินออกจากร้านด้วยกัน แม้เด็กสาวจะงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าแต่ก็รู้สึกดีที่แทนไม่พาพี่ชายหนีไปแล้วทิ้งเธอไว้ในร้านคนเดียว

“เดี๋ยวสิ...มันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ!” เขมิกาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าแทน เธอรู้สึกเสียหน้าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเธอเป็นคนไร้ตัวตน ครูซที่เริ่มเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดีแล้วก็คิดหาทางออก

“ผมกำลังจะกลับพอดีครับ”

“ครูซ! พี่ขอพูดอะไรด้วยหน่อยได้ไหม” เขมิกาพูดขัดครูซทันทีเพราะรู้ว่าหนุ่มลูกครึ่งกำลังหาทางชิ่งหนีเธออีกแล้ว แม้เธอจะทำตัวตื๊อจนบางทีดูน่าอายไปบ้างแต่ใช่ว่าเธอจะไร้ความรู้สึก

“คือผมกำลังจะกลับ” ครูซพูดพลางมองหน้าแทนที่เบนหนีไปอีกทางด้วยสายตาเป็นห่วง เขมิกากัดริมฝีปากแน่นอย่างเจ็บใจ ทั้งที่ครูซพูดอยู่กับเธอแท้ๆ แต่กลับไม่ชายตามองเธอสักนิด เขมิการู้สึกว่าต่อให้แทนไม่ต้องพยายามอะไรก็ได้รับความสนใจจากครูซไปทั้งหมด ต่อให้ทำหน้าเย็นชาหรือไม่พูดอะไรเธอก็ไม่อาจสู้ได้จริงๆ เหมือนกับเธอแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่งเลยด้วยซ้ำ

“แปบเดียวนะครูซ พี่ขอ” ครูซเห็นสีหน้าจริงจังของเขมิกาก็ตัดสินใจตอบตกลงเพราะอยากจบปัญหาเรื่องพวกนี้เสียที ชายหนุ่มหันไปสบตากับแทนก่อนเดินนำเขมิกาไปทางลานจอดรถ ซึ่งแทนกับเค้กก็ยืนรออยู่ห่างๆ ทั้งคู่ไม่ได้ยินว่าครูซกับเขมิกาพูดอะไรกันแต่สีหน้าของครูซดูไม่สบอารมณ์จนเค้กรู้สึกกลัว เธอเคยเห็นพี่ชายเธอโกรธอยู่แค่ครั้งเดียวในชีวิต และหวังให้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะมันรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะสามารถจินตนาการได้ว่าคนยิ้มง่ายใจดีอย่างครูซจะกล้าทำ

“แม่งเอ๊ย!” ร่างสูงสบถคำหยาบออกมาสุดเสียง สองเท้ารีบวิ่งไปกระชากตัวคนยิ้มหวานไว้ข้างตัวทันทีหลังเขมิกาดึงคอเสื้อชายหนุ่มรั้งลงมาจูบปากอย่างดูดดื่ม ครูซเช็ดปากแล้วถุยน้ำลายลงพื้น แทนยืนมองด้วยตัวสั่นเทา มือที่สัมผัสร่างกายอีกฝ่ายอยู่รู้สึกคันไปหมด เขารังเกียจครูซที่มีสิ่งสกปรกติดตัวแต่ก็ไม่สามารถปล่อยมือจากอีกฝ่ายได้ เขาไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคนคนนี้

“คุณแทนใจเย็นก่อน” ครูซดึงแทนให้ไปอยู่ด้านหลังแต่ชายหนุ่มกับคว้าใบหน้าเนียนขึ้นมาจ้องมองริมฝีปากบางที่มีรอยลิปสติกเปื้อนอยู่ด้วยสีหน้าข่มอารมณ์ ครูซกลัวอีกฝ่ายคลั่งจึงรีบดึงให้ไปยืนอยู่ข้างน้องสาวตนเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไร ผมจะรีบคุยให้เสร็จรอก่อนนะ” ครูซดันตัวแทนไปพิงผนังแล้วผละออก

“รีบๆ ก่อนที่จะทนไม่ไหว” ร่างสูงพยักหน้ารับแล้วหยิบยาขึ้นมากินด้วยมือสั่นเทา ชายหนุ่มพยายามกลืนลงไปแม้จะยากลำบากเพราะไม่มีน้ำ แต่เขารู้ตัวว่าต้องใช้มันไม่อย่างนั้นได้คลุ้มคลั่งอาละวาดอีกแน่ เค้กมองหน้าแสนอึดอัดใจของครูซแล้วจึงตระหนักว่าเธอตัดสินใจผิดมหันต์ที่ส่งข้อความเรียกให้เขมิกามาหา วันนี้พี่ชายของเธอดูผ่อนคลายมากกว่าครั้งไหนๆ แต่เธอกลับทำลายมันลงกับมือ

“เค้กขอโทษ” เด็กสาวหันไปพูดบอกกับแทน

“ขอโทษเรื่องอะไร” แทนตอบโดยที่ยังไม่ละสายตาจากครูซ ดวงตาลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ

“เค้กเป็นคนบอกให้พี่ขิมมาเอง” เด็กสาวก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด แทนหันกลับมามองเด็กสาวข้างกาย เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างมากแต่ก็พยายามข่มไว้

“อย่าทำอีก...ผมไม่ใช่คนมีความอดทนสูง” แทนขบฟันแน่น เค้กพยักหน้ารับแล้วหันกลับไปมองพี่ชายตนอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้างร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นเขมิกาตบครูซอย่างแรงจนหน้าหัน เธอวิ่งร้องไห้ออกไปโดยที่ครูซยังยืนนิ่ง ไม่มีใครได้ยินว่าครูซพูดอะไรเธอจึงมีปฏิกิริยาแบบนั้นแต่คงเป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์ไม่น้อย

“ไปดูหนังกันเถอะ” ครูซเดินกลับมาหาทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มราวกับว่าไม่เคยเกิดเรื่องราวอะไรขึ้น เค้กกำลังจะก้าวไปหาพี่ชายแต่ถูกแทนที่ยืนอยู่ข้างกันเดินตัดหน้าไปคว้าร่างโปร่งกระชากเข้ามาหาตัวเสียก่อน

“โอ๊ย!” ครูซร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อแทนหยิบผ้าเช็ดหน้ามาถูปากบางอย่างแรงจนทำให้เลือดสีแดงสดไหลออกมามากกว่าเดิม

“ฮือ...พี่ครูซ” เค้กเห็นว่าพี่ชายเจ็บก็ร้องไห้จะเข้ามาช่วยแต่สายตาของครูซที่สั่งเตือนไว้ทำให้เธอได้เพียงแต่กัดมือห้ามเสียงสะอื้น

“อื้อ!!” ครูซตกใจเมื่ออยู่ๆ แทนก็ประกบปากจูบอย่างดูดดื่มต่อหน้าต่อตาน้องสาวตนที่เบิกตากว้างมองอยู่ ชายหนุ่มพยายามจะผลักออกแต่คนหน้านิ่งกลับกระชากผมให้เงยรับจูบต่อ แทนดูรุนแรงและไม่สนใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้ยืนอยู่ที่ไหน สอดลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดภายในโพรงปากอุ่น บดเบียดร่างกายเข้ามาใกล้  ดูดกลืนแบบไม่เว้นช่องให้ได้หายใจ ครูซพยายามดิ้นแต่ถูกฟันคมขบกัดริมฝีปากเป็นการเตือนว่าไม่ให้ขัดขืน ร่างโปร่งจึงทำได้เพียงยอมอ้าปากรองรับแรงอารมณ์ของอีกฝ่ายที่พุ่งขึ้นสูง

“จุ๊บ อืม~” แทนดูดกลีบปากเรียวเพื่อลิ้มรสชาติของเลือดสีแดงสดที่ไหลออกจากแผล ครูซรู้สึกเจ็บจนน้ำตาซึม คนที่จ้องดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอยู่จึงยกนิ้วขึ้นมาเกลี่ยหยดน้ำออกให้อย่างเบามือก่อนจับเอียงองศาหน้าเพื่อยึดครองลมหายใจ ฝ่ายเค้กที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ยืนจับรถเพื่อประคองตัวไว้ไม่ให้ไหลไปกับพื้นเนื่องจากอาการแขนขาอ่อนแรงอย่างกะทันหัน แม้แทนจะรุนแรงแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าพี่ชายไม่ได้โดนทำร้ายแต่กลับกำลังได้รับความทะนุถนอมจากอีกฝ่ายอยู่ สงสัยเธอคงจะเริ่มบ้าแน่ๆ ถึงมองเป็นแบบนั้นไปได้

“พี่ครูซ” เค้กเรียกพี่ชายทันทีเมื่อเห็นคนยกมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ ครูซรู้ว่าถึงจะดึงดันไปแทนก็ไม่สนใจอยู่ดีจึงผลักอีกฝ่ายติดกำแพงแล้วเอาตัวคร่อมไว้ไม่ให้ใครเห็นหน้าเจ้านายตน อย่างน้อยวิธีนี้ก็ช่วยให้ภาพของแทนไม่ไปโชว์หราอยู่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

เมื่ออารมณ์ที่รุ่มร้อนเริ่มเบาบางลง แทนจึงถอนริมฝีปากออก ฝังหน้าลงกับไหล่กว้างของครูซ มือขาวกำเสื้อของอีกฝ่ายแน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด สมองคิดหาเหตุผลของการกระทำจนตีกันวุ่นวายไปหมด แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจหาคำตอบได้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้แค่กับครูซเท่านั้น เขาหวง หวงจนแทบคลั่งเมื่อเห็นใครแตะต้อง เขาไม่อยากให้ใครได้สัมผัสอบอุ่นนี้ไป เขาอยากเก็บไว้คนเดียว ให้เขาเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ

“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” ครูซจูบขมับแทนแผ่วเบา สองมือโอบกอดอย่างปลอบโยน ไม่มีคำพูดกล่าวโทษหรือต่อว่ากับการกระทำแสนป่าเถื่อนเมื่อครู่เลยสักนิด เค้กมองครูซที่ลูบหลังเจ้านายหนุ่มด้วยความห่วงใยแล้วได้แต่ทำใจยอมรับความจริง เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เธอรับรู้ได้ในทันทีว่าคงจะไม่มีผู้หญิงคนไหนได้หัวใจพี่ชายเธอไปครองอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเขมิกาหรือแฟนคนแรกของครูซก็ตาม เพราะคนเหล่านั้นไม่เคยได้รับแววตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาเช่นนี้จากพี่ชายเธอเลยสักครั้ง

ไม่มีใครเลยสักคนที่จะทำให้พี่ครูซแสดงออกถึงความต้องการได้ขนาดนี้


TBC.


ความคิดเห็น