miyukao/mini/ชีวาพร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่4

คำค้น : บุปผาเคียงมังกร#บทที่ 4

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 มี.ค. 2561 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4
แบบอักษร

บทที่4

ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 3 แล้วที่รสสุคนธ์เข้ามาอยู่ในร่างของโจวอี้หรง ทุกวันทุกคืนที่ผ่านมารสสุคนธ์ยังคงแสร้งสติไม่สมประกอบเช่นเดิม  ขณะเดียวกันก็คิดหาวิธีรับมือกับองค์รัชทายาทรูปงามและองค์ชายสามจอมเจ้าเล่ห์ คนพวกนี้คิดจะใช้นางเป็นเครื่องมือในการไต่เต้าเข้าสู่บัลลังก์  พวกเขาล้วนไร้ซึ่งความจริงใจถึงแม้จะหน้าตาดีแต่นางก็ไม่ให้อภัยและไม่ยินยอมเป็นเครื่องมือโดยเด็ดขาด  แม้จะมีใจโอนเอนไปทางองค์รัชทายาทรูปงามอยู่บ้างก็ตาม

เข้าสู่คืนวันเพ็ญอีกครั้งหนึ่งขณะที่หญิงรับใช้รอบตัวของรสสุคนธ์กำลังหลับใหล  ร่างบอบบางค่อยๆก้าวลงจากเตียงแล้วแปลงร่างกายเป็นแมวย่องเบาค่อยๆย่องออกจากเรือนพักตรงไปที่เรือนของพี่ชายใหญ่ โจวอี้ถังกำลังตรวจเอกสารของกองทัพอย่างตั้งอกตั้งใจแต่สัญชาตญาณของผู้มีวรยุธจึงทำให้เขารับรู้ได้ถึงการมาเยือนของร่างบาง  โจวอี้หรงเดินวนไปมาหน้าห้องของพี่ชายใหญ่ไปมา  ในใจสับสนเริ่มไม่แน่ใจว่าการที่จะมาขอคำปรึกษาจากพี่ชายใหญ่ของนางนั้นเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่  แต่เอาเถิดสองหัวก็ดีกว่าหัวเดียวล่ะน่า  

โจวอี้หรงค่อยๆเปิดประตูเรือนพักของพี่ชายเข้าไปแล้วตรงเข้าไปที่ห้องทำงานของเขาอย่างชำนาญเส้นทาง  เพราะตอนที่เป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนนางสำรวจแทบจะทุกซอกทุกมุมของจวนนี้  โจวอี้ถังดวงตาเบิกกว้างเมื่อพบผู้มาเยือนในยามวิกาลแม้จะรับรู้ถึงการมาของผู้บุกรุก แต่ด้วยความลังเลอยู่หน้าเรือนทำให้เขามั่นใจว่าผู้มาเยือนคงไม่ใช่มือสังหารหรือผู้สอดแนมแต่อย่างใด แต่ถึงอย่างนั้นภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาตกใจเสียยิ่งกว่าเห็นมือสังหารเสียอีก มันจะเป็นไปได้อย่างไร

การที่น้องสาวผู้อ่อนแอจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ของเขาจะมายืนอยู่ตรงหน้าเขาโดยลำพังเช่นนี้ หรือนี่จะเป็นกลลวงของฝ่ายศัตรู  พวกนั้นอาจใช้ผงเปลี่ยนใบหน้าเพื่อปลอมเป็นน้องสาวของเขา

หึ....ช่างต่ำช้านักกล้าเอาน้องสาวเขามาล้อเล่นเห็นทีคนผู้นี้คงเบื่อที่จะหายใจแล้วใช่หรือไม่

โจวอี้หรงดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่ออยู่ดีๆพี่ชายเลือดร้อนของนางก็ลุกขึ้นและตรงเข้ามาประชิดตัวแบบที่นางมิทันแม้แต่จะตั้งตัวมือหนาก็บีบเข้าที่ลำคอเรียวเล็กนั้นเสียแล้ว

“ ใครเป็นคนส่งเจ้ามา“

โจวอี้หรงหายใจติดขัด พี่ชายนางถ้าจะเพี้ยนไปแล้วแน่นอน มีใครที่โดนบีบคอแล้วยังพูดได้กันบ้างเล่า มือบางตะกุยตะกายแกะมือหนา แต่ยิ่งพยายามแกะก็เหมือนกับว่าน้ำหนักมือของพี่ชายของนางจะเพิ่มน้ำหนักมากขึ้นราวกับคีมเหล็ก

 บ้าชะมัดนางไม่น่าไว้ใจพี่ชายเลือดร้อนคนนี้เลยจริงๆ

ลมหายใจของโจวอี้หรงเริ่มติดขัด

นี่อย่าบอกว่านางจะตายอีกรอบนะ ไม่นะ*!!!*

.ขณะที่โจวอี้หรงกำลังจะขาดใจนางก็พบว่าตนเองถูกคนตัวใหญ่โยนลอยละลิ่วไปจนกระทั่งชิดกับผนังด้านข้างริมโต๊ะน้ำชา โจวอี้หรงรู้สึกจุกไปทั้งร่างพี่ชายใหญ่ของนางนอกจะเลือดร้อนแล้วยังป่าเถื่อนอย่างที่นางคาดไว้ไม่มีผิด  แต่โจวอี้หรงร้ายดีอย่างไรนางก็เป็นน้องสาวเขานะจะอ่อนโยนหน่อยไม่ได้รึไงกัน

โจวอี้ถังมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อความหวาดระแวงฉายชั้นในดวงตาคมเข้ม โจวอี้หรงหายใจหอบพยายามสูดอากาศเข้าปอด ก่อนที่ค่อยๆตั้งสติแล้ววางแผนประจันหน้ากับคนเลือดร้อนตรงหน้า โชคดีที่โจวอี้หรงวางแผนเอาไว้แล้ว  

หึ หึ อย่างน้อยนางก็รอบคอบอยู่นิดนึงใช่ไหม

โจวอี้หรงค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นยกมือห้ามเมื่อเห็นพี่ชายสุดโหดกำลังทำท่าจะตรงเข้ามาหานางอีกครั้ง

"ขอเวลาหายใจแป๊ปนึง"

โจวอี้ถังมองท่าทางหายใจหอบของคนตรงหน้าแล้วได้แต่ขมวดคิ้วเข้ม  หากแต่เขาก็ยอมหยุดการจู่โจมไม่เข้าไปบีบคองามนั้นอีกครั้ง

"ท่านช่วยตั้งสติแล้วดูหน้าข้าดีๆ  ข้าคือน้องสาวของท่านจริงๆนะ"

ท่าทางห้าวๆคล้ายบุรุษมากกว่าสตรีในห้องหอช่างขัดกับรูปร่างบอบบางอ่อนโยนของนางยิ่งนัก โจวอี้หรงค่อยหันมาวางมาดคุณหนูผู้อ่อนโยน สลัดคราบรสสุคนธ์สาวห้าวของรุ่นทิ้งอย่างฉับพลัน แล้วค่อยๆอธิบายเรื่องราวช้าๆโดยยังรักษาระยะห่างระหว่างนางและพี่ชายผู้เลือดร้อนของนางเอาไว้พอสมควรอย่างน้อยก็เพื่อความปลอดภัยของชีวิตน้อยๆที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นได้เพียงไม่กี่วันนี้

"ข้าคือน้องสาวของท่านจริงๆนะ  มิใช่ศัตรูอย่างที่ท่านกำลังคิดหากท่านไม่เชื่อจะลองเข้ามาสัมผัสข้าใกล้ๆก็ย่อมได้"

โจวอี้ถังมองคนตรงหน้าอย่างลังเล  มุมปากยกยิ้มอย่างเหยียดหยัน โจวอี้หรงถอนหายใจยาวยกมือขึ้นกอดอกลืมมาดคุณหนูที่นางควรรักษาไปจนหมด

"ไม่เชื่อก็ตามใจ  ข้าอุส่าห์พยายามอย่างมากในการปลดผลึกความรู้สึกตนเอง ท่านรู้หรือไม่ข้าทรมานแค่ไหนเวลาที่เห็นท่านพ่อ ท่านแม่ แล้วก็ท่านกับพี่รองอยู่ใกล้ๆ  ข้าไม่สามารถแม้แต่จะยิ้ม ไม่สามารถโอบกอด  ไม่สามารถปลอบโยนเวลาที่พวกท่านเหนื่อยล้า"

โจวอี้หรงหันหลังให้พี่ชายของตนมือบางหยิกเข้าที่พุงตนเองจนน้ำตาซึม จากนั้นปั้นเสียงและใบหน้าคล้ายพยายามห้ามมิให้ตนเองร้องไห้  ให้มันรู้ไปว่าหญิงสาวยุคศตวรรษที่21 อย่างนางจะตบตาคนโบราณพวกนี้ไม่ได้  โจวอี้ถังจับไหล่บางหันมาสบตา ดวงตาหวานเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา  สายตามองต่ำพยายามกลั้นสะอื้น

โจวอี้ถังค่อยๆเดินมาประชิดร่างบอบบางที่ดูคล้ายจะร่ำไห้ มือหนาลูบใบหน้างามคล้ายปลอบโยน  หากนางใช้ผงแปลงโฉมแม้จะผลิตโดยหัวหน้าหมอหลวง ผู้เป็นหนึ่งในการปรุงโอสถต่างๆแต่ก็ไม่สามารถจะผลิตผงแปลงโฉมที่มีฤทธิ์นานเกิน2ก้านธูปได้แน่นอน(ประมาณครึ่งชั่วโมง)   ฉะนั้นวิธีการเดียวที่คนตรงหน้าจะแปลงโฉมเป็นน้องสาวเขาได้ก็คือหน้ากากหนังมนุษย์   แม้ท่าทีที่แสดงออกจะคล้ายปลอบโยนน้องสาวแต่แท้จริงโจวอี้หรงกำลังหารอยต่อของหน้ากากหนังมนุษย์

"ท่านยังไม่ไว้ใจข้า  เช่นนั้นข้าจะพิสูจน์ให้ดู"

ร่างบางหันไปที่โต๊ะน้ำชาที่นอกจากจะมีชุดน้ำชาราคาแพงยังมีอ่างทองใส่น้ำไว้สำหรับล้างหน้าล้างตาอีกด้วย  มือบางวักน้ำล้างหน้าจรดคอ  เป็นที่รู้กันว่าหากสวมหน้ากากหนังมนุษย์สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือน้ำ เพราะหากหน้ากากหนังมนุษย์โดนน้ำจะหลุดลอกออกในทันที  การกระทำของคนตรงหน้าทำให้โจวอี้ถังตาโต แสดงว่านางคือโจวอี้หรงน้องสาวของเขาจริงๆหรือนี่  จะเป็นไปได้อย่างไรกัน เกือบสิบห้าปีที่ผ่านมานี้น้องสาวผู้อ่อนแอของเขา ที่ไม่สามารถแม้แต่จะแสดงสีหน้าหรือพูดจาได้  อย่าว่าแต่คำพูดหรือแสดงสีหน้าเลยแม้แต่การก้าวย่างสู่เบื้องหน้าเพียงลำพังโดยไม่มีใครคอยนำทางนางก็ไม่สามารถกระทำได้  แล้วคนตรงหน้านี้บอกกับเขาว่านางคือน้องสาวของเขาผู้นั้นจะให้เขาเชื่อง่ายๆได้อย่างไรกัน  แต่ถึงอย่างไรตอนนี้นางก็ได้พิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่านางคือน้องสาวของเขาจริงอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง  

"ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่"

โจวอี้หรงอยากจะกระโดดตบหน้าคนตรงหน้านี่เสียจริง นางทำขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่ออีกก็สุดจะอธิบายจริงๆ  แม้ลึกในใจจะคิดทำร้ายคนตรงหน้าแค่ไหนแต่โจวอี้หรงก็แสดงเพียงพยักหน้าแล้วยิ้มอ่อนโยนเพื่อยืนยัน

หลังจากที่ใช้เวลาในเป็นเกือบชั่วยามในการพูดให้พี่ชายคนโตหัวแข็งยอมเชื่อในสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้  รสสุคนธ์ที่ตอนนี้ผสานกลายเป็นหนึ่งเดียวกับร่างของโจวอี้หรงถึงกับนั่งลงที่โต๊ะด้านข้างยกน้ำชาที่เย็นชืดแล้วขึ้นดื่มเพื่อดับกระหายการกระทำที่มิค่อยจะสมกับสตรีในตระกลูขุนนางของน้องสาวทำให้รองแม่ทัพโจวถึงกับถอนหายใจยาว

สรุปว่าตอนนี้เขากำลังได้น้องสาวหรือว่าน้องชายกันแน่

ขณะที่กำลังหนักใจเรื่องกิริยามารยาทของน้องสาว อยู่ดีๆประตูห้องของเขาก็เปิดออกอย่างเร็วจนคนในห้องมิทันตั้งตัว โจวอี้หรงรีบกลืนน้ำลงคอแล้วปรับสีหน้าให้อยู่ในสภาวะไร้อารมณ์ดังเดิม  ก่อนที่จะแอบถอนหายใจยาวเมื่อพบว่าคนที่เข้ามาแบบกระทันหันนั้นคือพี่ชายคนรองของเธอเอง โจวอี้ซวนเดินเข้ามาในห้องทำงานของพี่ชาย สายตาอ่อนโยนทอดมองมาที่น้องคนเล็ก โจวอี้หรงยังคงแสร้งทำหน้าตาเหม่อลอยคล้ายไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ หากแต่สายตาของพี่ชายคนรองกลับส่อแววสงสัยในที โดยปกติน้องสาวของเขาไปไหนมาไหนต้องมีสาวใช้ตามติดอย่างน้อยสองคน แล้วเหตุใดคราวนี้กลับมีนางเพียงลำพัง โจวอี้ถังถอยหายใจยาวมองสายตาสงสัยของน้องชายอย่างเข้าใจ  

“บอกความจริงเขาเถิด เขาเองก็เป็นพี่ชายของเจ้านะ  แต่อย่าจู่โจมแบบคราวของข้าล่ะ“

คำพูดของโจวอี้ถังทำให้โจวอี้ซวนขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ความจริงเรื่องใดกัน ที่บอกว่าเขาก็เป็นพี่ชายอีกคนนี่หมายความว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับน้องสาวคนเล็กเป็นแน่

“พี่รอง“

โจวอี้หรงค่อยๆเอ่ยบอกพี่ชายคนรองด้วยน้ำเสียงและท่าทางอ่อนโยน นางคิดว่านี่นางใช้วิธีแบบค่อยๆช้าๆแล้ว แต่คาดไม่ถึงว่าทันทีที่ได้ยินเสียงของนางพี่ชายคนรองของนางก็ถึงกับล้มทั้งยืนโชคดีที่โจวอี้ถังไหวตัวเข้ามารับน้องชายเขาเอาไว้ทัน  มิเช่นนั้นคงได้ตามหมอกันกลางดึกเป็นแน่

"ข้ามิใช่พึ่งบอกให้เจ้าค่อยๆบอกเขาหรือ"

"ข้าก็ค่อยๆแล้วไง"

โจวอี้หรงจำได้ว่าเมื่อครู่นางพูดเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุดแล้ว  โจวอี้ถังได้แต่ถอนหายใจยาว

"ข้าหมายถึงให้ค่อยๆแสดงตน แต่เจ้าเล่นพูดออกมาเลย  อาซวนจะไปรับได้อย่างไรกัน  หากเขาตื่นขึ้นมาเจ้าก็นั่งเฉยๆแล้วกัน ข้าจะบอกเขาเอง"

โจวอี้หรงได้แต่ยิ้มกว้าง  ใครจะคิดว่าพี่รองของนางจะบอบบางเช่นนี้เล่า ทีพี่ใหญ่เห็นนางครั้งแรกยังตรงเข้ามาบีบคอนางเกือบตายคิดแล้วก็เจ็บคอขึ้นมาในทันที

ไม่นานโจวอี้ซวนก็ตื่นขึ้น โจวอี้หรงนั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาปั้น โจวอี้ซวนลุกขึ้นดวงตาหวานเบิกกว้างเมื่อเห็นโจวอี้หรง  ก่อนลุกไปหาโจวอี้ถังผู้เป็นพี่ชายคนโต

"พี่ใหญ่ เมื่อครู่ข้า...ข้าเห็น...เห็นนางพูดได้"

โจวอี้ถังนั่งนิ่งไม่ตอบอะไร  มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยโจวอี้ซวยกำชายสาบเสื้อพี่ชายแน่น หรือว่าเมื่อครู่เขาจะตาฟาด

หูฟาด  เป็นไปไม่ได้จากสีหน้าของโจวอี้ถังบ่งบอกได้ว่าเรื่องที่เขาตื่นตกใจเมื่อครู่จะต้องเป็นความจริงแน่ๆ

"พี่ใหญ่"

"นางปลดผนึกความรู้สึกได้แล้ว" "หมาย...หมายความว่านาง...นาง...นางปกติแล้วใช่หรือไม่"

โจวอี้ถังไม่ได้พูดอะไรทำเพียงพยักหน้าแล้วยกยิ้มบางๆ โจวอี้ซวนมองไปที่น้องสาวคนเล็กนางค่อยๆยิ้มหวานให้เขา  

อ่า...เขาเคยคิดว่ารอยยิ้มของเขางดงามที่สุดบัดนี้มีคนที่ทำให้รอยยิ้มของเขาจืดชืดได้แล้ว  ใบหน้าของนางก่อนหน้านี้เขาก็ว่างดงามเป็นหนึ่งแล้ว  บัดนี้เมื่อนางยิ้มแม้เทพเซียนบนสวรรค์ก็มิอาจนำมาเปรียบกับนางได้

"เจ้า...เจ้าพูดได้หรือไม่"

"พี่รอง"

อ่า...นาง..นางพูดได้จริงๆด้วย  นางพูดได้แล้วและยังเรียกเขาว่าพี่รองอีกด้วย  เสียงของนางอ่อนโยนและสดใสเสียจนเขาแทบจะละลายเพียงนางเอ่ยปากเรียกเขาอย่างอ่อนโยน

"เจ้า..เจ้าพูดได้   แล้ว...แล้วเจ้าเดินได้หรือไม่   วิ่งล่ะ...เจ้าวิ่งได้หรือเปล่า  กิน...กินข้าวเอง    แต่งตัวเองอาบน้ำเอง ท...."

"อาซวน   นางทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ" โจวอี้ถังเอ่ยตัดอย่างรำคราญ ปกติน้องรองของเขาค่อยข้างสุขุม อ่อนโยน  หากแต่ถ้าเป็นเรื่องของโจวอี้หรงหรือคนในครอบครัวน้องชายผู้นี้มักจะสูญเสียการควบคุมตนเองเสมอ   โจวอี้ถังหันไปมองน้องชายที่บัดนี้จับน้องเล็กของเขาหมุนซ้ายหมุนขวา ให้นางยกแขนเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งจนโจวอี้หรงส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาทางเขา โจวอี้ถังยิ้มอ่อนโยน

"อาซวนหากเจ้ายังจับนางโยกเป็นตุ๊กตาแบบนั้น  อีกหน่อยนางคงกลับไปเป็นเช่นเดิม"

"จริงหรือพี่ใหญ่"

โจวอี้ซวนถอยออกห่างน้องสาวคนเล็กจนสองพี่น้องพากันยิ้มกว้าง  เมื่อรู้ตัวว่าโดนพี่ใหญ่ล้อเลียนใบหน้าหวานของแพทย์หลวงถึงกับบึ้งตึง  เขาปล่อยน้องสาวคนเล็กให้นั่งลงที่เก้าอี้ริมโต๊ะน้ำชาอีกครั้งส่วนตัวเองย้ายมานั่งที่เก้าอี้ด้านข้างสายตาทอดมองใบหน้าหวานของโจวอี้หรงจนนางเริ่มร้อนๆหนาวๆอย่างไรชอบกล

"พี่รองท่านช่วยทำตัวปกติแบบที่เคยทำกับข้าได้หรือไม่" "น้องเล็กเจ้างดงามยิ่งนัก"

"อาซวน.."

เสียงปรามของพี่ใหญ่ทำให้เขาถอนสายตาจากน้องสาว  คิดว่าเขาไม่รู้หรือไรว่าพี่ใหญ่ของเขาก็หลงน้องเล็กไม่แพ้เขาหากแต่แสร้งวางท่าเสียมากกว่า

"เวลานี้สิ่งที่สำคัญคือหากข่าวว่าน้องเล็กหายเป็นปกติแล้ว   เอ่อ...ข้าไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้เจ้าผิดปกตินะหรงเอ๋อร์"

"ข้าไม่ได้ว่าอะไรท่านเสียหน่อย" อ่า...ชีวิตในอนาคตของนางต้องแย่ๆแน่ๆ  ดูท่าพี่ชายรูปงามทั้งสองของนางจะรักแล้วก็หวงน้องสาวไม่เบา

"หากข่าวนี้หลุดออกไปจะต้องมีเรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"

สามพี่น้องต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง  โจวอี้หรงนั่งกอดอกใช้ความคิดทบทวน  จะทำเช่นไรพวกผู้ชายสังคมโบราณนี่ถึงจะเลิกยุ่งกับนางกัน  ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว

"จะให้คนพวกนั้นเลิกยุ่งกับน้องเล็กคงยาก พวกนี้เกาะติดเสียยิ่งกว่าปลิงเสียอีก คงต้องหนีไปบวชถึงจะเลิกตอแย"

โจวอี้ซวนเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด  คนพวกนั้นน่ารำคราญยิ่งนักคิดจะแย่งน้องเล็กของเขาไปข้ามศพเขาก่อนเสียเถอะ

"บวชอย่างนั้นหรือ เป็นความคิดที่ดี" "จะบ้าหรือพี่ใหญ่  ท่านจะให้น้องเล็กออกบวชอย่างนั้นหรือข้าไม่ยอมนะ"

"อาซวนใจเย็นๆก่อน ข้าหมายถึงให้นางไปอยู่ที่วัดเพื่อหลบคนพวกนี้สักพัก  ขณะเดียวกันก็ให้นางได้ถือโอกาสนี้ฝึกต้นเพื่อค้นหาพรสวรรค์ของนาง"

โจวอี้หรงพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของโจวอี้ถัง ไม่เสียแรงที่มาขอความช่วยเหลือจากเขา แม้จะเกือบตายเพราะเขาอีกรอบก็ตาม

……………………………………………………….....................................................…………………………………………………………………………

ในเวป DD  เขาตั้งฉายาให้สองพี่ชายสกุลโจวนี้ว่าเป็นพวก ซิสคอน(SISCON : sister complex)

ทาง TWL มีฉายาให้เฮียทั้งสองว่าอย่างไรกันบ้างจ้ะ

ส่วนไรท์นี่ขอเรียกว่า Husband​  555



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น