only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

special NC “อยากได้ยินว่ารักกัน” : THAY

ชื่อตอน : special NC “อยากได้ยินว่ารักกัน” : THAY

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 13:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
special NC “อยากได้ยินว่ารักกัน” : THAY
แบบอักษร

ปั้ง!!



“โอ๊ย! กันเจ็บนะ...อื้อ”



ประตูห้องปิดลงพร้อมกับร่างเล็กที่ถูกกดกระแทกเข้ากับประตูบานนั้น เตรียมตัวหันไปเหวี่ยงใส่คนตรงหน้าเต็มที่แต่คนพูดทั้งหมดกลับถูกอีกคนดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น แขนเล็กพยายามดันอกกว้างทั้งที่รู้ดีว่ายังไงก็ไม่สามารถสู้แรงคนตัวโตตรงหน้าได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะเวลาที่กำลังโมโหแบบนี้



ปากแดงอิ่มถูกดูดดึงสลับกับขบกัดแรงๆจนต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ไม่นานก็ได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปากอย่างที่คิดเอาไว้ แต่นั่นไม่ไดัทำให้คนตรงหน้าหยุดจูบจาบจ้วงรุนแรงนี้แต่อย่างใด กันพยายามหลบเลี่ยงใบหน้าด้วยไม่อยากรับจูบแสนหยาบโลนของคนตรงหน้าในเวลานี้ แต่กลับต้องยอมให้อีกคนได้ทำตามใจเมื่อฝ่ามือใหญ่สอดขยุ้มกลุ่มผมแล้วตรึงใบหน้าหวานบังคับให้อีกคนยอมรับจูบที่ตนมอบให้แต่โดยดี



ปลายลิ้นร้อนสอดเข้ามาในโพรงปากอุ่นชื้นของคนใต้ร่าง แน่นอนว่าคนตัวเล็กไม่มีหนทางที่จะขัดขืน แต่ก็ไม่ให้ความร่วมมือแต่อย่างใด ลิ้นเล็กยังคงนิ่ง ปล่อยให้อีกคนดูดดึงเกี่ยวพันได้ตามใจ แต่ก็ไม่ตอบสนอง และแน่นอนว่ามันสร้างความหงุดหงิดให้อีกคนมากขึ้นไปอีก



“จูบตอบกู!!”



“ไม่ กันไม่เต็มใจ”



“หึ ถ้าเป็นไอ้นีโออะไรนั่นคงยอมมันง่ายๆเลยสิ”



“เออ กันจะยอมเค้าง่ายๆเลย ทำไม! หึงกันรึไง”



“อย่ามาล้อเล่นกับกูตอนนี้นะกัน”



“ถ้าไม่ได้หึงก็บอกมาดิวะว่าพี่แม่งเป็นบ้าอะไร พี่ไล่กันไปให้ไกล กันก็ไปแล้วนี่ไง ไปอยู่ในที่ของกัน ไปมีชีวิตในแบบของกัน แล้ววันนี้เกิดบ้าอะไรขึ้นมาวะ อยู่ๆก็ลืมคำพูดตัวเองงี้หรอ”



“...”



“ไม่เป็นไรเว้ย ถ้าพี่ลืม กันจะทวนให้”



“...”



“พี่บอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน...ไม่สิ พี่บอกว่าเรา ไม่เคยเป็นอะไรกันเลย!”



คำพูดยาวๆผ่านเสียงตะโกนที่แสนสั่นเครือของคนตรงหน้าทำให้ออฟนิ่งไป จ้องมองดวงตากลมใสที่มองหน้าเขาอย่างเอาเรื่องทั้งที่มีน้ำตาคลอเบ้า และไม่นานมันก็ค่อยๆไหลออกมาโดยที่เจ้าของดวงตาสวยคู่นั้นไม่สนใจแม้แต่จะเช็ดมันออกไปด้วยซ้ำ



“ตอบกันสิวะ ตอบกูมาสิป่าปี๊ ว่ามึงเป็นบ้าอะไร มึงทำแบบนี้ทำไม พูดสิ ฮึก เงียบทำไมวะ!!”



สองแขนทุบอกแกร่งด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่พอมีเหลือ ขณะที่กายสูงก็ยอมให้กำปั้นหนักๆทุบลงบนอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะรวบเอาร่างตรงหน้าเข้ามากอดสองแขนเล็กจึงไม่สามารถทำร้ายร่างกายเขาได้อีก และยังคงกอดไว้แบบนั้นจนแรงสะอื้นเบาลงโดยปราศจากคำพูดใดๆ



“ปล่อยกัน ตอบไม่ได้ก็ไม่ต้องมากอด ไม่ต้องมายุ่งกับกันเลย”



เสียงอู้อี้กับแรงผลักเบาๆทำให้ออฟหลุดยิ้ม



“อยากรู้คำตอบมากป่ะ”



“ก็เออดิวะ ถามจนปากจะฉีกถึงหูอยู่แล้...เฮ้ย”



อีกครั้งที่กายเล็กถลาตามแรงกระชากของคนตรงหน้า สองเท้าจำเป็นต้องก้าวเร็วๆตามพี่ไม่งั้นคงได้ล้มแล้วโดนมันลากไปตามพื้นจริงๆ



“อะไรของมึงเนี่ยป่าปี๊”



“อยากรู้ก็ไปฟังบนเตียง”



“ห้ะ”



ยังไม่ทันได้เข้าใจทุกอย่างดี ร่างกายก็โดนเหวี่ยงขึ้นไปบนเตียงนอนหลังกว้างของเจ้าของห้อง ตามมาด้วยร่างสูงของเจ้าตัวที่ขึ้นมาคร่อมทับโดยไม่ปล่อยให้คนใต้ร่างมีโอกาสแม้แต่จะพลิกตัวนอนหงาย ปลายจมูกโด่งกดฝังลงบนหลังคอขาวก่อนจะซุกไซร้ไปมาโดยที่กันไม่สามารถขัดขืนใดๆได้เลย



“ป่าปี๊หยุด อื้อ...ไม่เอานะ...อย่ากัด อ๊ะ”



ร่างเล็กฝังหน้าลงกับหมอนใบนุ่ม เมื่อรับรู้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่กำลังปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกงยีนส์ตัวเก่งของตนให้คลายออก ก่อนที่ฝ่ามือข้างนั้นจะค่อยๆสอดล้วงเข้ามาสัมผัสเนินสะโพกอวบอิ่มพลางบีบเค้นจนขึ้นสีแดงปื้นเป็นรอยมืออย่างชัดเจน



มือเล็กส่งมาจับข้อมืออีกคนที่ผลุบหายเข้าไปในอาภรณ์ส่วนล่าง กันบีบข้อมือพี่แน่นเป็นเชิงห้ามเมื่อปลายนิ้วแทรกเข้าสัมผัสกับช่องทางที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมันมาก่อน ใบหน้าหวานส่ายหน้าไปมากับหมอนส่งเสียงร้องท้วงอู้อี้ฟังไม่เป็นภาษาแต่ก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนใจร้ายด้านหลังอยู่ดี



“ป่าปี๊ ไม่เอาแล้ว ฮึก ไม่เอา…”



กายเล็กสั่นเทาไม่รู้เพราะความกลัวหรือแรงสะอื้น เสื้อยืดตัวโคร่งร่นขึ้นไปกองอยู่กลางแผ่นหลัง รวมถึงกางเกงยีนส์ที่ถูกดันลงเกาะขอบสะโพกอยู่อย่างหมิ่นเหม่ อวดเนินเนื้อขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงปื้นจากน้ำมือของเขาเอง



“ยังอยากได้คำตอบอยู่มั้ย”



“ไม่! กันเกลียดป่าปี๊ ฮึก เกลียด”



“มึงยั่วกูเองไม่ใช่หรอกัน ทำไมกูจะดูไม่ออกว่าที่มึงไปเต้น ไปยั่วไอ้เหี้ยนั่นเพราะมึงต้องการยั่วโมโหกู มึงต้องการให้กูทำแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่รึไง”



เพี้ยะ!



ใบหน้าคมสะบัดตามแรงปะทะของฝ่ามือ ร่างเล็กเผลอสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่เมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ขยับกายร่นตัวเข้าชิดหัวเตียงทันทีเมื่อดวงตาวาวโรจน์ตวัดกลับมาจ้องมอง เวลานี้กันไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคนตรงหน้า ไม่กล้าคิดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปด้วยซ้ำ



“โอ๊ย”



ข้อเท้าเล็กถูกกระชากรุนแรงจนทั้งกายต้องลมตัวลงนอนบนเตียงกว้างอีกครั้ง อยากขยับหนีแต่ก็โดนวงแขนแกร่งคร่อมกักบริเวณเอาไว้ ทั้งกายจึงตกอยู่ภายใต้อาณัติของคนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์



“กะ..กันขอโทษ กันไม่ได้ตั้งใจ”



ทำใจกล้าช้อนตามองคนตัวโตในระยะที่ห่างกันเพียงหนึ่งลมหายใจ แต่ก็ต้องหลบวูบเมื่อพบวาสายตาเหวี่ยงๆนั้นกำลังมองตนอยู่ก่อนแล้ว



“มึงรู้มั้ย มันไม่มีประโยชน์อะไรที่มึงจะมาขอโทษกูตอนนี้หรอกนะ”



“อื้อออ”



ริมฝีปากถูกฉกฉวยรุนแรงอีกครั้ง ขณะที่มือหนากระชากอาภรณ์ส่วนล่างออกไปจนหมดไม่สนใจเสียงร้องท้วงของคนใต้ร่างเลยแม้แต่น้อย ความเย็นวูบเข้าสัมผัสผิวเนื้อจนต้องหนีบขาเข้าหากัน แต่กลับโดนอีกคนจับไว้แล้วอ้ามันออกกว้างอีกครั้ง ก่อนจะแทรกกายของตัวเองเข้ามาแทน



“ป่าปี๊ไม่เอาแบบนี้ กันขอโทษ...พี่ออฟ อ๊ะ”



เสียงใสหวีดครางอีกครั้งเมื่อปลายลิ้นร้อนแลบเลียลงบนยอดอกผ่านเสื้อยืดตัวบาง ความเปียกชื้นมาพร้อมกับความเสียวกระสันไปทั่วทั้งกาย ความหยาบของเนื้อผ้าเสียดสีไปมาจนยอดอกแข็งชูชันสู้ลิ้นของอีกคน ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปในเสื้อเพื่อใช้ปลายนิ้วสะกิดหยอกล้อกับยอดอกอีกข้างให้เสียวซ่านไม่แพ้กัน



“อะ..อ๊า..ป่าปี๊...อย่าเลีย อื้ออ…



เสื้อตัวเก่งถูกร่นขึ้นจนมากองอยู่บนแผ่นอกในที่สุด ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้กดจูบไปทั่วเรือนกายหอมหวานตรงหน้า ไม่ลืมที่จะสร้างรอยรักกระจายไปทั่วทั้งตัวอย่างหวงแหน


ริมฝีปากหนาพรมจูบไล่ลงมาจนถึงส่วนกลางกาย ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงซ่านเมื่อลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกับส่วนอ่อนไหนของตน ออฟยกยิ้มร้ายก่อนจะละส่วนนั้นไปพรมจูบซอกขาด้านในราวกับต้องการแกล้งให้อีกคนขาดใจเสียอย่างนั้น



“ไง อยากให้กูช่วยอะไรมั้ย”



“มะ...อึก...ไม่ต้อง”



“ดี เพราะกูอยากให้มึงช่วยอะไรหน่อย”



กางเกงยีนส์ตัวใหญ่ถูกปลดออกต่อหน้า กันเสใบหน้าหลบวูบเมื่อส่วนกลางกายของอีกคนปรากฏแก่สายตา ออฟขยับขึ้นคร่อมแผ่นอกบางก่อนจะรูดรั้งความต้องการของตนให้แข็งตัวเต็มที่ แล้วจึงป้อนเข้าโพรงปากอิ่มที่จำต้องรับเค้าคับแน่นนั้นเข้าไปอย่างไรหนทางขัดขืน



“อึก..อือ..อื้ออ”



ออฟจ้องมองดวงตาวาวใสที่มีหยาดน้ำเอ่อคลออยู่เต็มหน่วยตา ความอุ่นชื้นที่รัดรึงส่วนกลางกายของเขาขยับเข้าออกเป็นจังหวะทำให้ร่างสูงส่งเสียงครางต่ำออกมาได้ไม่ยาก จังหวะกระแทกเข้าออกยิ่งลึกและเร็วขึ้นตามแรงอารมจนคนใต้ร่างต้องส่งฝ่ามือขึ้นมาช่วยรูดรั้งด้วยไม่สามารถใช้โพรงปากรองรับความยาวทั้งหมดนั้นเอาไว้ได้ ออฟตัดสินใจพลิกตัวเองลงนั่งพิงหัวเตียงแล้วจับคนใต้ร่างให้ขึ้นมาอยู่ด้านบนแทน มือหนาสอดขยุ้มกลุ่มผมดกดำที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะที่เขาชี้นำ



“ซี๊ดดด กัน อืมม อีกนิด เร็วอีก อาา”



ดวงตากลมปิดลงพร้อมกับก้มลงทำให้พี่อย่างยอมจำนนท์ ปากอวบอิ่มเกร็งรัดแท่งร้อนจนอีกคนครางหนักๆออกมาอีกครั้ง และไม่นานความอุ่นร้อนก็ฉีดพุ่งเข้าลำคอโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นเหตุให้คนตัวเล็กไอสำลักออกมาทันทีที่ความคับแน่นถอดถอนออกจากโพรงปาก



“สอนกี่ครั้งแล้วว่าให้ปิดคอๆ”



“ก็กันทำไม่เป็นนี่!”



ตาใสมองค้อนคนใจร้ายที่ทำให้ตัวเองสำลักจนหน้าดำหน้าแดงแล้วยังจะมาตอกย้ำ แต่ซักพักก็ต้องร้องเหวอเมื่อร่างกายถูกอีกคนผลักลงบนเตียงอีกครั้ง



“เอาแค่นี้ได้มั้ยป่าปี๊ คือ กันยังไม่พร้อม”



“กูกำลังจะตอบคำถามของมึงอยู่นี่ไง”



“กะ..กันไม่อยากรู้แล้ว”



คำขอร้องที่ดูเหมือนจะส่งไปไม่ถึงคนที่กำลังก้มลงซุกไซร้ลำคอของตนอีกครั้ง ร่างเล็กหลับตาปี๋เมื่อปลายลิ้นชื้นลากไล้มายังใบหู ขาสองข้างถูกอีกคนแยกออกกว้างอย่างน่าอาย



“แต่กูอยากตอบแล้วว่ะ”



ลมหายใจสะดุดเมื่อรับรู้ถึงปลายนิ้วของอีกคนที่กำลังกดย้ำๆอยู่ตรงช่องทางที่ปิดสนิทของตน กันส่งมือไปรั้งข้อมืออีกคนไว้อีกครั้งแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่เป็นผล เมื่อปลายนิ้วค่อยๆสอดแทรกเข้ามาช้าๆพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน



ไม่มีเสียงร้องหลุดออกมาจากปากร่างเล็กเลยในเวลานี้ พึ่งเคยสัมผัสคำว่าเจ็บจนร้องไม่ออกว่ามันเป็นยังไงก็วันนี้เลยจริงๆ ปากอิ่มขบเม้มเข้าหากัน น้ำตาเม็ดโตไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ มันทั้งเจ็บ ทั้งจุก แต่ก็เสียวซ่านในยามที่อีกคนขยับเข้าออกช้าๆ



เสียงหอบครางปนสะอื้นดังสะท้อนไปทั่วเมื่อนิ้วเรียวยาวทั้งสามนิ้วสอดใส่เข้าออกเป็นจังหวะหนักเบาสลับกันไป ยอดอกชื้นแฉะชูชันรับเรียวลิ้นร้อนของคนบนร่าง สองแขนโอบรัดแผ่นหลังเปลือยเปล่าของพี่ไว้แน่น ในยามนี้กันไม่เหลือสติมากพอให้ขัดขืนคนตรงหน้าอีกต่อไป



“ป่าปี๊ อึก ป่าปี๊ ...เร็วอีก อ๊ะ”



ดวงหน้าหวานนิ่วหน้าขัดใจเมื่อความวูบโหวงเข้าแทนที่ยามที่อีกคนถอดถอนปลายนิ้วทั้งหมดออก ปล่อยให้อีกคนนอนน้ำตาคลอกับอารมที่พุ่งสูงของตน



“กูไม่ไหวแล้วว่ะ สดเลยนะ”



“อ๊ะ เดี๋ยว...ป่าปี๊ อื้ออ ช้าๆ กันเจ็บ”



เสียงร้องห้ามพร้อมกับฝ่ามือบางที่ดันหน้าท้องของอีกคนที่อยู่ๆก็ขยับรูดรั้งแท่งร้อนของตนสองสามครั้งแล้วสอดใส่เข้าสู่ช่องทางอุ่นร้อนที่บีบรัดตัวรุนแรงขึ้นเมื่อต้องรองรับสิ่งที่ใหญ่กว่า



ครืดด



โทรศัพท์เครื่องบางบนหัวเตียงสั่นครืนในเวลาเกือบเช้าแบบนี้เรียกความสนใจจากคนตัวสูงได้ไม่น้อย ด้วยอยากรู้ว่าใครกันที่ส่งข้อความมาหาคนตัวเล็กของเขาในเวลานี้ ร่างสูงหยุดทุกการกระทำแล้วจ้องมองข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอด้วยสีหน้าที่ค่อยๆเปลี่ยนไปจนกันได้แต่กลืนน้ำลายก้อนเหนียวๆลงคอ ด้วยพอที่จะคาดเดาได้ว่าใครคือคนที่ไลน์หาตนในเวลาแบบนี้



Paloyh : กูกลับถึงห้องแล้วนะ


Paloyh : ไม่ต้องตอบกูหรอกกูรู้มึงไม่น่าจะว่าง

         *คิคิคิ*


Paloyh : แต่อย่าหนักเกินไปนะจ๊ะ พน.มีนัดกับกิ๊ก

        *เด็กของมึงนะ อย่าลืม เดี๋ยวเดินไม่ไหว*


Paloyh : have fun ka friend~


...funพ่อมึงสิไอ้เพื่อนเวร กูเนี่ยแหละจะโดนฟันเพราะมึง ฮือ



กันเอียงตัวอ่านข้อความจากมือถือตัวเองที่ตกอยู่ข้างหมอน ก่อนจะย้ายมาสบสายตานิ่งสนิทของคนบนร่าง น้ำลายเหนียวๆถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก มือเล็กๆถูกส่งออกไปลูบแขนพี่ขึ้นลงหวังให้มันช่วยทำให้อารมของอีกคนเย็นลงอีกสักนิดก็ยังดี



...ชิบหายแล้วไอ้กันเอ้ย



“พรุ่งนี้นัดกับใคร”



เสียงเย็นถูกส่งออกมาไม่ได้เข้ากับสถานการณ์ล่อแหลมนี้เลยซักนิด กันขยับตัวขึ้นชิดหัวเตียงอีกครั้งแต่ไมากล้าที่จะตอบอะไรออกไป



“กูถาม!”



“นะ...นีโอ”



กายเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่ออีกคนตะคอกใส่พร้อมกับฝ่ามือหนาที่ส่งมาบีบปลายคางมนไว้เมื่ออีกคนไม่ยอมตอบออกมา



“ไปไหน”



“ไปดูบาส น้องมันแข่งบาส กะ...ก็เลยชวนกันไปดู”



“หึ”



มือหนาปล่อยใบหน้าหวานให้เป็นอิสระ คนตัวเล็กถึงกับออกอาการงงเล็กน้อยที่คนตรงหน้ายอมปล่อยตนง่ายๆ แต่ก็ยังทำตัวไม่ถูกกับอาการโมโหแล้วนิ่งของอีกคน



“เอ่อ...ป่าปี๊ไม่ห้ามหรอ”



“ตอนนี้ห้ามไม่ได้หรอก กูยังไม่มีสิทธิ์”



“เออ ก็จริง”



“แต่กูกำลังจะสร้างสิทธิ์ให้ตัวเองตอนนี้แหละ”



“อ๊ะ..เดี๋ยว ป่าปี๊...”



ร่างเล็กถูกกดลงบนเตียงอีกครั้งโดยไม่มันตั้งตัว หมอนใบใหญ่ถูกนำมาใช้เพื่อรองสะโพกบางให้ลอยสูง ขาสองข้างถูกอีกคนยกขึ้นพาดบ่าแกร่ง ก่อนที่ความคับแน่นจะค่อยๆแทรกสอดเข้ามาภายในกายโดยที่กันไม่ทันแม้แต่จะร้องห้ามด้วยซ้ำ



“โอ๊ย อื้ออ ป่าปี๊ช้าๆ กันเจ็บ อ๊าา”



ความเจ็บแปลบแล่นปลาบไปทั่วทั้งกายเมื่ออีกคนสอดความคับแน่นเข้ามาจนสุดความยาวในครั้งเดียว กันรับรู้ได้ถึงการฉีกขาดของช่องทางที่ยังคงรัดรึงสิ่งแปลกปลอมนั้นรัวเร็วและรุนแรง จนอีกคนถึงกับซี๊ดปากออกมาอย่างพอใจกับสัมผัสที่ร่างกายเล็กมอบให้ เลือดสีสดค่อยๆไหลออกมาจากปากช่องทางที่ฉีกขาด แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้คนที่ฝากฝังความคับแน่นเอาไว้ให้หยุดอารมความต้องการนี้ได้เลย ร่างสูงโยกขยับร่างกายเข้าออกทันทีโดยไม่สนใจเสียงร้องห้ามของอีกคนแม้แต่น้อย



“โอ๊ย ฮึก...ป่าปี๊หยุด อ๊า...กันเจ็บ...อย่าขยับ ฮึก...ป่าปี๊”



กายเล็กหวีดครางด้วยความเจ็บปวดจนอีกคนต้องโน้มลงมอบจูบหวานๆให้อย่างปลอบประโลม ปลายลิ้นโรมรันดึงความสนใจจากร่างตรงหน้าด้วยหวังว่ามันจะพอช่วยคลายความเจ็บปวดนั้นได้บ้าง เพราะตัวเขาไม่สามารถหยุดตัวเองได้แล้วในตอนนี้ ไหนยังแรงตอดรัดจากช่องทางที่คับแน่นนั้นยิ่งทำให้ความต้องการมากขึ้นทุกครั้งที่กระแทกเข้าออก



“กันเกลียดป่าปี๊ ฮึก...อ๊ะ...อ๊า ออกไปเลย อื้อออ”



เมื่อปากอิ่มถูกปล่อยเป็นอิสระ คำก่นด่าสลับกับเสียงร้องครางดังออกมายามเมื่อส่วนปลายกระแทกจุดกระสันภายในกายซ้ำๆ ตากลมปิดสนิทรับรู้ถึงความเสียวซ่านในทุกจังหวะที่อีกคนกระแทกเข้าออก สองมือขยุ้มหมอนใบโตจนยับยู่ยี่ด้วยไม่รู้จะระบายความรู้สึกวูบวาบทั่วทั้งร่างกายนี้ได้อย่างไร



“พรุ่งนี้มึงห้ามไปกับมัน”



“มะ...ไม่ อ๊ะ กันจะไป เราไม่ได้เป็น อื้อ เป็นอะไรกัน...อ๊า”



“หึ งั้นมึงมานี่”



กายเล็กถูกพลิกให้อยู่ในท่าหมอบคลาน โดยหันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่ของตู้เสื้อผ้า ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้กันถึงกับซุกหน้าลงกับท่อนแขนด้วยไม่สามารถทนต่อท่าทางน่าอายของตัวเองได้อีกต่อไป



“มองสิกัน แล้วบอกกูว่าเราเป็นอะไรกัน”



ฝ่ามือหนาเอื้อมมาช้อนใบหน้าหวานให้เงยขึ้น เพื่อบังคับให้อีกคนต้องเงยมองภาพตรงหน้าอีกครั้ง กันมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจก ใบหน้าที่ใครต่อใครชมว่ามันน่ารักนักหนาเต็มไปด้วยเหงือกาฬผุดพรายไปทั่วทั้งหน้า ดวงตาฉ่ำเยิ้มที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตากับลำคอและแผ่นอกที่เต็มไปด้วยรอยแดงเป็นจ้ำๆกระจายไปทั่ว ปากอิ่มเผยอส่งเสียงร้องครางเป็นจังหวะเดียวกับร่างกายที่ขยับโยกตามแรงกระแทกและความเสียวซ่านที่อีกคนกำลังมอบให้ สายตาเลื่อนไปสอดประสานกับคนใจร้ายผ่านกระจก ก่อนที่อีกคนจะเร่งจังหวะรัวเร็วจนกันแทบจะทรงตัวต่อไปไม่ไหว



“เออ กูหวงมึง”



“อ๊ะ อ๊าา ช้าๆ ป่าปี๊ กันไม่ไหว”



“กูหึงมึง กูไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับมึงทั้งนั้น กูไม่ชอบ!”



“แฮ่ก อ๊ะ...อ๊ะ ไม่ไหวแล้วป่าปี๊ ฮึก”



“มึงเป็นของกู ของกูแค่คนเดียว เข้าใจมั้ยกัน”



“อึก...อื้อออ...อ๊ะ”


“ตอบ!”



“อื้ออ กันเข้าใจ ฮึก กันเป็นของป่าปี๊ อ๊ะ ของป่าปี๊คนเดียว อ๊า”



“เก่งมาก เด็กดี ซี๊ดด”



เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของเตียงนอนหลังกว้างถูกละความสนใจไปแล้วในเวลานี้ อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆตามเสียงร้องครางของคนทั้งคู่ ออฟใช้สองมือยึดเอวคอดของคนตรงหน้าไว้ ก่อนจะส่งแรงกระแทกรัวเร็วในจังหวะสุดท้ายเรียกเสียงครางหวานให้ดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันให้ดังสะท้อนไปทั่วทั้งห้อง กายเล็กกระตุกเกร็งถี่ก่อนจะปลดปล่อยความต้องการออกมาโดยที่ไม่ได้สัมผัสส่วนกลางกายของตนด้วยซ้ำ ก่อนที่สะโพกผายจะบีบรัด รับเอาความอุ่นร้อนที่ฉีดพ่นเข้ามาในกายจนเต็มช่องทางสีสด และไหลย้อนออกมาตามเรียวขาขาว เมื่ออีกคนยอมถอดถอนความคับแน่นออกไปเสียที



กันทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าอย่างหมดแรง ขณะที่ร่างสูงเองก็ทิ้งตัวลงทับร่างกายบอบบางนั้นเอาไว้อีกที เสียงลมหายใจเหนื่อยหอบที่ดังสลับกันไปมาเริ่มกลับเข้าสู่จังหวะปกติ ออฟยันตัวลุกขึ้นเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้คนตัวเล็กยังคงนอนหลับตาพริ้มอย่างหมดแรงกับสิ่งที่พึ่งผ่านพ้นไป



ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกใหญ่เมื่อมีบางสิ่งมาสัมผัสกับช่องทางที่ยังไม่ปิดสนิทนั้นอีกครั้ง ออกแรงดิ้นจนออฟต้องจับเอาไว้



“ชู่ว ไม่มีอะไร กูแค่เอาออกให้ มึงจะได้สบายตัว”



“กันเจ็บ ป่าปี๊อย่า อ๊ะ”



เสียงเล็กร้องท้วงเมื่ออีกคนสอดปลายนิ้วเข้าสู่ช่องทางนั้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาเพียงต้องการเอาลูกๆนับล้านของตัวเองออกมาเท่านั้น



“ทนหน่อย เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”



“อื้ออ พอแล้ว อ๊ะ ป่าปี๊อย่าขยับแบบนั้น”



สุดท้ายก็เป็นตัวเขาเองที่ทนฟังเสียงร้องครางของคนตัวเล็กไม่ไหว ยกที่สองสามสี่จึงเริ่มขึ้นและจบลงในตอนที่พระอาทิตย์โผล่มาทักทายพอดี ออฟทำความสะอาดร่างกายให้อีกคนที่ไม่มีเรียวแรงจะขัดขืนหรือส่งเสียงร้องครางอีกแล้วในตอนนี้ ทำได้เพียงยอมปล่อยกายให้อีกคนเช็ดตัวได้ตามใจ ก่อนจะรับรู้ถึงแรงกอดรัดพร้อมกับผ้าห่มผืนหนาที่ร่นขึ้นมาคลุมตัวเขาทั้งคู่เอาไว้



“วันนี้ห้ามไปหามัน”



กันฝืนลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินคำสั่งนั้นข้างๆหู ร่างเล็กค่อยๆพลิกตัวหันเข้าหาอีกคนอย่างช้าๆด้วยความเจ็บปวดไปทั่วทั้งตัว



“กันขอไปได้มั้ย กันไม่อยากให้น้องมันรอ”



“แคร์มันมากรึไง”



“กันไม่มีแรงจะเถียงกับป่าปี๊แล้วนะ”



ตากลมปิดลงด้วยไม่อยากจะฝืนตัวเองไปมากกว่านี้ ยังไม่หลับหรอก แค่ไม่มีแรงจะลืมตาแล้วแค่นั้นเอง



“เฮ้อ ไปก็ไป”



“ขอบคุณครับ”



“แต่กูไปด้วย”



...แม่ง



“อือ ตามใจป่าปี๊เลย”



หลับตาตอบออกไปก่อนจะตั้งใจทิ้งตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทรา รับรู้ถึงความรู้สึกอุ่นๆกลางหน้าผาก และค่อนข้างแน่ใจว่าเป็นรอยจูบของอีกคน จึงขยับตัวบดเบียดซุกซบ อยู่ๆก็อยากออดอ้อนคนใจร้ายเสียอย่างนั้น ทั้งร่างจึงถูกรับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอุ่น อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาบางๆเมื่ออีกคนลูบหัวเบาๆ เหมือนจะกล่อมให้หลับ



“ป่าปี๊รักกันแล้วหรอ”



เสียงใสถามออกมาแผ่วเบา ก่อนจะทิ้งให้ตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่รอฟังคำตอบจากคนใจร้ายคนนั้นหรอก...ยังไงคำตอบก็คงเหมือนเดิม



.



.



.



“...อืม…”































แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น