chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 10

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2561 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10
แบบอักษร

​ตอนที่ 10

 “อึก...แฮ่ก” ร่างสูงของแทนนอนดิ้นระส่ำระสายไปมาอยู่บนเตียงกว้างด้วยใบหน้าชื้นเหงื่อ ความฝันที่เหมือนดังความจริงในอดีตคอยตามหลอกหลอนทุกครั้งยามชายหนุ่มหลับตาลง ความทุกข์ทรมานจากการถูกทำร้ายและหักหลังจากคนที่ไว้ใจมักถูกฉายซ้ำในห้วงนิทรา คอยตอกย้ำความโหดร้ายที่เขาเคยพบเจออยู่เสมอ


“แทนฟ้ามาหาคุณแม่หน่อยสิครับ” เด็กน้อยในวัยหกขวบวางสมุดวาดภาพในมือลงแล้วเดินไปหาหญิงสาวซึ่งยืนยิ้มโบกมือเรียกหา แต่เมื่อมาถึงโซฟาในห้องนั่งเล่นก็พบว่าไม่ได้มีเพียงแม่ของตนอยู่เท่านั้น ในห้องนี้ยังมีผู้หญิงหน้าตาคล้ายแม่นั่งอยู่ด้วย ดวงตาสีนิลมองด้วยความสนใจเพราะน้อยครั้งที่จะมีใครเข้ามาในบ้านหลังนี้ การปรากฏตัวของหญิงสาวแปลกหน้าจึงเป็นสิ่งน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กน้อย

“นี่น้องสาวคุณแม่ ชื่อน้าเบลนะจ๊ะ” ไพลินผู้เป็นแม่จับแขนเล็กของลูกชายดึงเข้ามาหาน้องสาวที่นั่งลงกับพื้นเพื่อทักทาย

“สวัสดีจ้ะ” รอยยิ้มและสัมผัสนุ่มนวลที่แนบลงบนแก้มนิ่มทำให้ เด็กชายรู้สึกอบอุ่นใจเหมือนยามที่คุณแม่โอบกอดไว้ สัมผัสแผ่วเบาที่ลูบไล้อย่างเอ็นดู

“สวัสดีครับน้าเบล” เด็กน้อยยกมือไหว้แล้วยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความไร้เดียงสา

“ต่อไปนี้น้าเบลจะมาดูแลน้องแทนตลอดเวลาเลยนะ ดีใจไหมครับจะได้มีเพื่อนเล่นด้วยแล้ว” ไพลินอุ้มลูกชายขึ้นมากอดแล้วหอมอย่างรักใคร่ ที่เธอจ้างน้องสาวต่างแม่ที่กำลังลำบากเรื่องเงินมาช่วยดูแลลูกชายก็เพราะว่าช่วงนี้เธอมักไม่ค่อยว่างอยู่ดูแลเนื่องจากต้องตามสามีไปทำงานต่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง เธอจึงกลัวลูกจะเหงาจึงตัดสินใจเรียก น้ำเพชรหรือเบล น้องสาวที่ห่างกัน 3 ปี มาช่วยเลี้ยงลูกชายของเธอที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเข้าสังคม

แทนฟ้า เป็นเด็กฉลาดมีไอคิวสูงกว่าเด็กทั่วไป แต่กลับเป็นคนพูดน้อยและขี้อายมาก ทำให้ลูกชายเธอไม่มีเพื่อนเลย แทนฟ้ามักเล่นอยู่คนเดียวและพูดแค่กับคนใกล้ตัวเท่านั้น หากไม่มีเธออยู่ด้วย เด็กน้อยก็แทบไม่อ้าปากพูดกับใครก่อน

“น้องแทนชอบทานเค้กไหม วันนี้น้าเบลเอามาด้วยนะ” ไพลินมองน้องสาวกับลูกชายเธอด้วยรอยยิ้ม ดีใจที่ทั้งคู่เข้ากันได้ดี ลูกชายเธอดูเหมือนจะพอใจกับพี่เลี้ยงคนใหม่อยู่ไม่น้อย

“ขอบใจนะที่มาช่วยดูแลแทนฟ้า” ไพลินลูบหัวน้องสาวที่ไม่ค่อยได้พบกันสักเท่าไหร่ เพราะที่จากที่พ่อกับแม่เธอเลิกรากันแล้ว เธอนั้นอยู่กับแม่ส่วนพ่อแต่งงานมีครอบครัวใหม่

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เบลเต็มใจ” สายตาที่หญิงสาวมองไปยังเด็กน้อยไม่มีใครทันสังเกตเห็นว่ามันไปเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความแค้น

หลังจากนั้นไม่นานน้ำเพชรก็ย้ายมาอยู่บ้านพี่สาวถาวร โดยมีหน้าที่เลี้ยงแทนเป็นหลัก เด็กน้อยติดน้าสาวมากเพราะเธอใจดีและนอนกอดเขาทุกคืน ไม่ต้องเหงาเหมือนเมื่อก่อนที่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน

“น้องแทน เรามาเล่นอะไรสนุก ๆ กันดีกว่า” เด็กน้อยที่นั่งทำการบ้านอยู่เงยหน้าขึ้นมามองน้าสาวอย่างสนใจ

“เล่นครับ” น้าสาวแสยะยิ้มมุมปากก่อนรั้งเด็กน้อยมานั่งบนตักตนซึ่งหลานชายก็เอามือเกาะไหล่ไว้กันตกด้วยความเคยชิน

“ไหนลองอ้าปากสิ” สิ้นคำสั่ง ปากน้อย ๆ ก็ค่อย ๆ อ้าออกอย่างว่าง่าย ก่อนที่นิ้วเรียวสวยจะสอดเข้าไปในปากแล้วใช้นิ้วบีบคลึงลิ้นนิ่มไว้แล้วคลายออก

“อืม นะ น้า อื้ม” เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าน้าสาวกำลังทำอะไรแต่เขาไม่ได้รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เล่นอยู่เลยจึงพยายามสะบัดหน้าให้หลุดจากมือที่บีบประคองหน้าไว้อย่างแรงจนเด็กน้อยรู้สึกเจ็บกรามไปหมด

“อย่าดิ้น!” เสียงตวาดทำให้แทนตกใจจนเผลอขบฟันลงเข้ากับนิ้วที่อยู่ในปาก

เพี๊ยะ!

ใบหน้าเล็กสะบัดอย่างแรงจากแรงตบของน้าสาวที่นั่งกุมมือมีเลือดซิบออกมา

“ฮือ ๆ” เด็กน้อยเอานิ้วแตะมุมปากตัวเองมาดูเมื่อเห็นเลือดก็ร้องไห้อย่างเสียขวัญ

“หยุดร้อง!”​ น้าสาวเอามืออุดปากหลานชายตัวเองไว้เพื่อกลบเสียงร้องที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอกลัวใครมาได้ยินเข้า แทนเริ่มดิ้นออกจากอ้อมแขนของหญิงสาว

“น้าเบลขอโทษ หยุดร้องเถอะนะเด็กดี” น้ำเสียงปลอบโยนกับมือนิ่มที่ลูบหลังอยู่ทำให้เด็กน้อยสงบลง

“โอ๋ๆ เด็กดีของน้า” หญิงสาวประคองหน้าหลานชายให้เงยขึ้นก่อนก้มไปเลียรอยเลือดที่เปื้อนตรงมุมปากจนหมดสิ้น

“ฮือ...แทนเจ็บ” เด็กน้อยกุมแก้มตัวเองไว้ แม้จะกลัวน้าสาวแต่เขาก็รักเธอมากเหมือนกัน ด้วยความเป็นเด็กจึงแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนควรเข้าหาหรือถอยห่าง

“น้าจะเลียรักษาให้ อ้าปากสิ” เด็กน้อยกลัวเหตุการณ์จะกลับไปเหมือนเมื่อครู่จึงขบริมฝีปากไว้แน่นไม่ยอมเปิดปากตามที่น้าสาวสั่ง

“อยากโดนตบอีกใช่ไหม!” ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวก่อนอ้าปากออกทันทีที่เห็นฝ่ามือง้างขึ้นสูง

“อะ อื้ม!” ดวงตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อน้าสาวสอดลิ้นเข้าในปากตน เด็กน้อยดิ้นสุดกำลังแต่ต้องหยุดลงเพราะแรงจิกกระชากผม ลิ้นอุ่นที่ชอนไชไปทั่วในโพรงปากทำให้แทนรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ตรงคอ เขาหายใจไม่ออก มันอึดอัดและทรมาน

“ฮือๆ ไม่!” ร่างสูงสะดุ้งตื่นขึ้นจากฝันร้าย แทนลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาเจียนแต่สิ่งที่ออกมากลับมีแต่น้ำย่อยเพราะชายหนุ่มไม่ได้ทานข้าวมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เขามัวแต่วุ่นวายอยู่กับงานเลี้ยงบ้าๆ นั่นจนไม่มีเวลาไปทำกับข้าว มาถึงห้องแทนก็อาบน้ำนอนทันทีด้วยความเพลีย

“โอ๊ย!” ความปวดที่พุ่งขึ้นมาในท้องทำให้แทนทรุดตัวไปนอนกับพื้นห้องอย่างหมดแรง ชายหนุ่มปวดแสบไปหมดจนรู้สึกทรมาน เขานอนกุมท้องอยู่สักพักให้อาการมันทุเลาลงจึงค่อยๆ คลานไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาโทรออกโดยไม่ทันได้คิดว่าจะโทรหาใครแต่ปลายนิ้วมือกลับกดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจ

ตู๊ด ตู๊ด

“*ครับคุณแทน”* เสียงงัวเงียของครูซทำให้แทนรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อยที่โทรไปปลุกตอนตีห้า

“ปะ...ปวดท้อง”

*“เป็นหนักหรือเปล่าครับ!”* ครูซที่ได้ยินน้ำเสียงขาดๆ หายๆ ของแทนก็ตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที

“มันแสบ”

*“ผมจะรีบไปถือสายรอไว้นะ”* แทนล้มตัวนอนบนเตียงมือกุมท้องไว้แน่น เขาได้ยินเสียงจากปลายสายเรียกอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มตอบกลับบ้างเงียบไปบ้างเพราะอีกฝ่ายถามถี่จนเริ่มรู้สึกรำคาญ

คุณแทนครับ”

*“*หุบปากแล้วรีบมาหาผมซะ!” แทนกดวางสายแล้วฝังหน้าลงกับหมอน เขากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงเลยสักนิด

ครูซที่ถูกตัดสายก็ยิ่งกังวลใจกลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไรไป เขาเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วที่สุดในชีวิตโดยที่ไม่คิดเลยว่าตนเองจะกล้าทำ ถนนในยามใกล้รุ่งไม่มีรถวิ่งมากนักทำให้ชายหนุ่มมาถึงคอนโดเจ้านายตนไวกว่าปกติมาก เมื่อมาถึงครูซก็รีบวิ่งขึ้นลิฟต์ด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ดีที่ครั้งก่อนคุณแทนให้เขาลงรายชื่อบุคคลที่สามารถเข้าออกที่นี่ไว้จึงไม่ต้องถูกตรวจสอบก่อนขึ้นมาเหมือนทุกที

ติ๊ด

มือเรียวกดรหัสตัวเลขที่จำได้ขึ้นใจก่อนรีบวิ่งตรงไปที่ห้องนอนทันที

“คุณแทน!” ครูซตกใจกับสภาพของเจ้านายตนที่นอนอาเจียนเป็นเลือดเปื้อนไปทั่วเตียง ครูซวิ่งไปประคองศีรษะของแทนไว้บนตักตัวเองแล้วตรวจวัดชีพจรที่ดูเหมือนจะเต้นช้าลงกว่าปกติ

“คุณแทนตอบผมหน่อย” ครูซลูบแก้มแทนแผ่วเบา พยายามรั้งสติอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หลับไปเสียก่อน แทนที่สมองเบลอไปหมดคว้ามืออุ่นกำไว้แน่นอย่างหาที่พึ่งก่อนอาเจียนออกมาอีกครั้ง

“อ้วก! อึก แฮ่ก ปะ..ปวด” ความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นทำให้น้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย ครูซเห็นสีหน้าของแทนก็รู้สึกสงสารจับใจ เขาตัดสินใจอุ้มแทนขึ้นแม้ว่าจะลำบากหน่อยเพราะด้วยรูปร่างและส่วนสูงที่แทบไม่ต่างกันเลย ครูซอุ้มแทนลงลิฟต์ด้วยความทุลักทุเล

“คุณแทนอดทนไว้นะ” ครูซพูดปลอบแทนที่นอนร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนตน แทนเกร็งตัวจนครูซรับรู้ได้ เหมือนว่าอีกฝ่ายพยายามอดกลั้นลมหายใจเพื่อลดความเจ็บปวดบริเวณท้อง

“ครูซ อึก เจ็บ..ครูซ” แทนที่ได้ยินเสียงอ่อนโยนก็ร้องเรียกออกมาไม่หยุด มือขาวกำขยุ้มชุดนอนของครูซจนยับยู่ยี่เพื่อระบายความทรมาน ครูซจึงจูบลงบนขมับเพื่อปลอบให้แทนรู้สึกสบายใจขึ้น ให้แทนรับรู้ว่ายังมีเขาอยู่ข้างๆ เมื่อลิฟต์ถึงชั้นล่างครูซก็เรียกยามให้ช่วยเปิดประตูและประคองแทนไปที่รถของตน สภาพเปื้อนเลือดของคนทั้งคู่สร้างความแตกตื่นให้พนักงานไม่น้อย รวมถึงแขกบางรายที่กำลังเตรียมตัวไปทำงานด้วย

“คุณแทนปล่อยผมก่อน” ครูซพยายามรั้งมือขาวที่กอดรัดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย แต่แทนที่สติเริ่มหายไปแล้วไม่ฟังกลับตะกายกอดแน่นกว่าเดิมเสียจนครูซขยับไม่ได้

“พี่ครับ ช่วยขับไปส่งที่โรงพยาบาลหน่อยได้ไหมครับ” ครูซหันไปร้องขอยามที่เข้ามาช่วย ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบตกลงทันทีเมื่อเห็นแทนเริ่มสำลักเลือดออกมาอีกครั้ง ครูซจับศีรษะแทนวางไว้บนตักตน เขาพยายามเรียกชื่อแทนไว้ตลอดเวลา

“อึก ฮือๆ น้าเบลช่วยแทนด้วย” ครูซมองแทนที่ละเมอเรียกชื่อ น้าเบล ออกมา เขาไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญต่อแทนอย่างไรกันแน่เพราะชื่อนี้มักปรากฏออกมาเสมอในเวลาที่อีกคนอยู่ในสภาวะควบคุมตัวเองไม่ได้ ที่เขาถูกอีกฝ่ายทำร้ายก็เพราะเธอคนนี้ แต่ตอนนี้ทำไมกลับเรียกหาไม่ขาดปากกันนะ

“คุณแทน ผมอยู่นี่” ครูซลูบผมแทนปลอบประโลม ชายหนุ่มบีบมือขาวที่ประสานกันไว้แน่นมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นแทนเริ่มดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวด ครูซเห็นท่าไม่ดีก็โอบร่างสูงมากอดไว้ทั้งตัวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายขยับตัวมาก เมื่อมาถึงแทนก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันที

“ขอบคุณมากนะครับ นี่เงินค่าเสียเวลา” ครูซหยิบแบงก์สีม่วงจากกระเป๋าเงินให้ลุงยามที่ยิ้มดีใจเอ่ยขอบคุณก่อนขอตัวกลับไปทำงาน

ครูซนั่งบนเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า ตั้งแต่รู้จักกับแทนมาเขารู้สึกว่าตนนั้นเข้าโรงพยาบาลบ่อยเหลือเกิน ชายหนุ่มเริ่มจะไม่ชอบที่นี่ซะแล้วสิเพราะมาเมื่อใดก็มีแต่เห็นอีกฝ่ายเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเห็นใบหน้าเรียบนิ่งมีแต่คราบน้ำตายิ่งทำให้เขารู้สึกอยากดูแลให้ดีจนไม่ต้องให้แทนมาที่นี่บ่อยๆ อีกแล้ว ครูซมองประตูสีขาวที่ปิดสนิทอย่างเหม่อลอย ความเย็นที่มาจากเครื่องปรับอากาศกับบรรยากาศวุ่นวายที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกของผู้คนทำให้เขาเข้าใจขึ้นแล้วว่าทำไมแทนจึงรู้สึกเกลียดโรงพยาบาลขนาดนั้น

เสียงเปิดประตูทำให้ครูซรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย

“คุณเป็นญาติเจ้าของไข้ใช่ไหมครับ”

“ครับ”

“ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วอีกสักพักเราจะย้ายเข้าห้องพักฟื้นให้ แต่เดี๋ยวคุณตามหมอมาฟังผลด้วยนะครับ” เมื่อหมอบอกรายละเอียดเสร็จก็กลับเข้าไปดูแลต่อ ครูซจึงไปทำเรื่องห้องพักให้แทนและเดินไปฟังผลตามที่นัดไว้กับแพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งได้ข้อสรุปว่าแทนเป็นกระเพาะอักเสบจากการทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานบวกกับพฤติกรรมที่ทานข้าวไม่เป็นเวลาและอาเจียนอยู่บ่อยครั้งทำให้มีอาการรุนแรงถึงขั้นอาเจียนเป็นเลือด สิ่งที่ควรทำคือลดปริมาณยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำเป็นประจำไม่อย่างนั้นอาการจะเป็นเรื้อรังไม่หายขาด

“คุณแทน” ครูซนั่งมองใบหน้าซีดเซียวที่นอนนิ่งหลับตาไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ อยู่บนเตียง จะเป็นอย่างไรกันนะถ้าคุณแทนไม่โทรมาหาเขา ยิ่งคิดคิ้วก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน

“ขอบคุณนะครับที่นึกถึงผมก่อน” ครูซก้มลงจูบหน้าผากมนแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ เขาโทรบอกพัชชาแล้วอีกสักพักเธอก็คงมาถึง ครูซต้องกลับไปทำงานเพราะเขาหยุดไปเยอะเหลือเกิน งานที่คั่งค้างก็ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน

“สวัสดีครับ” ครูซที่ออกมาจากห้องน้ำก็เจอพัชชาพอดี เธอรับไหว้แล้วเดินไปดูแทนด้วยความเป็นห่วง

“อีกสักพักใหญ่ๆ กว่าเขาจะฟื้น” ครูซเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียง

“ขอบใจเธอมากนะที่ช่วยดูแลคุณแทนอย่างดี” พัชชายิ้มให้ครูซที่มองแทนไม่ได้ละสายตาไปไหน

“ไม่เป็นไรครับผมเต็มใจ” ครูซเผลอยกมือลูบใบหน้าแทนตามความเคยชินโดยลืมไปว่าในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงเขาอยู่แค่คนเดียว พัชชามองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ เธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครกล้าจับแทนแบบนั้น สายตากับการกระทำที่อ่อนโยนของครูซที่มีต่อแทนมันมากเกินกว่าเจ้านายและเลขาทั่วไป

“ผมขอตัวไปทำงานก่อน ถ้าคุณแทนตื่นกรุณาโทรบอกผมด้วยนะครับ” ครูซก้มหัวให้หญิงสาววัยกลางคนซึ่งเป็นบุคคลเดียวที่เจ้านายตนไม่เคยผลักไสเหมือนที่ทำกับคนอื่น

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะโทรบอกเธอเอง” พัชชายิ้มให้ครูซที่ทำหน้าลังเลใจก่อนจะเดินออกจากห้องไป


หากคุณแทนจะมีใครสักคนดูแลคอยอยู่ข้างๆ เธอก็รู้สึกดีใจแต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาในรูปแบบนี้ ตัวเธอไม่มีปัญหา แต่คนในครอบครัวคุณแทนไม่น่าจะยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ โดยเฉพาะคุณหญิงรัศมีถ้ารู้เรื่องเข้า เธอต้องวางแผนทำอะไรสักอย่างแน่ๆ ซึ่งคงไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่นัก 

พัชชาก็คงได้แต่ภาวนาให้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้รอดพ้นสายตาคุณหญิงไปได้ ไม่อย่างนั้นคุณแทนของเธอต้องลำบากแน่นอนหรือไม่เธอคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว

ร่างสูงที่เริ่มรู้สึกตัวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดบริเวณท้อง พัชชาที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาลุกขึ้นมาดูแทนที่กะพริบตาตื่นขึ้นมา

“เจ็บมากไหม” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดีพลางเทน้ำใส่แก้วยื่นไปให้แทนดื่ม

“อึก” แทนอ้าปากดูดน้ำจากหลอดอย่างกระหายแต่ก็ต้องสำลักออกมาเพราะรู้สึกแสบท้องไปหมดเมื่อน้ำไหลผ่านลำคอลงไปที่ลำไส้ พัชชารีบวางแก้วแล้วประคองให้แทนลุกขึ้นนั่งก่อนจะเอื้อมมือไปปุ่มเรียกพยาบาล

“อย่า!” แทนร้องห้ามออกไปทันทีเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะทำอะไร พัชชาชะงักมือลงแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดไปตามตัวที่เปียกน้ำ ภายในห้องเกิดความเงียบขึ้นมาแต่ไม่ได้สร้างความรู้สึกตึงเครียดหรืออึดอัดอะไรเพราะเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันก็มักจะเป็นแบบนี้เสมอเนื่องจากไม่ใช่คนช่างพูดทั้งคู่

“ไปไหน” แทนมองไปทั่วห้องแล้วเอ่ยถามออกไปเมื่อไม่พบคนที่พาตนมาที่นี่

“ทำงานค่ะ” พัชชาตอบกลับไปเพียงสั้นๆ ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือโทรไปหาครูซตามที่รับปากไว้

*“ครับ!”* พัชชายิ้มออกมาอย่างเอ็นดูที่อีกฝ่ายรับสายได้รวดเร็วราวกับจับโทรศัพท์มือถือไว้ตลอดเวลา

“คุณแทนฟื้นแล้วนะ”

*“ผมขอคุณกับเขาหน่อยได้ไหม”* พัชชาไม่ได้ตอบรับแต่ยื่นโทรศัพท์มือถือไปให้แทนที่จ้องมองมาตั้งแต่เธอหยิบออกมาโทรแล้ว

“...” แทนมองชื่อบนหน้าจอแล้วยกขึ้นแนบหู

“คุณแทนเป็นไงบ้างครับ”

“....” เสียงที่ร้องถามด้วยความเป็นห่วงทำให้แทนรู้สึกแปลก ๆ

“อยากทานอะไรไหมเดี๋ยวผมทำไปให้” ครูซที่ไม่ได้ยินเสียงจากแทนก็เริ่มนั่งไม่ติด กังวลไปต่างๆ นานา ว่าเจ้านายตนเจ็บคอมากหรือเปล่าหรืออาการหนักจนไม่มีแรง

“....”

*“ตอบผมหน่อยสิครับ”* เสียงอ้อนขอจากครูซทำให้แทนยกมือปิดหน้าด้วยความรู้สึกเหมือนตัวเขากำลังร้อนขึ้นเพียงเพราะได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องหา

“..มา”

“ครับ*?”* ครูซถามอีกครั้งเมื่อได้ยินไม่ชัด

“กลับมาหาผมเดี๋ยวนี้” แทนกัดริมฝีปากตัวเองแน่นกำมือเข้ากับที่นอนเพื่อลดความรู้สึกน่าอายที่พูดประโยคนั้นออกไป

*“ผมจะรีบไปครับ”* เมื่อได้คำตอบที่พอใจแทนก็กดวางสายทันทีชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์มือถือคืนพัชชาที่ยืนยิ้มไม่ได้พูดทักอะไร แต่ทำไมแทนถึงรู้สึกว่าทำแบบนี้มันน่าอายกว่าถามออกมาตรงๆ เสียอีก

TBC.

ความคิดเห็น