chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2561 01:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9
แบบอักษร

​ตอนที่ 9

“พี่ครูซ” เสียงเรียกพร้อมแขนเรียวที่รัดรอบเอวทำให้ชายหนุ่มยิ้มรับ

“ว่าไง” ครูซยกมือขยี้ผมนุ่มอย่างเอ็นดู

“คิดถึงจังเลย” น้องสาวตัวน้อยของครูซปีนี้ก็จะอายุสิบเจ็ดปีแล้วแต่ยังชอบอ้อนเหมือนตอนเด็กๆ ไม่มีผิด เค้กเป็นเด็กติดพี่เพราะครูซเลี้ยงมาตั้งแต่จำความได้ เธอเป็นคนขี้อายไม่ใช่คนช่างพูดนัก เพื่อนเลยน้อยตามไปด้วยแต่เด็กสาวไม่เคยใส่ใจ เพราะตอนนี้เธอมีทุกอย่างที่เคยต้องการแล้ว มีพี่ มีแม่ มีบ้าน ในชีวิตเธอมีแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

“ช่วงนี้ทำงานหนักไปหรือเปล่าลูก” ครูซมองแอนนี่ที่ทำหน้ากังวลใจไม่ยอมทานข้าวเช้าเสียที

“ไม่หรอก แม่อย่าคิดมากสิ” ครูซยิ้มแล้วตักกับข้าวใส่จานให้แม่ตน แอนนี่พยักหน้ารับแต่ในใจก็ยังกังวลอยู่ดี ตั้งแต่ลูกชายเธอได้งานใหม่ครอบครัวเธอก็แทบไม่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสักเท่าไหร่

“เจ้านายพี่เขาใจดีเท่าพี่ขิมไหม” เสียงสงสัยจากน้องสาวทำให้ครูซอดที่จะนึกขำไม่ได้

“อืม...ใจดีมาก” ครูซส่ายหน้ายิ้มๆ กับความคิดของตน การกระทำของคุณแทนไม่ได้ใกล้เคียงกับคำนี้เลยแต่ทำไมไม่รู้เขาถึงคิดว่าอีกฝ่ายใส่ใจกับทุกสิ่งมากกว่าที่เห็นและดูจะใจดีในแบบที่คนอื่นไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่

“เป็นผู้ชายใช่ไหม?” เค้กมองหน้าพี่ชายตัวเองด้วยความแปลกใจ ปกติพี่ครูซยิ้มบ่อยอยู่แล้วแต่ว่าครั้งนี้ดูจะพิเศษกว่าครั้งไหน คนที่ทำให้ดวงตาพี่ชายเธอเป็นประกายเหมือนเจอของถูกใจขนาดนี้ จะเป็นคนแบบไหนกันนะ

“ทำไมน้องดูสนใจจัง หื้ม?” ครูซยกมือลูบแก้มนิ่มอย่างหยอกล้อ

“เค้กกลัวพี่ครูซชอบเขามากกว่าพี่ขิมนี่” ครูซชะงักมือลงทันทีเมื่อฟังคำตอบจากน้องสาว

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าพี่กับคุณขิมไม่ได้เป็นอะไรกัน” ครูซรู้สึกหนักใจไม่น้อยที่น้องสาวตนดูจะชอบเขมิกาเจ้านายเก่าของตนมาก

“แต่พี่ขิมรักพี่ครูซ!” เด็กสาวน้ำตาคลอมองหน้าพี่ชายอย่างน้อยใจที่อีกฝ่ายพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเข้มเชิงดุ

“พอๆ อย่าทะเลาะกันเวลากินข้าว” แอนนี่ร้องห้ามสองพี่น้องที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องนี้อีกแล้ว ตลอดสองปีที่ทำงานกับเขมิกามาเธอมักเข้าทางน้องสาวของเขาอยู่เสมอ เค้กเป็นเด็กเข้าหาคนไม่เก่งจึงทำให้ไม่มีเพื่อน วันๆ อยู่แต่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน พอมีใครมาตามใจคอยพาไปเที่ยวด้วยเป็นประจำทำให้เค้กนั้นติดเขมิกามาก ตอนเขาจะลาออกน้องสาวถึงขั้นร้องไห้ไม่พูดด้วยอยู่เป็นอาทิตย์จนครูซต้องให้แม่ช่วยกล่อมให้ถึงกลับมาคุยกันได้ตามปกติ

อันที่จริงเขาลาออกจากงานเก่าเพราะอีกฝ่ายรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวเกินไป ครูซรู้ว่าเขมิกาชอบตนแต่เขาคิดกับเธอแค่เจ้านายเลยตัดสินใจจบปัญหาด้วยการลาออก ตอนแรกก็คิดหนักอยู่เหมือนกันเพราะรายได้หลักของที่บ้านมีเขาคนเดียวที่เป็นคนหา แต่เกิดเหตุการณ์ที่คู่หมั้นของเขมิกามาอาละวาดที่บ้าน ครั้งนั้นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของทุกๆ อย่าง เขาตัดสินใจลาออกมาโดยไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ทั้งที่พยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดแต่วันนี้กลับต้องไปร่วมงานเปิดตัวบริษัทใหม่ของเธอ เขาคิดไม่ตกเลยว่าจะต้องทำตัวอย่างไรเพราะที่ผ่านมาเขาคงจะทำให้เธอโกรธไม่ใช่น้อย

“น้องรีบกินหน่อย พี่ต้องไปทำงาน” ครูซหยิบกระเป๋าทำงานและข้าวของจำเป็นไปใส่ไว้ในรถ เค้กรีบทานอย่างรวดเร็วก่อนวิ่งตามออกมาในเวลาไม่นานนักเพราะกลัวทำให้พี่ชายไปทำงานสาย

“สวัสดีครับแม่ ฟอด” ครูซไหว้แอนนี่พร้อมหอมแก้มเหมือนทุกทีก่อนออกจากบ้าน คนเป็นแม่ลูบหน้าลูบตาอวยพรให้ก่อนหันมารับไหว้ลูกสาวคนเล็กที่กอดแล้วหอมแก้มเธอเหมือนคนเป็นพี่ไม่มีผิด

“เดินทางดีๆ นะ” แอนนี่ส่งยิ้มให้ลูกๆของเธอก่อนมองตามรถที่แล่นออกไปจนสุดสายตาด้วยความรู้สึกเป็นสุข กว่าจะมีทุกอย่างเช่นวันนี้ได้ครอบครัวเธอต้องผ่านความลำบากมามากมายนัก เธอรู้สึกขอบคุณลูกชายอยู่เสมอที่อดทนและพยายามมากกว่าคนอื่นหลายเท่าจนขาดช่วงชีวิตวัยเด็กที่สมควรใช้ไป แต่ครูซก็ไม่เคยบ่นให้ได้ยินสักครั้ง มีเพียงรอยยิ้มมอบให้เธอเสมอไม่ว่าเรื่องราวจะแย่เพียงใดก็ตาม

หลังจากที่ครูซไปส่งน้องสาวที่โรงเรียนเสร็จ ชายหนุ่มก็มุ่งหน้าไปที่คอนโดเจ้านายตนทันที เมื่อวานตอนค่ำแทนมาส่งครูซที่บ้าน ระหว่างอยู่บนรถเลขาหนุ่มได้เล่าว่าเคยทำงานกับเขมิกาให้อีกฝ่ายฟังเผื่อว่าตอนเจอกันจริงๆ จะได้ไม่ลำบากใจเวลาเธอเข้ามาพูดคุยด้วย แทนเพียงรับฟังเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา ครูซจึงถือว่าอีกฝ่ายรับรู้แล้ว

ตู๊ด ตู๊ด

“.......”

“คุณแทนผมรออยู่ข้างล่างนะครับ”

“มาทำไม”

“มารับไงครับ”

“........” สายตัดไปโดยไม่มีตอบรับจากคนในสาย ครูซไม่ได้ถือสาอะไรแค่เก็บโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งซื้อมาใหม่ใส่กระเป๋ากางเกง  ชายหนุ่มนั่งรออยู่ในล็อบบี้พลางทอดมองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา โดยไม่ได้สังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมายังตนตลอดเวลาตั้งแต่ครูซเดินเข้ามาภายในอาคารแล้ว

กึก

เสียงรองเท้าหนังขัดเงาอย่างดีที่หยุดอยู่ตรงหน้าเรียกสายตาที่เหม่อลอยอยู่ให้หันกลับมาสนใจบุคคลที่ยืนหน้านิ่งถือกระเป๋าเอกสารเต็มสองมือ

“สวัสดีครับ” ครูซยิ้มให้แทนพร้อมลุกขึ้นหยิบของจากอีกฝ่ายมาถือไว้เองทั้งหมด แทนพยักหน้าให้เพียงเล็กน้อยก่อนเดินนำไปยังลานจอดรถด้านข้างที่มีไว้สำหรับบุคคลภายนอก ทั้งคู่ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงบริษัท วันนี้แทนดูเงียบผิดปกติจนครูซรับรู้ได้แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ถามหรือพูดออกไป เพราะไม่อยากไปทำให้แทนหงุดหงิดใจจนทะเลาะกันอีก คนทั้งคู่ใช้เวลาอยู่กับงานของตนที่คั่งค้างมาหลายวันจนลืมดูเวลาว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว กระทั่งนาฬิกาแจ้งเตือนของครูซดังขึ้นบ่งบอกว่าถึงเวลาเตรียมตัวไปงานเลี้ยง เขาถึงเดินไปแจ้งกำหนดการกับแทนที่ก้มหน้าก้มตาจมอยู่ในกองเอกสารด้วยท่าทางเคร่งเครียด

“คุณแทนครับถึงเวลาแต่งตัวแล้ว” แทนที่นั่งตรวจงานอยู่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

“หยิบยาหลังตู้ให้หน่อย” ครูซมองเจ้านายตนที่นอนฟุบหน้าลงบนกองเอกสารด้วยท่าทางเหนื่อยล้า เลขาหนุ่มไม่ได้เดินไปหยิบของตามที่เจ้านายสั่งแต่กลับเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายแทน

“ปวดหัวเหรอครับ” แทนครางตอบรับในลำคอโดยไม่ได้สังเกตว่าครูซมายืนอยู่ด้านข้าง หนุ่มลูกครึ่งดึงเก้าอี้เลื่อนให้หันมาทางตน แทนที่นอนก้มหน้าอยู่สะดุ้งตกใจเงยขึ้นมามองก็พบเข้ากับใบหน้าของครูซที่อยู่ใกล้มากจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่พ่นอยู่ข้างหู ซึ่งทำให้จู่ร่างกายของแทนหมดแรงลงดื้อๆ

“ผมมีวิธีที่ดีกว่าทานยาอีกนะ” ครูซสบตาแทนแล้วส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ไปให้

“ออกไป” แทนผลักไหล่ให้ครูซถอยห่างแต่เมื่อเจอปากบางสีสวยพ่นลมใส่หูก็ทำเอามืออ่อนแรงหดไปในทันที ครูซยิ้มขำนิดๆ ก่อนดึงเก้าอี้เลื่อนเข้ามาหาตัวเองแล้วเอื้อมมือไปจับแก้มแทนให้เงยหน้าขึ้น สีหน้าบิดเบี้ยวทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังฝืนทนต่อสัมผัสขนาดไหน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้หยุดมือที่ไล้ไปตามโครงหน้าจนมาหยุดที่ขมับแล้วนวดคลึงเบาๆ ให้แทนผ่อนคลาย

“ไม่ต้องคิดอะไร แค่หลับตาแล้วหายใจเข้าออก” สัมผัสอุ่นกับเสียงนุ่มของครูซทำให้แทนสับสน ในใจเขาคิดรังเกียจแต่ร่างกายกลับนั่งเฉยไม่ผลักอีกฝ่ายออกเหมือนที่ควรจะเป็น

“ไม่ต้องกังวล หายใจสบายๆ” ครูซมองแทนที่ค่อยๆ หลับตาลงอย่างว่าง่ายแล้วรู้สึกดี เขาชอบสีหน้าผ่อนคลายของแทนแบบนี้มากกว่าท่าทีเย็นชา เมื่อนวดไปได้สักพัก ครูซก็เรียกแทนให้ลุกขึ้นไปแต่งตัว แทนทำตามไม่ได้มีท่าทีต่อต้านทำให้ครูซแปลกใจไม่น้อยแต่เขาไม่คิดจะทักออกไปให้เรื่องเสียจึงได้แต่ยิ้มกับพฤติกรรมประหลาดของคนหน้านิ่ง

“คุณแทนจะใส่ของทั้งหมดนี่ลงในกระเป๋าเสื้อไม่ได้นะครับ” ครูซมองสารพัดสิ่งทำความสะอาดที่แทนยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทจนมันโป่งออกมาเป็นรอยขวดแอลกอฮอล์

“งั้นเอากระเป๋าถือมา” แทนหันไปชี้กระเป๋าเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ ครูซมองตามแล้วส่ายหน้ารีบร้องห้ามความคิดสุดพิลึกนี้ทันที

“เราไปงานเลี้ยงนะครับ” สายตาคมมองกลับมาอย่างไม่พอใจ ไอ้นู่นก็ไม่ได้ไอ้นี่ก็ไม่ได้ เขาเลี่ยงงานพวกนี้มาได้โดยตลอดทำไมต้องมาพลาดท่ายายแก่นั่นคราวนี้ด้วยก็ไม่รู้

“งั้นแบ่งมาให้ผมเถอะครับ ถ้าจะใช้ค่อยมาเอา” ครูซล้วงมือเข้าไปหยิบของออกมาจากเสื้อสูทที่แทนสวมอยู่ ร่างสูงขยับออกห่างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สะบัดตัวออก ครูซหยิบออกมาแบ่งเอาที่จำเป็นจริงๆ ไป ส่วนที่ไม่สมควรเอาไปก็นำออก เช่น สเปรย์ฆ่าเชื้อ ถุงมือ หน้ากากอนามัย เมื่อจัดการกับการแต่งตัวและรายงานรายละเอียดของงานให้แทนฟังเสร็จ ครูซก็ขับรถพาเจ้านายไปยังโรงแรมหรูใจกลางเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทมากนัก งานในครั้งนี้มีสื่อมวลชนมาทำข่าวมากมายเพราะมีแต่คนดังมาร่วมงานค่อนข้างเยอะ

“ผมจะไม่เข้างานจนกว่าจะถึงเวลาเปิดตัว” แทนพูดพลางมองไปยังประตูทางเข้างานที่มีผู้คนเดินเบียดเสียดเต็มไปด้วยความวุ่นวาย

“ไม่ได้หรอกครับ” ครูซลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูให้แทน เจ้านายหนุ่มถอดหายใจก่อนก้าวเท้าลงมาด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจนัก

“คุณแทนครับ” ครูซเรียกแทนที่เหม่อลอยไม่ยอมขยับตัวเดินสักที แทนที่ได้สติก็เดินนำไปโดยมีครูซเดินตามหลัง ระหว่างทางที่ชายหนุ่มก้าวไป เขาสามารถเรียกสายตาจากผู้คนทั่วบริเวณ ด้วยรูปร่างหน้าตาและการเป็นคนในตระกูลดังทำให้นักข่าวพากันกดชัตเตอร์จนเกิดแสงแฟลชจากทั่วสารทิศกระหน่ำสาดใส่คนทั้งคู่ แทนตาพร่าจากแสงสว่าง กลิ่นสาบของผู้คนทำให้เขามึนหัว เสียงตะโกนถามดังมาไม่ขาดสายแต่เขากลับฟังไม่รู้เรื่อง ร่างกายโซเซ ขาสองข้างหมดแรงที่จะก้าวเดินต่อไป ครูซเห็นสีหน้าเจ้านายตนไม่ค่อยดีเท่าไหร่จึงรีบกันพวกสื่อที่ต่างเดินเข้ามาหาพร้อมยิงคำถามใส่มากมาย

“ขอโทษนะครับ วันนี้ไม่สะดวก” ครูซหันไปบอกสื่อแล้วโอบตัวแทนที่ถูกเบียดจนเริ่มมีอาการสั่น เลขาหนุ่มเดินแทรกผู้คนโดยเอาตัวเองเป็นเกราะบังไม่ให้ใครเข้าถึงตัวแทน ครูซฝ่าฝูงชนมาในงานได้ก็รีบพาแทนไปเข้าห้องน้ำทันที

“อ้วก!” แทนพุ่งตัวไปอาเจียนในห้องน้ำด้วยความพะอืดพะอม ครูซเข้าไปใกล้แล้วลูบแผ่นหลังกว้างให้ผ่อนคลาย แทนยืนอาเจียนจนหมดแรงก็ทรุดนั่งพิงขาครูซที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง

“ไหวไหมครับ” ครูซก้มลงประคองแทนให้ลุกขึ้นแล้วพาไปล้างหน้าล้างตา

“เอายามา” แทนยื่นมือสั่นๆ ค้นตามกระเป๋าเสื้อสูทสีเข้มของครูซ ครั้งนี้เลขาหนุ่มรู้ว่าอาการของอีกฝ่ายหนักเกินกว่าที่จะทนได้เขาจึงไม่ห้ามเหมือนทุกที แต่เป็นคนหยิบออกมาแล้วยื่นให้เองเลย

“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้แต่ต้องเลิกข่วนตัวเองก่อน” ครูซบอกพลางจับมือขาวที่เกามือตัวเองจนเป็นรอยแดง

“รีบมา” แทนพยักหน้าหลับตาพยายามห้ามความรู้สึกขยะแขยงที่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ครูซเร่งเท้าเดินออกไปขอน้ำขวดจากจุดบริการเครื่องดื่มในงานแต่ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังจะมุ่งหน้ากลับไปหาเจ้านายตนต้องหยุดชะงักลงเพราะหญิงสาวที่ยืนขวางทางอยู่

“สวัสดีครับคุณขิม” ครูซยกมือไหว้แต่เธอกลับทำหน้าบึ้งตึงใส่

“ไม่คิดจะเข้ามาทักทายกันเลยใช่ไหม” เขมิกาเห็นครูซตั้งแต่เดินเข้างานมาแล้ว เธอเฝ้ามองตามหนุ่มลูกครึ่งอย่างจับจ้องหวังให้หันกลับมามองเธอบ้างแต่ครูซกลับไม่แม้จะชายตาแลเลยด้วยซ้ำ

“ผมขอโทษครับ” ครูซเอ่ยออกไปด้วยความร้อนใจที่ปล่อยให้แทนอยู่ในห้องน้ำคนเดียวนานๆ สีหน้าและท่าทางเร่งรีบของคนตรงหน้าทำให้เขมิกาสงสัยอยู่ไม่น้อย ชายหนุ่มคอยมองออกไปนอกงานตลอดเวลาแม้จะยืนคุยกับเธออยู่ก็ตาม

“ครูซเป็นอะไรจะ... // ผมขอตัวก่อนนะครับ!” ครูซยอมเสียมารยาทพูดตัดบทเขมิกาแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็วทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียหน้าเพราะเมื่อครู่มีสายตาจ้องมองทั้งคู่อยู่มาก เธออายจนต้องเดินกลับไปหาพ่อตัวเองที่นั่งมองตั้งแต่เธอลุกจากโต๊ะไปหาเลขาเก่าแล้ว

“ถ้าคนมันไม่ใช่ก็อย่าไปฝืนเลย” น้ำเสียงห่วงใยจากเจ้าสัวโชติไม่ได้ทำให้เขมิกาได้สติขึ้นมา เธอเพียงนั่งขบฟันอย่างเจ็บใจ พลางคิดหาวิธีที่จะทำให้ครูซรักเธอให้ได้

ครูซที่วิ่งมาถึงห้องน้ำกลับไม่เจอแทนอยู่ในนั้น ชายหนุ่มเดินวนไปวนมาอย่างกังวลใจก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาอีกฝ่าย

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

“....”

“คุณแทนอยู่ไหน!” ครูซยืนขมวดคิ้วแน่น เขาร้อนใจและรู้สึกผิดที่ปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน

*“มาหาหน่อย”*เสียงหอบหายใจแรงของแทนยิ่งทำให้ครูซเป็นห่วง

“อยู่ไหนครับ” ครูซถามย้ำอีกครั้ง

*“ระเบียงฝั่งขวา”* เมื่อได้คำตอบครูซก็รีบวิ่งไปหาอีกฝ่ายทันที เลขาหนุ่มมาถึงก็เห็นแผ่นหลังกว้างนั่งหลบมุมอยู่ที่ริมระเบียงห่างจากคนอื่น

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” แทนไม่ตอบแต่คว้าน้ำจากมือครูซมาเปิดแล้วดื่มตามหลังกินยาลงไป มือสั่นเทาทำให้น้ำจากขวดไหลเปียกไปตามคอและเสื้อจนชุ่มไปหมด ครูซหยิบผ้ามาเช็ดตามใบหน้าที่ชื้นเหงื่อ

“ทำไมถึงออกมาข้างนอกล่ะ” ครูซเช็ดไปตามลำคอและเสื้อที่เปียก แทนหลับตานิ่งไม่ตอบ ครูซก็ไม่คิดจะถามต่อจนผ่านไปสักพักแทนก็พูดออกมาเอง

“เจอผู้ชายคนนั้น เขาเข้ามาทัก...รังเกียจ” ครูซรู้ในทันทีว่าคนที่แทนพูดถึงคือใคร เพราะมีไม่กี่คนที่ทำให้แทนควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้

“คุณทศพล... // อย่าพูดถึง!” ครูซกำลังจะถามต่อแต่แทนร้องห้ามออกมาเสียก่อน เลขาหนุ่มจึงปิดปากเงียบลงไม่ได้เอ่ยอะไรที่ทำให้เจ้านายไม่สบายใจอีก

“ผมโอเคแล้ว...เข้างานเถอะ” แทนที่เริ่มผ่อนคลายจากอาการตึงเครียดเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินนำเข้าไปในงานเอง เมื่อทั้งคู่เข้ามาก็เลยเวลาเปิดตัวไปแล้ว แทนไม่ได้เข้าไปนั่งยังโต๊ะที่จัดไว้ให้สำหรับบริษัทเพราะมีทศพลนั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาเลือกเดินไปบริเวณโต๊ะแถวหลังที่มีไว้เพื่อรองรับแขกที่มาเพิ่ม

“สวัสดีค่ะคุณแทนฟ้า” น้ำเสียงอันคุ้นเคยทำให้ครูซที่มองสำรวจอาการแทนอยู่หันไปมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาทักทาย

“สวัสดีครับคุณเขมิกา...ยินดีด้วยกับงานในครั้งนี้นะครับ” แทนฝืนส่งยิ้มการค้าไปให้เหมือนทุกครั้งที่ต้องทำต่อหน้าทุกคน

“ขอบคุณมากค่ะที่มา...แม้จะมาสายก็ตาม” รอยยิ้มที่ปั้นแต่งและคำพูดประชดทำให้แทนรู้สึกหน้าตึงขึ้นมาในทันที เขามีความรู้สึกไม่ชอบคนตรงหน้าเลยจริงๆ

“แต่งานในครั้งนี้คงต้องขอบคุณครูซมากเหมือนกันนะคะ ที่ร่วมกันสร้างขึ้นมาแต่คงจะดีกว่านี้ถ้าเธอกลับมาอยู่กับพี่...ใช่ไหมคะคนเก่ง” มือเรียวเล็กยกขึ้นมาจับไหล่ครูซด้วยท่าทางสนิทสนม ครูซยิ้มรับตามมารยาทแล้วขยับตัวออก แทนมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่พอใจ เขาไม่ชอบที่ผู้หญิงคนนี้มาแตะตัวครูซด้วยท่าทางน่ารังเกียจ

“เมื่อก่อนนะครูซเขาน่ารักมากเลย เวลาขิมไม่สบายก็ตามมาดูแล วันพิเศษก็มีของขวัญมาเซอร์ไพรส์ตลอด” เขมิกาพูดด้วยท่าทางมีความสุข เธอจงใจที่จะพูดให้ตัวเองดูพิเศษสำหรับครูซ ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าผู้หญิงหลายคนที่เข้าหาครูซนั้นไม่มีใครน่ากลัวเท่าแทนฟ้าสักคน อาจจะเพราะคนเหล่านั้นไม่เคยได้รับสายตาแบบนี้จากครูซ...สายตาที่พิเศษกว่าคนอื่น

“แล้วน้องเค้กเป็นไงบ้าง ช่วงนี้บ่นคิดถึงพี่บ่อยๆ พี่เองก็อยากเข้าไปหาอยู่เหมือนกัน” แทนยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิด เขาไม่ชอบน้ำเสียงและสายตาของหญิงสาวที่ใช้พูด ครูซสังเกตแทนที่เริ่มปล่อยบรรยากาศมาคุออกมาเรื่อยๆ จนเขารู้สึกอยากพาอีกฝ่ายกลับคอนโดซะเดี๋ยวนั้น

“ครูซ!”

“ครับ” ครูซที่มัวแต่มองแทนอยู่ไม่ได้ตอบคำถามเขมิกา เธอจึงแสดงท่าทีโกรธออกมา ผู้คนในงานเริ่มหันมาสนใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้มากขึ้นเพราะน้อยครั้งที่จะเห็นคนลึกลับอย่างแทนออกงานและน้อยครั้งที่จะเห็นเขมิกาเข้าไปทักทายผู้ชายคนอื่นก่อน

“เค้กบอกพี่ว่าครูซทำงานหนักกลับบ้านดึกทุกวัน ตอนอยู่กับพี่ พี่ยังไม่เคยทำให้ครูซเหนื่อยขนาดนั้นเลยด้วยซ้ำ ครูซจะทนไปทำไม! กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมเถอะนะ” เขมิกาโยนความอายยอมเสียศักดิ์ศรีที่เคยมีมากมายต่อผู้ชายหลายคนให้ครูซคนเดียว เธอยอมทุกอย่างหากจะได้ชายหนุ่มมาครอบครอง

“ผมเต็มใจที่จะทำครับแล้วก็ไม่ได้เหนื่อยอย่างที่คุณขิมคิด” ครูซพูดออกไปด้วยความรู้สึกที่มีต่อแทน  ทุกวันนี้แม้จะมีเรื่องราวที่มันหนักหนาเข้ามาแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ครูซรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยจนสู้ไม่ไหว เขาชอบที่จะดูแลและเฝ้าดูคนหน้านิ่งที่มีหลากหลายมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็น ยกเว้นเขา...เพียงคนเดียว

“ถ้าเรื่องคู่หมั้นไม่ต้องห่วงนะ พี่เลิกกับเขาแล้ว” เขมิกาเอื้อมมือมาจะจับข้อมือครูซแต่แทนที่จ้องอยู่ก่อนแล้วรีบปัดมือเรียวออกไปอย่างแรงจนทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ตกใจกับการกระทำนั้นไม่น้อย

“ทำอะไรของคุณ!”

“สกปรก” แทนพูดออกด้วยสีหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตากลับจ้องมองอย่างดุดันจนเขมิกาไม่กล้าที่จะตอบโต้ออกไป ครูซที่เห็นคนในงานเริ่มหันมาสนใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้ก็รีบลุกขึ้นบังแทนจากสายตาผู้คนทันที

“กลับกันเถอะครับ” ครูซจับลงบนไหล่กว้างแต่กลับถูกสะบัดออกอย่างแรงจนชายหนุ่มหน้าเสีย “คุณแทน” ครูซเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนักยิ่งทำให้เขมิกามั่นใจมากขึ้นไปอีกว่า แทนฟ้าคงมีความสำคัญต่อครูซไม่มากก็น้อย

“อย่าเพิ่งจับ” แทนพยายามห้ามเสียงตัวเองไม่ให้สั่น เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ ไม่ชอบสายตาผู้คนที่จับจ้องมา ไม่ชอบสัมผัสที่โดนมือหญิงสาวตรงหน้า เขาเกลียด...เกลียด! ครูซที่เห็นท่าทางของแทนก็รู้ในทันทีว่าเจ้านายหนุ่มกำลังควบคุมตัวเองไม่อยู่

“ผมขอตัวนะครับ” ครูซก้มหัวให้เขมิกาก่อนฉุดแขนแทนให้ลุกขึ้นยืน

“ปล่อย!” แทนสะบัดตัวออกแต่ครูซไม่ยอมปล่อยคว้าตัวแทนมาโอบไว้แล้วรีบประคองออกจากงานเพราะบรรดาไฮโซที่ยืนมองอยู่เริ่มหันไปนินทากระซิบกระซาบกันแล้ว ครูซดึงรั้งแขนกับแทนจนมาถึงรถก็โดนอีกฝ่ายกระชากคอเสื้อกระแทกเข้ากับประตูรถเต็มแรงจนจุกท้อง

ผลัก! ตึง!

“คุณแทนผมเจ็บ” ครูซร้องบอกไปแต่ก็ไม่ได้ผลักแทนออก เขาเลือกที่จะยกมือโอบแทนเข้ามากอดไว้เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ใช้ได้ผลเวลาคนหน้านิ่งสติหลุด แทนที่ยืนตัวสั่นในตอนแรกอยู่ๆ ก็อ้าปากกัดซอกคอเนียนของครูซเต็มแรงด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ หนุ่มลูกครึ่งสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดแต่ก็น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกโกรธอีกฝ่ายที่ทำร้ายร่างกายตนเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็นๆ” ครูซไม่ได้ห้ามการกระทำป่าเถื่อนของแทน เขาแค่ยกมือลูบผมสีนิลเบาๆ เป็นการปลอบโยน ผ่านไปสักพักร่างสูงก็คลายปากออกแล้วเลียเลือดที่ไหลซิบออกมาให้จนหยุดไหล

“อย่าทำอีก” แทนก้มหน้าซบไหล่ครูซพร้อมจิกแขนอีกฝ่ายแน่นเหมือนเป็นการออกคำสั่งมากกว่าคำขอร้อง 

“อย่าให้ใครมาโดนตัวคุณอีก...ผมไม่ชอบ!”

TBC.


ความคิดเห็น