chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2561 00:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8
แบบอักษร

​ตอนที่ 8

แสงไฟที่ยังคงส่องสว่างมาจากห้องนั่งเล่นแม้เป็นเวลาตีสามกว่า ทำให้ครูซที่ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกรู้สึกสงสัยจึงเดินออกไปดูให้แน่ใจว่าแทนทำอะไรอยู่กันแน่ถึงยังไม่นอน เลขาหนุ่มยังเจ็บเสียดๆ ที่ช่องทางอยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นเมื่อได้พักมาสามวันเต็ม

“คุณแทนทำไมยังไม่นอนครับ” ครูซถามแทนที่นั่งอยู่บนพื้นพรม เอนหลังพิงโซฟาพิมพ์งานอย่างเคร่งเครียด “คุณแทน” ครูซเรียกย้ำอีกครั้งเมื่อคนหน้านิ่งไม่ยอมตอบคำถาม

“ทำงาน” เสียงห้วนที่บ่งบอกได้ว่าไม่เต็มใจจะตอบทำให้ครูซถอนหายใจ

“ตีสามแล้วไปนอนเถอะ” เนื่องจากหยุดงานไปหลายวันทำให้เอกสารสำคัญมีตกหล่นจากการตรวจสอบไปบ้าง แทนจึงเครียดไม่ใช่น้อย

“นอนไม่หลับ” แทนพูดจบก็กลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้าโดยไม่สนใจว่าตอนนี้ครูซจะอยู่ใกล้ตนขนาดไหนก็ตาม

“คุณจะดื้อกับผมจริงๆ เหรอครับ” ครูซเอื้อมมือไปโอบรอบตัวแทนแล้วดึงอีกฝ่ายมากอดไว้หลวมๆ แทนที่ไม่ทันตั้งตัวสะดุ้งจนทำเมาส์หล่นจากมือก่อนสะบัดตัวออกรีบลุกไปยืนอยู่อีกมุมห้องทันที

“ไปนอนกันเถอะ” ครูซกดเซฟงานแล้วพับหน้าจอลง แทนขมวดคิ้วแน่นเขาไม่ชอบพฤติกรรมของอีกฝ่ายเลยจริงๆ บอกว่าหลับไม่ลงยังจะต้องมาบังคับอะไรกันอีก น่ารำคาญ!

“ช่วยพยุงผมหน่อย” ครูซยกมือไปหาแทนที่ยืนหน้านิ่งไม่ยอมขยับตัวไปไหน “แทนครับ” ครูซยกยิ้มหวานแกล้งแทนที่ดวงตาเริ่มคุกรุ่นไปด้วยไฟของโทสะ เขาไม่ชอบท่าทีหยอกล้อของครูซมันเหมือนกับว่าอีกฝ่ายมองเขาเป็นตัวตลก

“ผมไม่ชอบ”

“โอเค...งั้นไปนอนกัน” ครูซพยักหน้ารับแล้วเปลี่ยนท่าทีกลับมาเป็นปกติ แทนกลั้นใจเดินไปจับแขนประคองครูซให้ยืนขึ้นแล้วพาไปยังห้องนอน ตลอดสามวันที่ผ่าน ชายหนุ่มลูกครึ่งบังคับให้คนหน้านิ่งนอนด้วยกันบนเตียง อีกฝ่ายทำตามแต่เมื่อเขาหลับลงเมื่อใดร่างสูงจะรีบวิ่งไปอาบน้ำแล้วหนีออกไปนอนข้างนอกเสมอ ครูซรู้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเขาอยากค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ไม่บังคับฝืนใจอีกฝ่ายมากเกินความจำเป็น

“พรุ่งนี้ผมจะกลับบ้าน” ครูซบอกกับแทนที่ทิ้งตัวนอนอีกฝั่งของเตียง แม้ไม่มีเสียงตอบรับแต่เลขาหนุ่มก็รู้ว่าอีกคนได้ยินในสิ่งที่เขาพูด แทนทำตามที่ให้ไว้กับครูซจริงๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม การใช้ชีวิตอยู่กับอีกฝ่ายมาสามวันทำให้เขารู้อะไรขึ้นเยอะ เจ้านายชอบทำอะไรด้วยตัวเอง ทั้งทำความสะอาดห้องซักผ้ารีดผ้าทำกับข้าว และกิจกรรมยามว่างที่ดูจะโปรดมากก็คือการออกกำลังกาย ชอบถึงขนาดสร้างห้องหนึ่งเป็นฟิตเนสส่วนตัวเลยด้วยซ้ำ ครูซเห็นวันหนึ่งแทนทำสิ่งเดิมซ้ำกันอยู่ไม่กี่อย่างวนไปวนมา เขาเชื่อแล้วจริงๆ ว่าแทนมีความสามารถมากพอที่อยู่ได้ด้วยตัวคนเดียวมาเป็นห้าหกปีโดยไม่มีเลขาอยู่ข้างกาย แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งเดียวที่ร่างสูงทำน้อยที่สุดในแต่ละวันก็คือ การนอน แทนมักเอาเวลาไปทุ่มกับทุกสิ่งโดยเหลือเวลานอนแค่วันละสามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น และต้องทานยานอนหลับเป็นประจำแต่น่าแปลกใจตรงที่แม้จะใช้ยาแต่กลับนอนได้น้อยเหมือนเดิม ครูซจึงรู้สึกว่าร่างกายของแทนคงจะดื้อยาแล้วล่ะ

“คุณแทนเขยิบเข้ามาเถอะครับ คุณจะตกเตียงแล้วนะ” ครูซมองแผ่นหลังกว้างที่นอนชิดริมเตียง

“นอนไปเถอะอย่ามายุ่ง” แทนตอบกลับมาด้วยเสียงหงุดหงิดที่มักใช้กับครูซอยู่เป็นประจำ เมื่อร่างสูงไม่สนใจคำพูดของเขา ครูซจึงเอื้อมมือไปคว้าเอวอีกฝ่ายรั้งเข้ามาใกล้

“ทำอะไร!” แทนดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของครูซที่โอบกอดไว้แน่น

“กอดไงครับ” ครูซเอาขาเกี่ยวตัวแทนเข้ามารวบไว้ไม่ให้ดิ้นมาก แทนที่กำลังพยายามดิ้นในทีแรกต้องหมดแรงลงดื้อๆ เมื่อเจอเสียงกระซิบและลมหายใจแผ่วเบาที่เป่าอยู่ข้างหู จุดอ่อนของแทนที่ครูซเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้

“มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกครับ” แทนตัวสั่นจนครูซรู้สึกได้แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นอิสระ

“ขอร้อง...อึก! ปล่อย” แทนจิกเตียงระบายอารมณ์ความรู้สึกต่อต้านสัมผัสจากครูซอย่างรุนแรง  

“ผมเป็นของคุณไง...ผมไม่สกปรกหรอก” ครูซกระซิบบอกข้างหูแทนที่ตอนนี้แดงก่ำจากการที่เลือดสูบฉีดตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง

“ไม่...” แทนหลับตานิ่งนอนหอบหายใจแรง ในท้องรู้สึกปั่นป่วนไปหมดจนต้องเอามือไปกุมไว้เพื่อลดแรงบีบตัวของลำไส้

“ผมจะไม่ฆ่าตัวตาย จะอยู่ข้างๆ คุณตราบเท่าที่คุณยังรักษาสัญญา” ครูซจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อก่อนจับพลิกให้แทนหันหน้ามาทางตนแล้วดึงอีกฝ่ายมากอดไว้แนบอก มือเรียวลูบหลังปลอบโยนคนในอ้อมแขนที่ตัวสั่นไม่ยอมหยุด แทนก้มหน้าซุกอยู่ที่อกของครูซอย่างช่วยไม่ได้เพราะร่างโปร่งรัดตัวเขาไว้แน่นมาก

“ผมไม่สกปรกหรอก” ครูซพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาจนแทนเริ่มคลายการเกร็งตัวลง “ผมจะอยู่ข้างๆ คุณ” หัวสมองแทนเริ่มเบลอเพราะฤทธิ์ยาที่ทานเข้าไปก่อนนอน สัมผัสอุ่นกับน้ำเสียงปลอบโยนยังคงดังอยู่ในโสตประสาทจนสติเริ่มจางหายไป ครูซที่ยังลืมตามองเหม่ออยู่ในความมืดยิ้มออกมาเล็กน้อยที่คนในอ้อมแขนหลับลงไปอย่างง่ายดาย

ทำได้แล้ว ทำให้แทนหลับก่อนเขาได้แล้ว ภายในอกรู้สึกยินดีกับความสำเร็จเล็กๆ ได้อย่างน่าตกใจ เขาไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้ถึงขนาดนี้ หมกมุ่นกับคนในอ้อมแขนจนไม่สนใจเรื่องเลวร้ายที่ได้ผ่านพ้นมา ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงได้ลืมเลือนความรู้สึกโกรธแค้นที่เคยมีอยู่

ครูซแต่ได้แต่คิดถามตัวเองอยู่ในใจ แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดหาคำตอบสักเท่าไหร่เขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ ความง่วงเข้ามารบกวน ความคิดจึงเริ่มเลือนรางและเพียงไม่นานชายหนุ่มก็ผล็อยหลับไป    

แสงสว่างของแดดยามเช้าปลุกให้ครูซลืมตาตื่นขึ้น เขารู้สึกสมองปลอดโปร่งเพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มแล้ว แต่สัมผัสอุ่นในอ้อมแขนทำให้เขาแปลกใจไม่ใช่น้อย

แทนยังคงหลับอยู่? ปกติเขาตื่นมาไม่เคยเจออีกฝ่ายเลยสักครั้ง ครูซนอนจ้องหน้าร่างสูงอย่างพิจารณา แทนเป็นคนขาวซีด ขาวกว่าเขาที่เป็นลูกครึ่งเสียอีกอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายไม่เคยออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งทำให้ผิวไม่เคยถูกแสงแดด ริมฝีปากบางกระจับแดงระเรื่อตัดกับผิวขาวซีดยิ่งส่งให้แทนดูโดดเด่น คิ้วเข้มกับตาเรียวมีเสน่ห์อย่างดุดัน แต่ความเย็นชาภายในแววตาก็ทำให้หลายคนต่างกลัวที่จะต้องสบตาด้วย แต่ใครเลยจะรู้ว่าดวงตาสีนิลดวงนี้หลั่งน้ำตาออกมามากมายแค่ไหน ครูซไม่รู้ว่าเคยมีคนเจอแทนในสภาพเหล่านั้นไหมแต่สำหรับเขา ต่อให้โกรธแค่ไหนเพียงเห็นน้ำสีใสคลออยู่ในดวงตาสั่นไหวคู่นี้ เป็นอันต้องเอื้อมมือไปคว้าตัวอีกฝ่ายมากอดปลอบเสียทุกที บางครั้งเขาไม่ได้นึกอยากทำแต่มือมันขยับไปเองโดยไม่ทันได้คิดไต่ตรองเลยด้วยซ้ำ

“ในเมื่อมาทำให้ผมรู้สึกสนใจขนาดนี้ก็ช่วยรับผิดชอบความรู้สึกแปลกๆ ของผมด้วยแล้วกันนะครับ” ครูซพูดจบก็กระตุกยิ้มมุมปาก ใช้มือลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังกว้างพลางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนผ่านไปสองชั่วโมงกว่า แทนถึงค่อยรู้สึกตัวตื่น สัมผัสแรกที่รับรู้ได้คือแรงลูบหัวแสนแผ่วเบาที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างกายคล้ายถูกห้อหุ้มด้วยไออุ่น

“ตื่นแล้วเหรอครับ” เสียงทุ้มนุ่มที่กระซิบถามข้างหูพาให้ขนอ่อนทั่วกายลุกชัน อกซ้ายเต้นแรงด้วยความตกใจ

“เฮ้ย!” แทนเด้งตัวออกจากแขนของครูซทันที ดวงตาเบิกกว้าง ชายหนุ่มยันตัวลุกจากเตียงอย่างรวดเร็วแต่เพียงเท้าแตะพื้น ภาพตรงหน้าก็ดำมืด ภายในหัวสมองชาวับจนทำให้ร่างสูงร่วงไปนั่งกับพื้นเนื่องจากโรคความดันต่ำที่เป็นอยู่

“เป็นอะไรหรือเปล่า!” ครูซขยับตัวลุกไปนั่งคุกเข่าข้างกัน ดูแทนที่กุมจมูกตัวเองไว้แน่น

“อย่า!” แทนปัดมือครูซที่เอื้อมมาจับปลายคางตนทิ้งด้วยท่าทีรังเกียจ แต่ครูซไม่ได้สนใจกำข้อมือหนาดึงออกแล้วเชยคางให้เงยขึ้นเพื่อดูจมูกที่กระแทกกับขอบเตียงอย่างแรง

“เลือดออก” ครูซจับหน้าแทนให้ก้มต่ำลง บีบนวดเบาๆ ตรงสันดั้ง “เวลาตื่นอย่าเพิ่งรีบลุกสิครับ ร่างกายมันปรับไม่ทัน” ครูซหยิบกระดาษทิชชูบนโต๊ะข้างเตียงเช็ดเลือดที่ไหลออกมาเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง แทนที่ยังไม่หายมึนหัวอยู่จึงนั่งนิ่งหลับตาแน่น

“เงียบ!” แทนจิกแขนครูซอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด ครูซรู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ได้ร้องห้ามออกไปปล่อยให้ร่างสูงกำมือจิกแขนตนอยู่แบบนั้น เลขาหนุ่มรอจนเลือดหยุดไหลถึงได้ปล่อยมือออกจากจมูกโด่ง

“ยังเจ็บอยู่ไหม” ครูซสบตากับแทนที่นั่งจ้องหน้าเขานิ่งๆ ไม่ยอมพูดอะไรออกมา ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบเมื่อทั้งคู่ต่างอยู่ในห้วงความคิดของตน แทนแปลกใจที่ตัวเองนอนหลับไปทั้งที่อยู่ในอ้อมกอดของครูซทั้งคืนและยังรู้สึกนอนเต็มอิ่มแบบที่ไม่ได้เป็นมานานมากแล้ว ทำไมเขาถึงหลับลึกได้ขนาดนั้นกัน...

กริ๊ง

เสียงกริ่งที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหลุดจากภวังค์ แทนลุกขึ้นเดินไปที่ประตูด้วยความสงสัย ปกติไม่เคยมีใครมาหาเขาในเวลาแบบนี้ เพราะถ้าเป็นพัชชาเธอมักโทรมาบอกก่อนเสมอ

ร่างสูงชะงักเท้านิ่งเมื่อเห็นภาพของคนที่ปรากฏอยู่บนมอนิเตอร์ มาทำไม มาได้ไง เหงื่อใสเริ่มผุดขึ้นตามขมับ แทนเดินก้าวถอยหลังกลับโดยไม่รู้ตัวจนกระทั่งชนเข้ากับแผ่นอกของครูซที่เดินออกมาดู

“เป็นอะไร” ครูซถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นเจ้านายตนสะดุ้งสุดตัว แทนไม่ตอบแต่รีบเดินกลับไปยังห้องนอนทันที ครูซมองตามจนสุดสายตาก่อนหันไปดูมอนิเตอร์ถึงเข้าใจในทันทีว่าทำไมเจ้านายตนถึงเดินหนีไปแบบนั้น จากที่เขาลอบสังเกตมาตลอด แทนไม่ชอบเข้าใกล้คนในครอบครัว เขายังจำสายตาและท่าทางตอนที่อีกฝ่ายเจอหน้าคุณหญิงรัศมีได้ดี ไม่สบตา ไม่มองหน้า ดูกังวลอยู่ตลอดเวลา

เสียงกดกริ่งยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ครูซเดินตามแทนไปในห้องนอนก็เห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งสายตาหลุดลอยไปไกล

“จะให้เปิดไหมครับ”

“ไม่!” แทนส่ายหน้าแล้วก้มมองมือที่บีบกันไว้แน่น

“ถ้าไม่เปิดให้แล้วจะมีปัญหาตามมาหรือเปล่า” แน่นอนว่าต้องมี การที่คุณหญิงรัศมีมาหาหลานชายถึงคอนโดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่ง ตั้งแต่แทนออกมาอยู่คนเดียวนี่เป็นครั้งที่สองที่คนเป็นย่ามาหา แล้วการที่เธอมานั้นย่อมไม่ใช่เรื่องดี

ครูซเห็นสีหน้าคิดไม่ตกก็เดินเข้าไปนั่งลงข้างกัน แทนขยับออกห่างแต่ก็ไม่ได้ลุกหนี

“ผมจะอยู่ข้างๆ ไม่ให้ใครมาถูกตัวคุณ แบบนี้โอเคไหมครับ” แทนหันมามองครูซอย่างชั่งใจ เสียงกริ่งกับเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นมาพร้อมกันทำให้เขารู้สึกกดดันยิ่งขึ้น แทนขบปากแน่น สองมือกำจิกกันอย่างใช้ความคิดจนสุดท้ายก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ

“อย่าผิดคำพูด” ครูซยกยิ้มรับ แทนจึงเดินเลี่ยงไปเข้าห้องน้ำทันทีเมื่อเห็นเลขาตนเดินออกไปเพื่อต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ครูซที่ออกมาจากห้องวิ่งไปล้างหน้าล้างตาในห้องครัวด้วยความเร่งรีบ พอเช็ดหน้าเสร็จก็เดินไปเปิดประตูห้องทันที

“เธอ!” คุณหญิงรัศมีแปลกใจที่เห็นหนุ่มลูกครึ่งแทนที่จะเป็นหลานชายของตน

“สวัสดีครับ” ครูซยกมือไหว้แล้วขยับตัวออกห่างจากประตูเพื่อให้คุณหญิงเดินเข้ามาข้างใน

“แทนฟ้าอยู่ไหน” คุณหญิงนั่งลงบนโซฟาแล้วใช้สายตามองครูซตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า

“คุณแทนไม่ค่อยสบายครับ ตอนนี้เข้าห้องน้ำอยู่” ครูซตอบด้วยท่าทางสุภาพ

“แล้วเธออยู่ที่นี่?” ดวงตาคมดุจ้องมองด้วยความสงสัยเพราะปกติแทนฟ้าไม่ใช่คนที่ปล่อยให้คนภายนอกเข้ามาในห้องตัวเองได้ง่ายๆ

“ผมมาช่วยดูแลคุณแทนครับ” ครูซคิดไว้อยู่แล้วว่าเธอต้องถามแน่ๆ เพราะตอนนี้เสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่เป็นชุดนอน

“ช่างเถอะ...ไปตามแทนฟ้ามา” คุณหญิงรัศมีโบกมือไล่ด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนัก ครูซจึงพยักหน้ารับรีบเดินเข้าไปในห้องนอนทันที

“คุณแทน” ครูซสะกิดแทนที่ยืนจ้องกระจกอยู่ในห้องน้ำ

“หยิบยาให้หน่อย” แทนยืนพิงอ่างล้างหน้าด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไม่ได้แสดงอาการผิดปกติอะไร

“ไม่ต้องหรอกครับ” ครูซดึงข้อมือแทนให้ออกจากห้องน้ำแต่อีกฝ่ายขืนตัวไว้

“ผมจำเป็นต้องกิน!” ตลอดสองวันที่ผ่านมา ครูซบังคับไม่ให้แทนทานยาอะไรเลยนอกจากยานอนหลับ เขาจึงไม่มั่นใจนักว่าจะไม่เผลอแสดงอาการผิดปกติให้ย่าได้เห็นเพราะคนพวกนั้นไม่สมควรต้องมารับรู้ความน่าสมเพชของเขา

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มีผมอยู่ด้วยทั้งคน” ครูซอยากให้อีกฝ่ายก้าวข้ามความคิดที่ว่าต้องพึ่งแต่ยาตลอดเวลา เขาอยากให้แทนสงบสติอารมณ์ได้ด้วยตัวเองบ้าง

“ไม่ได้...ทำไม่ได้ ผมทำไม่ได้” แทนส่ายหน้าพยายามยื้อแขนออกจากมือครูซ

“ผมสัญญาด้วยชีวิตว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรคุณแน่ๆ” น้ำเสียงหนักแน่นและสายตาจริงจังทำให้ความกังวลใจที่มีอยู่ของแทนลดน้อยลง แต่ใช่ว่ามันจะหมดไป

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมอง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ...คุณเคยบอกว่าจะเชื่อใจผมไม่ใช่เหรอ” ครูซทวงสัญญาที่อีกฝ่ายเคยบอกไว้ แทนหลับตาพยักหน้าตอบน้อยๆ ก่อนตัดสินใจเปิดประตูเดินออกไปพบกับคุณหญิงรัศมีที่ยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์

“สวัสดีครับ” แทนยกมือไหว้ด้วยท่าทางนิ่งขรึม

“ไปหาพ่อบ้างหรือยัง” คุณหญิงรัศมีเดินไปนั่งลงโซฟาพร้อมหยิบซองจดหมายสีขาวจากกระเป๋าหนังสัตว์ราคาแพงยื่นให้แทนที่นั่งอยู่โซฟาตัวถัดไป

“ยังครับ” แทนไม่ได้รับเพราะครูซหยิบมาถือไว้ให้แล้ว

“ทำไมไม่ไป รู้ไหมว่าเขาเป็นห่วงแกแค่ไหน” เสียงตำหนิจากคนเป็นย่าทำให้แทนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจแต่ก็ทำได้เพียงเก็บซ่อนอาการไว้ เมื่อไม่ได้คำตอบจากหลานชาย คุณหญิงรัศมีจึงเปลี่ยนเรื่องพูด

“พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงเปิดบริษัทใหม่ของเขมิกาลูกสาวเจ้าสัวโชติ” ครูซขมวดคิ้วแน่นทันทีเมื่อได้ยินชื่อเจ้านายเก่าตนอยู่ในประโยคบอกเล่า “ฉันจะให้แกไปกับตาทศ”

“ผมไม่ไป!” แทนกระชากเสียงตอบด้วยท่าทางไม่พอใจทำให้คุณหญิงรัศมีที่เป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้วรู้สึกเดือดดาลขึ้นมา

“แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ!...กี่ครั้งกี่หนแล้วที่ไม่เคยออกงานสังคมเลย ตอนนี้เขาลือกันไปทั่วแล้วว่าแกมันบ้าผิดปกติ ครอบครัวถึงไม่ยอมให้ออกสื่อ รู้บ้างไหมห๊ะ!” คุณหญิงที่ห่วงหน้าตาทางสังคมยอมไม่ได้ที่จะให้ใครต่อใครมาว่าตระกูลวราวุธกิจที่ยิ่งใหญ่มานาน

“ผมไม่ชอบ” แทนจิกหน้าขาตัวเองแน่นไม่ยอมปล่อยแม้ครูซจะพยายามสะกิดให้เลิกทำก็ตาม

“ทุกคนต้องตามใจแกหมดหรือไงแทนฟ้า” คุณหญิงจ้องหน้าคนเป็นหลานนิ่ง สายตาที่ดุดันและรอยยิ้มเสแสร้งทำให้แทนรู้สึกคันไปทั่วตัว รังเกียจ คนคนนี้น่ารังเกียจ

“ไม่ต้อง..ไม่..ผมไม่ต้องการ” เหงื่อที่ไหลไปตามขมับของแทนทำให้ครูซเริ่มกังวล เขาจับบ่ากว้างไว้ทันทีเมื่อเห็นเจ้านายตนเริ่มพูดคำเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา

“อย่ามาทำเป็นอวดเก่งไปหน่อยเลย ที่แกมีทุกวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะฉันคนนี้หรือไง” คุณหญิงรัศมียังพูดกดดันต่อไปเพื่อดูความสัมพันธ์ของหลานตนกับเลขาหนุ่ม เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าร่องรอยตามร่างกายครูซเกิดจากอะไร “ถ้าสิ่งที่ทำให้แกเกลียดพ่อมาจากเรื่องนั้น ฉันขอให้แกลืมๆ มันไปซะ แค่ผู้หญิงต่ำทรามคนเดียวจะไปยึดติดอะไรนักหนา”

“หึ! ผู้หญิงต่ำทรามกับผู้ชายชั่วช้าแบบพ่อน่ะเหรอ” แทนลุกขึ้นถอยห่างจากคุณหญิง หัวเราะอย่างนึกสมเพช ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไปคนตรงหน้าก็ยังมีความคิดสกปรกไม่เคยเปลี่ยนทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะเธอแท้ๆ

“แทนฟ้า! แกไม่มีสิทธิ์มาว่าตาทศ!” คุณหญิงยืนตัวสั่นด้วยความโกรธเมื่อฟังคำพูดเสียดสีลูกชายเธอ

“ถ้าให้ไปกับผู้ชายคนนั้น ผมไม่ไป!” แทนกระชากซองขาวจากมือเลขามาฉีดต่อหน้าต่อตา ทำให้ไฟในใจเธอระเบิดปะทุออกมา

เพี๊ยะ!

ครูซหน้าหันไปตามแรงตบ คุณหญิงรัศมียืนอึ้งที่หนุ่มลูกครึ่งเอาตัวมารับฝ่ามือเธอ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แทนที่ถูกดึงให้ซ่อนอยู่ข้างหลังยืนกำแขนครูซแน่นด้วยความรู้สึกขยะแขยง อีกแค่นิดเดียวฝ่ามือน่ารังเกียจนั้นก็จะสัมผัสหน้าเขาแล้ว

“ดูท่าทางเลขาคนใหม่จะทำงานได้ดีเกินหน้าที่ไปหน่อยแล้วมั้ง” คุณหญิงรัศมีเหยียดยิ้มมองหน้าครูซด้วยสายตาอำมหิตแต่ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวเหมือนคนทั่วไป ครูซจ้องกลับไปด้วยท่าทีนิ่งสงบ ไม่มีความลังเลใจหรือสั่นไหวอยู่เลย ทำให้คุณหญิงรู้สึกสนใจไม่ใช่น้อย นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่มีใครกล้าจ้องตาเธอแบบนี้ แม้แต่แทนที่พยศร้ายขนาดไหนยังไม่กล้าที่จะท้าทาย

“แทนฟ้า...แกต้องไปงานพรุ่งนี้” คุณหญิงเดินเข้ามาใกล้คนทั้งสองมากขึ้น ครูซไม่ได้ถอยหนีแต่จับแทนให้อยู่ข้างหลังตน แทนเองก็กำแขนครูซบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง อาการหอบเริ่มเป็นหนักจนชายหนุ่มตัดสินใจก้มแนบหน้าเข้ากับบ่าของเลขาเพื่อกันไม่ให้ย่าสังเกตเห็น

“นี่ไม่ใช่คำขอแต่เป็นคำสั่ง ถ้าไม่อยากให้คนของแกเดือดร้อนก็จงไปซะ” น้ำเสียงเฉียบขาดเอ่ยจบก็โยนบัตรเชิญอันใหม่ปาใส่หน้าครูซแล้วก้าวเท้าจากไปด้วยท่าทางข่มอำนาจ เสียงประตูปิดลงดังลั่นตามแรงกระชากของหญิงสูงวัย บ่งบอกได้ดีว่าเธอนั้นโกรธมากเพียงใด

แทนหลับตาขบกรามแน่นจนเอ็นตรงคอขึ้นเป็นเส้น ในใจปั่นป่วนไปหมดด้วยความวิตกกังวล คุณย่าไม่ใช่คนที่สมควรไปต่อกรด้วย เธอทำได้ทุกอย่างที่ต้องการไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

“คุณแทนไหวไหมครับ” ครูซจับมือแทนที่จิกแขนตนออกแล้วดึงให้ไปนั่งลงบนโซฟา ครูซหยิบกระดาษทิชชูเช็ดตามใบหน้าชื้นเหงื่อ ร่างสูงหอบหายใจแรงจนเขาต้องปลดกระดุมสองเม็ดบนออกเพื่อให้อีกฝ่ายหายใจได้สะดวกขึ้นก่อนเดินไปเอาน้ำให้ครัวมาให้ดื่มแก้กระหาย

“นี่ครับ” แทนรับมาดื่มจนหมดแก้วโดยที่ไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มน้อยๆ จากครูซ ปกติเขายื่นอะไรไปแทนมักปัดทิ้งตลอดแต่ตอนนี้...

“ทำบ้าอะไร!” อยู่ๆ แทนก็โวยวายขึ้นมาทำให้ครูซหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“ครับ?” ครูซมองตามแทนที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงหายไปในห้องนอนแล้วกลับออกมาพร้อมของในมือ

“ทำแบบนี้ทำไม” ครูซเข้าใจในทันทีเมื่อแทนยื่นกล่องยามาให้ตน

“ก็ผมสัญญาไว้แล้วว่าจะไม่ให้ใครมาโดนตัวคุณ” ครูซนั่งลงกับพื้นหยิบสำลีขึ้นมาพร้อมใส่ยาเตรียมทำแผลที่มือแทน ที่เขาเลือกทำให้คนตรงหน้าก่อนเพราะเลือดสีสดไหลออกมาจากรอยแผลเก่าที่ไม่หายสักที ส่วนปากเขาถึงจะแตกแต่ไม่ได้เจ็บมากมายไว้ค่อยทำทีหลังก็ได้

“!!” แทนตกใจกับสัมผัสอุ่นที่จับข้อมือเขาไว้แน่น ชายหนุ่มกำลังจะสะบัดออกแต่เมื่อสบเข้ากับสายตาจริงใจและรอยยิ้มปลอบโยนจากครูซ เขาก็เลือกที่จะยอมนั่งนิ่งๆ ให้อีกฝ่ายทำแผลให้ ไม่รู้เพราะอะไรถึงยอมให้จับ ไม่รู้ทำไมอาการสั่นถึงหายไป

สำหรับแทน เขาเชื่อว่าคนใจดี ยิ้มง่าย มักเป็นคนน่ากลัว เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตายใจ คนพวกนี้จะทรยศหักหลังได้อย่างเลือดเย็น ทั้งที่คิดแบบนั้นแต่ทำไมตอนนี้เขาถึงปล่อยให้ครูซล้ำเส้นเข้ามาเรื่อยๆ ทำไมเขาถึงรู้สึกเชื่อใจขึ้นมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น เพราะอะไรกัน แทนมองใบหน้าของหนุ่มลูกครึ่งที่ดูตั้งอกตั้งใจในการทำแผลให้เขามาก มือเรียวสัมผัสอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเขาจะแตกสลายถ้าทำแรงเกินไป ไม่เข้าใจเลยสักนิด ไม่โกรธ ไม่เกลียดเขาเลยหรือไง เขาทำเรื่องเลวร้ายขนาดนั้นแท้ๆ

“เจ็บหรือเปล่า” แทนใช้นิ้วชี้แตะลงบนมุมปากของครูซที่มีเลือดไหลซึมออกมาอย่างลืมตัว พอดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเงยขึ้นมามอง ร่างสูงถึงได้สติชักมือกลับด้วยความตกใจแล้วเบนหน้าหนี มองไปทางอื่นทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ผม...ไม่เจ็บครับ” ครูซตะลึงไปชั่วขณะ เขาไม่คิดว่าแทนจะยื่นมือมาแตะปากตน นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายจับตัวเขาโดยที่ไม่ได้มีอาการผิดปกติ

“มองอะไร” ถามเสียงห้วนเมื่อถูกหนุ่มลูกครึ่งจับจ้องใบหน้าอยู่นาน ครูซหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของเจ้านายหนุ่ม ทำตัวเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำความผิดแล้วโวยวายกลบเกลื่อน

“เลิกมองสักที!” แทนหยิบหมอนปาใส่หน้าครูซด้วยความหงุดหงิด พลางถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงนอนหันหลังเข้าพนักพิงเพราะไม่อยากเห็นรอยยิ้มสดใสจากอีกฝ่าย

“รู้ตัวไหมครับว่าคุณแทนน่ารักขึ้นเยอะเลย” ครูซก้มกระซิบข้างใบหูที่แดงก่ำ แม้รู้ว่าถ้าพูดออกไปจะทำให้แทนไม่พอใจแต่เขาก็รู้สึกอดใจไม่ไหวจริงๆ  

“หุบปาก!!” 

TBC.


ความคิดเห็น