chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2561 01:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ตอนที่ 6

ชายหนุ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ความรู้สึกแรกคือเจ็บตึงไปทั่วร่างกาย เขาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแต่ระหว่างที่กำลังจะเอื้อมมือไปจับผ้าห่มที่กองอยู่ตรงเอวก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อสัมผัสเข้ากับผิวหนังที่ร้อนระอุของคนข้างกาย

“เฮ้ย!!” แทนขยับออกห่าง มองร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเลขาตนด้วยความสับสน คำถามมากมายถาโถมเข้ามาไม่หยุด

มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้น

ร่างสูงยกมือกุมศีรษะพยายามคิดทบทวนอย่างหนักจนพอปะติดปะต่อเรื่องราวเมื่อคืนได้ ใบหน้าคมก็ซีดเผือดลงทันที

อุบ

แทนเอามือปิดปากไว้ รู้สึกสะอิดสะเอียนจนทนแทบไม่ไหว สองเท้ารีบดีดตัววิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำ แผ่นหลังกว้างกระตุกตามจังหวะการบีบตัวของลำไส้ ปากอ้ากว้างขย้อนน้ำย่อยออกมาไม่หยุด ดวงตาสองข้างแดงก่ำมีน้ำตาไหลคลออยู่ มือเท้าจิกเกร็ง ชายหนุ่มอาเจียนออกจนหมดไส้หมดพุงจึงล้างปากแล้วทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง 

น่ารังเกียจ เขาทำเรื่องน่ารังเกียจลงไปแล้ว*!* 

มือขาวทุบตีตัวเองอย่างโมโห ภาพครูซที่นอนหน้าซีด เนื้อตัวมีแต่เลือดและบาดแผลทำให้เขารู้สึกผิด มันเหมือน...เหมือนกับที่เขาถูกกระทำเมื่อตอนเด็กไม่มีผิด

“ไม่ได้ตั้งใจ” แทนเอ่ยออกมาเสียงเบา สองมือกำจิกผมตัวเองแน่น พยายามห้ามไม่ให้สมองกลับไปนึกถึงภาพในอดีตแสนโหดร้าย แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งกระตุ้นให้ความทรงจำชัดเจนยิ่งขึ้น เสียงกรีดร้อง ท่าทางดิ้นรนอย่างทรมาน ภาพของครูซกับเขาในวัยเด็กซ้อนทับกัน  ต่างกันตรงที่เมื่อก่อนเขาเป็นผู้ถูกกระทำแต่ตอนนี้เป็นเขาที่กระทำเรื่องเลวร้ายกับคนอื่น

เขาไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงน่ารังเกียจคนนั้นเลยสักนิด 

“ขอโทษ...ผมขอโทษ...ขอโทษ” เสียงสะอื้นไห้ดังก้องอยู่ในห้องน้ำนานนับชั่วโมง จนอารมณ์ที่ยุ่งเหยิงเริ่มสงบลงร่างสูงถึงยอมลุกไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้วไปยืนดูหนุ่มลูกครึ่งที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

“อือ” ร่างบอบช้ำครางออกมาเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงผิดปกติเนื่องจากการอักเสบของบาดแผลและพิษไข้ แทนมองภาพตรงหน้าด้วยความสะเทือนใจ ใบหน้าใสที่เคยมีเลือดฝาดประดับอยู่ข้างแก้มเสมอตอนนี้กลับซีดเซียว ริมฝีปากกระจับสวยเป็นแผลแตกระแหง เนื้อตัวมีแต่รอยบวมช้ำเขียวแกมม่วง ทั้งรอยกัดรอยข่วน หนักสุดคงเป็นช่องทางหลังที่มีเลือดแห้งติดอยู่บ่งบอกได้ดีว่าเมื่อคืนชายหนุ่มเจ็บปวดทรมานแค่ไหน

“ขอโทษๆๆๆๆ” แทนพูดซ้ำไปซ้ำมาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง แต่ไม่ว่าเขาจะพูดไปมากมายเพียงใดก็ไม่สามารถลบล้างความดำมืดที่ติดอยู่ในใจได้เลย

“หนะ...หนาว” เสียงแหบแห้งละเมอออกมาเรียกให้ร่างสูงได้สติ เขาขยับเข้าไปหา แก้เนกไทที่รัดข้อมืออีกฝ่ายจนบวมออกให้พร้อมหยิบผ้ามาห่มคลุมร่างกายเพิ่มความอบอุ่น แทนมองใบหน้าครูซสลับกับมือตัวเองไปมาอย่างมึนงง เขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปดี ให้กินยา เช็ดตัวหรือปล่อยไว้แบบนี้ เมื่อคิดไม่ตกชายหนุ่มจึงตัดสินใจโทรไปหาใครคนหนึ่งที่พอจะช่วยได้

*“ว่าไงลูกพี่ ถ้าจะมาเอายาอีกบอกเลยนะครั้งนี้ไม่ขาย”* เสียงใสเจื้อยแจ้วเอ่ยทักอย่างคนอารมณ์ดี

“ไม่ใช่”

“แล้ว*?”*

“มาหาที่คอนโดหน่อย” แทนคุยโทรศัพท์พลางมองครูซที่นอนตัวสั่นเทา ฟันกระทบกันจนได้เสียงกึกกักอยู่ตลอดเวลา หลายช่วงที่อีกฝ่ายมีอาการหอบเกร็งเหมือนหายใจไม่ออก ดูน่ากังวลจนไม่อาจละสายตาได้เลย

“ด่วนไหม”

“ด่วน”

*“เคๆ ไอ้เภาปล่อยกูดิ // จะไปไหน วันนี้นัดไปเที่ยวแล้วนะ // ทำงานโว้ย! คนนี้เงินหนัก”* แทนส่ายหัวหน่ายใจกับบทสนทนาในสายก่อนกดวางแล้วเดินไปยืนสังเกตอาการใกล้ๆ

“แฮ่ก” อยู่ดีๆ ครูซก็ลืมตาตื่นขึ้นมาเหมือนฝันร้ายทำเอาแทนสะดุ้งตกใจตามไปด้วยเพราะกำลังดูรอยแผลตามตัวอีกฝ่ายอยู่

“ทะ แทน” เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้เจ้าของชื่อยืนแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก เขานิ่งอยู่หลายนาทีก่อนเอ่ยปากพูดในสิ่งที่สมควรจะพูดออกไป “ขอโทษ”

เลขาหนุ่มปวดหัวมากเกินจนไม่สามารถประมวลเหตุการณ์อะไรได้เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องรู้สึกโกรธหรือตอบรับอะไรกลับไป ตอนนี้ทุกอย่างดูเบลอไปหมดเพราะพิษไข้

“จับมือหน่อย” เขาเพียงต้องการมือใครสักคนมากุมไว้เหมือนยามปกติที่แม่จะคอยจับเสมอหากไม่สบาย เพราะการทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพัง แทนมองมือเรียวที่ยื่นมาหาอย่างสับสน หากปกติชายหนุ่มคงปัดทิ้งไม่ไยดีแต่ตอนนี้สภาพของครูซน่าสงสารเกินกว่าจะปฏิเสธ แทนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนยื่นมือไปสัมผัสกับมืออีกฝ่าย แค่เพียงครูซรับรู้ได้ถึงความอบอุ่น ชายหนุ่มก็ดึงมากอบกุมไว้แน่น

แทนใจเต้นแรงด้วยความกลัว เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้...ไม่ชอบเลยสักนิด อุณหภูมิร้อนผ่าวจากร่างกายคนอื่น สัมผัสเปียกชื้น น่าขยะแขยง

ร่างสูงนั่งหลับตาจิกมืออีกข้างลงบนผ้าปูเพื่อบรรเทาอาการสั่นเทาที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นแบบนี้เสมอเมื่อเข้าใกล้คนอื่น ใช่ว่าไม่เคยเข้ารับการรักษา เขาทำมาหมดแล้วสารพัดวิธีแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จถ้าไม่พึ่งยาระงับประสาท

Rrrr Rrrr

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากกางเกงสแลคตรงปลายเท้าของแทน ชายหนุ่มก้มมองก่อนเอี้ยวตัวไปหยิบขึ้นมาโดยไม่ให้มือที่กุมกันไว้หลุดออก

คุณแม่

แทนมองชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างชั่งใจก่อนกดรับ เขาคิดว่าคนเป็นแม่คงห่วงลูกชายอยู่ไม่น้อยเพราะสายป่านนี้แล้วแต่อีกฝ่ายยังไม่ได้กลับบ้าน

*“ครูซอยู่ไหนลูก เมื่อคืนแม่โทรหาตั้งหลายสาย”* เสียงสั่นเครือร้องถามอย่างเป็นห่วงยิ่งทำให้แทนรู้สึกผิดขึ้นไปอีก

“ขอโทษครับ ผมเป็นเจ้านายของครูซ” แทนพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรที่มักใช้แสร้งทำเวลาต้องติดต่อธุรกิจ

*“เอ่อ...สวัสดีค่ะ ครูซเขาไม่เป็นไรใช่ไหมคะ”* แอนนี่แปลกใจที่เจ้านายมารับสายแทนลูกชายตน

“เขามาทำงานกับผมที่ต่างจังหวัดครับ ตอนนี้หลับอยู่เพราะขับรถเดินทางไกลคงเพลียมาก”

“โล่งอกไปที”

“ถ้าเขาตื่นผมจะรีบให้โทรกลับนะครับ ขอโทษด้วยที่ทำให้เป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรค่ะ แม่แค่เป็นห่วงเพราะปกติเขาจะโทรมาบอกก่อนตลอดสงสัยวันนี้จะลืม งั้นแม่ไม่รบกวนแล้วค่ะ”

“ครับ” แทนกดวางสายแล้วมองภาพหน้าจอที่สว่างขึ้นมา บุคคลทั้งสามยิ้มมองตรงมาที่กล้อง ใบหน้าคล้ายคลึงกันจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ข้างชายหนุ่มคือแม่กับน้องสาวอย่างแน่นอน แทนวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะข้างเตียง แล้วนั่งตะแคงข้างหันหน้าไปทางประตูห้องเพื่ออย่างน้อยจะได้ไม่ต้องมองเห็นว่ามือของเขานั้นถูกใครกักกุมไว้

แม้จะพยายามไม่สนใจแต่แทนก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกกลัวที่พุ่งขึ้นมาในใจ มองรอบกายก็ไม่พบสิ่งใดที่จะดึงดูดความสนใจของเขาได้เลย ร่างสูงจึงยกนิ้วมือขึ้นมาจรดปากแล้วขบกัดเล็บทีละนิ้วเพื่อระบายความอัดอั้นในอก หากแค่ป่วยทั่วไปเขาไม่มีทางแยแสแน่ๆ แต่นี่เป็นผลที่เกิดมาจากการกระทำเลวร้ายของเขา จึงปล่อยผ่านไปไม่ได้เพราะรับรู้ดีว่าความรู้สึกของคนถูกกระทำอย่างทารุณมันเป็นเช่นไร

กริ๊ง

เมื่อแทนได้ยินเสียงกดกริ่งก็พยายามจะคลายมือจากการกอบกุมของอีกฝ่ายแต่จนแล้วจนรอดก็เอาออกไม่ได้เพราะครูซเล่นดึงเข้าไปนอนกอดไว้แนบอก ไม่นานนักโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น

*“พี่มาเปิดสิวะ ยืนรอจนเมื่อยขาไปหมดแล้วเนี่ย รู้ไหมไวน์อุตส่าห์รีบมาทั้งๆ ที่กำลังจะไปเดทเลยนะ”* เสียงบ่นจากคนปลายสายทำให้แทนขมวดคิ้วหงุดหงิด เขาไม่ชอบคนพูดมาก

“7895”

“อะไรอะ”

“รหัส”

*“นี่พี่อาการหนักขนาดเดินออกมาเองไม่ได้เลยเหรอ...”* แทนตัดสายทิ้งก่อนที่อีกคนจะพูดจบประโยค เขาขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับคนอย่างไวน์เพราะมันจะไม่มีทางจบลงง่ายๆ แน่

“ไงลูกพี่ อาการเป็นไงไหนบอกหมอมาสิ...เฮ้ย!!” ไวน์ที่ตอนแรกพูดหยอกล้อแทนอยู่ พอเห็นสภาพห้องพังยับเยินก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบวิ่งไปทางห้องนอนทันทีเพราะกลัวว่าคนหน้านิ่งจะทำอะไรสิ้นคิดอีก แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องนอน สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาไวน์ช็อกยิ่งกว่า ภาพแทนเปลือยท่อนบนโชว์กล้ามหน้าท้อง ใส่กางเกงขายาวเพียงตัวเดียวนั่งกุมมือเลขาหนุ่มอยู่บนเตียง ซึ่งดูแค่นี้ก็รู้ว่าไม่ได้ใส่เสื้อผ้าอยู่แน่ๆ ในสายตาเขาไม่ว่ามองจากมุมไหนก็ไม่อาจคิดเป็นเรื่องอื่นไปได้เลยนอกจากเรื่องใต้สะดือ

“คืออะไร” ไวน์เอ่ยถามออกไปเหมือนสติได้หลุดลอยหายออกจากร่างไปแล้ว แทนไม่ตอบแต่พยายามดึงมือให้หลุดจากครูซ ดึงไปดึงมาจนสุดท้ายก็สำเร็จเมื่อแทนตัดสินใจกระชากออกอย่างแรง

“ใจเย็น! เดี๋ยวเขาเจ็บหนักกว่าเดิมหรอก!” ไวน์ร้องห้ามด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังเห็นรอยแผลโดนทำร้ายทั่วร่างกายเพราะผ้าห่มหลุดลงจากแรงกระชาก แทนที่ไม่ได้ตั้งใจก็พยักหน้ารับแล้วลุกหลีกทางให้ไวน์เดินเข้าไปดูอาการ

“ทำเกินไปหรือเปล่า” ร่างบางขมวดคิ้วแน่นเมื่อสำรวจตามตัวหนุ่มลูกครึ่งที่นอนหอบหายใจแรงจากพิษไข้ มือเล็กจับขาสองข้างอ้าออกเพื่อดูบาดแผล ช่องทางด้านหลังอักเสบทั่วตัวมีแต่รอยฟกช้ำโดยรวมแล้วอาการหนักสาหัสอยู่ไม่น้อย ไวน์ถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นสภาพของครูซ คนทำก็คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคนหน้านิ่งที่ยืนจ้องอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ด้านข้าง

“พาไปโรงพยาบาลเถอะ” สิ้นคำพูดของไวน์ แทนชะงักตัวทันที สำหรับคนอื่นอาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแต่สำหรับชายหนุ่ม ที่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายในตัวเลือกที่เขาจะก้าวเข้าไป

“รักษาที่นี่ไม่ได้หรือไง”  

“ไอ้ได้มันก็ได้อยู่หรอกแต่ใครจะดูแล” ไวน์รู้อยู่แล้วว่าอย่างไรคนอย่างแทนก็ไม่มีทางดูแลใครได้หรอก แล้วยิ่งเห็นแผลบนตัวของครูซเขาไม่ค่อยกล้าเสี่ยงปล่อยให้นอนอยู่นี่เท่าไหร่เพราะมีคนอารมณ์แปรปรวนที่ไม่รู้จะเผลอคลั่งขึ้นมาอีกตอนไหน

“จ้าง” แทนยื่นข้อเสนอให้

“ผมไม่ใช่หมอกระเป๋านะครับ มีเวรต้องเข้า” ไวน์พูดพลางเปิดกระเป๋าปฐมพยาบาลที่ใส่ยาและอุปกรณ์การแพทย์มาจนเต็มพื้นที่ เขาเอาอุปกรณ์ที่ต้องใช้ออกมาจัดเรียงแล้วให้แทนไปเอากะละมังใส่น้ำกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาให้เพื่อทำความสะอาดเนื้อตัวที่เลอะเทอะจากคราบเลือดและน้ำคาวขุ่นที่ยังคั่งค้างอยู่ข้างในช่องทางด้านหลัง

“ถ้าไม่อยากให้ไป งั้นดูแลเองได้ไหมล่ะ ถ้าได้ก็โอเค” ไวน์เช็ดตัวครูซพร้อมเอาปรอทวัดไข้สอดใต้รักแร้เพื่อดูอุณหภูมิ แทนที่ได้ยินข้อเสนอก็เงียบลงขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด

“ส่งโรงพยาบาลเถอะง่ายกว่า ไข้สูงขนาดนี้ไม่มีใครดูแลได้ตายแน่ๆ” หมอหน้าเด็กดูค่าปรอทแล้วสรุปเองทันทีเพราะจะไปหวังให้แทนดูแลก็คงเป็นไปได้ยาก

“จะทำ”

“ฮะ!? มึงอะนะ” ไวน์ตกใจจนเผลอหลุดพูดคำหยาบตามนิสัยปกติ แต่ที่อยู่กับแทนแล้วไม่พูดเพราะรู้ว่าคนหน้านิ่งไม่ชอบ แต่ว่าก็ว่าเถอะคนอย่างแทนเนี่ยนะจะอาสาดูแลคนอื่น

“อืม” แทนคิดว่าเรื่องแบบนี้มันน่าอายเกินกว่าจะให้ใครหลายคนมารับรู้ แถมครูซยังถูกผู้ชายด้วยกันกระทำคงรู้สึกเสียหน้าไม่น้อย เขาจึงยอมทำให้เพื่อชดใช้ความผิดที่ตนก่อ

“หวังว่าจะไม่ทำให้แย่ลงกว่าเดิม” ไวน์ขยับตัวคุกเข่าระหว่างขาของครูซ หมอหนุ่มสวมถุงมือก่อนบีบเจลหล่อลื่นทาแล้วแทรกนิ้วเข้าไปคว้านสิ่งที่คั่งค้างอยู่ภายใน แทนจ้องมองช่องทางที่มีเลือดไหลซึมออกมาพร้อมน้ำขาวขุ่นอย่างรู้สึกผิด แต่เพียงไม่นานที่ฝืนมองความพะอืดพะอมก็เริ่มตีขึ้นมาที่คอทำให้ต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำอีกครั้ง ยิ่งจำได้ว่าสัมผัสเนื้อตัวอีกฝ่ายไปมากขนาดไหนก็ยิ่งขยะแขยงตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

“กินยายัง!” เสียงตะโกนถามจากในห้องทำให้แทนนึกได้ว่าตนลืมกินยาอีกแล้ว ร่างสูงรีบเดินไปหยิบยามากินแล้วนั่งพักสมองบนโซฟาด้านนอกรอไวน์รักษาเสร็จ จะว่าไปพักหลังเริ่มมีคนมาที่ห้องของเขาบ่อยเกินไปแล้วตั้งแต่มีเลขาหนุ่มเข้ามาในชีวิต ทั้งที่เขาพยายามออกห่างแล้วแต่ทำไมทุกครั้งถึงลงเอยแบบนี้ทุกที ทำไมครูซถึงไม่เหมือนคนอื่นที่เขาผลักไสให้หายออกไปจากชีวิตได้ง่ายๆ ทำไมครูซถึงพุ่งเข้ามาใกล้เขายิ่งกว่าที่ใครเคยทำ เขาไม่เข้าใจเลย

ไวน์เช็ดตัวให้ครูซเรียบร้อยก็หยิบเสื้อผ้าจากตู้ของแทนมาใส่ให้ ก่อนลงมือฉีดยาลดไข้ พร้อมจัดยาเตรียมไว้ ตามจริงในใจเขาก็อยากให้ครูซไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลแต่ว่าปฏิกิริยาของแทนที่มีต่อครูซนั้นน่าสนใจ มันแปลกตรงที่แทนเกลียดการสัมผัสร่างกายคนอื่นแต่กลับทำเรื่องแบบนี้กับเลขาหนุ่มได้ เห็นแบบนี้แล้วเขาอยากลองเสี่ยงดูสักครั้งว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงแทนได้หรือไม่ ญาติที่เคยใช้ชีวิตได้ปกติจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรือเปล่า

ไวน์อยากลองเสี่ยงดูแม้สิ่งที่ทำอาจจะมีผลเสียต่อตัวครูซก็เถอะ แต่อย่างไรเขาก็เป็นหมอเถื่อนรับสินบนจากแทนมานักต่อนักแล้วเพิ่มเรื่องปล่อยคนไข้ไว้กับคนป่วยทางจิตอีกสักเรื่องคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

“จำยาได้ใช่ไหม” ไวน์ถามย้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าคนตรงหน้าจะดูแลคนป่วยให้หายดี ไม่ใช่ทำให้เป็นหนักกว่าเดิม

“อืม” แทนตอบรับหน้านิ่งเหมือนเคยทำให้ไวน์รู้สึกหมั่นไส้อยู่ในใจ 

อยากรู้ชะมัดว่าตอนทำเรื่องอย่างว่าหน้ายังจะนิ่งอยู่ไหม...หึ! วันหลังไว้ค่อยถามครูซเอาแล้วกัน

หลังจากไวน์กลับไปแทนก็ลงมือทำกับข้าวทานเพราะเริ่มหิวแล้ว เขาทำข้าวต้มหมูเผื่อครูซด้วยแต่เมื่ออีกฝ่ายยังไม่ตื่นเขาเลยจัดการก่อน หลังจากทานข้าวทานยาเสร็จแทนก็เริ่มเก็บห้องที่รกเกินทน แทนไม่ชอบให้ใครเข้ามาในห้องส่วนตัวเพราะฉะนั้นการดูแลทำความสะอาดชายหนุ่มจึงทำเองทั้งหมด ระหว่างที่เก็บห้องอยู่พัชชาก็โทรมาหาถามเรื่องหยุดงาน เขาเพียงตอบไปว่าทำธุระข้างนอกโดยพาครูซมาด้วยเท่านั้น ดีที่เธอไม่ใช่คนช่างซักไซ้น่ารำคาญเลยคุยง่าย ผ่านไปหลายชั่วโมงแทนจึงเข้าไปดูครูซในห้อง 

“อึก” ครูซที่ตื่นอยู่แล้วร้องออกมาเพราะปวดไหล่ขวา

“หิวยัง” แทนยืนถามเฉยๆ ไม่ได้เข้าไปวัดไข้หรือเช็ดตัวอย่างที่ควรทำ ชายหนุ่มไม่เคยดูแลใครดังนั้นจึงไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง เขาเพียงเข้าใจว่าหาข้าวหายาให้ทานก็พอ นานๆ ทีค่อยเช็ดตัว ครูซพยักหน้ารับ ตอนนี้อาการเขาเริ่มดีขึ้นเพราะได้พักผ่อนเต็มที่บวกกับยาฉีดลดไข้ที่ออกฤทธิ์ไว แทนเดินออกไปครู่หนึ่งแล้วกลับเข้ามาพร้อมชามข้าวต้มและยาตามที่ไวน์สั่งกำชับไว้ เจ้านายหนุ่มยื่นชามให้เลขาตนแต่นึกขึ้นได้ว่าอีกคนป่วยอยู่เลยวางชามไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนเขาไปพยุงด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เพราะไม่อยากโดนตัวอีกฝ่าย ใช้เวลาสักพักกว่าจะจัดท่าให้คนป่วยนั่งได้ แทนยื่นชามข้าวต้มให้แต่ครูซขยับแขนไม่ได้จึงส่ายหน้าให้อีกฝ่ายรับรู้ เจ้านายหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วยุ่งก่อนหยิบช้อนตักข้าวป้อน

“อ้าปาก” แทนสั่งเพราะครูซไม่ยอมอ้าปากรับสักที

“มันร้อนคระ...อุบ ค่อกๆ” ครูซที่กำลังอ้าปากพูดสำลักออกมาทันทีที่แทนยัดข้าวเข้าปากโดยไม่สนใจจะฟังสักนิด แต่พอเห็นปากอีกฝ่ายที่เริ่มพองขึ้นแทนก็เพิ่งรู้ตัวว่าทำพลาดอีกแล้ว เขารีบวางชามแล้วเดินออกไปหยิบน้ำแข็งมาถูปากกระจับที่ตอนนี้สภาพแย่เต็มทน ครูซไม่พูดอะไรเพียงมองการกระทำของอีกฝ่ายนิ่ง ที่เขาไม่โวยวายต่อว่าแทนทันทีที่ตื่นมาเพราะรู้ดีว่าการทำอย่างนั้นไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น เขาจึงเลือกที่จะคอยสังเกตพฤติกรรมอีกฝ่ายก่อนว่ามีแนวโน้มไปทางใดถึงจะหาวิธีปราบให้เลิกพยศได้ ใช่ว่าจะไม่โมโหแต่ถ้าเขาอยากเอาชนะคนตรงหน้าก็คงต้องอดทน

“ดีขึ้นยัง” แทนเอาน้ำแข็งที่ละลายใกล้หมดยัดปากครูซเพราะขี้เกียจเดินไปทิ้ง ซึ่งครูซก็ไม่ว่าอะไรนอกจากอมไว้แล้วพยักหน้าตอบรับ พอกินน้ำแข็งเสร็จแทนก็หยิบชามข้าวต้มมาถือไว้ใหม่แต่คราวนี้เขาเป่าก่อนแล้วค่อยป้อน ครูซอ้าปากรับข้าวเรื่อยๆ จนหมดชาม พร้อมกินยาตามจนเสร็จก็ไม่ได้ขยับไปไหนเพราะแทนนั่งกำยาอีกอันไว้ในมือแน่น เลขาหนุ่มมองอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามออกไปจนอีกฝ่ายจับตนนอนลงเหมือนเดิมเลยเข้าใจว่าจะให้นอนพักผ่อนตามปกติแต่มือหนากลับรั้งขอบกางเกงเขาลงด้วย

“จะทำอะไรครับ” ครูซใจเต้นแรงด้วยความกลัว ที่นิ่งๆ ไม่ใช่ไม่รู้สึกแต่เขาไม่อยากแสดงอาการให้แทนรับรู้มากกว่า

“ทายา” แทนชูหลอดยาสีขาวให้ดู ครูซไม่ได้โง่ถึงจะได้ไม่รู้ว่าต้องทาตรงไหน

“เดี๋ยวผมทำเอง” ครูซพูดออกไปโดยลืมคิดไปว่าสภาพแขนตัวเองตอนนี้เป็นอย่างไร

“แขนเจ็บไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วคุณไม่รังเกียจหรือไง” ครูซสบตากับแทนที่ยืนจิกมือจนเลือดไหลซึมตั้งแต่เข้าห้องมาแล้ว

“รังเกียจ” ถึงครูซจะรู้คำตอบแต่พอได้ฟังคำนี้ทีไรเขาก็รู้สึกไม่ชอบใจทุกที คำคำนี้ดูรุนแรงเกินไปที่จะใช้กับคนที่มีชีวิตและจิตใจ

“แต่ผมเป็นคนทำก็ต้องรับผิดชอบ” รับผิดชอบ? เลขาหนุ่มฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ของเจ้านาย

“รับผิดชอบของคุณแทนคืออะไรครับ?” ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองมาอย่างคาดหวัง ทำให้คนหน้านิ่งคิดไม่ตกเหมือนกันว่าต้องรับผิดชอบมากแค่ไหน จนกว่าจะหายป่วยหรือว่าจนกว่าเขาจะไม่รู้สึกผิด

“คุณต้องการอะไรล่ะ” แทนเลือกที่จะถามอีกฝ่ายกลับ

“ถ้าขอจะยอมให้หรือเปล่าครับ” แทนพยักหน้า ถ้าเป็นเพราะเรื่องอื่นเขาคงไม่ต้องมารู้สึกผิดแบบนี้ แต่กับเรื่องโหดร้ายที่เขาทำลงไปต่อให้ใช้ทั้งชีวิตก็คงใช้ไม่หมด เขารู้ดีเพราะมันตามมาหลอกหลอนเขาเป็นสิบ ปีโดยที่ไม่มีใครรับผิดชอบ เขาไม่อยากเป็นแบบนั้นไม่อยากเป็นปีศาจที่ไม่รู้จักสำนึกผิดกับบาปที่ตนได้ก่อไว้

“ช่วยยอมรับผมเข้าทำงานจริงๆ ได้ไหมครับ” คำขอของครูซเป็นอะไรที่ผิดคาด แทนคิดว่าจะขอทรัพย์สินหรือเงินทองแต่คนตรงหน้ากลับขอแค่ได้ทำงานอย่างเต็มที่

“คุณแทนช่วยรับฟังคำพูดผม เชื่อใจผมให้มากกว่านี้ได้ไหมครับ” แทนสบตาครูซอย่างสับสน มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้ สิ่งที่เขาต้องรับผิดชอบทำไมถึงกลายเป็นเรื่องงานไปได้

“คุณต้องการแค่นี้?” ครูซพยักหน้ารับ ชายหนุ่มเป็นคนชอบเอาชนะก็จริงแต่วิธีนั้นไม่ใช่การใช้กำลังหรืออำนาจ เพราะถ้าชนะจากสิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงชัยชนะแค่เพียงชั่วคราว แต่หากเอาชนะใจคนได้ต่างหากคือชัยชนะที่แท้จริง และแทนคือบุคคลที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยพบเจอ

“ครับ...ผมต้องการแค่นั้น” แค่ค่อยๆ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแทน เขาอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าได้เป็นคนสำคัญของคนที่ปิดกั้นตัวเองขนาดนี้

เขาจะกลายเป็น คนพิเศษ ขนาดไหนกันนะ 

“อืม ผมตกลง” แทนที่รู้สึกผิดอยู่เต็มอกยอมตกปากรับคำขอของครูซอย่างว่าง่าย 


TBC.

*ทยอยเอามาลงให้อ่านนะ

ความคิดเห็น