ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 10 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 10 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.7k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 17:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 10 100%
แบบอักษร

มาเฟียไร้รัก 10


   วิระที่แช่ในบ่อน้ำร้อนอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจอะไรกับสิ่งรอบตัว นอกจากหลับตาลงและพยายามผ่อนคลายความเครียดให้มากที่สุด ซึ่งการแช่น้ำแบบนี้มันก็ทำให้วิระรู้สึกปลอดโปร่งและร่างกายก็ผ่อนคลายขึ้น ร่างกายของวิระไม่มีสิ่งใดปกคลุมแม้สักชิ้นเดียว ทำให้วิระสามารถมองเห็นหน้าท้องของตนเองที่นูนขึ้นมานิดๆได้อย่างชัดเจน วิระเลยใช้มือของตนเองลูบเบาๆ หวังว่าลูกจะผ่อนคลายเหมือนตนเอง ที่ได้แช่น้ำแบบนี้


“แช่มานานรึยังวิระ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” วีรภาพที่เข้ามาในห้องได้สักพักและเปลี่ยนชุดใส่เสื้อคลุมเตรียมจะเข้ามาแช่น้ำแต่ก็ไม่เห็นวิระออกมาสักทีเลยเดินเข้ามาตาม ไม่รู้ว่าแช่มานานรึยัง เดี๋ยวไม่สบายกันพอดี


“ยุ่งอะไรด้วย”


“หงุดหงิดอะไรกัน นอนไม่พอเหรอ”


“เปล่า… ออกไปเลย นายต้องแช่หลังจากที่ฉันพอใจแล้ว”


“เฮ้อ!! ขอแช่ด้วยแล้วกัน” วันนี้วีรภาพจะขอไม่ตามใจวิระสักวันแล้วกัน ไม่รู้ว่าวิระอยู่ในอารมณ์ไหน ตอนมาก็หลับซุกอกเกือบตลอดทาง พอตื่นก็ทำหน้าบูดบึ้ง เอาใจยากจริงๆคนท้องนี่นะ


“พูดไม่รู้เรื่อง” วิระบอกพร้อมทำหน้างอใส่ ก่อนที่วีรภาพจะเดินลงเข้ามาแช่ในบ่อด้วย แล้วจับตัววิระขึ้นมานั่งบนตักโดยที่วิระไม่ได้เต็มใจ


“นายหิวรึเปล่าวิระ มาถึงยังไม่ได้ทานข้าวเลย”


“ไม่!! ฉันอยากนอน”


“ไม่ได้ เดี๋ยวนายต้องทานข้าวก่อน”


“ทำไมต้องบังคับด้วย น่าเบื่อจริงๆ” วิระทุบเข้าที่ไหล่วีรภาพอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยอมซุกตัวลงซบ พอได้กลิ่นกายวีรภาพใกล้ๆแล้วก็เริ่มอารมณ์ดี ซึ่งเป็นอาการที่วิระไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ


วีรภาพค่อยๆ บีบนวดร่างกายให้คนบนตักที่หลับตาพริ้มซบอยู่ช่วงอกตัวเองด้วยความเบามือ และเหมือนว่าวิระคงจะเลิกหงุดหงิดวีรภาพแล้ว ถึงมาหลับตาซบอกแบบนี้ ช่างเป็นคุณแม่ที่เดาอารมณ์ได้ยากจริงๆ บางครั้งก็ชอบไล่ บางครั้งก็เข้ามาคลอเคลียเสียเอง


“ตัวนายจะเปื่อยแล้ววิระ ขึ้นเถอะ” พอวีรภาพนั่งแช่ได้สักพัก ก็ปลุกวิระที่เหมือนจะหลับคาอกไปแล้วเบาๆ แต่วิระก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา วีรภาพเลยต้องอุ้มวิระออกจากบ่อและเข้าไปในห้องนอนก่อนจะวางตัวของวิระลงบนเตียงและใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัว สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ซึ่งพอวิระถูกจับแต่งตัวเสร็จ ก็นอนพลิกตัวหลับต่อทันที วีรภาพเลยห่มผ้าให้และออกไปสั่งให้เฟยไปเตรียมอาหารเพื่อวิระตื่นขึ้นมาแล้วจะหิว


“เจ้าหรานมันกลับไปแล้วใช่มั้ย” วีรภาพถามเฟยขึ้นเมื่อสั่งเรื่องอาหารเสร็จ


“ครับนาย”


“แล้วไอ้เสี่ยวหานล่ะ”


“เจ้าหรานบอกให้ลูกน้องเอาไปทิ้งให้ไกลหูไกลตาครับ”


“ฉันไม่ไว้ใจ ส่งคนไปจับตาดูไอ้เสี่ยวหานมันไว้ด้วย”


“ครับนาย ผมจะรีบจัดการให้”


“ไม่มีอะไรแล้วก็ไปพักผ่อนกันซะ ฉันจะอยู่ที่นี่อีกสองสามวันถึงจะกลับ”


“ได้ครับนาย”


พอเฟยเดินจากไป วีรภาพก็เดินกลับไปนอนกอดวิระบนเตียงที่ยังหลับสนิทอยู่ นอนเก่งจริงๆ ตั้งแต่วิระท้องมา วีรภาพก็แทบจำไม่ได้เลยว่าวิระคนเก่าเป็นแบบไหน ที่แน่ๆ ไม่ใช่แบบตอนนี้หรอก วิระคนนั้น ใจแข็งยิ่งกว่าหินผาเสียอีก……




เพี๊ยะ*!!*

“เลิกตักมาใส่จานสักทีได้มั้ย ฉันจะกินไม่ทันแล้ว” วิระที่ตีมือลงบนหลังมือของวีรภาพที่ตักอาหารให้ตนเองไม่หยุด วิระกินไม่ทันแล้ว มันล้นจานแล้วด้วย!!


“ก็นึกว่าหิว”


“กวนประสาทเหรอ? นายลุกออกไปจากโต๊ะเลยไป ฉันไม่อยากมองหน้านายแล้ววีรภาพ” วิระว๊ากแตกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด เมื่อรู้สึกว่าวีรภาพกำลังพูดกวนประสาทตนเอง


“นายคิดไปเองแล้วแหละวิระ”


“ฉันไม่ได้คิดไปเอง!!”


“โอเคๆๆ ฉันขอโทษ อย่าโมโหหรือหงุดหงิดเลย” และวีรภาพก็ยอมเป็นฝ่ายอ่อนลงให้เอง หมอบอกว่าห้ามให้วิระเครียดหรือหงุดหงิดบ่อยๆ ซึ่งวีรภาพก็พยายามแล้วนะ แต่บางครั้งวิระก็ยังหาเรื่องมาหงุดหงิดหรือโกรธเคืองได้อยู่ดี ไม่รู้ว่าท้องหรือเป็นโรคไบโพล่าร์………..


“นั่งเงียบๆไปเลย ถ้าพูด ฉันจะให้นายไปนอนที่สวนนอกห้องพัก” วิระบอกก่อนจะตักข้าวทานต่ออย่างหงุดหงิด แต่พอท้องอิ่มก็เริ่มอารมณ์ดีแล้วรู้สึกอยากเดินเล่น ซึ่งวิระก็บังคับให้วีรภาพพาตนเองไป พอเจอบรรยากาศดีๆ กับสายลมเย็นๆที่พัดผ่าน ความหงุดหงิดก็จางหาย เหลือเพียงรอยยิ้มที่ติดมุมปากจางๆเท่านั้น ก่อนวิระจะถูกวีรภาพเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่และมีน้ำชาเข้ามาเสิร์ฟพร้อมขนม ซึ่งขนมตกเป็นของวิระทั้งหมด เพราะวีรภาพไม่ชอบทานของหวาน


“เอาเพิ่มมั้ยวิระ”


“เอา” พอวิระตอบ วีรภาพก็สั่งลูกน้องให้ไปเอาเพิ่มมาให้ วิระทานเยอะจนน่าตกใจในช่วงนี้ เมื่อก่อนกินเหมือนแมวดม เดี๋ยวนี้เหมือนหมูเข้าไปทุกวัน ถ้าหากวีรภาพเผลอทักขึ้นมา ว่าที่คุณแม่อาจจะหงุดหงิดและเอาปืนออกมายิงกราดใส่ก็ได้………….




..................................................40%.................................................................



ช่วงเวลากลางดึกที่วิระรู้สึกตัวขึ้นมาแล้วก็ใช้มือเกาไปตามร่างกายจนรู้สึกแสบผิวไปหมด ทำให้วีรภาพที่นอนหลับยังไม่สนิทเท่าไรตื่นขึ้นมามองและก็เห็นวิระกำลังเการ่างกายตัวเองจนแดงไปทั้งตัว


“วิระนายเป็นอะไร เลิกเกา เดี๋ยวก็เป็นแผลหรอก”


“ฉันคัน คันไปหมดเลยวีร์”


“ให้ตายสิ เป็นอะไรมากมั้ย ไปหาหมอกันเถอะ”


“มันดึกแล้ว”


“ต้องไป อยู่ๆนายจะคันได้ยังไง เดี๋ยวฉันเอาเสื้อคลุมมาให้สวมทับอีกชั้น อากาศมันเย็น” วีรภาพหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรไปหาเฟยเพื่อสั่งให้เตรียมรถให้ พร้อมกับไปหยิบเสื้อคลุมตัวหนาให้วิระสวมใส่ก่อนจะอุ้มวิระออกไปที่ลานจอดรถ พร้อมกับเฟยที่มารอและพาขับไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว


“ปล่อยมือฉันนะวีร์ ฉันจะเกา!!” พอใกล้จะถึงโรงพยาบาลวิระก็โวยวายเพราะวีรภาพจับมือตนเองไว้ไม่ให้ได้เกาตามใจต้องการ วิระคันไปทั้งตัว ทั้งคันทั้งแสบ แล้วมาจับมือวิระทำไม วิระคัน!!


“ปล่อยไม่ได้ เดี๋ยวนายเกาจนเป็นแผล”


“….” วิระได้แต่เก็บความหงุดหงิดและเผลอจิกเล็บมือเข้าที่ฝ่ามือด้านในของตนเอง พยายามหาอะไรที่มาเบี่ยงความสนใจจากอาการคัน ซึ่งกว่าจะถึงโรงพยาบาลฝ่ามือของวิระก็มีเลือดซิบออกมาแล้ว ซึ่งวีรภาพก็ไม่สังเกตเห็น เพราะมัวแต่อุ้มวิระเข้าไปทางห้องฉุกเฉิน ที่มีลูกน้องเคลียร์กับทางโรงพยาบาลมาแล้ว พอมาถึงหน้าห้องวิระก็ถูกส่งตัวเข้าไปตรวจทันทีโดยมีวีรภาพเข้าไปด้วย


“จากที่สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากคุณมา หมอว่าเป็นผลจากการแช่น้ำร้อนนะครับ คุณหมอไม่ได้บอกเหรอครับว่าการแช่น้ำร้อนไม่ดีต่อคุณแม่และเด็ก มันส่งผลกระทบในการพัฒนาสมองและการมองเห็นของทารกในครรภ์นะครับ หมอแนะนำว่าให้ไปเช็คที่โรงพยาบาลใหญ่อีกที ที่นี่เรามีอุปกรณ์ไม่ทันสมัยเท่าโรงบาลเอกชนหรือโรงพยาบาลใหญ่ๆในเมืองหลวง แล้วที่เกิดอาการคันเพราะแช่น้ำนานเกินไปเลยทำให้ผิวแห้ง เลยเกิดอาการคันขึ้นมา หมอจะจัดยาทาให้ไปก่อนนะครับ พยายามอย่าเกาเดี๋ยวจะเป็นแผล” หมอที่ซักถามมาสักพักก็บอกถึงอาการเกาของวิระที่เกิดขึ้นและจัดยาทาให้ วีรภาพเลยคิดว่าตนเองคงต้องเดินทางกลับคืนนี้เลย ต้องให้เฟยไปเรียกฮอล์มารับกลับ เพราะอยากจะให้วิระไปตรวจร่างกายให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้ลูกเป็นอะไรไป วีรภาพผิดเองที่ปล่อยให้วิระแช่น้ำนานขนาดนั้น


“ขอบใจมากหมอ”


“ไม่เป็นไรครับ ยังไงเดี๋ยวรับยาด้านนอกแล้วกลับได้เลยนะครับ”


หลังจากที่วิระได้ฟังหมอบอกแบบนั้นก็เอามือจับท้องตลอดเวลา ภายในใจมันสั่นไหวด้วยความรู้สึกหวาดกลัวจนอยากจะร้องไห้ วิระผิดเองที่ไปแช่น้ำร้อนแบบนั้น ถ้าลูกเป็นอะไรไป วิระคงจะรู้สึกผิดต่อลูกที่ไม่ระวังตัวและดูแลเค้าให้ดี


“เค้าไม่เป็นอะไรหรอกวิระ อย่าคิดมากเลย เราจะนั่งฮอล์กลับกันคืนนี้ จะได้ไปตรวจร่างกายให้เร็วที่สุด”


“…..”


“ฉันอยู่กับนายเสมอ เราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”


ภาวนาว่าไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตเราสองคนอีกก็พอ เพราะวีรภาพกลัวว่าวิระจะรับเรื่องนี้ไม่ไหว…………….




วิระถูกส่งเข้าไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดทันที หลังจากลงจากฮอล์ที่ดาดฟ้าบนตึกของโรงพยาบาล ก็มีพยาบาลและหมอมาเตรียมรอรับวิระเข้าห้องตรวจ วีรภาพโทรรายงานบิดาและมารดาบุญธรรมเรื่องของวิระ ทำให้ตอนนี้นายใหญ่และนายหญิงตระกูลหยางมาอยู่ที่โรงพยาบาลกันพร้อมหน้าทุกคน


“ทำอะไรไม่ระวังเลยนะตาวีร์” ลู่หลินตีเข้าที่ไหล่ของลูกบุญธรรมเบาๆที่ไม่ระวังทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรสำหรับคนอื่น แต่ตระกูลหยาง ทายาททุกคนล้วนสำคัญเป็นที่สุด ถึงแม้วีรภาพจะไม่ใช่ทายาทสายตรงก็ตาม แต่เธอเลี้ยงมาวีรภาพมาก่อนจะเจอกับซิ่นหลิง เธอย่อมรักเหมือนลูกที่คลอดออกมาเอง


“ผมไม่รู้นี่ครับ”


“เฮ้อ!! ทีหลังก็ระวังๆหน่อยนะตาวีร์ เป็นอะไรขึ้นมามันไม่คุ้ม”


“ครับ”


“แล้วเรื่องเสี่ยวหาน จัดการรึยัง ได้ข่าวว่าแกเล่นงานมันซะหนัก ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี” ซิ่นหลิงบอกขึ้นเสียงเข้มเล็กน้อย เพราะช่วงนี้วิระก็มีหลานในท้องด้วย แถมมันยังหมายตาวิระ เรื่องนี้ต้องระวังให้มากกว่าเดิมหลายเท่า มันคงไม่ใช่คนดีที่ขนาดต้องการลูกติดไปด้วยหรอก ถ้าหากมันจะเอาตัววิระไปให้ได้


“ผมให้คนจับตามันอยู่”


“ระวังตัวให้ดี แกมีลูกต้องระวังให้มากกว่านี้”


“ครับ”


“แม่ว่ากลับไปอยู่ที่บ้านก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องเป็นกังวลเวลาเราไม่อยู่ไงตาวีร์”


“ต้องถามวิระดูก่อนครับ ช่วงนี้พูดไม่ค่อยฟังใคร ดื้อ”


“คนท้องก็ต้องตามใจเค้าหน่อย สวัสดีค่ะหมอ วิระเป็นยังไงบ้าง” ลู่หลินที่เห็นคุณหมออกมาพอดีก็ถามขึ้นเกี่ยวกับอาการของวิระทันที ซึ่งหมอก็เรียนเชิญทุกคนให้เข้าไปฟังผลในห้องตรวจที่อยู่ใกล้ๆ


“ตอนนี้ยังไม่มีอาการอะไรผิดปกตินอกจากอาการคันนะครับ เราเช็คร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างละเอียดแล้ว ยังไม่มีอาการอะไรผิดปกติทั้งคู่ แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกนะครับ ครั้งนี้อาจจะโชคดี แต่ครั้งหน้าไม่แน่ ถ้าจะให้แน่ใจกว่านี้ เดือนหน้าในครบรอบมาตรวจ เราจะเช็คร่างกายของทั้งคู่อีกที”


“แล้ววันนี้ต้องอยู่พักที่โรงพยาบาลมั้ยหมอ” ซิ่นหลิงถามขึ้น ทุกคนโล่งใจที่ทั้งวิระทั้งลูกไม่ได้เป็นอะไร


“ไม่ต้องอยู่ครับ เดี๋ยวคุณวิระฟื้นก็กลับบ้านได้เลย”


“ขอบคุณมากหมอ”


“เดี๋ยวหมอจะให้พยาบาลพาไปห้องพักของคุณวิระนะครับ”


พอหมอพูดจบ พยาบาลก็เข้ามาทันทีและพาเดินไปยังห้องพักระดับวีไอพีที่วิระนอนหลับอยู่ คงจะเพลียที่เดินทางมาค่อนคืน เลยหลับสนิทแบบนี้


“วันนี้ก็พากลับไปนอนบ้านก่อนแล้วกัน จะได้ดื่มยาบำรุง เดี๋ยวจะให้แม่ครัวต้มเตรียมไว้ให้” ซิ่นหลิงบอกวีรภาพ ก่อนจะเข้าไปลูบหัววิระที่เปรียบเสมือนลูกคนเล็กอย่างเอ็นดู


“ดีเลย เดี๋ยวแม่จะลงมือทำอาหารบำรุงเยอะๆ” เพราะเธอก็เหงา มีลูกก็ไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยสักคน หวังว่าพอวิระคลอด จะพาหลานมาให้ช่วยเลี้ยงคลายเหงาได้บ้าง


“เฮ้อ.. แบบนั้นก็ได้ครับ” และวีรภาพที่แพ้ทางมารดาก็ยอมตกลง ทั้งๆที่อยากพาวิระกลับไปพักที่คอนโดเงียบๆมากกว่า


“งั้นฉันกับแม่แกกลับก่อนแล้วกัน พอวิระตื่นก็รีบพากลับบ้านใหญ่ด้วยล่ะ”


“ครับ”


หลังทุกคนออกไปจากห้อง วีรภาพเลยทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียง และลูบหัวคนหลับเบาๆอย่างรู้สึกผิด ตั้งแต่นี้ไป วีรภาพควรใส่ใจกับวิระให้มากกว่าเดิม เค้าจะไม่ให้วิระอยู่ห่างสายตาเลย……





................................................100%..................................................................

ปล. ยังไม่เช็คคำผิดจ้าาาาา

ความคิดเห็น