เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ชื่อตอน : 32.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 233

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2561 22:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
32.2
แบบอักษร

“…”

          เมรัยเดินช้าๆท่ามกลางความเงียบสงัด นางแยกทางกับพี่ลีโอน่าและโนร่า ต่างฝ่ายแยกไปคนละทิศคนละทาง เมรัยไม่รู้จูเลียแอบซ่อนตัวในที่ไหน มิรู้ด้วยว่าแถวบริเวณนี้มีสถานที่ใดบ้าง หมอผีน้อยลอบถอนหายใจฟู นางตบแก้มแรงๆสองครั้งเพื่อปลุกสติให้ตื่นทำงาน เมรัยเร่งฝีเท้า นางสอดส่ายดวงตาใสแพรวพราวมองสำรวจจุดๆต่าง อาทิ ข้างเก้าอี้ร้านกาแฟ ใต้ทางเดินมีเพดาน บนหลังคาของเจ้าแมวเหมียว ใกล้ๆกระถางดอกไม้หน้าร้านขายของเล่น และท้ายกระบะรถม้าที่มีชายหญิงกำลังกินตับกันอย่างหรรษา “ขอโทษที่รบกวนค่ะ” “!!”

          เพราะโดนไล่ก่อนเห็นฉากจบ เมรัยจึงเสียดายเล็กน้อย นางสลัดภาพขนาดความใหญ่ของแท่นหยกลงทิ้งข้างถนน นางเริ่มสืบเสาะหาจูเลียอย่างจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหนปานมองหาขุมสมบัติ หมอผีน้อยเดินผ่านตรอกซอกซอยสีเงาดำสลัว ริมข้างทางมีพื้นหญ้าเขียวขจี ต้นดอกคูณที่มีใบเต็มกิ่งก้าน แรงลมร้อนพัดโบกให้ก้านดอกคูณสีเหลืองทองคำสั่นไสว ใบไม้ปล่อยใจปลิวว่อนลอยคู่กระแสลม เมรัยยกอาภรณ์บังจมูก อาศัยน้ำหนักเท่าสิงโตทะเลเกาะยึดพื้นมิให้ตัวลอยติดสอยกับสายลมแสนซุกซน นางดีใจยิ่งนักที่วันนี้อากาศแจ่มใส ไม่มีเค้าโครงความมืดมิดน่ากลัว มิมีเมฆฝนให้ต้องหลบใต้เตียง และเหล่าวิญญาณชั่วร้ายที่มักก่อกำเนิดขึ้นเวลามีฝนตกก็มิมีแม้แต่เงา

          นัยน์เนตรสีส้มเปลวอัคคีทอลุกโชนสุกสการาวดวงดาราชั้นฟ้าสวรรค์ อุ้งมือนวลบีบเนื้อพุงนุ่มนิ่มด้วยความเอียงอาย

          “ช่วงนี้เจริญอาหาร”

          เมรัยยิ้มเจื่อนอยากโทษอาหารฝีมือพี่แคโรไลน์ หมอผีน้อยเดินลอดใต้ราวสะพาน ฝีเท้าบางเบาดุจขนนก หลังเริ่มล่าจูเลียเจ้าเด็กหน้ามึน เวลาก็ผ่านมาสิบนาทีแล้ว กระนั้นไร้วี่แววร่องรอยนางหนู หากเป็นเมื่อก่อนเมรัยคงยกธงขาวยอมแพ้และกลิ้งกลับไปนอนตีพุงที่บ้าน แต่อย่างว่านี้มิใช่อดีตกาล มันคือปัจจุบัน สิ่งที่นางทำมิใช่ถอดใจยอมแพ้ เมรัยอยากเจอจูเลีย ไม่ว่านางหนูตัวร้ายจะมุดก้นในรูกระรอกแห่งใด หรือกลายเป็นอาหารหมีแล้ว เมรัยก็ต้องเจอศพ ใช่ ขอแค่เจอก็พอ

          “เจอแล้วจักหลอกให้หลอนเลย..”เมรัยแสยะยิ้มปานแม่มดชอบจับเด็กต้มทำยา นางพลั่งเผยกิริยามิงามอย่างลืมตัว หมอผีน้อยกระแอมลอบสังเกตว่ารอบข้างไม่มีใครจึงวางใจ ส่ายหางจิ้งจอกและยักคิ้วนึกแผนแกล้งร้อยพัน  

          เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่เหมือนเดิม เมรัยชอบใช้ชีวิตวนเวียนซ้ำซากมิเคยเปลี่ยน ตื่นตอนยามใดก็ตื่นยามนั้น นอนเมื่อไหร่ก็นอนตอนนั้น ทำอะไรเดิมๆโดยที่รู้ว่าทำแล้วมันก็ได้ผลลัพธ์เดิมๆ เมรัยแท้จริงมิชอบชีวิตเช่นนี้ มันน่าเบื่อหน่ายและไม่มีสิ่งใดสนุกสนาม นางดีใจมากที่วันนี้แตกต่างจากวันอื่น เพราะการหายตัวไปของจูเลียทำให้เมรัยมีโอกาสสำรวจบริเวณแถวที่พัก ได้เผชิญเรื่องราวแบบใหม่ และบางทีนางอาจเจอสิ่งสำคัญที่นางทำหายไป

          บางสิ่งบางอย่าง มันบดนั้นเอง

          “หายากจริง ไม่ใช่นางโดนจับไปขายแล้วนะ”เมรัยเท้าเอว เบ้ปาก กระทืบเท้า นางเดินผ่านโรงแรมมาม่าที่ตั้งชิดเส้นแบ่งเขตเมือง ร้านกาแฟเวโรนิก้า และร้านชายผ้าอารีน่า เมรัยนวดน่องขาที่ปวดร้าวพลางแหงนหน้ามองทิศเหนือ ทางเหนือคือพื้นที่ที่เปรียบเสมือนอีกโลกหนึ่งของเมืองแบลดแอน์ สีดำและสีทองสถานที่อันมีความหรูร่าโออ่า ล้ำค่า และสุขสำราญด้วยเสียงเครื่องดนตรีราคาแพง เมรัยกะพริบตาอย่างใสซื่อ คิดว่าบางทีจูเลียแอบกระโดดไปเขตพื้นที่ส่วนเหนือหรือไม่นะ แต่คงไม่มีทาง เพราะเหตุใดนั้น เมรัยเชื่อว่าจูเลียตัวเตี้ยเกินกว่าจะปีนข้ามรั้วเหล็ก

          ลองลงใต้บ้างดีกว่า เมรัยละสายตาจากอาคารบ้านเรือนสีสันสดใสมีความใหญ่มโหฬาร หมอผีน้อยสาวเท้าเชื่องช้าอย่างมิรีบร้อน ท่วงท่าอุ้ยอ้ายแลเห็นบั้นท้ายส่ายแกว่ง ช่วงขณะยกเท้าพลันมีเสียงเพลงแว่วมาแต่ไกล

          --

          “…”เมรัยชะงักให้ท่วงทำนองแห่งอดีตกาล ดวงตาคู่งามเหลียวมองทิศเหนืออีกครั้ง นางยืนนิ่งลองเงี่ยหูฟัง ผลปรากฏว่ามีคนกำลังเล่นเครื่องดนตรีจริงๆ สุรเสียงแผ่วเบาประหนึ่งเสียงหยาดน้ำฝน กระนั้นรู้ว่ามันคือเสียงเปียโน หมอผีน้อยหยุดยืนและจับจ้องต้นเสียงด้วยแววตาเฉยเมย ไม่นานนางก็เริ่มก้าวเท้า ทิ้งความสงสัยให้เจ้าแมวดำบนรั้วกำแพง เอาไว้วันหลังนางจักมาทวงกับมัน แลกกับปลาสดใหม่จากแม่น้ำ ฮึๆ

          หากตั้งใจก็มิใช่เรื่องยากเย็น และถึงแม้จักยากแต่ก็มิเกินกว่าจักพยายามสานร้อยเรียง

          เมรัยค้นหาจูเลียจนพบ นางหนูตัวเล็กตัวน้อยนั่งกอดเข่าหลบใต้ต้นหลิว หลังตึกร้างที่ไม่มีใครพักอาศัยคือสวนหญ้าหย่อมที่มีหมู่มวลพฤกษาชาติผลิบานแย้มเกรส และต้นไม้สูงต่ำเติบโตประปรายราวทุ้งแดนสวรรค์ แสงแดดอุ่นสีทองทอดสยายปกคลุมเหนือลำต้นแข็งแรงและยอดกิ่งไม้สร้างโครงเงาสีดำเข้มปกคลุมจูเลีย เด็กสาวใบหน้ามีหยาดน้ำตาประดับริมขอบดวงตาแดงชมพู ความเศร้าเสียใจนั้นมิต้องเอ่ยถึง เพียงแค่เห็นก็รู้แล้วว่านางเป็นเช่นไร

          บ่อน้ำใสมีลูกปลาแหลกว่ายร่ายระบำ กระท่อมไม้เก่าแก่ใกล้พังทลายมีรังนกกระจอก เสียงเสื้อผ้าดังสวยสาบ

          “นี้ตำรวจยกมือขึ้น!!”

          “!!”

          จูเลียคิดว่าฐานลับของนางมิใครรู้จัก กระนั้นเมรัยกลับทำลายความคิดนั้นเป็นเสี่ยงๆ นางหนูตื่นตระหนกให้การมาเยือนอย่างมิคาดฝัน นางหน้าซีดเผือกทำท่าจักวิ่งหนี กระนั้นขาไม่ยอมขยับ จูเลียสมองคิดไม่ทันไม่รู้จักทำเช่นไร

          เมรัยโผล่ออกจากพงไม้ดอกเข็ม “ข้าขอโทษ”หมอผีน้อยเอ่ยด้วยความจริงใจสิบส่วน แววตาคู่งามหลุบต่ำอย่างน่าหลงใหล  

          เมื่อจูเลียไม่หนี เมรัยจึงจับจูเลียมานั่งข้างๆใต้ร่มเงาเย็นๆ หนึ่งสตรีมากอายุหนึ่งแม่นานน้อยเยาว์วัยนั่งเงียบๆ จูเลียกอดเข่าลอบประเมินเมรัย หมอผีน้อยเห็นน้องแอบมองก็ส่งยิ้มพรายให้ รอยยิ้มเปี่ยมด้วยความเป็นใหญ่แลทรงภูมิปานยายเฒ่า จูเลียสัมผัสถึงความลึกล้ำและบางสิ่งในรอยยิ้มของเมรัยที่แตกต่างจากเมื่อวาน นางมิเคยเห็นเมรัยยิ้มทรงปัญญาเช่นนี้ คราวก่อนอีกฝ่ายยังดูเหมือนเด็กปัญญานิ่มอยู่เลย ยิ้มเหมือนลูกเป็ดขี้เหร่ รอยยิ้มโง่งมที่ทำให้ผู้ตายใจ

          “เจ้ารู้หรือไม่ ข้าไม่เคยแรดที่เตียง..ข้าชอบอึราดมากกว่า ฮาๆ”บางครั้งความอายก็มิถามหาเมรัย หมอผีน้อยเป็นคนเปิดเผยอย่างนี้ล่ะ

          จูเลียเม้นปากมิพูดคล้ายมิอยากพูดหรือฟังเรื่องใดจากปากเมรัย กระนั้นเมรัยก็เล่าเรื่อยๆมิยอมหยุด ส่วนมากเป็นเรื่องอดีตที่นางคิดว่ามันช่างตลกขบขันนัก หากได้ย้อนกลับมองและนึกถึง ยิ่งสมัยเด็กที่ไม่รู้จักความและยังไร้เดียงสา ชอบทำสิ่งใดมิสนใจใคร เมรัยชอบปีนต้นไม้จึงชอบปีนขึ้นไปสร้างบ้านบนนั้นเวลาว่าง แต่ก่อนนางมีประสบการณ์การปีนป่ายอย่างโชคโชนปานประหนึ่งเจ้าป่า มีครั้งหนึ่งนางพลัดตกต้นไม้ ตอนนั้นนางจำได้เลยว่ามันไม่รู้สึกเจ็บสักนิด

          “นี่ เจ้าไม่ยอมยกโทษให้ข้าจริงหรือ”

          “ไม่”

          อุสาเล่าเรื่องตลกน่าอายให้ฟัง แต่ดูเหมือนจูเลียมิสนใจ เมรัยแก้มป่อง ทำอย่างไรจึงจะคืนดีกับนางหนูน่าถีบ หัวดื้อ นิสัยน่าจับไปขายนี่ได้นะ “ข้าให้เจ้าตีข้าก็ได้”

          เมรัยตบก้นแปะๆสีหน้าจำยอม นางถอยให้แล้วนะ ที่จริงเรื่องนี้จูเลียก็มีส่วนผิดด้วยที่แกล้งเมรัยก่อน กระนั้นเมรัยไม่ถือสาจูเลีย เพราะอย่างไรหมอผีน้อยก็อายุมากกว่า นางมิอยากหาเรื่องและใช้ความเป็นใหญ่รังแกผู้เยาว์หรอก ไม่เลย

          “ไม่”จูเลียหน้าแข็งทื่อ นางสะบัดหนีมิกล้ามองคนไร้ยางอาย นางไม่ชอบใช้ความรุนแรง นางเป็นฝ่ายรับนะ

          “เช่นนั้นทำอย่างไรจึงจะยกโทษให้ข้า”เมรัยเอนกายนอนพิงลำต้น สีหน้าผ่อนคลาย แขนขาอ่อนปลวกเปียกราวเต้าหู้ หางคิ้วเลิกสูงรอฟังขอตอบ

          “ให้เจ้าจับพุงข้าก็ได้ อ่ะ”

          “ว้าย”

          ความนุ่มนิ่มนวลเนียนทำให้จูเลียอ้าปากเผยอ ตกกะใจจนพูดไม่ออก เมรัยคว้ามือจูเลียซุกหน้าท้อง หมอผีน้อยยิ้มกรุ่มกริ่มรู้สึกดีเวลาอุ้งมือน้อยบีบๆลูบไล้ จูเลียหน้าแดงระเรื่อด้วยความเอียงอายเผาไหม้ นางอยากชักมือกลับ กระนั้นอีกใจก็มิอยากชักกลับ นางติดใจท้องป่องๆนี้หรือไม่ ไม่มีทาง!!

          หนุบหนับๆ

          “ฮาๆ..ถ้าลงกว่านี้ระวังมือหายนะ”จูเลียทำตาหยาดเหยิ้มมีดอกไม้บานห้อมล้อมศีรษะพลั่งได้สติเมื่อเมรัยนำมือนางไล่ลงต่ำ จุดนั้นของเมรัย จูเลียอึ้งค้างรีบชักมือคืนทันควันปานแตกของร้อน ลมร้อนพ่นออกหูเป็นควันขาว ไอร้อนที่ฝ่ามือยังคงระอุมิเสื่อคลาย เมรัยแลน้องสาวที่รักวางตัวมิถูกก็มิฝืนใจ นางปล่อยมือจูเลียอย่างอ่อนโยน และโน้มตัวเข้าหาปานอสรพิษจ้องเขมือบลูกลิง

          “พ พี่เมรัย”นางหนูจูเลียร้องเสียงหลง ตาหลอกกลิ้งสะเปะสะปะ

          “หืม”

          “ทำอย่างนี้ข้าไม่ยกโทษให้นะ”

          “เช่นนั้นข้าต้องใช้ไม้แข็งเสียแล้ว”เมรัยเป่าลมใส่หูจูเลียอย่างชำนาญ  

          ฉับพลันเมรัยทิ้งเรืองร่างหนักปานถังนมทับจูเลีย ตุบ เด็กสาวตัวกระจิ๋วมีหรือจะหาญสู้กับน้ำหนักปานสิงโตทะเล จูเลียอ้าปากค้างหงายล้มนอนแปะพื้นหญ้า นางดิ้นขัดขืนกระนั้นมิอาจสลัดเมรัยหลุด หมอผีน้อยพึมพำ “ถึงเวลาสนุกแล้วสิ” จูเลียตากระตุกมือคว้าหัวเมรัยดันๆผลักๆแต่แรงมิสู้ นางหนูหวาดหวั่น นางกลืนน้ำลายอึกและอยากร้องไห้เรียกให้คนช่วย กระนั้นที่นี้จะมีคนช่วยจากไหน

          “ข้าเจ็บนะ..”จูเลียเจ็บจริงๆนางน้ำตาหลั่งริน เมรัยเงยหน้าเห็นหยดน้ำตาเป็นต้องใจอ่อนยวบ

          ไม่ใช่ เมรัยใช้ชีวิตมากนานเกินกว่าจะหลงเชื่อลูกไม้ตื้นๆ

          “น้ำตาเจ้าหลอกข้ามิได้หรอก เด็กน้อย”

          “!!”

          จูเลียฉลาด โตขึ้นต้องเป็นใหญ่เหนือสามีอย่างแน่นอน กระนั้นต่อให้นางฉลาดเท่านักปราชญ์ก็อย่าริอาจท้าทายหมอผี เมรัยมีหรือจะโดนหลอกด้วยน้ำตาซ้ำสอง จูเลียลืมแล้วหรือเมื่อวันก่อนนางใช้มันหลอกพี่แคโรไลน์แล้ว คิดจักใช้แผนเดิมครั้งที่สองมันจะได้ผลเช่นไร เมรัยยิ้มเย็น ดวงตาลุกไหวเปล่งประกายคุกขาม เหี้ยมโหด จูเลียสะอึกมือเท้าสั่นเทิ้มปานลูกกระรอกใต้อุ้งเท้าหมาป่า

          ความกลัวแท้จริงเริ่มเกาะกุมหัวใจจูเลีย เมรัยเห็นเหยื่อตกใจเช่นนี้ก็ยิ่งฉีกยิ้มระรื่น มือจับกดท้องจูเลียละเล่นใต้สะดือ

          “ไม่ต้องกลัวๆครั้งแรกจะเจ็บแต่ครั้งต่อไปก็เจ็บเช่นกัน…”

          ใต้ความหนาวเย็นมีความร้อนผ่าวอบอวลกลิ่นหอมหวนเย้ายวน จูเลียเหงื่อกาฬไหลพลั่ง นางหอบหายใจ ดวงตาเปี่ยมด้วยเกรงกลัว แขนขาอ่อนระทวยอย่างมิทราบสาเหตุ รู้แต่พอพี่เมรัยจับส่วนนั้นทั่วร่างนางก็อ่อนยวบ จูเลียกลั้นหายใจหลับตา พวงแก้มแดงราวลูกท้อ เมรัยกระซิบใส่หูและกัดติ่งหูเบาๆบอกว่า ประเดี๋ยวก็เรียบร้อย

          จูเลียส่ายหน้า อ้าปากสูบอากาศ นางเห็นริมฝีปากเข้ามาใกล้จึงรีบหุบปากทันทีทันใด กลัวพี่เมรัยขโมยจูบเหมือนที่ทำกับพี่เรไร

          “ข้ามิจูบเจ้าหรอก”เมรัยขบขัน นางเลื่อนตำแหน่งประทับตรามาที่หน้าผากจูเลียและจุ๊บเบาๆ จูเลียคลายใจลงสี่ส่วน กระนั้นตราบเท่าที่เมรัยยังคงนอทับบนร่างนางก็ยังมิวางใจเต็มร้อย มิรู้พี่เมรัยจักทำสิ่งใดต่อ นางเดาไม่ถูกเลย

          “จะร้องก็ได้นะ แถวนี้ไม่มีใคร”

          “เอ๊—อ๊ะ”จูเลียอุทานไม่เข้าใจ แต่หลังจากอุ้งมือร้อนราวถ่านไฟลูบคลำเอว สะโพก บั้นท้ายอวบๆ จูเลียพลันร้องครางเสียงหวาน สีหน้าร้อยแปด นางยกแขนหมายดึงนิ้วเมรัย กระนั้นเมรัยมิยอมให้ทำสำเร็จ หมอผีน้อยฉีกยิ้มน้ำลายไหล นี้แค่การเล้าโลมเตรียมพร้อมทานเท่านั้น

          ของจริงน่ะ มันหลังจากนี้!!

          “อ๊ากก”

          โลกทั้งใบขาวโพลนในพริบตา พลันในสวนหย่อมบังเกิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จูเลียดิ้นทุรนทุรายปานไส้เดือดโดนเหยียบ นางหนูลิ้นห้อย ตาเหลือกสูง แขนขาปัดแกว่งสะบัดปานตัวตลกเต้นรำ ความอายทะลุขีดจำกัดทำให้ใบหู ดวงหน้า ลำคอบางแดงไปหมด นางอ่อนแรงกระนั้นก็มิอาจทนแรงกระตุ้นไหว เมรัยคลี่ยิ้มพลางเร่งจังหวะ สองมือซุกไซ้จุดรับสัมผัส นางมองผลงานที่เปียกชุ่มบนฝ่ามือด้วยแววตาภาคภูมิ หมอผีน้อยจิ้มๆจี้ๆจนจูเลียน้ำตาเล็ด วินาทีนี้สมองนางพังแล้ว ฮาๆๆๆ

          “ยกโทษให้ข้าหรือไม่”

          “หยุด!!ปล่อยข้านะ!!ฮาๆๆ”จูเลียโดนเมรัยจั๊กจี้จนหัวเราะค้าง นางทนการรบเร้ารุนแรงมิไหวแล้ว หยุดเสียที ฮาๆ

          “หึหึๆไม่หยุดจนกว่าเจ้าจะยอม นี่แนะๆ”เมรัยหลุบตาใช้ฝีมือนิ้วพรมจิ้มๆไต่ๆลูบๆถูๆเอว ฝ่าเท้า ทุกจุดที่ทำให้คนหัวเราะจนตายได้ จูเลียที่อยากจะบ้าตายแล้วไม่สนใดรีบโบกมือห้ามเมรัย “พอแล้ว..ข้ายกโทษ ฮาๆ ห ให้..อย่าทำอีก!!ฮาๆพอที!!” จูเลียขอร้องทั้งน้ำตา ตัวนางหนูเปียกชุ่มด้วยเหงื่อกาฬ นางอ้อนวอนด้วยเสียงสะอื้นบาดใจปานทาสร้องขอชีวิต แค่นี้นางก็แถบนับเลขมิได้แล้ว ขืนทำอีกครั้งนางกระตุกดิ้นจนตายแน่

          กว่าจูเลียจะยอม เมรัยต้องจำใจแก้ผ้านางหนูจนอีกฝ่ายใส่ชุดวันเกิด และเพราะกลัวจูเลียโมโหที่ต้องเปลือยคนเดียว เมรัยจึงถอนเสื้อนอกด้วย โชว์ทรวงอกอวบอิ่มน่ารับประทาน และยอดพรูสีชมพูดอกกุหลาบชูชัน

“ดีมาก หมาน้อย”เมรัยจับโยกศีรษะจูเลีย หมอผีน้อยลุกจากตัวจูเลียและช่วยเด็กสาวลุกนั่ง เนื่องด้วยจูเลียดิ้นดุกดิกจนหมดแรงร่างกายจึงอ่อนแอไม่สามารถนั่งตัวตรง เมรัยฉวยโอกาสทองจับจูเลียมากอดอย่างที่อีกฝ่ายไม่อาจดิ้นขัดขืน นางหนูเขินจนอยากมุดดินหนี แต่ให้ทำเช่นไร ตอนนี้นางตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและต้องจำยอมให้หมอผีน้อยผู้ชั่วร้าย

          เมรัยกอดกระชับวงแขน สัมผัสผิวนุ่มๆจูเลียด้วยความสำราญ หลังจากทั้งสองพึ่งทำกิจกรรมกลางแจ้ง

“สนุกหรือไม่”

          “สนุกก็บ้าแล้วย่ะ!”

          ข้าโดนทรมานจะให้สนุกเช่นไร ฮึ  

          “พี่สาวอุสาช่วยนวด”เมรัยแก้มป่อง  จูเลียมองค้อน ถัดจากนั้นเมรัยก็บอกว่าเหนื่อยแล้ว นอนพักกลางวันเถิด บอกเสร็จก็หลับทันที         

“โธ่เอ้ย ผู้หญิงป่าเถื่อน!”จูเลียโมโหไม่อยากหลับ กระนั้นทำอย่างไรได้ เด็กสาวคอตก ตอนนี้นอนก่อนล่ะกัน…

นอนทั้งที่ยังไม่ใส่เสื้อ…ใช้อ้อมแขนเมรัยเป็นอาภรณ์ปิดบังไปพลาง…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น