kkmamasung

ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันได้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านแล้วแวะเวียนมาค่ะ 🙏🙏🙏🙏 ทุกเรื่องอ่านฟรีจนจบ แต่งจบติดกุญเเจเด้อ

ส่องสามี (NCนิดๆ)

ชื่อตอน : ส่องสามี (NCนิดๆ)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2561 10:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ส่องสามี (NCนิดๆ)
แบบอักษร

ยามเหม่า(5.00-6.59)

ไป๋เย่วหลันลุกขึ้นนั่งบนฟูกขนเป็ดหนานุ่มที่นางใช้พักผ่อนมาตลอดคืน ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆไร้ซึ่งบุคคลอื่น ร่างบางจึงบิดตัวสองสามครั้ง น่องงามก็ทอดลงมาที่พื้นชุดนอนสีขาวบางเบาทิ้งตัวลงตามจังหวะการเดินที่สง่างามของนาง

"ชิงชิงเจ้าอยู่ข้างนอกหรือไม่"

ข้าเรียกนางกำนัลที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานด้วยเสียงดังที่คิดว่าเสียงขนาดนี้หากนางหลับอยู่คงปลุกนางได้ไม่ยาก

"เพคะองค์หญิง...ข้าตื่นแล้วเพคะ"

ชิงชิงเมื่อได้ยินนายสาวเรียกด้วยเสียงดังมาจากด้านในของห้อง นางที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่บริเวณหน้าห้องพอดีก็ถลาเข้าใส่บานประตูทันที

ภาพที่เห็นทำให้ชิงชิงแทบจะหุบบานประตูไม่ทันเพราะเหตุใดนะหรือก็เพราะตอนนี้องค์หญิงของนางปลดอาภรณ์ทุกชิ้นลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจยังดีที่เหลือชั้นในปิดส่วนล่างอยู่บ้างผมสีดำยาวถูกปล่อยทิ้งปิดอกหยุ่นส่วนหน้า เอวบางขาวเนียน ก้นขาวงามงอนแลดูกระชับใบหน้าสวยที่กำลังแสดงสีหน้าไร้อารมณ์อยู่นี้แทบทำให้ชิงชิงหัวใจวาย องค์หญิงของนางเหตุใดละทิ้งความอายจนสิ้นหากเป็นเมื่อก่อนพระองค์จะไม่ทำเช่นนี้ซ้ำยังเอียงอายทุกครั้งและเเทบไม่ยอมให้ใครเห็นร่างกายของตนแม้กระทั่งชิงชิงเองนางก็เเทบไม่เคยเห็น อ่า ชักจะสงสัยแล้วว่าองค์หญิงของนางจะเปลี่ยนไปเป็นคนเช่นไรกัน

"ชิงชิงเจ้าไปเตรียมน้ำมาแล้วก็ต่อไปนี้ชุดนอนข้าเจ้าจงไปหาชุดสีดำมาให้ข้าแทน ข้าอยากใส่สีดำมากกว่าข้าเบื่อชุดสีขาว"

เย่วหลันเอ่ยเบาๆเพื่อดึงสตินางกำนัลคนสนิทหลังจากนางสังเกตเห็นชิงชิงมองมาที่นางอย่างเหม่อลอย

"พะ เพคะ เอ่อข้าเตรียมไว้ให้แล้วไม่ทราบว่าองค์หญิงจะอาบตรงไหนเพคะ บ่อข้างนอกหรือด้านใน ส่วนเรื่องชุดข้าจะหาให้เพคะ"

ชิงชิงบอกเจ้านาย นางนั้นได้เตรียมน้ำอุ่นและดอกเหมยที่องค์หญิงชอบมาใส่ในถังให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อสองเค่อ(30นาที)ก่อน แต่หากองค์หญิงปราถนาจะอาบที่บ่อน้ำร้อนข้างตำหนักรับรองที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วก็ย่อมได้ ส่วนชุดนั้นก็คงต้องหามาให้ตามที่องค์หญิงนางต้องการ

"ข้างในนี่แหละ"

เย่วหลันไม่พูดมากนางเดินทอดน่องเข้าไปหลังฉากอาบน้ำมือเรียวปลดปราการชั้นในที่ตนใส่ออกจนสิ้นก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงในถังไม้ที่มีไอน้ำครุกกรุ่นและดอกเหมยสีชมพูอยู่เต็มถัง เม่ยเมยของนางคงชอบดอกเหมยเป็นแน่แต่นางนั้นไม่ชอบอะไรอ่อนหวานเช่นนี้หรอก

"ชิงชิงนับแต่นี้เจ้าไม่ต้องเอาดอกเหมยมาใส่ให้ข้าแล้ว ข้าอยากได้กลีบกุหลาบป่าสีแดงเลือดนกมากกว่าข้าว่ามันหอมต้องใจข้ามากกว่าดอกเหมย"

เย่วหลันที่กำลังลูบไล้ผิวเนื้อเนียนของตนเอ่ยกับชิงชิงด้วยเสียงราบเรียบ

"แต่เมื่อก่อนองค์..."

"ข้าว่าเจ้ากับข้าพูดกันไปแล้วนะว่าข้าจะเปลี่ยนตัวเองหากข้ายังทำทุกอย่างเช่นเดิมจะเรียกว่าเปลี่ยนรึ ข้าเปลี่ยนเช่นนี้ไม่ดีหรือชิงชิงจะได้ไม่มีใครมารังแกข้าได้หรือเจ้าชอบที่ข้าอ่อนโยนอ่อนแอกันเจ้าทนเห็นข้าถูกกระทำได้หรือ"

เย่วหลันพูดช้าๆอ้อยอิงแต่ทุกคำนั้นนางเน้นย้ำให้นางกำนัลของนางคิดตามทุกคำพูด

"ไม่เพคะ...ข้าย่อมไม่อยากเห็นองค์หญิงโดนกระทำ ข้าย่อมอยากเห็นองค์หญิงเข้มแข็งเพียงแต่ข้ายังไม่คุ้นชินกับท่านที่เป็นเช่นนี้แต่ข้าชอบนะเจ้าคะ ข้าชอบท่านที่เป็นเช่นนี้ "ชิงชิงเอ่ยด้วยเสียงใส

"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนี้เจ้าอย่ากังวลเลยชิงชิงข้าจากบ้านเมืองมาอยู่ที่นี่ก็มีเพียงเจ้าที่ภักดีและหวังดีต่อข้าต่อให้ข้าจะเปลี่ยนไปเช่นไรแต่ข้าก็ยังเหมือนเดิมกับเจ้า เจ้าไม่ใช่นางกำนัลธรรมดาเจ้าคือคนที่เยว่หลันเลือกเจ้าย่อมต้องดีกว่าผู้ใด ถ้าพูดให้ถูกเจ้าก็เหมือนเม่ยเมยข้าอีกคนข้าไม่มีทางทำร้ายเจ้าและข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ไม่มีทางทำร้ายข้า ใครปฏิบัติเช่นไรกับข้า ข้าก็จะทำเช่นนั้น เจ้าอย่าห่วงไปเลย"

เย่วหลันพูดตามความคิดของนางนั่นทำให้ชิงชิงเมื่อได้ฟังก็ปราบปลื้มใจจนน้ำตาไหลอย่างสุดซึ้ง

นั่นสินะข้าจะลังเลสงสัยอะไรอีกองค์หญิงของข้านางดีกับข้าไว้ใจข้าหวังดีต่อข้าถึงเพียงนี้ แม้ตายข้าก็จะปกป้องนางด้วยชีวิตไร้ค่าของข้า ชิงชิงคิดในใจ

"ชิงชิง เดี๋ยวเจ้าไปเตรียมชุดนางกำนัลของที่นี่มานะเจ้าจะใช้วิธีใดก็ได้ เอามาสองชุดของเจ้ากับข้า ข้าจะพาเจ้าไปทำอะไรสนุกๆกัน"

รอยยิ้มงามพลันผุดขึ้นบนใบหน้าสตรีสูงศักดิ์นางนี้ทันที

หนึ่งชั่วยามต่อมา(2 ชั่วโมง.)

"องค์หญิงเฮือก พะ...เพ...แฮ่ก เพคะ ข้า...ดะได้มาแล้วเพคะ"

ชิงชิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาหาเย่วหลันในมือของนางมีชุดนางกำนัลสีเขียวขี้ม้าสองชุด ชิงชิงกล่าวบอกเยว่หลันอย่างยากลำบากเนื่องจากนางวิ่งมาไกลเมื่อมาถึงนางก็ล้มพับลงกับพื้นทันทีนั่นทำให้เย่วหลันถลาเข้าไปประคองนางไว้กลัวนางจะเป็นลมไปเสียก่อน

"เหนื่อยมากใช่หรือไม่ พักให้หายเหนื่อยก่อนเถิด"

เย่วหลันค่อยๆประคองชิงชิงมานั่งบนเก้าอี้กลมชิงชิงเมื่อก้นสัมผัสเก้าอี้นางก็ลุกพรวดในทันทีเพราะไม่บังอาจจะนั่งสูงกว่าเย่วหลัน

"ข้าหายเหนื่อยแล้วเพคะองค์หญิง"

นางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าปกติที่สุดทั้งที่จริงๆแล้วนางยังไม่หายเหนื่อยด้วยซ้ำเเต่เพราะไม่อยากให้องค์หญิงเป็นห่วงจึงทำเช่นนี้

"เจ้าแน่ใจนะ...ว่าแต่เจ้าไปหาชุดพวกนี้มาจากไหน"

เย่วหลันคลี่ชุดที่ชิงชิงนำมาแล้ววางทาบลงกับร่างของตัวเองอย่างสนใจ

"ข้าไปขโมยมาจากโรงซักเพคะ ข้าโกหกว่าผ้าขององค์หญิงที่ส่งซักไปนั้นข้านำไปไม่ครบจึงมาเอาเพิ่มก็เลยไม่มีใครใส่ใจมากข้าก็เลยเดินไปแถวที่ตากชุดของบ่าวรับใช้เพคะ"

"เจ้าเก่งมากชิงชิง เช่นนั้นอย่าช้าเลย เอ้านี่ชุดของเจ้า"

ข้ายื่นชุดนางกำนัลสีเขียวขี้ม้าให้ชิงชิงหนึ่งชุด เราทั้งสองมองหน้ากันและหลังจากนั้นต่างคนก็ต่างผลัดเปลี่ยนชุดจนในที่สุดทั้งข้าและชิงชิงอยู่ในชุดสีเขียวขี้ม้านี้ทั้งคู่

"องค์หญิงจะเสด็จไปที่ใดกันเพคะ"

"ข้าจะไปดูว่าที่สามีของข้า"

"หา องค์หญิงจะไปดูอ๋องเจ็ดหรือเพคะ"

"ใช่ ชิงชิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าอ๋องเจ็ดอยู่ที่ใด"

"ก็ย่อมอยู่ที่ตำหนักของพระองค์สิเพคะองค์หญิง"

"ข้ารู้แล้วแต่ที่ข้าถามเจ้าเพราะข้าไม่รู้ว่าอ๋องเจ็ดอยู่ที่ใดจะให้เจ้านำทางไงเล่า"

เย่วหลันหันไปดุนางกำนัลคนสนิท จะไม่ให้นางดุได้อย่างไรดูสิบทจะซื่อนางก็ช่างซื่อแต่ซื่อผิดบทนี่สิ

"ข้าก็ไม่ทราบเพคะองค์หญิงข้าอยู่กับพระองค์ตลอดเวลาไหนเลยจะรู้ว่าใครอยู่ที่ใด"

ชิงชิงตอบพลางหลุบตาลงต่ำนางกลัวเหลือเกินว่าจะโดนเย่วหลันดุอีก

"ชิงชิงเจ้าย้อนข้ารึ"เย่วหลันหันขวับไปมองนางกำนัลคนสนิททันที

"มิกล้าเพคะแต่ข้าไม่ทราบจริงๆเพคะวังนี้ช่างกว้างขวางแค่เดินไปโรงซักขาของข้าก็แทบแยกส่วนแล้วเพคะ"ชิงชิงพูดพลางยกมือขึ้นทุบขาทั้งสองอย่างเมื่อยล้า

"โรงซัก...ชิงชิงเจ้าฉลาดมากเราไปโรงซักกันเถอะ"

คิดได้เช่นนั้นดวงตาคมสวยคู่งามก็เป็นประกายขึ้นมาทันทีนางต้องไปโรงซักก่อนแล้วค่อยไปหาคำตอบเอาข้างหน้าก็แล้วกัน

"เอ๋ องค์หญิงท่านคิดจะทำอะไรเพคะ"

ชิงชิงหันมองนายสาวอย่างฉงนทำไมนางถึงรู้สึกแปลกๆได้นะหวังว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นนะเพคะองค์หญิง

ฟึบ

ในที่สุดข้าก็ลากชิงชิงออกมาจากเรือนรับรองจนได้ โดยที่ไม่มีใครจับสังเกตเราสองคน ข้าเอาผ้ามาปิดปากของชิงชิงกับข้าจนเหลือแค่ลูกตาเราสองคนมุ่งหน้าไปยังโรงซักของวังทันทีโดยที่ในมือของข้านั้นถือตระกร้าผ้าของตนเองอยู่

"พวกเจ้าสองคนหน้าตาไม่คุ้นเหตุใดเอาผ้าปิดหน้าเช่นนั้น"

นางกำนัลอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยขึ้นซึ่งนางคงมีหน้าที่รับผ้าและนางคงรู้สึกสงสัยที่ข้ากับชิงๆเอาผ้าปิดหน้าเช่นนี้

"ข้ากับเม่ยเมยนำผ้าของเรือนรับรองมาส่งเจ้าค่ะแต่เพราะตอนนี้ข้ากับเม่ยเมยป่วยเนื่องจากข้าสองคนตากฝนเมื่อหลายวันก่อนจึงป่วยท่านหมอเลยแนะนำให้นำผ้ามาปิดหน้าเพื่อจะได้ไม่นำโรคไปติดผู้อื่นเจ้าค่ะ"

เย่วหลันตอบอย่างฉะฉานเป็นธรรมชาติ นางกำนัลอาสุโสได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจและยื่นมือมารับตะกร้าผ้าจากมือนางทันที

"เรือนรับรองที่องค์หญิงแคว้นเป่ยพักอยู่นะหรือข้าเห็นข้ารับใช้นางคนนึงเพิ่งเข้ามาเอาผ้าในโรงซักเมื่อครู่นี้เอง ที่จริงฝากพวกเจ้ามาหาเองก็ได้ไม่เห็นต้องมาเองเลย ข้าละเห็นใจองค์หญิงแคว้นเป่ยนักเฮ้อ"

นางกำนัลอาวุโสพูดพลางถอนหายใจนั่นทำให้หญิงสาวทั้งสองสงสัยยิ่งนักว่าอะไรทำให้นางพูดเช่นนี้และสีหน้าเห็นอกเห็นใจเวทนานั่นอีก เรื่องของเย่วหลันแม้กระทั่งนางกำนัลห้องซักล้างยังรู้เหอะมันต้องมีอะไรแน่ๆเรื่องนี้ชักไม่ธรรมดาเสียแล้ว

"เหตุใดท่านถึงเห็นใจองค์หญิงแคว้นเป่ยเล่า"

ชิงชิงถามขึ้นเมื่อหันไปเห็นเย่วหลันขมวดคิ้วอย่างสงสัย

"ก็พวกเจ้าไม่รู้กันหรือองค์หญิงแคว้นเป่ยผู้นั้นนางคือว่าที่ชายาเอกและชายาเดียวของอ๋องเจ็ดเชียวนะแต่ที่จริงนางต้องเป็นชายาเอกองค์รัชทายาทถึงจะถูกแต่เห็นเขาว่านางนั้นอัปลักษณ์ไม่งาม ไร้ความสามารถ จืดชืดธรรมดาจึงไม่ได้รับการโปรดปรานไม่สามารถดึงใจองค์รัชทายาทได้ส่วนองค์รัชทายาทก็ไม่อยากได้นางแม้กระทั่งอุ่นเตียงยังไม่อยากได้เลย จึงทูลขอฮองเฮาและฮ่องเต้ให้ประทานสมรสนางกับอ๋องเจ็ดแทนอย่างว่าแคว้นเป่ยเป็นแค่แคว้นเล็กๆไม่ได้มีอำนาจมากมายองค์รัชทายาทคงเห็นว่าไม่สำคัญจะทำเช่นไรก็ได้ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าองค์หญิงผู้นั้นรู้หรือไม่ว่าคนที่นางจะแต่งด้วยนั้นแท้จริงแล้วเขาไม่นิยมสตรีแต่ชมชอบบุรุษโดยเฉพาะองครักษ์คู่กายหวงซันเฉินซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างลับๆแล้วที่มอบให้อ๋องเจ็ดก็เพื่อกลบเรื่องนี้เป็นแน่ รู้อย่างนี้เป็นเจ้า เจ้าจะสงสารนางหรือไม่ที่ต้องแต่งกับบุรุษแม้รูปงามแต่ไม่พึงใจสตรี"

นางกำนัลอาวุโสพูดอย่างเวทนาก่อนจะเดินเอาผ้าเข้าไปเก็บด้านในโรงซัก

"อ้อ...ข้าวานขอช่วยพวกเจ้าขนผ้าพวกนี้ไปส่งตำหนักของอ๋องเจ็ดได้หรือไม่ นางกำนัลสองคนนั้นคงขนไปรอบเดียวไม่หมดหากได้พวกเจ้าช่วยก็จะได้ขนหมดในรอบเดียวไม่เสียเวลาอ๋องเจ็ดยิ่งเอาแต่พระทัยตัวเองเสียด้วยหากพระองค์ไม่พอพระทัยขึ้นมาข้าคงต้องระเห็จออกจากวังเป็นแน่"

นางกำนัลอาวุโสหันมาพูดพร้อมสีหน้าอ้อนวอน แล้วมีหรือเย่วหลันจะปฏิเสธ นางกำลังหาทางไปตำหนักอ๋องเจ็ดอยู่พอดี ช่างโชคดีนักไม่ต้องเดินหาให้เสียเวลา

ในที่สุดเยว่หลันและชิงชิงก็ได้เข้ามาถึงตำหนักอ๋องเจ็ดตาคู่งามกวาดมองรอบๆอย่างสังเกตและระมัดระวังนางพยามยามเก็บรายละเอียดทุกอย่าง เช่นเดียวกับชิงชิงที่เมื่อมาถึงนางก็หันมองทุกอย่างอย่างสนใจ ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างงดงามเยว่หลันและชิงชิงมองไปรอบๆเรื่อยๆจนเมื่อมาหยุดที่ประตูห้องของอ๋องเจ็ดซึ่งพวกนางจะต้องนำผ้ามาวางไว้

แอ๊ด!

ประตูถูดเปิดออกชิงชิงและเย่วหลันหันมองหน้ากันอย่างลังเลเพราะตอนนี้เหลือแค่นางกับชิงชิงที่ยืนอยู่ตรงนี้ นางกำนัลที่เดินมาด้วยกันเมื่อครู่เมื่อมาถึงตำหนักอ๋องเจ็ดพวกนางต่างแสดงสีหน้าอมทุกข์เหมือนไม่อยากเข้าไปและก็หันมาไหว้วานให้เย่วหลันกับชิงชิงเข้าไปแทน ตอนแรกเยว่หลันกับชิงชิงดีใจมากเพราะจะได้เข้าไปสังเกตการณ์ได้ในระยะใกล้มากยิ่งขึ้น แต่เมื่อเข้ามาด้านในยิ่งหน้าห้องนอนของอ๋องเจ็ดแล้วเย่วหลันก็ค่อยๆพบสิ่งที่น่าสงสัยบางอย่างที่นี่เหตุใดถึงไม่มีนางกำนัลผู้หญิงมีแต่ผู้ชายถึงมีก็น้อยมีแค่เฝ้าหน้าตำหนักแต่ข้างในนั้นว่างเปล่า

กึก

เย่วหลันเมื่อเหยียบเข้าไปในห้องนางก็ชะงักทันที ตาคู่งามปิดลงพร้อมกับประสาทสัมผัสที่เริ่มทำงานนางเป็นแม่ทัพมาก่อนที่นางจะตาย นางย่อมรับรู้ได้ไม่ยากว่าที่นี่นั้นมีเงาสังหารมากมายคอยคุ้มกันเมื่อรู้เช่นนั้นนางจึงหันไปกระซิบกับชิงชิง

"ชิงชิง เจ้าอย่าทำอะไรผิดสังเกตเด็ดขาดที่นี่มีเงาสังหารมากมายคุ้มกันหากเจ้ากลัวก็รออยู่หน้าห้องเถอะ พวกเขาไม่ทำอะไรเจ้าแน่ตราบใดที่เจ้าไม่แตะต้องสิ่งใด"

เย่วหลันกระซิบแผ่วเบา ชิงชิงเมื่อมีอาการหวาดผวาและกลัวอยู่แล้วตั้งแต่เดินเข้ามานางไม่เห็นนางกำนัลสักคนมีแต่ทางโล่งก็ชักหวั่นๆยิ่งเมื่อองค์หญิงพูดเช่นนี้นางก็ชักกลัว ร่างนางสั่นเบาๆและค่อยๆก้าวถอยหลังไปรอหน้าห้องอย่างว่าง่ายแม้จะสงสัยว่าเย่วหลันรู้ได้อย่างไรแต่นางก็ต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อนเพราะตอนนี้ความกลัวของนางมีมากกว่า 

ปึง!

ทันใดนั้นเองเมื่อชิงชิงก้าวออกไปประตูก็ปิดเข้าอย่างแรงชิงชิงที่รอข้างนอกกลัวอยู่แล้วเห็นเช่นนั้นนางก็สติหลุดเป็นลมล้มไปกองกับพื้นทันที บุรุษที่อยู่ในชุดรัดกุมกระโดดลงมาจากคานไม้มือหนาดึงผ้าปิดหน้าลงซึ่งเขาไม่ใช่ใครเป็นมือขวาของอ๋องเจ็ดนี่เอง 'หวงซันเฉิน' เขาเดินไปช้อนร่างของชิงชิงมาไว้แนบอกด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์

"สาวใช้คนนี้ขวัญอ่อนน่าแกล้งยิ่งนัก ส่วนเพื่อนของเจ้าข้าคงต้องขอโทษด้วยนะช่วงนี้อ๋องเจ็ดข้ามีเรื่องให้คิดเยอะนักให้พระองค์แกล้งนางนิดหน่อยก็แล้วกันพระองค์จะได้ผ่อนคลายส่วนเจ้า... "

คำหลังหวงซันเฉินกระซิบเบาๆข้างหูชิงชิงซึ่งมันเบามากแม้กระทั่งเยว่หลันที่พยายามเพ่งฟังก็ไม่ได้ยิน ร่างหนาพูดพร้อมโน้มหน้าไปสัมผัสแก้มใสอย่างแผ่วเบา มีหญิงหน้าตาน่ารักมาอยู่ตรงหน้ามีหรือจะไม่สนใครจะว่าเขาเป็นโจรเด็ดบุปพาเขาหาสนใจไม่ ร่างหนายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะอุ้มชิงชิงออกจากเรือนไป 

เย่วหลันเมื่อประตูปิดลงนางก็เข้าใจโดยทันที เป็นห่วงแต่ชิงชิงป่านนี้จะเป็นเช่นไรโดนบุรุษอุ้มไปนางอยากถลาไปฆ่าบุรุษผู้นั้นนักที่ขโมยสาวใช้นางไปแต่เมื่อนึกถึงคำพูดของบุรุษเมื่อครู่นางก็ตระหนักได้ว่า นางควรห่วงตัวเองมากกว่าที่ตัวเองจะต้องกลายเป็นของเล่นอ๋องประหลาดในอีกไม่ช้านางจึงนำผ้าไปวางไว้ที่ชั้นวางและหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง

"หยุด เจ้าเข้ามานี่"

เสียงเข้มเอ่ยขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องซึ่งขณะนี้เขาเอาม่านลงแล้วภายในห้องจึงไม่สว่างมาก เยว่หลันพยายามมองหาแต่ก็ไม่เห็นใคร จนสายตานางสดุดเข้ากับม่านลูกปัดสีแดงที่ปกคลุมบางอย่างตรงจุดนั้นน่าจะเป็นเตียงนอนและเสียงก็มาจากทางนั้นนั่นแสดงว่าเป้าหมายของนางต้องอยู่ตรงนั้นเป็นแน่ เมื่อเห็นเช่นนั้นนางก็คิดสนุกอยากยั่วอารมณ์ของเขานัก หากฟังที่นางกำนัลอาวุโสพูดอ๋องเจ็ดน่าจะเป็นคนเอาแต่ใจและไม่ชอบให้ใครขัดแต่นางอยากขัดเขานี่สิ หึหึมาดูกันท่านกับข้าใครจะแน่กว่ากัน

"เปิ่นหวางสั่งเหตุใดไม่ก้าวเข้ามาเจ้าหูหนวกรึ"

ปัก

สิ้นเสียงอ๋องเจ็ดจอกเหล้าก็ถูกปาออกมาจากหลังม่าน ซึ่งมันโดนอกนางพอดีเหล้าในจอกจึงราดไปที่อกของนางเต็มๆเย่วหลันก้มมองจอกเหล้าอย่างไม่เชื่อสายตานางไม่คิดว่าอ๋องเจ็ดจะทำรุนแรงเช่นนี้ 

"ถอดผ้าปิดปากเจ้าออก"

อ๋องเจ็ดยังคงสั่งเสียงกร้าวหากเป็นคนอื่นคงทำตามที่เขาบอกไม่มีใครกล้าขัดใจเขาสักคน แต่นางกำนัลคนนี้ถือดีนักนางทำให้โทสะของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เจ้าไม่ถอดงั้นเปิ่นหวางถอดเอง"

เสียงฝ่าเท้าปึงปังดังขึ้นพร้อมร่างสูงและเรือนผมสีดำของชายหนุ่มตรงหน้าเย่วหลันค่อยๆสังเกตเขาทีละนิดแต่รวดเร็วเขาสูงกว่านางมากปากสีแดงขนาดพอดีจมูกโด่งรั้นนิดๆตาคมมีเสน่ห์คิ้วเข้มไหล่ที่ผายและอกที่กำยำเขาจ้องนางตาขวางพวงแก้มมีสีชมพูระเรื่อจาดฤมธิ์เหล้า อ่าทำไมเย่วหลันเห็นเขาแล้วใจกระตุกวูบ มือเรียวยกขึ้นทาบอกตัวเองก็พบว่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะเสียแล้วบุรุษผู้นี้ช่าง...น่ารักเหลือเกิน ขณะที่นางกำลังมองเขาอย่างเพลินๆ เขาด้วยความไม่มีสติและโมโหจึงเข้ามากระชากนางอย่างแรงและดึงนางไปที่เตียงมือหนาฉีกทึ้งเสื้อผ้าสตรีตรงหน้าราวกับสัตว์ป่า ทันใดนั้นความคิดที่ว่าเขาเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อก็ลอยมายิ่งทำให้นางสับสนหนักเข้ากว่าเดิมเมื่อเห็นเขาฉีกทึ้งเสื้อผ้านางเช่นนี้ ตกลงเขาชอบบุรุษหรือสตรีกันแน่

"เปิ่นหวางจะดูสิว่าถ้าเปิ่นหวางฉีกเสื้อผ้าของเจ้าจนหมดเจ้าจะมีเสียงหลุดออกจากปากหรือไม่"

ฝูเว่ยหลงหรืออ๋องเจ็ดยังคงตั้งหน้าตั้งตาทึ้งเสื้อผ้าของนางกำนัลคนนี้อย่างตั้งใจเขาอยากเห็นนางร้องไห้อ้อนวอนหรือนางอยากเป็นสตรีของเขากันถึงพยายามให้เขาสนใจแต่คงไม่หรอกประวัติของเขาค่อนข้างไม่ดีนักทุกคนต่างคิดว่าเขาชมชอบบุรุษและชอบทารุณสตรีนั่นจึงทำให้ไม่มีสตรีคนไหนกล้าเข้าใกล้เขาหรือขัดใจเขา มีแต่นางที่ขัดใจเขา ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะเก่งสักเพียงใด รอยยิ้มหยันพลันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อทันที

"ต้องให้เปิ่นหวางถอดชั้นในเจ้าด้วยหรือไม่ถึงจะร้องออกมา เจ้าน่าจะรู้เปิ่นหวางไม่ชอบสตรีหากจะทำก็เพื่อทำให้เจ้าอับอายเท่านั้น"

อ๋องเจ็ดเอ่ยเสียงเย็นชาเขาต้องการข่มขู่นางให้นางกลัวแต่กลับผิดคาดเพราะนางยังคงจ้องหน้าเขานิ่งทั้งๆที่ตัวนางตอนนี้เหลือเพียงเอื้ยมตัวนึงเท่านั้น สตรีนางนี้ใจกล้านักแต่ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะนิ่งได้สักเท่าไหร่

แควก!

ปราการชิ้นสุดท้ายถูกฉีกทึ้งออกเขาทำกับนางอย่างรุนแรงแต่ยังเหลืออีกชิ้นที่เขายังไม่ดึงออกนั่นคือผ้าปิดหน้าของนางที่ยังอยู่บนใบหน้า เย่วหลันแม้อับอายและเดือดดาลกับความรุนแรงที่เขากระทำแต่ร่างบางยังคงนิ่ง นางพยายามข่มอารมณ์เดือดอย่างใจเย็นเพื่อทดสอบบางอย่าง

อ๋องเจ็ดมองถาพตรงหน้าตาค้าง ใบหน้าเห่อแดงจนถึงใบหู เขาตะลึงกับความงามตรงหน้า อกสวยขนาดใหญ่เกินตัวเรือนผมดำที่หล่นลงมาปิดยอดอกเพราะแรงที่เขากระทำเมื่อครู่ ผิวขาวเนียนเป็นริ้วเเดงเอวคอดกิ่วเรียวขางามหน้าท้องที่แบนราบก้นที่ขาวเนียน ทั้งหมดทำให้เขาทำทุกอย่างอย่างลืมตัวมือหนาไล้ไปตรงเนินอกของสตรีตรงหน้าอย่างหลงไหลจนลืมระวังตนเอง

เย่วหลันเมื่อเห็นกิริยาเช่นนั้นความสงสัยของนางก็ถูกเฉลยทันที อ๋องเจ็ดชอบสตรียังพึงใจสตรีอยู่ส่วนเรื่องที่เขาว่าชอบบุรุษคงเป็นเพียงฉากที่เด็กน้อยผู้นี้สร้างขึ้น ในขณะที่เย่วหลันกำลังจมกับความคิดตัวเองบุรุษตรงหน้าก็ถือวิสาสะวางใบหน้าของตนซบอกหยุ่นของนางลมหายใจที่เหมือนสูดกลิ่นกายนางอย่างหลงไหลทำให้ร่างบางสั่นสะท้านและดึงสตินางกลับมาพอดีกับที่มือหนาเรื่มไล้เอวกิ่วลงมายังสะโพกและเคล้นคลึงอย่างเบามือ ซึ่งหากนางยังคงนิ่งคงไม่รอดพ้นมือเขาเป็นแน่คิดได้เช่นนั้นนางจึงผลักบุรุษตรงหน้าจนหงายหลังอย่างแรงและคว้าผ้าห่มสีแดงสะบัดและหมุนคลุมตัวจนมิดชิดในพริบตาเดียว ร่างบางหันหลังให้และปลดผ้าปิดปากออกก่อนจะหันไปยิ้มเย็นให้กับบุรุษตรงหน้า

"ไป๋..เย่วหลัน"อ๋องเจ็ดรู้สึกหายใจสะดุดนี่นางกล้ามากที่ปลอมเป็นนางกำนัลเข้ามาในตำหนักของเขา

"รู้แล้วทำเช่นไรต่อเด็กดี"

เย่วหลันเอ่ยเสียงหวานและก้าวไปหาบุรุษตรงหน้าช้าๆอ๋องเจ็ดเห็นเช่นนั้นก็ถอยจนชิดผนัง ทำไมเขาถึงรู้สึกกลัวรอยยิ้มของนางก็ไม่รู้

"อ่าท่านกลัวข้าหรือท่านพี่ไม่ได้สินะต้องพูดเช่นไรดีท่านอ๋องสินะหรือฝูเว่ยหลงดี"นางยิ้มเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มของนางแทบทำให้บุรุษตรงหน้าหายใจลำบาก

"เปิ่นหวางไม่ได้กลัวเจ้า"

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกร้าวและแสร้งตีหน้าขรึมหากแต่เขาเลือกจะไม่สบตานางนั่นจึงยิ่งทำให้นางสังเกตเห็นความประหม่าของเขา ช่างน่าแกล้งนักเย่วหลันคิดอย่างอย่างอารมณ์ดีลืมความโกรธและสิ่งที่เขาล่วงเกินจนสิ้น

"ได้"

เย่วหลันพูดแค่นั้นก็ก้มลงเก็บเชือกที่นางพกมาแล้วถูกเขากระชากออกพร้อมเสื้อผ้าขึ้น อ๋องเจ็ดเห็นเชือกก็สะดุ้งเล็กน้อยไป๋เยว่หลันยิ้มเย็น นางจับเด็กหนุ่มมัดกับหัวเตียงเสร็จนางก็เดินไปหยิบชุดบุรุษเนื้อดีมาสวมโดยไม่หันไปมองอ๋องเจ็ดที่ตอนนี้นั่งน้ำตาคลออยู่บนเตียง ยิ่งนางยิ้มเช่นนั้นเขายิ่งรู้สึกกลัวนางยิ่งนักความรู้สึกของเขาคือนางน่ากลัวยิ่งกว่าตอนท่านแม่ถือไม้ตีเขาซะอีกเขาไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใดแต่วันนี้เขากลับกลัวสตรีตรงหน้า ทำไมวันนั้นที่เขาเห็นนางเขารู้สึกว่านางไม่ได้เป็นเช่นนี้ ไม่ได้เป็นสตรีมากเล่ห์และกล้าหาญเช่นนี้ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่าง

"พี่สาว ข้าขอเรียกท่านว่าพี่สาวได้หรือไม่ ทะ ท่านพี่เหตุใดท่านถึงจับข้ามัดไว้เช่นนี้เล่าแก้มัดให้ข้าเถิด"

อ๋องเจ็ดเอ่ยเสียงหวานเหมือนเด็กเขาเคยใช้วิธีนี้กับท่านแม่ซึ่งเป็นสตรีที่เวลาโกรธแล้วหายยากมากแต่พอเขาอ้อนท่านแม่ก็จะหายโกรธเขาทุกครั้ง ตอนนี้เขาจึงกลายเป็นเด็กน้อยที่อ้อนเย่วหลันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ฝูเว่ยหลงของข้าเจ้าช่างไร้เดียงสานัก

"เหตุใดท่านก็ทวนดูเถิดหากสตรีนางนี้มิใช่ข้า แต่เป็นผู้อื่นแล้วท่านกระทำล่วงเกินกับหญิงอื่นก่อนวันแต่งงานของเราเพียงหนึ่งวันอะไรจะเกิดขึ้น ฝูเว่ยหลงท่านอยากเป็นน้องของข้าจริงหรือท่านอยากเรียกหญิงที่ท่านเพิ่งซบอกอุ่นๆของนางว่าพี่หรือ เด็กน้อยท่านคิดว่าท่านทำเช่นนี้ข้าจะปล่อยท่านง่ายๆรึเห็นท่านวันนี้ข้าเดาได้เลยว่าพรุ่งนี้ท่านคงอยากหนีข้าไปเป็นแน่หากท่านหนีพิธีสมรสได้ท่านก็จะทำแต่ข้าจะเตือนท่านไว้ว่าอย่าคิดสั้นทำเช่นนั้นเลยข้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่ท่านคิดท่านก็ประจักษ์แล้วในตอนนี้ เงาสังหารท่านข้าก็รู้แม้แต่จุดอ่อนของท่านข้าก็เริ่มรู้แล้วพรุ่งนี้ข้าต้องเห็นท่านที่นั่นถ้าท่านหายไปสาบานได้ข้าไป๋เย่วหลันจะตามหาท่านแม้ต้องพลิกแผ่นดินข้าก็จะทำถ้าไม่อยากให้ตัวท่านเดือดร้อนหรือทำให้ข้าโกรธจนท่านไม่สามารถเป็นอิสระได้ก็จงอย่าทำอะไรที่ไม่ไว้หน้าข้า ท่านไม่ชอบให้ใครขัดใจข้าก็เช่นกัน และท่านโปรดบอกมือสังหารท่านด้วยว่าให้ส่งสาวใช้ของข้ากลับจวนโดยเร็วที่สุดหากนางถลอกแม้เพียงปลายเล็บท่านเตรียมหาท้องเกิดใหม่ได้เลย จุ้บน้องชายข้า ไม่ดื้อนะเพคะพรุ่งนี้พี่สาวไม่สิเจี่ยเจียจะมานอนเป็นเป็นภรรยาท่านเองต่อไปท่านจะไม่เหงาไม่ต้องแกล้งผู้อื่นแล้ว...ข้าจะอยู่ให้ท่านแกล้งตลอดดีหรือไม่ ลาก่อนสามีข้าหวังว่าข้าคงไม่ต้องเหนื่อยพลิกแผ่นดินหาท่านในวันพรุ่งนี้"

เมื่อกล่าวในสิ่งที่ต้องการจบไป๋เย่วหลันก็ก้มลงจุมพิตบนแก้มซ้ายขวาหน้าผากและจมูกของฝูเว่ยหลงอย่างแผ่วเบานางเพียงต้องการปลอบโยนเขาจากอากานหวาดกลัวเมื่อครู่ ก่อนจะหมุนตัวกลับโดยนางเลือกเสื้อคลุมสีพื้นของเขาหนึ่งตัวมาคลุมศรีษะและเดินออกไป อ๋องเจ็ดได้แต่มองตาปริบๆอย่างอึ้งๆนางไปแล้วแถมไม่แก้เชือกให้เขาอีกต่างหาก ร่างหนาก้มหน้ามองเศษเอี้ยมและเศษผ้าที่ขาดรุ่งริ่งตามพื้นอย่างขัดใจและตะโกนร้องเรียกมือขวาของเขาเสียงดันลั่นตำหนัก

"หวงซันเฉิน! เจ้าพาผู้ใดมาให้ข้าอ๊ากกกกก"

เย่วหลันเมื่อกลับมาถึงเรือนรับรองนางก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีและอารมณ์ดีกว่าเมื่อมาถึงเห็นชิงชิงนั่งรอนางอยู่อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อถามว่าชิงชิงปลอดภัยดีหรือไม่นางก็บอกว่าปลอดภัยดีแค่งงนิดหน่อยเมื่อพบว่าตนตื่นมาที่สวนบุปผาข้างเรือนแต่นางจะกลับมาหาองค์หญิงที่ตำหนักอ๋องเจ็ดก็ไม่กล้านางจึงเดินกลับมารอที่เรือนรับรองแทน ถือว่าองครักษ์นั่นก็ยังดีอยู่บ้างที่ไม่ล่วงเกินสตรีที่ไม่รู้สึกตัวเช่นชิงชิง เย่วหลันยิ้มอ่อนๆและเดินผ่านชิงชิงเข้าไปที่เตียงพอถึงเตียงนางก็ล้มตัวนอนอย่างเหนื่อยหน่าย

"องค์หญิงปลอดภัยดีหรือไม่เพคะเหตุใดถึงสวมชุดนี้มา"

"ข้าไม่เป็นไรแค่เห็นว่าชุดนี้สวยเลยยืมอ๋องเจ็ดมาใส่เท่านั้นเอง"

"อ๋องเจ็ดกล่าวเช่นไรกับท่านบ้างเพคะ"

"ไม่ได้กล่าวอะไรป่านนี้พระองค์คงกำลังยุ่งอยู่"

ยุ่งอยู่กับการคิดว่าจะหนีจากนางเช่นไรดี ฮ่าๆเยว่หลันคิดได้เช่นนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เด็กน้อยของเจี่ยเจียเจ้าช่างน่าสนใจนัก

**************************

ติชมได้นะคะอิอิ

ไรท์ชอบอ่านคอมเม้นตของท่านผู้อ่านเป็นที่สุด พยายามปั่นทุกครั้งที่ว่างเลยนะเพราะฉะนั้นเค้าขอกำลังใจเล็กๆน้อยให้มีแรงเขียนต่อเนอะอิอิ💓



ความคิดเห็น