chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.9k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2561 20:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

ตอนที่ 5

“แทนฟ้า” ร่างบางวิ่งเข้ามากอดแทนจากทางด้านหลังไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ครูซที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบหันมามองแต่พอเห็นว่าเป็นใครจึงไม่ได้เข้าไปกั้นให้ออกห่างจากเจ้านายตน 

“ปล่อยผมก่อน” แทนแกะมือเรียวออกอย่างสุภาพแต่น้ำเสียงเรียบนิ่งก็ทำให้คนเป็นแม่รู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเสมอ แทนอาศัยจังหวะที่ทุกคนเผลอเช็ดมือเข้ากับกางเกงอย่างนึกรังเกียจ

“ลูกทานข้าวมาหรือยัง” ไพลินฝืนยิ้มมองลูกชายอย่างรักใคร่และเป็นห่วง ลูกเธอไม่ค่อยกลับบ้านไปหาก็ไม่ค่อยอยู่ห้อง วันๆ ทำแต่งาน นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่ได้พบกัน

“ผมทานมาแล้ว” แทนตอบเพียงสั้นๆ คนเป็นแม่ก็ยิ้มรับพยายามชวนคุยต่อ

“แล้วลูกเป็นยะ... // คุณย่าอยู่ไหนครับ” แทนพูดแทรกขึ้นทันทีไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดเรื่องอื่นเพราะไม่ชอบตอบคำถามเรื่องเดิมซ้ำซากมันน่ารำคาญ

“อยู่ห้องนกยูงจ้ะ” เสียงกับหน้าตาที่ดูเศร้าหมองลงทำให้ครูซรู้สึกเห็นใจหญิงตรงหน้าไม่น้อย

“งั้นผมขอตัวก่อน” แทนก้มหัวให้แล้วเดินผ่านไป การแสดงท่าทีเหมือนคนอื่นคนไกลกับแม่ตัวเองทำให้ครูซรู้สึกประหลาดใจแต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้านายตน ชายหนุ่มจึงทำได้แต่เพียงปล่อยไปไม่เก็บมาใส่ใจมากนัก

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้ใครมาโดนตัวผม” แทนหันมามองครูซด้วยสายตาตำหนิ

“แต่นั่นคุณแม่”

“ไม่มีข้อยกเว้น” ครูซพยักหน้าตกลงเพราะถึงพูดไปก็ใช่ว่าแทนจะรับฟัง

“ครับ”

“ถ้ายังไม่อยากถูกไล่ออกทำตามที่สั่ง...เข้าใจใช่ไหม” แทนเดินนำไปแต่ก็ไม่วายหันมาพูดขู่อีก ครูซพยักหน้าตอบรับ ทั้งคู่เดินไปจนถึงห้องกระจกใสใกล้บริเวณริมสระบัวที่มีต้นนกยูงออกดอกสีแดงเต็มไปหมด นี่คงเป็นที่มาของชื่อห้องพักริมน้ำแห่งนี้  

ครูซเดินตามแทนเข้าไปภายในงานที่มีผู้คนมากมายยืนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลายคนเป็นไฮโซคนดังที่คุ้นหน้า ครูซทำงานในสังคมพวกนี้มาก่อนจึงพอทราบชื่อและหน้าที่การงานของแต่ละคนอยู่ไม่น้อย

“อ้าวมาแล้วเหรอแทนฟ้า” เสียงคุ้นหูทำให้ครูซหันไปมองจึงพบเข้ากับหญิงสูงวัยที่แต่งตัวด้วยผ้าไหมสีเขียวมรกตสวมเพชรระยิบระยับนั่งบนโซฟาสีทองตัวใหญ่กลางห้องซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ

“สวัสดีครับคุณย่า นี่ของขวัญ” แทนหยิบของขวัญจากมือครูซส่งต่อให้คุณรัศมีที่รับไปแล้ววางไว้บนโต๊ะไม่ได้ดูตื่นเต้นหรือดีใจที่ได้ ซึ่งแทนเองก็ไม่เคยหวังจะเห็นท่าทางแบบนั้นจากย่าเช่นกันเพราะรู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้

“ขอบใจหลานมาก มานั่งด้วยกันก่อนสิ” คุณหญิงรัศมีกวักมือเรียกให้แทนเข้าไปนั่งใกล้ๆอีกที่ซึ่งว่างอยู่เหมือนเว้นไว้ให้ใครสักคน

“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวสักพักผมก็กลับแล้ว” แทนส่ายหน้าปฏิเสธ ชายหนุ่มไม่ชอบตกเป็นจุดสนใจเขาไม่ชอบถูกจับจ้อง ตอนนี้ก็อึดอัดใจจะแย่อยู่แล้ว สายตานับสิบนับร้อยมองมาอย่างสนอกสนใจกับหลานชายซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนนอกคอกที่ตระกูล วราวุธกิจ ไม่เคยพาออกสื่อหรือแนะนำต่อสาธารณชนเลยสักครั้ง การจะพบเจอจึงเป็นเรื่องยากพอควร

“อยู่ก่อน” เพียงเสียงเข้มพร้อมสายตากดดันจ้องมองมาก็ทำให้แทนพยักหน้าตกลงอย่างไม่เต็มใจ แม้เขาจะต่อต้านทุกคนแต่กับหญิงสูงวัยตรงหน้า เธอร้ายเกินกว่าจะต่อกรด้วย

“มานั่งสิ เลขาหลานเหรอ...ดูดีนี่ ทำงานเป็นไงบ้าง” แทนไม่ได้นั่งลงตรงที่คุณหญิงรัศมีชี้แต่เลือกที่จะนั่งตรงข้ามเพื่อหลีกเลี่ยงตำแหน่งที่ว่างอยู่ เพราะเขารู้ดีว่ามีไว้เพื่อใคร

“ทำงานดีครับ” แทนตอบออกไปตามความจริงโดยไม่ได้คิดอะไร แต่สำหรับครูซคำชมจากเจ้านายเป็นอะไรที่เกินคาดทำให้ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างพอใจ

“งั้นก็ดีแล้ว หลานได้กลับบ้านบ้างไหม” คุณหญิงรัศมีถามในสิ่งที่แทนไม่เคยชอบใจที่จะต้องตอบเพราะหากตอบไปแล้วสิ่งที่คนเป็นย่าจะพูดก็เหมือนเดิมทุกๆ ครั้ง

“ไม่ครับ”

“กลับบ้างแล้วกันนะ พ่อเขาเป็นห่วง”

“ครับ” แทนนั่งหน้านิ่งแต่ครูซสัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าไม่ปกติ มือขาวเริ่มจิกเข้าหากันแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่เพราะครูซยืนบังอยู่คนอื่นจึงไม่เห็น

“คุณแทนครับ” ครูซเพียงเอ่ยเรียกสติคนด้านข้างเบาๆ แทนกระพริบตาก่อนค่อยๆ คลายมือออก ชายหนุ่มก้มหน้าลงไม่อยากมองบุคคลมาใหม่ที่เดินเฉียดเขาไปเมื่อครู่

“สวัสดีครับคุณแม่” ทศพลเดินเข้าไปไหว้แล้วกอดคนเป็นแม่อย่างรักใคร่

“มานั่งก่อนตาทศ วันนี้งานจะเริ่มสองทุ่ม” คุณรัศมียิ้มแย้มกับลูกชายคนโปรดแต่เมื่อเห็นหลานชายตนนั่งนิ่งไม่พูดจาก็ทำให้เธอขัดใจในมารยาทอยู่ไม่น้อย

“แทนฟ้า!” เสียงตวาดดังทำให้ทุกอย่างทั่วบริเวณเงียบลงทันที สายตาต่างจับจ้องมาที่แทนอย่างใคร่รู้ ในบรรดาญาติทั้งหลาย ไม่มีใครชอบชายหนุ่มหน้านิ่งเท่าไหร่เพราะท่าทางเย็นชาและสายตาที่มองคนอื่นอย่างรังเกียจเสมอ แทนที่ตอนแรกนั่งนิ่งก็ยอมยกมือไหว้ลวกๆ ไม่เต็มใจที่จะทำนัก

“ทำดีๆ” คุณหญิงรัศมีส่งสายตาเฉียบคมกดดัน ครูซไม่รู้ว่าควรช่วยเจ้านายตนจากสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี เขามองคนข้างกายอย่างครุ่นคิดแต่แทนเพียงยกมือไหว้พร้อมพูดสวัสดีอีกครั้งด้วยท่าทีปกติ พอทำเสร็จก็นั่งเงียบไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีอะไรออกไป คุณหญิงมองอย่างพอใจจึงหันไปพูดคุยกับคนอื่นตามปกติ บรรยากาศรอบข้างจึงเริ่มกลับมาคึกคักเช่นเคย 

สายตาทอดมองมาของทศพลทำให้ครูซก้มให้เล็กน้อยเป็นมารยาท ซึ่งทศพลก็เพียงพยักหน้ารับแล้วหันกลับมาจ้องหน้าลูกชายที่ไม่ยอมมองหน้าตนเหมือนเดิม คนเป็นพ่อได้แต่ได้สงสัยว่าเพราะอะไรลูกชายตนถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ถึงจะอยากรู้มากขนาดไหนแต่แทนก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้ทศพลได้ถามเลยแม้แต่ครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่นานงานวันเกิดคุณรัศมีก็เริ่มขึ้น ทุกคนย้ายไปร่วมฉลองกันที่ชานระเบียงขนาดใหญ่ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีอาหารหรูหรามากมายให้เลือกสรร ทุกคนต่างดูสนุกสนานกันยกเว้นเพียงแทนที่ยืนอึดอัดใจอยู่ริมทางออก

“คุณแทนครับน้ำ” ครูซยื่นแก้วน้ำไปให้อีกฝ่ายแต่แทนเพียงหันมามองแล้วไม่ได้รับไป

“ไม่เอา”

“หรือคุณอยากหยิบเองครับ เดินไปไหมเดี๋ยวผมบังคนให้” ครูซเสนอหนทางให้ แทนมองไปรอบตัวอย่างชั่งใจก่อนพยักหน้าตกลง เขาก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกันหาอะไรดับกระหายหน่อยก็ดี ครูซยืนบังเจ้านายตนให้ออกห่างจากทุกคนด้วยร่างกายที่สูงโปร่งทำให้ไม่เป็นอุปสรรค แทนหยุดอยู่ตรงหน้าเครื่องดื่มก่อนลงมือทำเองทุกอย่างโดยไม่ให้พนักงานเสิร์ฟช่วย เขาไม่ชอบรับอาหารหรือเครื่องดื่มจากใคร ครั้งก่อนที่ยอมเคี้ยวหมากฝรั่งที่ครูซยื่นให้ก็เพราะมันจำเป็นจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาไม่มีทางยอมรับง่ายดายแบบนั้นแน่นอน

แทนเทน้ำจากขวดแก้วใสที่เข้าใจว่าเป็นน้ำอัดลมธรรมดาโดยไม่รู้เลยว่าข้างในผสมโซดาและแอลกอฮอล์เอาไว้ค่อนข้างแรงเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มไม่คุ้นเคยกับเครื่องดื่มจำพวกนี้เลยแยกแยะไม่ออกบวกกับอึดอัดกับสายตาผู้คนจึงรีบดื่มโดยไม่ได้สนใจจะดมหรือดูว่าในมือตนคืออะไร ครูซที่มัวแต่ยืนบังคนให้ก็ไม่ได้หันมามองว่าคนข้างกายได้คว้าสิ่งต้องห้ามเข้าปากไปแล้วเรียบร้อย

“อ้า...ไม่ใช่” แทนที่ดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ตกใจในรสชาติที่บาดคอจนร้อนไปหมด ครูซที่ได้ยินเสียงร้องอุทานรีบหันมามอง

“คุณแทนดื่มอะไร” ครูซคว้าแก้วมาดมถึงรู้ว่านี่เป็นเหล้าดีกรีแรง

“ร้อน” แทนเริ่มหายใจติดขัดหน้าแดงก่ำตามไรผมมีเหงื่อผุดออกมา ครูซเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าไปประคองแต่ก็นึกได้ว่าตอนนี้อยู่กลางงาน หากเขาทำอะไรที่โจ่งแจ้งเกินไปอาจทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

“คุณแทนไหวนะครับ ไปที่รถกัน” ครูซเพียงเดินเข้าไปชิดแล้วจับต้นแขนดันให้เจ้านายตนเดิน แทนที่เริ่มรับรู้ว่าอีกไม่นานเขาต้องสูญเสียความเป็นตัวเองก็รีบก้าวยาวๆ ไปที่ลานจอดรถทันที

“อึก” แทนเกาแขนตัวเองจนหนังถลอกแต่เหมือนอารมณ์ที่พุ่งสูงไม่ได้หายไปเลย ชายหนุ่มจึงกัดไปตามนิ้วและฝ่ามือจนเลือดไหลซึมเป็นทางยาว ครูซที่หยิบกุญแจออกจากกระเป๋าพอเงยหน้ามาเห็นก็รีบคว้ามือขาวให้ออกห่างจากฟันคม เลขาหนุ่มใช้หลังมือเช็ดหยดเลือดที่ไหลเลอะไปตามขอบปากให้ลวกๆ ก่อนจับตัวอีกฝ่ายดันเข้าไปในรถเพื่อหลบสายตาจากรถที่ขับเข้ามาจอดใหม่

“คุณแทนใจเย็นครับ”

“ฮือ หยุด...หยุดสักที!!” แทนกัดปากกั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อไหลออกมา

น้องแทนจ๋า ทานเยอะๆ สิ

น้องแทนชอบชุดไหนมากกว่ากัน

น้าทำแรงๆ แบบนี้น้องแทนมีความสุขไหม

ภาพหญิงสาวผมยาวที่มีดวงตาเศร้าโศกกับรอยยิ้มน่าสะอิดสะเอียนฉายในหัวของแทนซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด แทนร้องไห้จนตัวโยกไม่อยากคิดไม่อยากเห็น

ครูซแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างแทนแล้วรีบปิดประตูทันทีเพราะไม่อยากให้เจ้านายตนเป็นจุดสนใจจากผู้คนที่เริ่มทยอยออกจากรถหรูที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

“คุณแทน” ครูซเขย่าตัวแทนที่ตอนนี้ดวงตาเริ่มหลุดลอยไปไกลเหมือนจิตใจไม่อยู่กับตัวแล้ว ครูซจับแทนนอนลงแล้วถอดสูทออกให้ แทนที่เหม่อลอยอยู่ไม่ได้สนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า นอนแน่นิ่งดวงตาไร้แววเหมือนคนไร้วิญญาณ

คงต้องพากลับห้องก่อน คิดได้ดังนั้น ครูซจึงปีนเบาะกลับไปนั่งประจำที่คนขับแล้วสตาร์ทรถขับกลับคอนโดทันทีแต่เนื่องจากเป็นวันศุกร์รถจึงค่อนข้างติดยาวทำให้ใช้เวลาในการขับรถนานกว่าปกติ ระหว่างทางครูซหันกลับไปมองเจ้านายตนเป็นระยะ ส่งเสียงเรียกออกไปแต่ก็ไม่เคยได้ยินเสียงตอบรับกลับมาเลยสักครั้ง แทนนอนนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลซึมอยู่ตลอดเวลา

“คุณแทนครับ” เมื่อมาถึงคอนโดครูซก็เดินไปเรียกให้อีกฝ่ายลงจากรถ

“ไม่...อย่าจับ อย่าโดนตัวผม” แทนดิ้นถอยตัวไปชิดประตูรถอีกฝั่งอย่างหวาดกลัว

“ผมไม่จับก็ได้แต่กลับห้องกันเถอะครับ” ครูซปล่อยมือออกจากแขนแทนที่ตอนนี้นั่งกุมหน้าร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“ไม่กลับ ไม่อยากเจอน้าเบล” แทนส่ายหน้าไปมาแล้วผลักครูซให้ถอยห่าง

“น้าเบล? ไม่มีใครอยู่ในห้องนะครับ” ครูซบอกแทนที่เดี๋ยวนั่งร้องไห้เดี๋ยวนั่งหน้านิ่ง

“ไม่จริง! น้าเบลอยู่ทุกที่” แทนตะโกนใส่เหมือนโมโหที่อีกฝ่ายไม่เชื่อ

“ไม่มีใครจริงๆ ครับ”

“จะฆ่าให้ใช่ไหม”

“ครับ?” เสียงแผ่วเบาที่เอ่ยออกมาทำให้ครูซขมวดคิ้วสงสัยพร้อมเอาหน้าเข้าไปใกล้เพื่อฟังให้แน่ใจว่าแทนพูดอะไรกันแน่

“จะฆ่าผู้หญิงคนนั้นให้ใช่ไหม อึก...ถ้าเจอน้าเบลจะทำร้าย ฮือ...ไม่ชอบไม่อยากทำแบบนั้นด้วยมันสกปรก” แทนพูดไปร้องไห้ไปจนครูซสับสน ไม่รู้ว่าเรื่องที่คนตรงหน้าพูดคือเรื่องจริงหรือเพราะเมากันแน่

“ผมไม่ฆ่าแต่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคุณแทนหรอกครับ ผมสัญญา” เรื่องอะไรจะไปรับปากว่าจะฆ่าใครสุ่มสี่สุ่มห้ากัน

“เกลียดสัญญา! ห้ามสัญญา!” ครูซสะดุ้งตกใจที่อยู่ๆ แทนก็กระชากคอเสื้อตนเขย่าอย่างแรง

“ครับๆ ผมจะไม่ให้ใครโดนตัวไม่ให้ใครมาทำร้ายคุณแทนเพราะงั้นเราขึ้นห้องกันเถอะครับ” ครูซใช้น้ำเสียงนุ่มเอ่ยชวนให้แทนสงบลงก่อนพาเดินขึ้นลิฟต์ไปยังห้องที่ครั้งก่อนมีเรื่องราวแย่ๆ เกิดขึ้นที่นี่

“จะไปไหน!” 

“เอาน้ำครับ” ครูซมองหน้าแทนงง ๆ เมื่อเจ้านายตนเดินมาขวางพร้อมผลักไม่ให้ไป

“ห้ามไปเดี๋ยวมันจะมาทำร้ายผม!”

“ไม่มีใครหรอกครับ”

“โกหกๆ ๆ มีสิ...มี มันมี มันจะมาหามันชอบมาตอนกลางคืน” แทนทั้งจิกและขยี้หัวเดินไปเดินมาเหมือนคนคิดไม่ตก

“คุณแทน” ครูซรั้งข้อมืออีกฝ่ายให้หยุดจิกผมตัวเองเสียที

“ห้ามหลับ หลับไม่ได้ ฮือ...ห้ามๆ ๆ”

“คุณแทนมานั่งกับผม” ครูซเห็นท่าไม่ดีจึงพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่ายไม่ให้หลงกับภาพในหัวมากเกินไป

“ไม่ จะอาบน้ำเกลียดร่องรอยพวกนี้เกลียดๆ” แทนเริ่มถอดเสื้อตัวเองออกแล้วเอาเล็บข่วนไปทั่วตัว ใบหน้าหล่อบิดเบี้ยวเหยเก น้ำตาใสก็ไหลรินไม่ขาดสาย ครูซเดินเข้าไปหาพร้อมดึงคนข้างหน้ามากอดไว้แน่น เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกทำวิธีนี้แต่คนข้างหน้าดูหวาดกลัวเกินไป โดดเดี่ยวอ้างว้างจนเขาทนยืนมองเฉยๆ ไม่ได้

“ไม่สกปรกหรอกครับ ไม่เป็นไร” ครูซลูบหลังกว้างอย่างปลอบโยน แทนแม้ตอนแรกจะขัดขืนแต่เมื่อได้รับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมายังร่างกายก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจึงเริ่มค่อยๆ สงบลง

“ห้ามไปไหน เฝ้าผมไว้ดีๆ อย่าให้น้าเบลเข้ามา” แทนที่สติไม่หลงเหลืออยู่แล้วร้องขอออกไป

“ครับ”

“อาบน้ำก่อน” แทนผลักครูซให้ห่างจากตัว เขามองรอบข้างอย่างหวาดหวั่นภาพในอดีตทับซ้อนไปมาทำให้เขาสับสนจนแยกเรื่องจริงกับภาพลวงไม่ออก แทนเดินไปยืนใต้ฝักบัวโดยที่ยังไม่ถอดกางเกงด้วยซ้ำ ครูซลังเลใจอยู่หน้าห้องน้ำว่าสมควรเข้าไปดูเจ้านายตนดีหรือไม่

เพล้ง!

จนกระทั่งได้ยินเสียงกระจกแตกชายหนุ่มถึงรีบก้าวเข้าไปในห้องน้ำทันที

“คุณแทน!”

“อ้ากกกกกกกกกก” แทนหยิบของขว้างปาใส่กระจกไม่ยอมหยุด แม้ครูซจะพยายามรั้งไว้แต่แรงที่เยอะกว่าปกติทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถห้ามคนตรงหน้าได้เต็มที่

“ไหนบอกว่าจะไม่ให้มันเข้ามาไง!!” แทนแหกปากร้องลั่นดิ้นไปมาอย่างไม่พอใจจนในที่สุดก็หลุดจากอ้อมแขนของครูซ

“ไม่มีใครจริงๆ ครับ”

“โกหก โกหก โกหก!!” แทนกระชากแขนครูซลากออกมาจากห้องน้ำแล้วเหวี่ยงใส่โซฟาอย่างแรง ครูซกุมท้องเพราะจุกจากแรงกระแทก เขาเงยหน้ามองแทนอย่างหวั่นใจ คนตรงหน้าดูบ้าคลั่งและสับสนจนไม่เหลือสติอยู่อีกแล้ว

“เกลียดๆ มันจะมาเอากู!” แทนขว้างปาทำลายข้าวของจนทั้งห้องอยู่ในสภาพเละเทะไม่มีชิ้นดี

“คุณแทนตั้งสติหน่อยสิครับ อุบ” ครูซเบิกตากว้างทันทีที่ปากสีซีดประกบลงมาอย่างแรงพร้อมมือที่กระชากหัวจิกให้เขาเอียงหัวให้ได้องศา

“อือ อ่อย” ครูซดิ้นสุดตัวเมื่อแทนขบกัดเข้ากับริมฝีปากเขาจมเขี้ยวจนเลือดไหลซึมออกมามากมายสร้างความเจ็บปวดให้ชายหนุ่มไม่น้อย ครูซตั้งสติยันเท้าถีบท้องอีกฝ่ายจนล้มไปกองอยู่ที่พื้น มือเรียวจับริมฝีปากตัวเองแล้วต้องร้องซี๊ดออกมาด้วยความเจ็บ ครูซมองแทนที่เริ่มขยับตัวด้วยความกังวลแม้ตอนแรกจะห่วงสภาพคนตรงหน้าแต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเป็นห่วงตัวเองมากกว่า

“ทำร้ายกู! มึงเป็นพวกเดียวกับมันใช่ไหม” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยถามด้วยแววตาดุดันจนครูซเริ่มนั่งไม่ติด เขาลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่ประตูทันทีแต่ก่อนที่ร่างโปร่งจะจับลูกบิดประตูได้ แรงกระแทกอย่างแรงจากของแข็งก็ทำให้เขาล้มลงที่พื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด

“มึงต้องรับผิดชอบ” แทนเดินถือแจกันที่ทำจากไม้เข้าไปหาครูซด้วยสายตาเหม่อลอย

“คุณแทนตั้งสติหน่อยสิครับ” ครูซกุมไหล่ขวาที่ถูกฟาดพร้อมขยับถอยหลังไปเรื่อยๆ จนติดกับผนังห้อง

“หุบปาก ทั้งที่บอกว่าจะช่วยฆ่าแท้ๆ”

“คุณแทน อืม!” ครูซพยายามดิ้นให้หลุดแต่แทนไม่ออมแรงให้อีกฝ่ายขยับออกห่าง คนหน้านิ่งบังคับจูบอย่างป่าเถื่อนทั้งขบกัดและดูดดึงจนปากสีชมพูอ่อนแดงฉานไปด้วยเลือด กลิ่นคาวคละคลุ้งไปจนทำเอามึนหัว ครูซสะบัดใบหน้าออกรวบรวมแรงทั้งหมดผลักแทนแล้วรีบลุกขยับไปที่ประตูอีกครั้ง แต่ข้อเท้ากลับถูกกระชากจนเสียหลักล้มฟาดกับพื้น แขนขวาที่รองรับแรงกระแทกสร้างความเจ็บปวดให้แก่เขามากยิ่งขึ้นไปอีก

“ไม่อยากทำกับน้าเบล รังเกียจ มึงพามันมาต้องรับผิดชอบ” แทนเตะท้องครูซจนร่างโปร่งกอดท้องตัวงอ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสิ้นฤทธิ์ จึงจับข้อเท้าลากไปกับพื้นจนถึงห้องนอน ร่างสูงเดินไปค้นตู้เสื้อผ้าหาของบางอย่าง ครูซที่ได้โอกาสก็ฝืนลุกขึ้นเดินกุมไหล่ไปที่ประตูแต่เพียงเสี้ยววิเขาก็ถูกผลักลงบนเตียงนุ่ม

“คุณแทนผมขอร้อง ปล่อยผมเถอะ”

“ทำไมตอนกูขอร้อง เขายังไม่ปล่อยกูเลย” แทนจับเนกไทมัดข้อมือทั้งสองข้างจนแน่น ครูซทั้งขอร้องทั้งด่าทอแต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจแถมยังทำหน้าเฉยเมยหยิบเนกไทอีกเส้นมาปิดปากไม่ให้เขาส่งเสียง

“อื้อ” ครูซร้องออกมาอย่างหวาดกลัวเมื่อมือขาวกระชากเสื้อเชิ้ตแขนยาวออกอย่างแรงจนกระดุมหลุดออกจากกันทั้งแผงเผยให้เห็นกล้ามท้องขาวที่เรียงตัวสวยกับตุ่มไตสีแดงสด แทนปลดเข็มขัดครูซออกพร้อมรูดซิปกางเกงสแลคสีดำลงด้วยท่าทางสับสนและโมโห

“อ่อย อือ” ครูซดิ้นออกจากฝ่ามือหนาที่สัมผัสเข้ากับร่างกายอย่างหยาบโล้นไม่มีความปรานีเลยสักนิด แทนใช้เล็บกรีดข่วนสร้างรอยแดงไปทั่วตัวอีกฝ่าย

“รังเกียจ!” แทนพึมพำไปด้วยน้ำตาที่ไหลนองหน้า จิกหัวให้ครูซเงยหน้าขึ้นพร้อมขบติ่งหูไล่ลิ้นสอดเข้าไปภายในช่องหูอย่างหื่นกระหาย ครูซจิกเท้าเข้ากับที่นอนเกร็งตัวขนอ่อนลุกชันไปทั่วกาย แม้เขาจะเคยมีอะไรกับผู้หญิงมาบ้างแต่มันผ่านมานานเสียจนแทบจำความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ครูซสะดุดสุดตัวเมื่อแทนขบกัดติ่งหูด้วยเขี้ยวแหลมจนรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวของเลือด แทนลูบผมนิ่มของครูซอย่างเพลิดเพลินพลางไล้ลิ้นดูดเลียเลือดสีแดงสดที่ไหลเปื้อนไปทั่วลำคอขาว

“เจ็บไหม” สิ้นเสียงกระซิบถามจากแทน ครูซก็พยักหน้ารับหวังไว้ลึกๆ ว่าแทนจะได้สติแล้วปล่อยตนไป

“งั้นอย่าขัดคำสั่งสิ” แทนจิกหัวครูซให้เงยขึ้น เลียน้ำใสที่ไหลออกจากหางตาจนหมดสิ้นแล้วฉีกยิ้มสุดมุมปาก เป็นครั้งแรกที่แทนยิ้มให้เขาแต่ครูซกลับไม่รู้สึกดีใจสักนิดที่เห็นเพราะมันดูน่ากลัวเกินไปเหมือนการหลอกให้เหยื่อตายใจแล้วลงมือฆ่าอย่างทารุณ มือขาวที่ผิวสะดุดไม่เรียบเนียนเนื่องจากบาดแผลทำให้ครูซรู้สึกหวั่นใจทุกครั้งที่มือไล้ไปทั่วกาย

“อื้ม” ครูซดิ้นสุดตัวทันทีที่ปากร้อนครอบลงที่ยอดอกสีแดงสด ร่างโปร่งสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่เพราะเป็นจุดที่อ่อนไหวง่าย แทนใช้มือข้างเดียวจับข้อมืออีกฝ่ายรั้งเหนือหัว ส่วนอีกมือรองแผ่นหลังดันให้ครูซแอ่นอกเข้าหาใบหน้าเขามากขึ้น ลิ้นร้อนไล้วนรอบฐานอย่างหยอกล้อก่อนใช้ฟันขบดึงขึ้นอย่างแรง 

เจ้านายหนุ่มสลับปากครอบลงบนยอดอกสีสดสวยทั้งสองข้างจนชุ่มก่อนขบกัดลงมาเรื่อยจนถึงแอ่นสะดือจึงแหย่ลิ้นลงไปชอนไชเพิ่มความรู้สึกวาบหวิวให้อีกฝ่าย มือที่ผละออกจากข้อมือครูซเริ่มจับและบีบคลึงยอดอกที่เต่งตึงเป็นไตจากแรงกระตุ้น ครูซหอบหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแทนเอามือไล้ไปตามโคนขาด้านในจนมาหยุดที่แก่นกายซึ่งขยายขึ้นเต็มขนาดเพราะการปลุกเร้าแสนช่ำชอง

“น้าเบลไม่มีวันได้กูไป” เสียงกระซิบแหบซ่านข้างหูทำให้ครูซขยับตัวหนีตามสัญชาตญาณที่ร้องเตือนว่าสิ่งอันตรายกำลังมาถึง

แทนเอื้อมมือไปดึงเนกไทที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายออกพร้อมส่งนิ้วเข้าไปคว้านในปากอุ่นอย่างสนุกสนาน ครูซมองแทนด้วยสายตาโกรธเคือง เขาจงใจกัดนิ้วขาวอย่างแรงจนรับรู้ได้ถึงหยดเลือดที่ไหลผ่านลำคอ แทนไม่ได้โกรธแต่กลับหัวเราะชอบใจพลางถอดเข็มขัดและกางเกงของตนที่เปียกชื้นจากการอาบน้ำออกจนหมด

“ผมขอร้อง ปล่อยผมเถอะ” ถ้าเขาไม่ถูกทำร้ายจนสะบักสะบอมแบบนี้คงได้หนีออกไปนานแล้ว

“ถ้าไม่ใช้ของกูกับมึง น้าเบลจะมาเอา กูไม่ชอบ อึก....กูเกลียด” แทนยังพูดจาไม่รู้เรื่องใบหน้าแดงก่ำจากอาการเมาไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิด ครูซพยายามมองหาทางหนีแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่พอจะช่วยเขาได้ ระหว่างที่ครูซมองไปทั่วห้องแทนก็แทรกตัวเข้ามาระหว่างขาขาวจนชิดแนบไปทุกส่วน เลขาหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อช่องทางด้านหลังสัมผัสเข้ากับแท่งเอ็นร้อนที่จ่ออยู่

“ปล่อย!!” ครูซดิ้นถีบตัวเองให้ถอยห่างจากแทน เขาทุ่มแรงสุดชีวิต จะไม่ยอมนอนนิ่งให้ผู้ชายด้วยกันมาทำบ้าๆ แบบนี้กับร่างกายตนแน่ แทนไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองการดิ้นรนของครูซแล้วทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ฉายกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง

“ฮือ น้าเบลอย่าทำ แทนขอร้อง

“โอ๋เด็กดีอย่าร้องไห้เลย น้องแทนชอบมัน น้องแทนอยากทำ น้าเบลรู้”

“ไม่...ไม่...ต้องรีบแล้ว!” แทนร้องออกมาเสียงดัง กระชากข้อเท้าครูซรั้งเข้ามาหาตัวก่อนแทรกกายไประหว่างขาแล้วจับต้นขาอ้าให้กว้างออกเผยให้เห็นช่องทางที่ปิดสนิทอยู่ ช่องทางที่ไม่เคยได้ใช้งานในรูปแบบนี้ย่อมไม่พร้อมจะรับอะไรที่ใหญ่โต

“แทนหยุด! บอกให้หยุดไง!” ครูซดิ้นอย่างบ้าคลั่ง เขาไม่ยอม ต่อให้ถูกทำร้ายขนาดไหนเขาทนได้แต่ต้องไม่ใช่วิธีนี้ มันเกินรับไหว แทนไม่ฟังเสียงตะโกนลั่นจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มหน้านิ่งเพียงจับท่อนเอ็นไปจ่อแล้วกดเข้าไปภายในเนื้อนุ่มอุ่นทีเดียวสุดความยาว

“โอ๊ย!!” ครูซเบิกตากว้างเกร็งตัวแน่นด้วยความเจ็บปวดที่กำลังโจมตีจนร่างกายสั่นสะท้านไปหมด น้ำตาไหลออกมามากมายบ่งบอกได้ถึงความทรมานที่ได้รับจากอีกฝ่าย แทนนิ่งค้างไว้เพราะรู้สึกถึงแรงบีบรัดที่แน่นเกินไปจนท่อนเอ็นแทบปริแตก ครูซกัดมือที่ถูกมัดไว้ห้ามเสียงสะอื้น ในชีวิตเขาเจอความเจ็บมามากมายแต่ไม่มีครั้งไหนเลยจะเทียบได้เท่าครั้งนี้

“ผ่อนคลายหน่อย” แทนก้มมากระซิบข้างหูครูซเพราะจุกจากแรงบีบรัด หากเมื่อไหร่ก็ตามที่เลขาหนุ่มขัดขืน แรงกระแทกจากด้านล่างก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนชายหนุ่มได้แต่ยอมอ้าปากให้แทนดูดดื่มลิ้นและริมฝีปากของตนตามที่ต้องการ

“ผมเกลียดคุณ” ในชีวิตครูซไม่เคยใช้คำนี้กับใครและไม่คิดจะใช้แต่กับคนตรงหน้าที่ทำลายทุก ๆ อย่าง เขาพร้อมจะมอบให้ คนคนเดียวที่ทำให้เขาเกลียดได้ คนคนเดียวที่เขาจะไม่ยอมพ่ายแพ้!!

“กูก็เกลียดมึง” แทนพูดจบก็ขยับสะโพกเข้าออกอย่างเชื่องช้าแต่หนักแน่นรุนแรง ทำให้ร่างโปร่งหัวสั่นคลอนไปมาตามแรงกระแทก ครูซมองทุกการกระทำด้วยสายตาที่แค้นสุดหัวใจ

เขาจะต้องอยู่เหนือคนคนนี้ให้ได้ จะทำให้อีกฝ่ายยอมก้มหัวให้คนอย่างเขาให้ได้!

“อืม~” แทนครางออกมาอย่างเสียวกระสันเมื่อแรงบีบรัดของครูซไม่ได้ลดน้อยลงเลย ชายหนุ่มห่างจากของพวกนี้มาเป็นหลายปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเสร็จลงอย่างรวดเร็ว ครูซขมวดคิ้วแน่นเมื่อรับรู้ถึงน้ำอุ่นที่พุ่งเข้ามาภายในร่างกายมากมาย เขาไม่ได้มีรู้สึกร่วมไปด้วย ไม่มีอารมณ์ใดเลยนอกจากความทรมานที่ได้รับ

“ห้ามหนีไปไหน ห้ามให้น้าเบลเข้าใกล้ ห้ามทิ้งกูไว้คนเดียว” แทนถอนแกนกลางออกจากช่องทางฉีกขาดที่มีเลือดไหลซึม ทิ้งตัวนอนร้องไห้ข่วนไปทั่วกายอย่างนึกรังเกียจ แต่ครั้งนี้ครูซไม่ได้ร้องห้ามออกไปเหมือนทุกครั้ง เลขาหนุ่มเพียงมองด้วยสายตาครุ่นคิดถึง สมองประมวลเรื่องราวต่างๆ อย่างละเอียด

ความเจ็บปวด ความไม่ยุติธรรมพวกนี้ เขาไม่มีวันยอมรับ ในเมื่อทำลงไปแล้วก็จงชดใช้ให้สาสมจนกว่าเขาจะพอใจก็แล้วกัน

“คุณจะต้องชดใช้” ครูซพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนสติจะดับวูบลงไปด้วยความอ่อนเพลีย

TBC.

ความคิดเห็น