chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.2k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2561 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

​ตอนที่ 4

“ได้เวลาประชุมแล้วครับ” ร่างสูงโปร่งเดินถือเอกสารมายืนข้างกายคนเป็นนาย

“อืม” แทนเพียงตอบรับแล้วลุกขึ้นเดินนำออกไปทันที

หลังจากเหตุการณ์ระเบิดอารมณ์ใส่กันเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนทั้งสองคนก็สร้างระยะห่างต่อกันมากขึ้น โดยเฉพาะแทน เจ้านายหนุ่มไม่พูดคุยหรือเฉียดตัวเข้าไปใกล้เลขาตนแม้แต่น้อย ซึ่งครูซเองพอดูออกจึงเว้นระยะที่ไม่ไปทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ การทำงานของทั้งคู่จึงไม่เต็มที่นัก แต่สำหรับแทนบางอย่างที่ปกติตนต้องทำเยอะจนล้นมือตอนนี้ก็เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด จากเวลาเลิกงานคือเที่ยงคืนตอนนี้กลับเสร็จก่อนสามทุ่มด้วยซ้ำ แม้จะเลยเวลาบริษัทปิดแต่เลขาหนุ่มก็ไม่ได้กลับบ้านไปก่อนเช่นพนักงานคนอื่น ครูซยังคงนั่งทำงานจนกว่าเจ้านายตนจะเลิกถึงกลับพร้อมกัน แม้แทนจะรู้สึกไม่ชอบการมีเลขาตามติดแต่ก็รู้สึกชื่นชมในการทำงานของครูซอยู่ไม่น้อย หากอีกฝ่ายทำงานตำแหน่งอื่นเขาคงรู้สึกดีกว่านี้


ห้องประชุม

“แบบบันทึกสถิติครั้งก่อนหายไปไหน” แทนอ่านแฟ้มในมือนิ่ง เสียงเรียบกับท่าทางเย็นชากว่าปกติทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งกดดันขึ้นไปอีก พนักงานต่างมองหน้ากันตื่นตระหนกกับความผิดพลาดของงาน

“ผมถาม” แทนเงยหน้าขึ้นมากวาดตามองทุกคนในห้องประชุม

“คะ...คือ ผมเห็นว่ามันเป็นสถิติเก่าไม่จำเป็นแล้วเลยยุบทิ้งไปครับ” ศุภชัยหัวหน้างานที่อาวุโสที่สุดพูดออกมาด้วยน้ำเสียงประหม่า

“ถ้าสิ่งที่คุณพูดออกมาไม่จำเป็นจริงๆ งั้นสำหรับบริษัทนี้คุณก็คงไม่จำเป็นเหมือนกัน” แทนวางแฟ้มลงแล้วลุกขึ้นยืนจัดสูทให้เข้าที่ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งทำให้คนทั้งห้องเหงื่อตก โดยเฉพาะศุภชัยที่นั่งมือสั่นอย่างคุมไม่อยู่

“ผมขอโทษครับ อย่าไล่ผมออกเลยนะครับคุณแทน” ชายวัยกลางคนก้มหัวขอโทษในความผิดพลาดของตน หากเขาถูกไล่ออกคงลำบากแน่ๆ เมื่อความกดดันและเครียดเพิ่มขึ้นน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้ม สร้างความสงสารให้กับบุคคลที่เห็นยกเว้นแต่แทนที่ชายตามองไม่ได้สนใจอะไรเดินไปที่ประตูทางออก

“คุณแทนครับ” ครูซอดสงสารไม่ได้จึงรีบร้องทักออกไปก่อนที่เจ้านายตนจะเอื้อมมือจับลูกบิดประตู

“ผมยังไม่ได้บอกว่าจะไล่ออก กลับไปทำงานส่งให้ผมก่อนห้าโมงเย็น” แทนหยุดอยู่หน้าประตูห้องแล้วหันมามองศุภชัยที่ยิ้มกว้างพร้อมยกมือไหว้

“คราวหน้ากรุณาเก็บอารมณ์ส่วนตัวไว้อย่าได้นำมาใช้กับงานด้วยนะครับ” แทนสบตาครูซแล้วกวาดตามองทุกคนในห้องประชุมที่ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวั่นใจ เจ้านายหนุ่มมองภาพข้างหน้าด้วยความรู้สึกสมเพช ความจริงงานนี้เป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันแต่กลับไม่มีใครเอ่ยปากออกมาแสดงความผิดกับศุภชัยเลยสักคน ทุกคนต่างกลัวแล้วหยิบยื่นให้ใครสักคนรับผิดแต่เพียงผู้เดียวเพื่อให้ตัวเองรอด หึ! จะผ่านไปนานแค่ไหน คนพวกนี้ก็ยังน่าขยะแขยงอยู่เสมอ

“คุณแทน” ระหว่างที่แทนกำลังหยิบขวดแอลกอฮอล์ขนาดเล็กขึ้นมากดล้างมือ เสียงทุ้มนุ่มของครูซก็เอ่ยเรียกขึ้นมาก่อน เจ้านายหนุ่มใช้หางตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย ไม่ได้หยุดก้าวเท้าตามเสียงเรียกเพียงเดินให้ช้าลงเท่านั้น แต่สำหรับครูซที่ทำงานมาสักพักรับรู้ว่าการแสดงออกแบบนี้คืออนุญาตให้พูดออกมาได้

“ขอบคุณครับ”

“คุณมาขอบคุณผมเรื่องอะไร” แทนชะงักเท้าหันกลับไปถามครูซที่ยืนอมยิ้มอยู่

“เรื่องที่ไม่ไล่คุณศุภชัยออก” เขาคิดว่าเจ้านายตนนั้นใจดีกว่าที่คิด

“มันไม่เกี่ยวกับคุณ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาความรู้สึกมาใช้กับงาน” แทนมองด้วยสายตาตำหนิ ทั้งที่ในความจริงเขาคิดจะไล่ศุภชัยออกแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมตอนสบตาเข้ากับครูซเขาถึงเปลี่ยนใจ อาจจะเพราะเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ การที่จะช่วยใครสักคนย่อมต้องมีผลประโยชน์แอบแฝงเสมอ แต่กับศุภชัยนั้นครูซได้ประโยชน์อะไรตอบแทนกันล่ะ ในเมื่อทั้งสองคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ

“ครับ ผมเข้าใจ” ครูซพยักหน้ารับพร้อมถามในสิ่งที่อยากรู้กลับไปเช่นกัน “แล้วคุณเข้าใจหรือเปล่า คุณแน่ใจใช่ไหมว่าตัวเองไม่ได้กำลังทำแบบนั้นอยู่”

แทนจ้องคนตรงหน้านิ่ง เขาเข้าใจดีในสิ่งที่ครูซต้องการจะบอก แต่ทิฐิในใจนั้นมีมากเกินกว่าจะยอมรับ

“คุณแทนคะ” เสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หันไปมอง

“สวัสดีพัชชา” แทนเอ่ยทักทายหญิงตรงหน้าเหมือนเช่นเคย

“แผลดีขึ้นแล้วใช่ไหม” รอยยิ้มห่วงใยที่ส่งให้มาอย่างล้นเปี่ยมทำให้ครูซสัมผัสได้ว่าพัชชานั้นคงรักและหวังดีกับคุณแทนอยู่มาก

“อืม...วันหลังอย่ามาถามข้างนอกอีก” เขาไม่อยากให้ใครรู้หรือได้ยินเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่ พัชชาพอได้ฟังก็ยกยิ้มเล็กน้อยไม่ได้มีท่าทีกลัวเหมือนคนอื่น

“คุณแทนอย่าลืมไปร่วมงานค่ำนี้ที่เรือนใหญ่นะคะ” พัชชายื่นซองสีขาวซึ่งมีตราประทับสีทองของตระกูลให้ร่างขาวที่มองนิ่งไม่คิดจะหยิบจนครูซต้องรับไว้ให้เอง

“ไม่... // คุณแทนก็รู้ว่างานนี้ปฏิเสธไม่ได้” หญิงสาวเอ่ยดักไว้ก่อนที่เจ้านายจะพูดในสิ่งที่เธอรู้ดี แทนชักสีหน้าเล็กน้อยแล้วไม่รอฟังอะไรอีก ร่างขาวเดินหน้านิ่งขบอารมณ์ไปทางห้องทำงานทันที

“ครูซตามคุณแทนไปที่งานด้วยนะ” เมื่อคล้อยหลังเจ้านายพัชชาก็หันมากำชับกับครูซทันที “เธอรู้ใช่ไหมว่าคุณแทนกับคุณทศพลไม่ลงรอยกัน”

พัชชาคิดว่าเธอมองคนไม่ผิด ครูซเป็นคนฉลาดและเรียนรู้ไวเธอมั่นใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าต้องเริ่มเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ไม่มากก็น้อย การที่ครูซยังสามารถทำงานกับแทนมาได้เกือบหนึ่งเดือนถือเป็นเครื่องการันตีได้ดีทีเดียว

“พอทราบครับ” ครูซพยักหน้าตอบรับ

“พยายามกันคนออกห่างคุณแทน...ทำได้ใช่ไหม” พัชชาเธอไม่มีสิทธิ์ไปร่วมงานภายในเพราะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะดูแลคุณแทนได้อีกแล้วจึงอยากฝากฝังไว้กับเลขาคนใหม่ที่ในสายตาเธอดูเป็นคนที่พึ่งพาและไว้ใจได้

“ผมจะพยายามครับ”

“ฝากด้วยล่ะ ฉันไปก่อนนัดลูกค้าไว้” ครูซยกมือไหว้พัชชาที่เดินออกไปอย่างเร่งรีบ

หลังจากเหตุการณ์ที่พวกเขาทะเลาะกันที่คอนโด คนที่เข้ามาจัดการปัญหาและดูแลแทนต่อให้ก็คือพัชชา แทนเป็นคนโทรตามให้มาอยู่เฝ้าเพราะครูซไม่ยอมกลับเนื่องจากต้องการเอาคืน ตอนนั้นครูซทั้งโกรธและสับสนอยู่มากแต่พอได้ลองคุยกับพัชชาก็เข้าใจอะไรมากขึ้น พัชชาไม่ได้เล่าอะไรที่เป็นเรื่องส่วนตัวแต่เธอพูดถึงการทำงานและสิ่งที่แทนต้องรับผิดชอบ เรื่องที่แทนชอบหรือไม่ชอบ มันทำให้เขารู้สึกพอจะรู้ว่าควรวางตัวอยู่ตรงไหน ในตอนแรกเขาคงจะไปทำอะไรสักอย่างที่แทนไม่พอใจจึงถูกปฏิบัติกลับมาเช่นนั้น ระยะหลังมาครูซจึงลองไม่เข้าไปหาเกินควรแค่ทำให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขามีตัวตน ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผลกับแทนแต่ก็ไม่ได้มากพอจะทำให้อีกฝ่ายเปิดรับเขามากเท่าไหร่เช่นกัน

Rrrr Rrrr

ครูซหยิบมือถือออกจากกระเป๋าเสื้อ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ เขาลังเลใจที่จะกดรับแต่ด้วยมารยาทคงปล่อยผ่านไปไม่ได้

“สวัสดีครับ”

“นึกว่าจะไม่รับสายกันแล้วซะอีก” เสียงประชดน้อยใจจากหญิงสาวในสายทำให้ครูซถึงกับกุมขมับอย่างลำบากใจ

“ผมเพิ่งประชุมเสร็จน่ะครับ”

“ไม่ต้องมาอ้างหรอก ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อยที่เธอไม่รับสายพี่” ครูซเงียบไปไม่ได้ตอบรับเพราะเป็นจริงเช่นที่หญิงสาวพูด เขาพยายามหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับอีกฝ่ายมาตลอด

“ครูซ...กลับมาทำงานกับพี่เถอะนะ เราสองคนทำงานด้วยกันดีที่สุดแล้ว ผลงานก็กำลังไปได้ด้วยดี” เสียงหวานพูดหว่านล้อมเพื่อจะนำชายหนุ่มมาไว้ข้างกายเช่นเดิม

“ผมขอโทษด้วยนะครับแต่ตอนนี้ผมมีที่ทำงานใหม่แล้วคงจะกลับไปทำด้วยไม่ได้จริงๆ”

“ถ้าครูซกลัวจะมีปัญหาเพราะเฟยอีก ครูซไม่ต้องห่วงพี่บอกเลิกกับเขาแล้ว” ครูซชะงักเล็กน้อยเมื่อฟังคำบอกเล่าจากหญิงสาว

“ไม่ใช่หรอกครับ...ต่อให้ไม่มีเรื่องคุณหยางเฟยเข้ามาผมก็คงตอบรับความรู้สึกของคุณขิมไม่ได้อยู่ดี สำหรับผมคุณขิมเป็นเจ้านายและพี่ที่ดีเท่านั้น” ครูซอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่รู้เหมือนกันว่าพูดประโยคนี้ไปแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วเพราะถึงเขาจะย้ำสักเท่าไหร่คนในสายก็ดูจะไม่ยอมเปิดใจรับฟังเลยสักนิด

“พี่ไม่ยอมหรอกนะ! พี่ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้านายใหม่ของครูซจะปล่อยให้อยู่ได้นานขนาดไหน” น้ำเสียงกระชากแตกต่างกับเมื่อครู่ลิบลับทำให้ครูซตัดสินใจจบบทสนทนาชิงวางสายก่อนทันที แม้จะดูเสียมารยาทต่ออีกฝ่ายก็ตาม

“ผมขอตัวทำงานก่อนนะครับ” ครูซกดวางโดยไม่สนใจเสียงเรียกของหญิงสาวที่เอ่ยรั้งตนไว้

“เฮ่อ...” เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่กับคิ้วหนาที่ขมวดจนเป็นปมบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวรู้สึกเครียดกับเรื่องนี้แค่ไหน

 คุณขิมหรือเขมิกา คือเจ้านายเก่าของครูซ เธออายุยี่สิบหกปีเป็นสาวสวยที่หนุ่ม ๆ ทุกคนต่างชื่นชอบ เธอทำงานเก่งแถมเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวโชติที่เปิดบริษัทเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ ครูซทำงานกับเธอตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เธอจึงถือว่าเป็นเจ้านายคนแรกที่ชายหนุ่มทำงานด้วย ครูซเป็นคนเรียนรู้ไวและใส่ใจในทุกรายละเอียด การทำงานเป็นเลขาของเขาถือว่าทำได้ดีมาก แต่คงจะดีเกินไปจนทำให้เขมิกาหวั่นไหวกับการดูแลเอาใจใส่จนเกิดเป็นความรักขึ้นมา ทั้งที่ตัวเธอเองนั้นมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว การแสดงออกว่าชื่นชอบครูซเปิดเผยมากจนทำให้คู่หมั้นไม่พอใจ ส่งคนมาข่มขู่ครูซถึงที่บ้านบ่อยครั้ง ครูซไม่ได้กลัวแต่เพราะในบ้านไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว เขามีทั้งแม่และน้องสาวที่ต้องปกป้องดูแล คนทั้งคู่ไม่ควรต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแบบนั้น ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะถอยออกมาแม้จะขาดรายได้ไปเกือบสองเดือนเนื่องจากต้องหางานใหม่ แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อได้เข้ามาทำงานในบริษัท วี.เค. กรุ๊ป จำกัด กว่าเขาจะได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ครูซต้องผ่านด่านการคัดเลือกมากมายจากทศพลที่เข้มงวดในการตัดสินเพราะถ้าหากเลือกคนความอดทนต่ำคงมาร่วมงานกับแทนไม่ได้แน่ๆ ซึ่งครูซก็พิสูจน์คุณสมบัติตัวเองจนมายืนอยู่ตรงนี้

ปึง

“จะไปไหนเหรอครับ” ครูซเงยหน้าจากจอคอมเอ่ยถามแทนที่สวมถุงมือและใส่แมสปิดปาก

“โรงพยาบาลวีเค” แทนพูดจบก็โยนกุญแจลงบนโต๊ะทำงานครูซแล้วเดินนำออกไปทันที ครูซหยิบกุญแจรถพร้อมคว้าของสำคัญใส่กระเป๋าออกวิ่งตามแทนที่ยืนรอลิฟต์อยู่ เมื่อทั้งคู่มาถึงรถ เจ้านายหนุ่มก็เดินไปเปิดประตูหลังทิ้งตัวลงนอนบนเบาะแล้วหลับตาลงอย่างรวดเร็ว ครูซสังเกตเห็นรอยเลือดที่ไหลซึมเปื้อนแมสจึงหยิบทิชชูยื่นไปให้ 

“เช็ดก่อนครับ” แทนลืมตาขึ้นมามองก่อนตัดสินใจคว้ามาเร็วๆ เพราะไม่ต้องการใกล้ชิดหรือสัมผัสกับอีกฝ่ายมากนัก ความรู้สึกร้อนผ่าวจากอ้อมกอดของครูซเมื่อครั้งก่อนเขายังจำได้ดีว่าน่าสะอิดสะเอียนแค่ไหน ครูซเองก็รู้ตัวจึงเดินกลับไปที่นั่งคนขับพร้อมขับออกสู่ถนนใหญ่ซึ่งโปร่งโล่งไม่มีรถมากนักเนื่องจากเป็นเวลากลางวัน โรงพยาบาลที่แทนบอกกับครูซนั้นเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ไกลออกไปแถวชานเมืองต้องขับรถประมาณชั่วโมงกว่า

บรรยากาศภายในรถนั้นเงียบสนิทมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอยู่ ครูซขับรถไปตามหน้าที่ ส่วนแทนนอนหลับตาจมไปกับความคิดตัวเอง

“คุณแทนครับงานคืนนี้... //อย่าเพิ่งพูด” เสียงเย็นชาทำให้ครูซเงียบลง เลขาหนุ่มเพียงต้องการขออนุญาตตามไปด้วยเนื่องจากรับปากพัชชาไว้แล้ว แต่งานเลี้ยงในครั้งนี้เป็นงานภายในครอบครัวเขาจึงไม่แน่ใจว่าสมควรไปหรือไม่

ปัง

แทนปิดประตูรถพร้อมสูดหายใจเข้าก่อนค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในโรงพยาบาลที่เขาจำเป็นต้องมาทุกเดือนเมื่อยาหมด ร่างสูงเร่งก้าวเท้าไปที่ลิฟต์เพื่อไปยังห้องที่นัดไว้ เขาพยายามไม่มองด้านข้างที่มีหมอกับพยาบาลเดินสวนกันไปมา

ตึง พลั่ก

“ว้าย!”

แทนที่รีบไม่ทันได้ระวังชนเข้ากับพยาบาลสาวจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นเกิดเสียงดังเรียกสายตาจากผู้คนทั่วบริเวณ ชายหนุ่มยืนมองนิ่งไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวอย่างที่ควรทำ คนรอบข้างจึงมองมาด้วยสายตาตำหนิ

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” ครูซที่เพิ่งเดินตามมารีบก้มไปพยุงให้พยาบาลสาวยืนขึ้น

“ไม่เป็นไรค่ะ” เมื่อแทนเห็นว่าครูซจัดการเรื่องนี้ให้แล้วจึงเดินต่อเพื่อไปยังจุดนัดหมาย

“ขอโทษด้วยนะครับ เขาไม่สบายอยู่” เลขาหนุ่มเอ่ยขอโทษแทนเจ้านายตนเสร็จก็รีบวิ่งตามไปทันที แม้แทนจะเห็นแต่เจ้าตัวก็ไม่ได้กดลิฟต์รอ เขาทำเพียงยืนมองร่างโปร่งวิ่งอย่างเร่งรีบจนแก้มแดงฝาด ครูซยืนหอบหายใจพลางมองแทนที่ยืนเกาแขนมาตั้งแต่เมื่อครู่ ทีแรกเขาคิดว่าแทนรังเกียจตนจึงขยะแขยงไม่ชอบให้ถูกตัวแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าแทนเป็นกับทุกคน แค่สัมผัสเล็กน้อยเจ้านายตนก็จะหยิบแอลกอฮอล์มาฉีดหรือไม่ก็เข้าห้องน้ำไปล้างมือเป็นประจำ แผลที่มือเลยหายช้าแม้ไม่อักเสบแต่ก็ยังไม่หายสนิท ถ้าอีกฝ่ายเชื่อเขาเรื่องการดูแลรักษาแผล ป่านนี้คงไม่ต้องมานั่งทรมานเจ็บมือแล้วแท้ๆ

“มองอะไร” แทนหันมาจ้องครูซนิ่ง เลขาหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าแล้วหันกลับไปมองตัวเลขลิฟต์ที่ขึ้นสูงเรื่อยๆ จนมาหยุดชั้นที่สิบ

ตึ๊ง

“คุณแทนไม่สบายเหรอครับ” ครูซเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่เรื่องของคุณ...รอผมอยู่ตรงนี้” แทนเดินมาหยุดหน้าประตูไม้แกะสลักลวดลายสวยงามที่ดูไม่เหมือนห้องตรวจสักเท่าไหร่ ครูซเดินไปรอที่เก้าอี้หน้าห้องตามคำสั่ง แต่ก่อนที่แทนจะเดินเข้าไปเขาได้โยนโทรศัพท์ลงบนตักครูซ เลขาหนุ่มมองด้วยความไม่เข้าใจจนเห็นสายเรียกเข้าดังขึ้น

“จัดการ” แทนพูดแค่นั้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้อง ครูซจ้องหน้าจอที่ไม่ปรากฏชื่อผู้โทรก่อนกดรับ

“สวัสดีครับ”

“ใคร?” หญิงมีอายุเอ่ยถามเสียงห้วน

“ผมครูซเป็นเลขาของคุณแทนครับ”

“ฝากบอกแทนฟ้าด้วยว่าให้มางานคืนนี้...ถ้าไม่มาฉันจะไปหาเอง” น้ำเสียงมีอำนาจเอ่ยสั่งอย่างเด็ดขาด ครูซยังไม่ทันได้ตอบอะไรกลับไปอีกฝ่ายก็ตัดสายไปก่อนแล้ว งานคืนนี้มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรือไงกัน เลขาหนุ่มได้แต่คิดสงสัยแต่ไม่มีใครที่สามารถไขปริศนาให้เขาได้กระจ่างสักคน


ภายในห้อง

“นี่ยังไม่ถึงครึ่งเดือนเลยนะมาอีกแล้วเหรอ” เสียงทะเล้นหยอกล้อจากหนุ่มหน้าใสที่นั่งเล่นเกมในคอมทำตัวไม่เหมือนหมอทั่วไป

“อย่าพูดมาก” แทนตอบหน้านิ่งแล้วยื่นเงินไปให้ปึกหนึ่งซึ่งมีแต่แบงก์พันนับสิบๆ ใบ

“ใจคอจะติดสินบนกันทุกทีเลยหรือไง” แม้คำพูดเหมือนจะไม่เห็นดีเห็นงามด้วยแต่ฝ่ามือเล็กก็ยื่นมารับไปนับอย่างละเอียด เมื่อเห็นจำนวนที่พอใจแล้วร่างบางจึงเดินไปไขกุญแจตู้ยาด้านหลังหยิบกระปุกออกมาวางตรงหน้าแทน

“อย่ากินเยอะเกินไปล่ะ มันไม่ใช่เยลลี่” คำพูดทีเล่นทีจริงจากผู้ชายหน้าหวานตรงหน้าไม่ได้สร้างความสนใจเท่ากับยาที่แทนเห็น เขากำลังจะคว้ามาถือแต่อีกฝ่ายกลับดึงไปซ่อนไว้ที่หลังพร้อมสีหน้ายิ้มแย้มที่เห็นแล้วทำให้แทนคิดหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย เขาไม่ใช่คนชอบหยอกล้อกับใคร

“ต้องเรียกว่าไงก่อน”

“เอามา”

“เร็วๆ” ร่างบางเอ่ยเร่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไวน์”

“น้องไวน์ดิ” แทนมองนิ่งพร้อมเดินหันหลังกลับทันที เขาพยายามควบคุมอารมณ์ที่เริ่มไม่คงที่ถ้าชายหนุ่มตรงหน้ายังล้อเล่นอยู่อีกคงได้มีปะทะอารมณ์กันแน่

“อ่ะๆ ไม่แกล้งละ แต่พูดจริงๆ นะพี่...อย่ากินเยอะ ถึงจะไม่ใช่ยาอันตรายแต่ผลข้างเคียงมันก็มีอยู่ นี่ถ้าพ่อรู้ไวน์โดนตีพร้อมไล่ออกแน่ๆ” ไวน์รีบเดินไปขวางไว้แล้วยื่นกระปุกยาไปให้ แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง คนอะไรไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ร่างบางขมวดคิ้วขัดใจเล็กน้อย

“อืม” แทนเพียงตอบรับตัดรำคาญ เขาหยิบยาแล้วเดินผ่านร่างบางออกไปทันที ครูซที่นั่งอยู่ข้างนอกหันมามองเจ้านายตนที่ถือกระปุกสีขาวเต็มสองมือ

“ใครอะ” เสียงใสเอ่ยถามออกมาด้วยความอยากรู้ ไวน์แทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่พลางมองครูซตั้งแต่หัวจรดเท้า

“สวัสดีครับ ผมครูซเป็นเลขาคุณแทน” ครูซยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเอ็นดูเพราะด้วยใบหน้าที่ดูเด็กกว่าอายุบวกกับเป็นคนตัวเล็กจึงทำให้ไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วไวน์อายุอ่อนกว่าแทนแค่ปีเดียวเท่านั้น

“เลขาที่เขาพูดถึงกันนี่” ไวน์เดินเข้าไปมองรอบตัวครูซอย่างสนใจ

“กลับ” แทนพูดแค่นั้นแล้วก้าวเท้าเร็วๆ ไปยังลิฟต์ ครูซจึงเอ่ยลาไวน์แล้วรีบเดินตามเจ้านายตนที่ดูท่าทางจะอารมณ์ไม่ค่อยดี พออยู่บนรถเขาจึงถือโอกาสบอกเรื่องที่คุยโทรศัพท์

“คุณผู้หญิงในสายเธอฝากมาบอกให้... // อืม” ครูซยังพูดไม่ทันจบแทนก็ตอบรับแล้วเพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าใครเป็นคนโทรมา

“ผมต้องไปด้วยไหม” ครูซหันมามองแทนที่นั่งนวดขมับด้วยท่าทางเหนื่อยใจ

“อย่าให้ใครโดนตัวผมรวมถึงคุณด้วย” แทนเอ่ยออกมาเรียบๆ ครูซพยักหน้ารับแล้วขับรถต่อไป แทนนั่งเท้าแขนมองออกไปนอกกระจก การมีเลขาสำหรับเขาก็ไม่ได้แย่ไปซะหมด อย่างน้อยก็มีคนขับรถพร้อมไม้กันหมา  ทุกอย่างจะดีกว่านี้ถ้าอีกฝ่ายไม่ยุ่งวุ่นวายและใกล้เขามากเกินไป

ก่อนหน้านี้ถ้าพัชชาไม่เตือนสติ เขาคงไม่รู้ว่าเผลอแสดงตัวตนด้านไหนให้ครูซได้เห็นไปบ้าง ตอนนั้นภายในหัวเขามันสับสนไปหมดจนยากเกินที่จะห้ามตัวเองไม่ให้นึกถึงอดีตที่พยายามเก็บซ่อนมันไว้ เขาเป็นหัวหน้าเป็นนายคนจึงไม่สมควรเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน แม้ครั้งนี้จะทำยากแต่แทนก็พยายามฝืนการกระทำตัวเองเพื่อให้ทุกอย่างเป็นมืออาชีพเหมือนเช่นเคยที่ผ่านมา

“ผมต้องแต่งตัวแบบไหนครับ ชุดนี้สุภาพพอไหม” ครูซถามออกมาระหว่างจอดรถติดไฟแดงก่อนถึงบริษัท แทนมองพิจารณาอีกฝ่ายด้วยหางตาแล้วพยักหน้ารับเบาๆ

ถึงแม้แทนจะพูดกับตนน้อยและแสดงท่าทีเย็นชาแต่ในความรู้สึกของครูซคืออีกฝ่ายยอมอ่อนลงให้มากกว่าตอนแรกที่พบกัน เพราะตอนนั้นต่อให้เขาถามไปเป็นสิบประโยคคนหน้านิ่งก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเลยแม้แต่น้อย

“แวะส่งที่คอนโด เจอกันตอนหนึ่งทุ่ม” ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองอีกนานกว่าจะถึงเวลาเลิกงาน ครูซจึงขับรถไปส่งแทนแล้วหาข้าวทานก่อนกลับไปนั่งทำงานต่อ จนถึงเวลานัดครูซก็ไปรับแทนที่คอนโด เขาโทรไปหาเจ้านายตนแต่อีกฝ่ายตัดสายทิ้ง เขาจึงนั่งรออยู่ที่ห้องล็อบบี้ของคอนโดซึ่งไม่นานร่างสูงก็เดินมาด้วยชุดสูททันสมัยที่ทำให้เจ้าตัวดูดีขึ้นไปอีกแม้ใบหน้าหล่อนั้นจะเรียบนิ่งเหมือนเช่นเคยก็ตาม ครูซเดินเข้าไปหาเพื่อช่วยถือกล่องของขวัญขนาดกลางที่แทนถือมาด้วยมือข้างเดียว

“ผมช่วย” แทนโยนใส่ทันทีโดยที่ไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว ครูซตกใจไม่น้อยแต่ดีที่คว้าไว้ได้ทันก่อนตกลงพื้น แทนหัวเราะขึ้นจมูกก่อนเดินนำไปจนถึงรถส่วนตัวที่จะขับไปงานเลี้ยง เขาเดินไปนั่งตำแหน่งคนขับโดยที่สั่งให้ครูซนั่งเบาะหลังเนื่องจากไม่อยากอยู่ใกล้กันเกินไป และอีกอย่างเขาไม่ชอบให้ใครมาแตะรถคันนี้สักเท่าไหร่ ภายในรถเงียบสนิทเหมือนเช่นเคยจนรถสีดำคันงามจอดอยู่หน้าบ้านทรงไทยล้านนาหลังใหญ่ที่มีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่าห้าสิบไร่ ครูซหมุนตัวมองไปรอบๆ อย่างชื่นชมในความงาม สวนที่จัดอย่างลงตัวกับชานระเบียงที่ประดับด้วยไฟสีนวลทำให้ทุกอย่างในนี้ดูหรูหราและอบอุ่นเสียจนเขารู้สึกอยากกลับไปหยิบกล้องโปรสุดโปรดมาถ่ายเก็บไว้เหลือเกิน ระหว่างที่เลขาหนุ่มดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้าง เสียงเย็นชาก็ได้เอ่ยคำสั่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างออกมา

“อย่าลืมสิ่งที่ผมสั่งไป”

“ครับ ผมไม่ลืม” ครูซพยักหน้ารับพร้อมคิดทวนคำสั่งที่อีกฝ่ายบอกกับเขาระหว่างนั่งรถมาที่นี่

หนึ่ง อย่าให้ใครโดนตัว

สอง อย่าให้อีกฝ่ายแตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

TBC.

ความคิดเห็น