chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.9k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2561 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

​ตอนที่ 3

หลังจากที่ครูซเช็ดตัวให้แทนเสร็จ เลขาหนุ่มก็กลับมานั่งทำงานต่อไม่ได้เข้าไปรบกวนให้เจ้านายลำบากใจ แต่แทนยังหลับไม่ลงอยู่ดี เขาไม่เคยต้องมาอยู่ร่วมห้องกับใครนาน ๆ แบบนี้โดยเฉพาะเวลานอน

“กลับไปเถอะ” แทนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงปกติไม่ได้มีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งน้อยครั้งที่เขาจะหลุดมาดและสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ก็คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อ แทนรังเกียจคนคนนี้ยิ่งกว่าอะไรดี ทั้งๆ ที่พยายามหนีแทบตายดันเสนอหน้ามาจับแขนเขาเสียได้ แค่นึกถึงความร้อนจากฝ่ามือหนาเขาก็แทบอยากหยุดหายใจแล้ว ไม่รู้คิดอะไรขึ้นมาอยู่ดีๆ ก็นึกอยากขอโทษที่ใช้แฟ้มตบหน้าเขาจนเลือดออก ตลกสิ้นดี!

“ผมจะรอคุณนอนหลับก่อน” แผลที่มือของแทน ครูซช่วยห้ามเลือดไปก็จริงแต่มันปริเป็นรอยใหญ่หากปล่อยไว้อาจติดเชื้อได้ ครูซจึงอยากรอให้แทนหลับแล้วค่อยตามหมอมารักษาอีกทีเพราะเขาคาดเดาได้ไม่ยากว่าถ้าตามมาตอนที่อีกฝ่ายยังรู้สึกตัวอยู่คงได้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก

แทนถอนหายใจตะแคงหันหลังให้ทันที ถึงชายหนุ่มจะไม่อยากเจอหมอแต่แผลที่มือก็เจ็บปวดเกินกว่าที่จะปฏิเสธดังนั้นถ้าจะพบเขาขอแบบไม่ต้องรับรู้อะไรดีกว่า ผ่านไปสักพักใหญ่ชายหนุ่มเผลอหลับไปด้วยความเพลีย ครูซเดินไปดูเจ้านายตนพอเห็นว่าหลับลงแล้วจึงไปตามหมอมาเย็บแผลให้ใหม่

“ช่วงนี้ให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการใช้มือในทุกกิจกรรมนะครับ” หมอหันมากำชับกับครูซที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง

“ครับ”

หลังจากหมอและพยาบาลออกไปครูซก็เดินไปเก็บของเพื่อกลับบ้านตามที่บอกไว้กับแทน ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าแล้วแต่เขายังไม่ได้นอนเลยสักนิด ชายหนุ่มเดินไปที่ลานจอดรถด้วยสภาพอ่อนแรงถึงงานนี้จะหนักขนาดไหนก็ต้องอดทนเพราะค่าตอบแทนที่สูงลิบเช่นนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ 

เมื่อกลับถึงบ้าน ครูซทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า ข้าวของในมือก็ยังไม่ทันได้เก็บแต่ชายหนุ่มง่วงเกินกว่าจะมาสนใจ วันนี้เป็นวันที่หนักสำหรับเขาเหลือเกิน

“ครูซ...ลูก” แรงเขย่ากับน้ำเสียงหวานอันคุ้นเคยปลุกให้ครูซงัวเงียตื่นขึ้นมา ชายหนุ่มนั่งขยี้ตามึนงง รู้สึกยังนอนไม่เต็มอิ่ม

“วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอจะสิบโมงครึ่งแล้วนะ” แอนนี่ลูบผมที่ชี้ฟูอย่างเอ็นดูแต่เหมือนประโยคคำถามของเธอจะทำให้ลูกชายตกใจจนตื่นเต็มตา

“ไปครับแม่” ครูซสะบัดผ้าเด้งตัวขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวด้วยความเร่งรีบ ว่าจะออกตอนแปดโมงแท้ๆ ดันหลับยาวซะได้

“ไม่กินข้าวก่อนล่ะ” คนเป็นแม่ถามเมื่อเห็นลูกวิ่งลนลานไม่มีสติ

“ไม่ทันแล้ว...สวัสดีครับ” เลขาหนุ่มหอบข้าวของพะรุงพะรังหอมแก้มแอนนี่เสร็จก็วิ่งขึ้นรถแล้วเร่งขับไปให้ถึงโรงพยาบาลให้ไวที่สุด คนเป็นแม่ได้แต่มองตามด้วยสายตาเป็นห่วง ดูท่างานใหม่คงจะหนักไม่ใช่น้อยถึงทำให้คนใจเย็นอย่างครูซดูกระวนกระวายได้ขนาดนี้

โรงพยาบาล

“ตื่นแล้วเหรอคะ” รอยยิ้มพร้อมมืออุ่นนุ่มที่จับลงบนแขนทำให้แทนสะดุ้งสุดตัว ดวงตาสีนิลเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“ปล่อย!” แทนสะบัดแขนออกรีบลุกขึ้นนั่งแล้วหยิบผ้าห่มสีขาวมาเช็ดมือเพื่อให้ความรู้สึกขยะแขยงนี้หมดไป

“คนไข้คะ เดี๋ยวบาดแผลจะฉีกอีกนะคะ” พยาบาลสาวเดินเข้าไปจับมือแทนออกจากผ้าห่มด้วยความไม่รู้ว่าการกระทำเช่นนี้จะส่งผลเสียต่อตัวเธออย่างไร

“ออกไป! อึก” แทนผลักออกอย่างแรงจนเธอล้มไปกองกับพื้น เขาไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะรู้สึกเจ็บหรือไม่ เขาแค่ต้องการให้คนสกปรกพวกนี้ออกไปไกลๆ ก็พอ

“ว้าย!” หญิงสาวยกมือป้องกันตัวเองขณะถูกชายหนุ่มปาหมอนและผ้าห่มใส่อย่างแรง

“น้องแทนชอบชุดนี้ไหม”

“ชะ...ชอบ แทนชอบ”

“งั้นเรามาเล่นบทคนไข้กับนางพยาบาลกันดีกว่า น้องแทนเป็นคนไข้แขนหักที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ภาพหญิงสาวในชุดพยาบาลซ้อนทับขึ้นมาในหัวทำให้แทนตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ต้องหยุด หยุดผู้หญิงคนนี้! ไม่อย่างนั้นเธอจะทำร้ายเขา!

“ตายไปซะๆ” แทนกรีดร้องออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ มือสองข้างคว้าทุกสิ่งที่อยู่ใกล้มือขว้างปาใส่อีกฝ่ายอย่างเอาเป็นเอาตาย

ในขณะเดียวกัน ครูซที่เดินมาถึงหน้าประตูก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาจากด้านใน เขาเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีจึงรีบเปิดประตูเข้าไปทันที ภาพที่ปรากฏข้างหน้าทำเอาหัวใจหล่นวูบ

“คุณแทน!” ครูซวิ่งเข้าไปจับตัวแทนที่กำลังคว้าแจกันขว้างใส่หญิงสาวที่ล้มลงบนพื้น

“เอามันออกไปๆ ๆ” ครูซรวบตัวแทนไว้ในอ้อมแขนแล้วกระชากแจกันในมือวางไว้ที่เดิมพลางหันไปส่งสัญญาณให้พยาบาลรีบออกไป หญิงสาวลุกขึ้นด้วยใบหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอย่างเสียขวัญ

ปึง

“ใจเย็นครับ เธอออกไปแล้ว ไม่เป็นไรๆ” ครูซพูดปลอบอยู่แบบนั้นจนแทนที่ดิ้นพล่านค่อยๆ สงบลง ครูซคลายอ้อมกอดมองแทนที่ใบหน้าชื้นเหงื่อ ตาแดงก่ำ ถ้าเมื่อกี้เขามาช้าไปนิดเดียวมีหวังพยาบาลสาวได้เจ็บตัวแน่

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้คนพวกนั้นเข้ามา” แทนที่สติเริ่มกลับคืนมาผลักครูซออกห่าง ส่งสายตาเข้มที่บ่งบอกว่าโกรธจัด

“ขอโทษครับ” ครูซก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ดันมาสายเกินไปจนทำให้เรื่องบานปลาย

“พากลับเดี๋ยวนี้” แทนลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมือตามนิสัยปกติ ครูซกำลังจะเอ่ยห้ามแต่แทนหันมาชี้หน้าไว้ก่อน

“เป็นเลขาไม่ใช่เหรอ ไม่คิดจะฟังคำสั่งกันบ้างหรือไง”

หลังจากครูซออกไปจัดการธุระเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ พร้อมกับจ่ายค่าทำขวัญให้พยาบาลเสร็จ แทนก็แต่งตัวรอไว้ก่อนแล้ว ครูซจึงแค่หยิบข้าวของเดินตามเจ้านายของตนไป

“ไหวไหมครับ” ครูซถามออกมาเมื่อเห็นแทนเริ่มลูบแขนตัวสั่นๆ แทนส่ายหน้าพะอืดพะอมกับสภาพแวดล้อมที่มีแต่หมอพยาบาลเดินสวนกันขวักไขว่ ครูซเห็นท่าไม่ดีจึงพยุงตัวแทนเลี้ยวเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหน้าทันที

“อึก...อ้วก!” แทนดันครูซออกห่างแล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างทรมาน แก้มสองข้างแดงก่ำมีน้ำตาไหลซึม ครูซอยากช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากจึงเดินไปหยิบกระดาษทิชชูมายื่นให้

“นี่ครับ” มือสั่นเทายื่นมารับไปเช็ดปากด้วยท่าทีอ่อนแรง ตอนนี้แทนปวดหัวจนเบลอไปหมดภายในหูได้ยินแต่เสียงวิ้งอยู่ตลอดเวลา ภาพตรงหน้าก็มีแสงวิบวับลอยไปมา เลขาหนุ่มรีบเข้าไปพยุงเจ้านายตนทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ

“ปวดหัว” แทนพึมพำเผลอพิงอกครูซโดยไม่รู้ตัว

“ดูอาการที่โรงพยาบาลก่อนไหมครับ” ครูซประคองแทนไปล้างหน้าล้างตาพลางพยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ

“ไม่..พากลับต้องกินยา” เขาขาดยาไมได้ ถ้าขาดยาต้องบ้าตายแน่ๆ แทนดันตัวออกจากครูซแล้วพิงกำแพงพยุงตัวไว้

“ยาขอหมอเอาก็ได้นี่ครับ”

“พากลับ!” แทนตวาดลั่นอย่างไม่พอใจ

“คุณแทนอยู่ที่ไหนครับ” ครูซเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็หมดหนทางจะเกลี้ยกล่อมจึงยอมแพ้ไม่อยากพูดมากจนทำให้ทะเลาะกันอีก

“คอนโดข้างบริษัท” แทนเดินเซนำครูซออกไป แต่เดินมาไม่เท่าไหร่ร่างสูงก็หยุดหอบหายใจรุนแรงเพราะผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมาทำให้เขารู้สึกตาลายและขยะแขยงเนื้อตัว

“ขออนุญาตนะครับ” ครูซดึงแทนเข้ามาหาแล้วโอบเอวพยุงเดิน แม้จะไม่ชอบสิ่งที่หนุ่มลูกครึ่งทำแค่ไหนแต่วินาทีนี้ขอแค่ให้หลุดพ้นจากโรงพยาบาลได้เขาก็ยอม

เมื่อถึงรถครูซรีบเปิดประตูแล้วจับให้แทนนอนเบาะหลัง เลขาหนุ่มยืนปาดเหงื่อมองเจ้านายตนที่นอนขดตัวกอดตัวเองไว้แน่น เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งให้อีกฝ่ายอารมณ์เสียยิ่งขึ้นจึงปิดประตู อ้อมกลับไปประจำตำแหน่งแล้วขับรถไปยังคอนโดข้างบริษัททันที เมื่อมาถึงครูซช่วยพยุงแทนที่นั่งหน้านิ่งไม่พูดไม่จาเหมือนกำลังอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่

“อยู่ชั้นไหนครับ”

“ชั้น 10 ห้อง J101” แทนพูดจบก็หันหน้าไปอีกทางไม่อยากมองว่าตนใกล้ชิดกับอีกฝ่ายแค่ไหน ครูซพยักหน้ารับแล้วกดชั้นสิบไม่นานลิฟต์ก็พาทั้งคู่มาถึงห้องของแทน

พอเข้ามาภายในห้องหรู เลขาหนุ่มก็พาเจ้านายไปนั่งลงบนโซฟาก่อนลงมือถอดรองเท้าและปลดกระดุมเสื้อออกเพื่อให้ร่างสูงได้หายใจสะดวกขึ้น แทนดิ้นใช้เท้าถีบให้อีกฝ่ายออกห่างจากตน

“ออกไปได้แล้ว!” ทนไม่ไหว เขาไม่ชอบให้ใครมาอยู่ในห้องของตน คนน่ารังเกียจจะทำให้ทุกอย่างในนี้สกปรกไปด้วย แค่คิดว่าจะมีร่องรอยของใครอยู่ในห้องตนสติเขาก็แทบหลุดแล้ว

“ผมจะออกก็ต่อเมื่อคุณยอมรับข้อตกลง” ครูซจ้องแทนด้วยสายตาจริงจัง แต่คนฟังกลับนิ่วหน้าไม่ชอบใจในประโยคนี้ของเลขาหนุ่ม “คุณต้องวิดีโอคอลหาผมตลอดเวลา ผมโทรมาคุณต้องรับ ไม่อย่างนั้นผมจะกลับเข้ามาหาคุณอีก”

“...” แทนขมวดคิ้วแน่น จ้องอีกฝ่ายเขม่น เขาเกลียดความวุ่นวายโดยเฉพาะการตามติดแบบนี้ เขาเกลียด เกลียดมันทุกอย่าง!

“เข้าใจไหมครับ” ครูซจ้องตาแทนพร้อมเดินเข้ามาใกล้เพื่อยืนยันคำพูด เขารู้ว่าแทนไม่มีทางยอมทำตามง่ายๆ แต่มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้ายังปลอดภัยไม่ได้ทำอะไรที่เสี่ยงต่อการเจ็บตัวอีก

“คุณแทนเข้าใจไหมครับ” ครูซย้ำคำพูดอีกครั้ง

“เออ” แทนรีบพยักหน้าเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ครูซพอใจกับคำตอบจึงหยิบโน้ตบุ๊กตัวเองออกมาตั้งไว้บนโต๊ะกลางห้องพร้อมวิดีโอคอลเข้าโทรศัพท์มือถือของตนเพื่อดูความเคลื่อนไหว เขารู้ว่าทำแบบนี้แทนยิ่งไม่ชอบ แต่เมื่อได้ทำงานในตำแหน่งนี้แล้วเขาก็อยากทำให้เต็มที่เหมือนกัน แม้แทนจะไม่พอใจในบางการกระทำแต่ถ้าสิ่งนั้นมันส่งผลดีต่อเจ้านายของตน เขาก็พร้อมจะทำให้สมกับค่าจ้างและความไว้ใจที่ได้รับมา

หลังจากครูซออกไปแทนก็นั่งพักจนร่างกายเริ่มมีแรงจึงลุกไปหยิบยาบนโต๊ะมากิน จิตใจที่กระวนกระวายมาทั้งวันเริ่มสงบลงเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ มือกำกระปุกยาสีขาวไว้แน่น ในใจนึกโกรธตัวเองที่เมื่อวานลืมหยิบติดตัวไปด้วย

แทนยืนเหม่อลอยอยู่สักพักก่อนเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อล้างสิ่งสกปรกที่ติดตัวมาตั้งแต่โรงพยาบาล ร่างเปลือยเปล่าที่สะท้อนในกระจกเงามีแต่ร่องรอยของแผลเต็มไปหมดทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ ที่เขามักใส่เสื้อแขนยาวก็เพื่อปกปิดร่องรอยพวกนี้ให้พ้นจากสายตาผู้คน เพราะคนพวกนั้นไม่สมควรได้รับรู้ ความเจ็บปวดและตัวตนที่สมเพชของเขา ไม่มีใครสมควรได้รับรู้

แทนสะดุ้งเมื่อปลายเท้าสัมผัสเข้ากับความเย็นของน้ำที่ล้นออกจากอ่าง ชายหนุ่มเผลอเหม่อไปไกลจนลืมดูว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนแล้ว มือซีดเอื้อมไปปิดก๊อกเสร็จก็หันไปหยิบสบู่เหลวเทลงอ่างพร้อมทิ้งตัวลงไปแช่

“อืม!” ชายหนุ่มร้องออกมาเมื่อแผลสัมผัสเข้ากับน้ำสบู่ ความรู้สึกปวดแสบทำให้น้ำตาไหลซึมออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็ได้ไม่คิดที่จะลุกออกเพราะยิ่งเจ็บแสบมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น ผ่านไปเกือบยี่สิบนาทีก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ แทนจึงเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลมาเช็ดล้างทำความสะอาดแต่ดูเหมือนแผลจะเริ่มอักเสบอีกครั้งเพราะโดนทั้งน้ำและสารเคมีเข้าไป ระหว่างที่กำลังพันแผลอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นต่อเนื่องไม่ยอมหยุดแต่แทนไม่ได้สนใจเขายังคงทำความสะอาดแผลไปเรื่อยๆ

“คุณแทนครับ!” เสียงเรียกที่ดังมาจากโน้ตบุ๊กบนโต๊ะทำให้แทนหันไปดู เขาเห็นใบหน้าเรียบตึงของเลขาหนุ่มที่กำลังยกมือถือขึ้นโทรอยู่ตลอดเวลา

“รับสายผม” ครูซรู้สึกเป็นห่วงเพราะเจ้านายตนหายไปนานไม่ยอมอยู่ในรัศมีของกล้อง แทนแสยะยิ้มมุมปากก่อนเดินเข้าไปใกล้ให้อีกฝ่ายเห็นหน้า ครูซถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นแทนยังดูปกติดีอยู่แต่พอสังเกตอย่างละเอียดก็เห็นมือที่บวมเป่งกับผมเปียกชื้น

“คุณแทนอาบน้ำเหรอครับ”

“ทำไม” แทนถามกลับไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

“เดี๋ยวแผลอักเสบ”

“ไม่ทันล่ะ” แทนยกมือเข้าไปใกล้กล้องทำให้ครูซเห็นรอยเลือดและน้ำเหลืองสีใสไหลออกมาปนกัน

“คุณรีบไปเอาน้ำเกลือล้างเดี๋ยวนี้เลย”

“ต้องฟัง?” แทนยกเท้าขึ้นมาบังกล้อง ครูซจึงไม่เห็นอะไรนอกจากฝ่าเท้าของอีกฝ่าย

“คุณทะ..” ร่างสูงถีบโน้ตบุ๊กจนร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

“พูดมากน่ารำคาญ!” แทนกระทืบจนหน้าจอและตัวเครื่องหลุดออกจากกันจนสภาพยับเยินไม่มีชิ้นดี ใบหน้าขาวมีเหงื่อไหลซึมตามขมับเพราะออกกำลังไปเมื่อครู่ แทนเดินไปหยิบน้ำดื่มอย่างสบายใจ ก่อนหน้าจอจะดับเขาเห็นอีกฝ่ายทำหน้าช็อกด้วย หึ! สะใจเป็นบ้า ใครใช้ให้มันมาสั่งคนอย่างเขากัน

เสียงมือถือยังดังมาอย่างต่อเนื่องแต่ไม่ได้ทำให้แทนหันไปสนใจ ชายหนุ่มยังคงยืนเปิดตู้เย็นหาอะไรทำอาหารเพราะตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย แทนปล่อยให้เสียงโทรศัพท์มือถือเงียบไปเอง ชายหนุ่มลงมือทำอาหารเสร็จก็นำมานั่งทานจนอิ่มถึงทานยาตามที่ครูซบอกไว้ก่อนกลับ

กริ๊ง

แทนยกน้ำขึ้นดื่มพร้อมเดินไปหยุดตรงหน้าประตูที่มีมอนิเตอร์แสดงใบหน้าของผู้มาเยือน

“คุณแทน” เสียงตึงๆที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจยิ่งทำให้แทนยิ้มสะใจ “ถ้าคุณผิดสัญญาผมก็จะทำเหมือนกัน...สวัสดีครับคุณทศพล” ครูซหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกด้วยสายตาที่ขุ่นมัว

เมื่อได้ยินชื่อคนที่อยู่ในประโยค แทนรีบกระชากเปิดประตูพุ่งเข้าไปคว้ามือถืออีกฝ่ายไว้ทันทีแต่ครูซไวกว่าจับข้อมือแทนกระชากเข้าหาตัว ตามจริงเขาไม่ได้โทรหาทศพลตามที่อ้างเพียงแต่ต้องการขู่แทนเท่านั้น เขาเดาว่าคนตรงหน้าคงมีปัญหากับพ่อแน่ๆ ถึงมีปฏิกิริยาที่รุนแรงทุกครั้งเมื่อเขาเผลอเอ่ยถึง ซึ่งก็คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะวิธีนี้ดูจะใช้ได้ผลทีเดียว

“คุณ-ทำลาย-ของ-ผม” ครูซพูดช้าๆ เน้นมาทีละคำเพื่อให้แทนรู้ว่าได้ทำผิดอะไรลงไป แต่คนตรงหน้าเพียงแค่ดึงมือตัวเองกลับมาเช็ดเสื้อด้วยสายตารังเกียจ

“แล้ว?” ครูซเห็นสีหน้าที่ไม่มีทีท่าสำนึกก็ยิ่งโกรธจนตัวสั่น ทั้งๆ ที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงยอมลืมเรื่องไม่ดีที่อีกฝ่ายทำใส่แต่คนคนนี้กลับทำทุกอย่างพัง

“คุณรู้ไหนว่าในนั้นมีของสำคัญอยู่มากขนาดไหน!” ครูซเก็บงานที่ทำเสร็จไว้ในนั้นเกือบครึ่งแถมมีรูปภาพมากมายที่สะสมไว้ตั้งแต่สมัยเรียน ดีที่บางส่วนเคยแบ็คอัพเอาไว้แล้วแต่รูปใหม่ๆ ยังไม่ทันได้เก็บไว้เลย 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม” แทนเห็นอีกฝ่ายเผลอก็รีบแย่งมือถือ วิ่งกลับเข้าห้องพยายามจะปิดประตูแต่ครูซคว้าบานประตูไว้ทันแล้วดันตัวเข้าไปข้างในด้วย

 “เอาคืนมา” ครูซมองอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูง ในยามปกติเขาถือเป็นคนที่ใจเย็นมีความอดทนแต่กับคนตรงหน้าดูจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ แทนยืนหน้านิ่งปล่อยมือถือเครื่องสีขาวตกลงบนพรมอย่างไม่ใส่ใจ เลขาหนุ่มถอนหายใจสะกดอารมณ์ก้มลงเก็บแต่ก่อนที่มือเรียวจะคว้าได้ เท้าขาวก็กระทืบลงมาอย่างแรงจนหน้าจอแตกร้าวเป็นแนวยาว วินาทีนั้นคล้ายเชือกเส้นบางๆ ในใจของครูซขาดสะบั้นลง

“จะมีปัญหาให้ได้เลยใช่ไหม” ครูซลุกขึ้นยืนเต็มความสูงมองแทนด้วยสายตาลุกโชน

“คนที่เริ่มก่อนมันคือคุณ” แทนตอบหน้านิ่งเตะซากมือถือไปทางครูซด้วยอารมณ์ไม่คงที่ แทนไม่ใช่คนชอบสานต่ออะไรกับใครเท่าไหร่ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดีแต่ครั้งนี้เขากลับชื่นชอบที่จะเห็นคนตรงหน้าหลุดตัวตนออกมา เห็นแล้วสะใจ ไอ้พวกชอบเสแสร้งก็แบบนี้ โคตรเกลียด เกลียดตั้งแต่ที่เห็นหน้าครั้งแรก ชอบทำเป็นคนดีสุดท้ายก็ดีแตกทุกคน

“คุณไม่ชอบผมเพราะอะไร ผมไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจกัน” ครูซสบตากับแทนอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะดูไม่ออกว่าใครรู้สึกแบบไหนกับตน ถึงแทนจะแสดงท่าทีไม่ชอบทุกคนแต่กับเขากลับแสดงออกชัดเจนว่ารังเกียจ

“เพราะเป็นคุณไง” รอยยิ้ม ท่าทางใจดี คำพูดสุภาพ บรรยากาศรอบตัวคนๆ นี้ทำให้เขานึกถึงผู้หญิงน่ารังเกียจ เหมือนกันจนอึดอัด เหมือนกันจนอยากทำลาย

“ผมทำไม ตอบมาสิว่าผมมันทำไม!” ครูซตะโกนถามไปอย่างเหลืออด ทั้งที่เขาพยายามมากมายขนาดนี้ทำไมถึงต้องถูกเกลียดเอาง่ายๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่บอกเหตุผลด้วย

“ออกไป” แทนชี้นิ้วไปทางประตูด้วยท่าทางเย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำอะไรผิดยิ่งทำให้ครูซรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม ทำไมต้องมีแต่เขาที่รู้สึกแย่กัน

“ไม่!” แทนถอยหลังเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงคุกคามจากอีกฝ่าย แม้ในใจจะเริ่มหวั่นแต่สีหน้าของเจ้านายหนุ่มก็ยังเรียบนิ่งเช่นเคย

“ผมจะอยู่ดูแลคุณไม่ให้คลาดสายตาเลยล่ะ” ครูซยิ้มหวานไปให้แต่สายตาที่แทนเห็นมันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

“ออกไป!”

หมับ

“ปล่อย!” แทนพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของครูซที่รัดแน่นจนขยับตัวไม่ได้ สัมผัสแนบชิด ลมหายใจที่พ่นมารดต้นคอทำให้เรี่ยวแรงหายไป ชายหนุ่มทรุดลงกับพื้นพร้อมลมหายใจหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนครูซรู้สึกได้

“ปล่อย ฮึก...แฮ่กๆ” ร่างสูงแนบไปกับแผ่นอกของครูซตามแรงกอดรัดจากอีกฝ่าย

“คุณดื้อเมื่อไหร่ผมจะกอดให้แน่นแบบนี้อีก” ครูซกระซิบข้างหูแทนด้วยน้ำเสียงดุที่แฝงไปด้วยอำนาจ

“ฮึก...ปล่อย” แทนรู้สึกคันไปทั้งตัวอยากเกาใจแทบขาดแต่ทำไม่ได้เพราะครูซรัดไว้แน่นมาก

“จะดื้ออีกไหม” เสียงเข้มเอ่ยถามชิดปลายหูทำให้แทนยิ่งพะอืดพะอมอยากขย้อนอาหารออกมา

“อึก...ปละ อ้วก” ครูซเห็นท่าไม่ดีก็ตัดสินใจปล่อยแทนแล้วคว้าถังขยะอันเล็กที่วางอยู่ข้างโต๊ะยื่นจ่อรอรับอาเจียนจากเจ้านายตน แทนจับถังขยะไว้แน่นพร้อมอ้วกออกมาจนแสบท้องไปหมด ใบหน้าสีแดงก่ำมีน้ำตาไหลออกมาเป็นทางยาว ครูซเห็นแบบนั้นจึงลุกไปหยิบน้ำในครัวพร้อมทิชชูเอามาส่งให้แทนที่นั่งร้องไห้ออกมาเพราะแสบคอแสบท้อง

“ดื่มน้ำก่อน” ครูซยื่นน้ำไปให้แต่แทนไม่มีแม้แรงจะขยับ ครูซจึงพยุงอีกฝ่ายให้นั่งโซฟาแล้วป้อนน้ำ แทนดื่มเข้าไปอย่างกระหายจนน้ำไหลออกตามมุมปาก

“ตอนนั้นผมเช็ดตัวให้ยังไม่เป็นขนาดนี้เลย” ครูซหยิบทิชชูเช็ดเหงื่อบนใบหน้าและริมฝีปากสีซีดที่สั่นเล็กน้อยจากอาการหอบ

“ฮึก...ใกล้ไปไม่ชอบ” เสียงแผ่วเบาจากแทนทำให้ครูซพยักหน้าเข้าใจ

“มันคือการลงโทษไง” แม้ฝ่ามือเรียวจะไล่เช็ดหน้าให้อย่างเบามือแต่น้ำเสียงและแววตากลับให้ความรู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายต้อนให้จนมุมอย่างไรไม่รู้

“เพราะคุณไม่ชอบผมเลยทำ”

TBC.

ความคิดเห็น