chanlee

เราย้ายไปลงนิยายที่ readawrite แล้วนะคะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.4k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2561 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

หากวันนั้นไม่ได้พบเจอกัน

ชีวิตของเขาคงดับสูญไปพร้อมความเดียวดายตลอดกาล

...................................................................

ตอนที่ 2

“สวัสดีครับผมครูซเป็นตัวแทนของบริษัท วี.เค. กรุ๊ป จำกัด” ครูซยกมือไหว้คู่ค้าคนสำคัญ อีกฝ่ายมีสีหน้าแปลกใจที่เห็นชายหนุ่มลูกครึ่งแทนที่จะเป็นหลานชายของตน

“สวัสดี” ทรรศพลยิ้มวางมาดนั่งลงฝั่งตรงข้ามพลางมองสำรวจครูซตามนิสัยปกติของนักธุรกิจ

หน้าตาดี มีเสน่ห์และดูอบอุ่น ลักษณะแบบนี้ทำให้ทรรศพลนึกถึงแทนทันที ไม่ใช่เพราะเหมือนกันแต่รู้ว่าหลานตนเกลียดคนจำพวกไหนต่างหาก

“เธอเป็นใครล่ะ ฉันไม่เคยเห็นหน้า” ทรรศพลมักนัดมาพูดคุยเรื่องสัญญาข้อตกลงระหว่างบริษัทกับแทนเป็นประจำ อันที่จริงเขาเพียงแค่ต้องการพูดคุยกับหลานชายของตนเท่านั้นแต่ถ้าบอกออกไปตามตรงก็รับรู้ได้เลยว่าไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะยอมมานั่งคุยเล่นด้วยกันแน่นอน เขาจึงหาข้ออ้างเรื่องงานมาใช้ตลอดซึ่งก็แล้วแต่อารมณ์ของแทนว่าจะมาหรือไม่มา

“ผมเป็นเลขาคุณแทนครับ” คำตอบของครูซสร้างความตกใจให้กับทรรศพลไม่น้อย

“เลขา? หึ..ดี ๆ” ทรรศพลนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สร้างความฉงนให้กับครูซอีกครั้ง ทำไมพอบอกว่าเป็นเลขาของคุณแทนทีไร ทุกคนต้องมีปฏิกิริยาแปลกประหลาดตลอดเลย

“เอาสัญญามาสิเดี๋ยวเซ็นให้แต่ต้องอยู่คุยกันก่อนนะ” ทรรศพลปลดมาดนักธุรกิจออกไปเหลือเพียงชายกลางคนที่ดูเป็นมิตรเท่านั้น ครูซยื่นเอกสารไปให้ ทรรศพลรับมาอ่านรายละเอียดจนแน่ใจเขาจึงจับด้ามปากกาสีทองยี่ห้อดังขึ้นมาเซ็นอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณมากครับ” ครูซรับเอกสารคืนมาแล้วยิ้มยกมือไหว้ด้วยความโล่งอก ทีแรกชายหนุ่มนึกว่าจะล่มไม่เป็นท่าซะแล้วเพราะปกติคนมีระดับขนาดเป็นผู้บริหารหากถูกหักหน้าด้วยการผิดนัดคงจะไม่จบลงด้วยดีแบบนี้แน่

“ทำงานกับแทนมากี่วันแล้วล่ะ”

“วันแรกครับ”

“ฮ่าๆ วันแรกก็ดูจะเป็นงานหนักใช่ไหม อย่างนี้แหละอดทนเข้าไว้” ทรรศพลยิ้มเมื่อนึกถึงหลานชายของตน แทนไม่ใช่คนพูดเก่ง หน้าก็นิ่งไม่แสดงออกว่ารู้สึกอย่างไร แต่อย่างน้อยเมื่อก่อนก็ยังมีแววตาซุกซนตามประสาเด็กทั่วไปอยู่บ้าง แต่ตอนนี้สิแววตานั้นเปลี่ยนไปราวกับคนละคนไม่เป็นประกายเช่นวัยเยาว์หากแต่เย็นชาจนคนเป็นอารู้สึกห่างไกลออกไปเหมือนไม่ใช่คนคุ้นเคย

“ผมจะพยายามครับ” ครูซตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เดิมทีชายหนุ่มไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อยู่แล้วยิ่งถูกต่อต้านยิ่งอยากเอาชนะ มันเป็นข้อเสียของเขาที่ไม่เคยมีใครรับรู้จึงถูกมองว่าแสนดีมาโดยตลอด เพราะการเอาชนะของครูซมักออกมาในรูปแบบของการทำให้อีกฝ่ายไว้ใจแล้วยอมอ่อนให้ตน ทำให้เชื่องคล้ายการฝึกสัตว์ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนม้าพยศคงมีสัญชาตญาณเตือนจึงออกแรงต่อต้านตั้งแต่แรกเห็น

“ใครเป็นเจ้านายของคุณ” เมื่อคุยกันไปสักพัก ประโยคคำถามพร้อมสายตาจับจ้องมองมาที่ครูซเพื่อเคล้นหาคำตอบ

“เจ้านายของผมคือคุณแทนครับ” ครูซพูดไปตามที่คิดด้วยท่าทีปกติไม่ได้หวาดหวั่นกับสายตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“คุณไม่คิดเหรอว่าคนจ่ายเงินคือเจ้านาย” ทรรศพลยิ้มมุมปากแล้วเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเพื่อสร้างแรงกดดัน เขาทำงานมานานย่อมรู้ดีว่าจะปั่นประสาทอย่างไรให้คนหลุดแสดงธาตุแท้ออกมา

“คุณทศพลเป็นคนเลือกผมก็จริงแต่เงินเดือนที่จ่ายเป็นของบริษัท ผมทำงานตำแหน่งเลขาของคุณแทน ผมจึงคิดว่าเขาเป็นเจ้านายไม่ใช่คนอื่น” ทรรศพลเลิกคิ้วสูงในใจเริ่มรู้สึกถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

หนุ่มลูกครึ่งดูเป็นบุคคลที่ใจเย็นและสุภาพแต่ทรรศพลรับรู้ได้ถึงอำนาจความเด็ดขาดในตัวชายคนนี้ ครูซเหมาะที่จะเป็นผู้นำมากกว่าผู้ตาม ชักอยากจะเห็นแล้วสิว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะจัดการกับหลานชายตนอย่างไร 

หากเปรียบครูซเป็นครูฝึก แทนเป็นม้าพยศ ทรรศพลก็คงเป็นผู้ชมที่ชื่นชอบการแสดงโชว์สุดๆ

“อยู่นานๆ ล่ะ ฉันอยากมีเรื่องสนุกให้ติดตามช่วงนี้มีแต่เรื่องน่าเบื่ออยู่พอดี” ทรรศพลยิ้มแย้มด้วยสายตาที่เป็นประกาย ครูซตอบรับไม่เต็มเสียงเพราะไม่แน่ใจในเจตนาของคนตรงหน้า หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็ต่างเอ่ยลาและกลับไปทำหน้าที่ของตน ครูซเดินทางกลับด้วยรถยนต์ส่วนตัว เขาขับมาด้วยตัวเองเนื่องจากที่นี่ไม่ได้อยู่ไกลจากบริษัทมากนักและอีกอย่างค่าน้ำมันสามารถเบิกได้เต็มจำนวนในกรณีอยู่ในระหว่างการทำงาน

บริษัท วี.เค. กรุ๊ป จำกัด ถือว่าเป็นบริษัทอันดับต้นๆ ของประเทศที่ทุกคนต่างต้องการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเพราะนอกจากจะให้ค่าตอบแทนสูงยังมีสวัสดิการที่ดีคอยรองรับอยู่ด้วย อีกทั้งครอบครัวผู้บริหารก็เป็นไฮโซคนดังที่ทุกคนต่างรู้จักและหาข่าวได้ไม่ยากเพราะออกงานสังคมบ่อย

ยกเว้นก็แต่ แทนฟ้า ที่ไม่ค่อยมีคนรับรู้เรื่องราวสักเท่าไหร่ ก่อนมาทำงานครูซก็พยายามหาข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนทุกอย่างเป็นปริศนาไม่มีสิ่งใดแสดงถึงตัวตนของแทนปรากฏอยู่ในสื่อเลยแม้แต่น้อย นอกจากรูปถ่ายไม่กี่ภาพเมื่อหลายปีก่อนตอนรับปริญญา

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มลูกครึ่งเอ่ยทักทศพลที่เดินสวนกันระหว่างทางเดิน อีกฝ่ายมีสีหน้าบึ้งตึงบ่งบอกได้ดีว่าอารมณ์เสียสุดขีดแต่พอหันมาสบตาเข้ากับครูซก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด ยกมือขึ้นมาตบไหล่กว้างทักทายด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ทศพลพูดคุยตามมารยาทไม่กี่คำก็เดินจากไป ครูซก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ถึงทศพลจะคนเป็นเลือกเขาเข้าทำงานแต่ก็อย่างที่ตอบไปก่อนหน้านี้ เจ้านายของเขาคือแทนเพราะฉะนั้นก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะต้องไปตีสนิทกับอีกฝ่ายมากมายเกินความจำเป็น 

“คุณแทนขออนุญาตนะครับ” ครูซตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเนื่องจากยืนเคาะมานานร่วมสิบนาทีแล้วแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เลขาหนุ่มมองไปทั่วห้องไม่พบเจ้านายตน จึงเดินไปวางแฟ้มเอกสารการเซ็นสัญญากับคุณทรรศพลไว้บนโต๊ะ เตรียมเดินกลับไปนั่งทำงานหน้าห้องเช่นเดิมแต่เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เขาชะงักเท้าที่จะก้าวออกไป

เพล้ง!

ครูซหันกลับไปมองอีกครั้งแต่ภายในห้องทำงานก็ไม่มีสิ่งใดปรากฏอยู่เช่นเดิม มีเพียงเสียงแก้วแตกคล้ายถูกทำลายดังขึ้นเรื่อยๆ คิ้วหนาขมวดหากันด้วยความสงสัย

อ๊ากกกกกก เพล้ง!!

ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ เขาหันตามเสียงกรีดร้องที่ดังลั่นออกมาจากผนังทึบสีดำข้างตู้เอกสารขนาดใหญ่ เลขาหนุ่มย่างก้าวเข้าไปใกล้บานประตูเรื่อยๆ เหงื่อใสไหลตามขมับจากภาวะกดดัน

กึก!

ผนังสีดำสามารถเลื่อนได้?

ครูซเอื้อมมือไปเลื่อนประตูจนสุด ดวงตาสีน้ำตาอ่อนเบิกกว้าง ภาพตรงหน้าทำเอาเขาตกใจขาแข็งแทบก้าวไม่ออก เศษแก้วและข้าวของกระจายเต็มพื้นพร้อมเลือดสีแดงสดที่ไหลออกจากมือทั้งสองข้างของคนตรงหน้า

เพล้ง!!

“คุณแทนหยุดก่อนครับ!” ครูซตั้งสติรีบก้าวเข้าไปฉุดข้อมือหนาที่ปาจานกระเบื้องเข้ากับผนังห้องจนแหลกละเอียด เศษแหลมคมกระจายบาดไปตามตัวของแทน

“ปล่อย!! อย่ามาจับ...อุบ อ้วก!” แทนกระชากแขนให้หลุดจากครูซแล้วรีบก้มหน้าโก่งคออาเจียนตรงซิงค์ล้างจาน ครูซกำขมับมึนงงไม่รู้ต้องแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร

“รังเกียจๆ ๆ ๆ” ภายในห้องสี่เหลี่ยมมีเพียงเสียงพึมพำจากร่างสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ครูซเดินเข้าไปใกล้แทนอีกครั้งแต่กลับถูกปากล่องข้าวใส่จนตัวเลอะไปหมด

“อย่า...อย่าเข้ามา!” แทนตะคอกเสียงดัง หน้าเริ่มบิดเบี้ยวไปตามแรงอารมณ์ ผนังสีขาวสะอาดเปื้อนเลือดสีแดงสดเป็นแนวยาวเพราะแทนใช้พยุงตัวเดิน ครูซยืนนิ่งด้วยความสับสนเขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไร คนตรงหน้าดูไม่มีสติและบ้าคลั่งเกินกว่าจะพูดคุยด้วย เลขาหนุ่มเดินถอยหลังเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ

“ออกไป” เสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาคล้ายคนหมดแรง

ตุบ!

“คุณแทน!!” ครูซวิ่งเข้าไปพยุงร่างสูงที่ร่วงลงพื้น แขนขาวโดนเศษแก้วบาดจนเลือดไหลไม่หยุด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ

“ทำใจดีๆ ไว้นะครับเดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล” ครูซบอกกับแทนที่หน้าซีดเซียว เขาตัดสินใจอุ้มคนเป็นนายขึ้นทันทีแม้ส่วนสูงและน้ำหนักไม่ต่างกันมากแต่ด้วยความตกใจบวกกับเป็นคนแข็งแรงทำให้ครูซสามารถยกอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย

“ปล่อย...ไม่ไป” แทนส่ายหน้าพยายามผลักครูซให้ปล่อยตนลงแต่ด้วยแรงที่น้อยนิดจึงเหมือนเป็นการเอามือแปะไปตามตัวอีกฝ่ายเท่านั้น

“ต้องไปครับคุณเลือดออกเยอะมาก” ครูซไม่ฟังคำทักท้วงของแทน เลขาหนุ่มรีบก้าวไปที่ประตูด้วยความรวดเร็ว

“ถ้าใครเห็นผมในสภาพนี้...คุณตายแน่!” แทนฝืนตัวกำคอเสื้ออีกฝ่ายแน่น ครูซชะงักเท้าลงไม่ใช่เพราะกลัวคำขู่แต่ถ้าจะให้ออกไปด้วยสภาพนี้จริงๆ คงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของแทนอยู่ไม่น้อย

“คุณแทนมีชุดเปลี่ยนไหมครับ” ครูซถามพลางเดินไปวางเจ้านายตนให้นอนลงบนโซฟา แทนนอนนิ่งชี้นิ้วไปที่ห้องลับ เลขาหนุ่มเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้าไปทันที ร่างสูงเริ่มหายใจหอบขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มเอามือเช็ดตามตัวด้วยความรู้สึกรังเกียจสัมผัสจากอีกฝ่ายยิ่งเช็ดยิ่งรู้สึกไม่พอ จากใช้ฝ่ามือเริ่มเปลี่ยนมาใช้เล็บจิกไปตามแขนข่วนอย่างแรงเพื่อให้หนังถลอกหลุดออก

“พอเถอะครับ เลือดไหลออกมาหมดแล้ว!” ครูซที่เดินกลับมาพร้อมเสื้อจับมือแทนให้หยุดข่วนแขนตัวเองเสียที

“อย่ามาจับ!” แทนดิ้นไม่ยอมให้โดนตัว เลขาหนุ่มปล่อยมือแล้วยื่นเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย

“เปลี่ยนเถอะครับแล้วเรารีบไปทำแผลกัน” แทนกำลังจะหยิบแต่ครูซนึกขึ้นได้ว่ามือแทนเปื้อนเลือดอยู่จึงดึงกลับ ทำให้เจ้านายหนุ่มขมวดคิ้วไม่พอใจ ครูซตัดสินใจเปลี่ยนให้ แทนพยายามปัดแต่ไม่มีแรงจึงนอนหันหน้าหนีจิกมือเข้าหากันระบายอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ในอก เลขาหนุ่มปลดกระดุมออกถอดชุดตัวเก่าทิ้งแล้วสวมชุดใหม่เสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว

“ไม่ไป” แทนจ้องหน้าครูซด้วยสายตาจริงจัง

“ต้องไปครับ แผลคุณใหญ่มาก” ครูซส่ายหน้าแล้วก้มลงทำท่าคล้ายจะอุ้มอีกครั้ง

“ไปส่งที่คอนโดก็พอ อุปกรณ์มี” แทนยกมือดันหน้าอกให้ครูซออกห่าง ครูซนึกตามก่อนพยักหน้าตกลงเพราะถ้ามัวแต่เถียงกันอยู่แบบนี้คงไม่ได้ไปสักที

“อย่าจับ!” แทนปัดมือไม่ยอมให้อีกฝ่ายพยุง

“ขอเถอะครับถ้าไม่งั้นผมไปส่งคุณที่โรงพยาบาลจริงๆ ด้วย” ครูซเผลอดุออกไปตามนิสัยพี่คนโต แทนจ้องอีกฝ่ายนิ่งอย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมให้ครูซกอดเอวเขาประคองไว้ แทนกัดริมฝีปากแน่น ขนอ่อนลุกไปทั้งตัวรู้สึกพะอืดพะอมอยากจะอาเจียนออกมา ไม่ได้ใกล้ชิดใครเท่านี้มานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้แต่สำหรับชายหนุ่มความรู้สึกยามสัมผัสร่างกายของคนอื่นก็ยังแย่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

โชคดีที่มีประชุมเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของบริษัทจึงไม่มีคนอยู่บริเวณนี้ การเดินทางไปยังลานจอดรถเลยผ่านไปด้วยดี ครูซรู้สึกได้ว่าคนด้านข้างเริ่มทิ้งน้ำหนักมาฝั่งตนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงรีบเปิดรถตัวเองแล้วจับเจ้านายเข้าไปนอนที่เบาะหลังด้วยความทุลักทุเล 

“คุณแทน...คุณแทนครับ” ครูซจับตัวแทนเขย่าพร้อมเรียกอีกฝ่ายอย่างตกใจเพราะใบหน้าซีดเซียวไม่มีการตอบสนองนอกจากลมหายใจที่หอบถี่ขึ้น เขาจึงตัดสินใจรีบขับรถไปโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก เลขาหนุ่มขับมาด้วยความรวดเร็ว พอมาถึงทางจอดผู้ป่วยฉุกเฉินบุรุษพยาบาลก็รับไปส่งต่อให้หมอทันที

ครูซนั่งรอหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เขารู้สึกทั้งเป็นห่วงและกังวล ครูซสงสัยว่าอะไรทำให้คนคนหนึ่งเป็นได้ถึงขนาดนี้ แทนทำร้ายตัวเอง กรีดร้องราวกับคนเสียสติ เจ้านายตนเป็นอะไรกันแน่? 

“คนไข้เสียเลือดมากทำให้เพลียหมดสติแต่ไม่เป็นอันตรายครับให้นอนพักผ่อนสักพักคงฟื้น” หลังจากรอมาเกือบชั่วโมงคุณหมอก็ออกมาแจ้งให้ทราบแล้วย้ายตัวคนไข้ไปห้องพักวีไอพี เมื่อจัดการธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ครูซก็เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อความสะอาดร่างกายที่เปื้อนรอยเลือดไปทั่วตัวเนื่องจากเขาชอบออกกำลังกายจึงมีเสื้อผ้าสำรองและอุปกรณ์อาบน้ำไว้ท้ายรถไม่ต้องไปซื้อใหม่ให้วุ่นวาย หลังจากอาบน้ำเสร็จเลขาหนุ่มก็ลงไปซื้อของกินและผลไม้ที่ศูนย์อาหารของโรงพยาบาลและถือโอกาสไปหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาทำงานด้วย

กึง

เสียงขยับตัวจากเตียงเรียกให้ครูซเงยหน้าขึ้นจากงาน เลขาหนุ่มเห็นเจ้านายลืมตามองไปทั่วห้องจนสายตามาหยุดอยู่ที่ตน ครูซดูไม่ออกว่าคนตรงหน้าคิดอะไรเพราะดวงตาสีดำสนิทนั้นช่างดูว่างเปล่าเหลือเกิน ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในหลุมดำที่ไม่มีทางพบเจอสิ่งใดเลยนอกจากความมืดมิด

“ดื่มน้ำไหมครับ” ครูซลุกเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง คนเป็นนายไม่ตอบหันหน้าหนีแต่เลขาหนุ่มกลับเข้าไปพยุงอีกฝ่ายให้นั่งพิงหมอนแล้วยื่นแก้วน้ำให้ แม้แทนจะไม่ชอบใจนักแต่ไม่มีแรงต่อต้านจึงรับมาดื่มด้วยความหิวกระหายครูซมองตามร่างกายของอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยบาดแผล มีหลายจุดที่ต้องเย็บ ปากสีแดงสดตอนนี้ก็ซีดจางมีแต่รอยแผลจากการขบกัด

“พามาที่นี่ทำไม” เสียงแหบจากอาการเจ็บคอเอ่ยถามออกมาด้วยความยากลำบาก

“คุณหมดสติ” ครูซตอบ หยิบแก้วน้ำในมือของแทนคืนมา แต่เพียงนิ้วสัมผัสกันเล็กน้อยก็ทำให้แทนรีบหยิบผ้าห่มขึ้นมาเช็ดอย่างแรงจนแผลที่เย็บไว้ปริมีเลือดซิบออกมา ครูซยืนมองนิ่งเขาเกือบเอื้อมมือไปแล้วแต่นึกขึ้นได้ว่าถ้าเขาจับเข้าไปจริงๆ ทีนี้แทนได้เช็ดจนแขนถลอกเลือดท่วมห้องแน่

“จะกลับ” เมื่อแทนเช็ดจนสาแก่ใจก็หันมาออกคำสั่งกับครูซ

“อยู่ดูอาการก่อนเถอะครับ”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่ง!!” แทนพยุงตัวพยายามจะเดินลงจากเตียง

“ให้ผมโทรบอกคุณทศพลไหม” ครูซเอ่ยถามออกไปด้วยความไม่รู้ เขาเพียงต้องการให้คนเป็นพ่อมารับลูกชายกลับเพราะอย่างน้อยแทนคงไม่รังเกียจเหมือนที่ทำกับเขา

“อย่ามาแส่!” แทนสะบัดผ้าห่มเปื้อนเลือดใส่หน้าของครูซด้วยความโกรธ ฝ่ามือขาวกำจิกเข้าหากันจนของเหลวสีแดงไหลหยดเป็นทางยาว ครูซตกใจจะเข้าไปห้ามแต่เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาก่อน

Rrrr Rrrr

“ว่าไงเค้ก” ครูซกดรับสายน้องสาวแต่สายตาก็ยังจับจ้องอยู่กับคนตรงหน้า

“พี่ครูซไม่กลับบ้านเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัยเพราะนี่ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว

“พี่ยังทำงานไม่เสร็จ น้องนอนก่อนเลย พี่อาจจะกลับช้าหน่อยฝากบอกแม่ว่าไม่ต้องรอนะ”

“โอเคเดี๋ยวน้องบอกแม่ให้ ฝันดีค่ะ” พอพูดเสร็จครูซก็ก้มเก็บผ้าห่มไปวางไว้ที่โซฟาแล้วเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวพร้อมกะละมังอันเล็กในห้องน้ำ

“กลับไป” ครูซไม่ได้ตอบรับอะไรเพียงแค่เดินถือของเข้าไปหาเจ้านายตน แทนมองด้วยความไม่เข้าใจจนอีกฝ่ายคว้าแขนตนไปจับ

“ปล่อย!! บอกให้ปล่อยไงวะ!” แทนฝืนตัวดึงแขนกลับแต่ครูซกำไว้แน่นไม่พูดไม่จาจนแทนเริ่มโมโหขึ้นมา คว้าแก้วน้ำปาใส่อย่างแรง

เพล้ง!

ครูซหลบทันแต่โดนน้ำที่เหลือก้นแก้วสาดเข้าใบหน้าเต็ม ๆ

“ฮึก...แฮ่ก ปล่อย” แทนอึดอัดกับการสัมผัสจนลมหายใจเริ่มหอบถี่ขึ้นมาอีก ขยะแขยง เหมือนถูกแมลงมีขนกำลังไต่หยุบหยับไปตามร่างกาย ไม่ชอบ...เขาไม่ชอบเลย

“อยู่นิ่งๆ ครับ” ครูซไม่สนใจว่าแทนจะพูดหรือจะด่าอะไร เลขาหนุ่มหยิบผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาเช็ดตามแขนและตัวที่มีรอยเลือดไหลซึม แทนพยายามดิ้นให้หลุดจากมือที่รั้งแขนตนไว้ หากยามปกติเขาคงสู้แรงได้แต่ตอนนี้รู้สึกตึงแผลไปหมดจะขยับก็ทำได้ไม่เต็มที่

“ปล่อย!!!” แทนกระชากมือออกจนกระแทกเข้ากับใบหน้าของครูซ เลขาหนุ่มจับมุมปากตัวเองเบาๆ ความแสบกับกลิ่นคาวเลือดทำให้ครูซขบกรามแน่น แทนมองแล้วแสยะยิ้มไม่ได้มีความสำนึกผิดมีแต่ความสะใจที่ทำให้อีกฝ่ายเลือดออกได้

“ผมจะให้หมอกับพยาบาลมาเช็ดตัวกับทำแผลให้นะครับ” ครูซหลับตาลงพยายามข่มความโกรธไว้ในใจ เขากำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มเรียกที่ตั้งอยู่ข้างหัวเตียง แต่แทนที่ได้ฟังตกใจจนลืมตัวรีบคว้ามือเรียวมาจับไว้เสียก่อน

“อย่า!” แทนเกลียดโรงพยาบาลแต่ที่เกลียดกว่าคือหมอกับพยาบาล

“คุณเลือดออกตัวก็เปื้อนแล้วยังไม่ให้ผมแตะตัวอีก...จะให้ทำอย่างไร!” ครูซขมวดคิ้วขยับเข้ามาใกล้จับมือแทนกำไว้แน่นตามอารมณ์ที่เริ่มพุ่งขึ้นสูง ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครทำให้เขาอารมณ์ร้อนได้ง่ายเท่านี้มาก่อน

“เดี๋ยวทำเอง” แทนตอบหน้านิ่งทั้งที่สภาพตัวเองแย่เกินกว่าจะทำอะไรได้

“อยู่นิ่งๆ ไม่งั้นผมเรียกหมอ” ครูซคลายมือที่บีบแทนไว้แล้วหันไปหยิบผ้าที่ตกอยู่บนเตียงมาชุบน้ำบิดหมาดใหม่อีกครั้ง แทนรู้สึกไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะไม่อยากเจอหมอจริงๆ เขารู้สึกเสียหน้าและแค้นใจไม่ใช่น้อย แทนเกลียดคนตรงหน้าตั้งแต่แรกเห็น

เขารับรู้ได้ว่าคนคนนี้จะทำให้ชีวิตเขาผิดเพี้ยนไปจากเดิม ชายหนุ่มจึงพยายามออกห่างมากกว่าที่เคยทำ แต่สิ่งที่ได้กลับมากลายเป็นว่าอีกฝ่ายดันสัมผัสเขามากกว่าทุกคนรวมกันทั้งปีเสียอีก นี่แค่วันเดียวเองนะ

“แผลเริ่มปริแล้วเดี๋ยวรอคุณหลับ ผมค่อยให้หมอเข้ามาเย็บให้” ครูซพูดออกมาเป็นการบอกให้แทนรับรู้ เจ้านายหนุ่มหลับตาลงเป็นการปิดบทสนทนา ครูซส่ายหน้าไม่ใส่ใจเอื้อมมือไปปลดเชือกชุดคนไข้

“จะทำอะไร” แทนจับมือเรียวไม่ให้ขยับแต่ไม่อาจสู้แรงได้ ครูซจึงแหวกเสื้อออกจนเห็นร่างกายอีกฝ่ายชัดเจน เขาชะงักมือลงเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยแผลเป็นตามร่างกายแทน รอยแผลจากของมีคมกระจายอยู่ทั่วลำตัวขาวซีด ตอนแรกที่เห็นรอยแผลที่ข้อมือแทนเขาก็รู้สึกหดหู่แล้ว พอมองทั่วกายอีกฝ่ายยิ่งรู้สึกสงสาร คนเราต้องใช้ชีวิตมาในรูปแบบไหน ถึงอยากจบชีวิตตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนขนาดนี้

“ผมขออนุญาตเช็ดตัวนะครับ” ครูซรู้ตัวว่าเสียมารยาทมองร่างกายอีกฝ่ายแบบพิจารณามากเกินไปจึงหันไปจับผ้าชุดน้ำบิดหมาดเตรียมทำความสะอาดร่างกาย

“ข้างในไม่ต้อง” แทนจับข้อมือครูซรั้งไว้อีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายกำลังจะใช้ผ้าเช็ดหน้าอกตน

“ตัวคุณแทนเปื้อนเลือดต้องเช็ดครับ” ครูซปัดมือแทนออกแล้วลงมือเช็ดไปตามแผงอกขาวทันที แม้จะรู้ว่าเป็นรอยแผลเป็นแต่ถึงอย่างนั้นครูซก็ยังคงทำด้วยความนุ่มนวลแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกเจ็บ

“...” แทนกัดปากแน่น ตัวสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขารู้สึกแปลกๆ กับการกระทำของเลขาหนุ่ม เขาไม่เคยถูกดูแลด้วยความเอาใจใส่เช่นนี้และไม่เคยให้ใครถูกตัวใกล้ชิดมานานเหลือเกิน

“ทำแบบนี้แผลจะยิ่งเปิดนะครับ” จับมือขาวให้หยุดจิกที่นอนแล้วเดินไปหยิบหมากฝรั่งในกระเป๋าทำงานมาจับยัดใส่ปากแทนทันที ครูซคิดว่าวิธีนี้คงช่วยให้อีกฝ่ายมีที่ระบายอารมณ์แทนการทำร้ายตัวเองเพราะน้องสาวเขาเวลาอารมณ์ไม่ดีเธอก็มักเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ

“เคี้ยวไปครับ อย่ากัดปากหรือกำมือ” แทนมองครูซนิ่งแต่ก็ทำตามเพราะเขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัวแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยสักอย่างมันทนไม่ได้ ระบายอารมณ์กับการเคี้ยวหมากฝรั่งก็ดี เมื่อตอนเรียนเขาใช้วิธีนี้บ่อยแต่พอทำงานต้องใส่ใจในภาพลักษณ์จึงไม่เคยได้เคี้ยวอีกเลย

“น่ารังเกียจ” แทนพูดออกมาเมื่อมือเรียวนุ่มสัมผัสเข้ากับกล้ามหน้าท้องที่ขึ้นรูปสวย

“ทำไมถึงชอบพูดคำนี้จังครับ” ครูซเงยหน้าจากท้องขาวมองแทนที่จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว

“ก็เพราะมันน่ารังเกียจไง”

TBC.

ความคิดเห็น