Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 60 : HERO ทราย-ขนมปัง

ชื่อตอน : Chapter 60 : HERO ทราย-ขนมปัง

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.6k

ความคิดเห็น : 111

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2561 21:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 60 : HERO ทราย-ขนมปัง
แบบอักษร

ทราย.......................

ผมชื่อทราย ตอนนี้ผมมีอายุได้ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เมื่อก่อนผมอยู่กับพ่อแม่และพี่ดินที่เพิงพักในแคมป์คนงานก่อสร้าง จนกระทั่งอาเมฆซื้อบ้านใหม่เป็นบ้านชั้นเดียวให้พวกผมได้มาอยู่ หลังจากที่พ่อเสีย อาเมฆคอยช่วยเหลือครอบครัวเราทุกอย่าง ให้ที่อยู่ที่กิน ให้แม่กับพี่ดินมีงานทำ ส่งผมให้ได้เรียนหนังสือ ผมเลยตั้งใจเรียน ขยันอ่านหนังสือสอบได้ที่หนึ่งทุกปีเพื่อตอบแทนบุญคุณอาเมฆ พี่ดินกับแม่สอนอยู่เสมอให้ผมตั้งใจเรียนอาเมฆจะได้ไม่ผิดหวังในตัวผม

จนกระทั่งสามปีที่ผ่านมานี้ผมได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ เป็นบ้านใหญ่สองชั้นหรูหรากว่าเดิมมาก และผมก็มีห้องส่วนตัวของผมแล้วด้วย น้าตะวันแฟนของพี่ดินซื้อแล้วให้พวกเราย้ายเข้ามาอยู่  ผมมีเพื่อนสนิทที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันหกเจ็ดคนมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย พวกเราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่อยู่ ป.1 เสาร์อาทิตย์พวกเราก็ไปเรียนพิเศษที่สยามด้วยกันอีก ดังนั้นพวกเราเลยสนิทกันมาก

แต่อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่ผม แม่ พี่ดิน กับน้าตะวันกำลังนั่งกินข้าวอยู่ด้วยกัน

“แม่ ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นผู้บริหารเหมือนอย่างเดิมแล้วนะ”  น้าตะวันก็พูดขึ้นมา ผมได้ยินก็นิ่งเงียบฟัง ผมไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่มีปัญหาเรื่องอะไร แต่ผมก็สังเกตว่าหลายวันมานี้น้าตะวันกับพี่ดินเหมือนมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน จนน้าตะวันถึงกับต้องออกไปตามหาพี่ดิน สุดท้ายแล้วพี่ดินกับน้าตะวันก็ปรับความเข้าใจกันและก็รักกันเหมือนเดิม

“ไม่เป็นไรหรอกลูก แม่จะออกไปทำงานช่วยอีกแรง”  แล้วแม่ก็บอกกับน้าตะวันไป ผมได้ยินแค่นี้ก็รู้แล้วว่าบ้านเราคงต้องมีปัญหาอะไรซักอย่างแน่ แม่ถึงกับต้องจะออกไปทำงานหาตังค์ทั้ง ๆ ที่แม่ก็ไม่ได้ไปทำงานมาหลายปีแล้ว

“น้าตะวันถ้าจะใช้ตังค์ก็เอาของผมไปได้เลยนะครับ”  ผมรีบบอกกับน้าตะวันไป เพราะหลายปีมานี้ผมเก็บตังค์ที่เหลือจากค่าขนมเอามาหยอดใส่ไว้ในกระปุกออมสินทุกวัน พอเต็มพี่ดินก็จะพาผมเอาไปฝากไว้ที่ธนาคาร

“และต่อไปผมก็จะไม่ไปเรียนพิเศษแล้วครับ”  ผมบอกไปอีกครั้ง เพราะเรียนพิเศษก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเหมือนกัน

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับแม่ ผมยังพอมีเงินเก็บแม่ไม่ต้องเป็นห่วง เอ็งด้วยนะไอ้ทรายแค่ตั้งใจเรียนหนังสือก็พอ น้าส่งเอ็งเรียนได้อยู่แล้ว”  น้าตะวันลูบหัวบอกกับผมเบา ๆ

“ขอบคุณครับน้าตะวัน”  ผมยิ้มบอกไป

พอถึงวันเสาร์ผมก็ต้องไปเรียนพิเศษเหมือนอย่างเคย หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้นมา

[ไอ้ทรายมึงอยู่ไหนวะ ออกจากบ้านมารึยัง...?]  ไอ้เรย์เพื่อนในกลุ่มโทรมาหาผม สมัยนี้พวกเด็กๆ ต่างก็มีโทรศัพท์ไว้ใช้กันทั้งนั้น  ผมก็มีพี่ดินซื้อให้

[กูเพิ่งกินข้าวเสร็จ กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ]  ผมบอกกับไอ้เรย์ไป

[รีบมานะโว้ย พวกไอ้แก้มมันก็ออกมากันแล้ว]  ไอ้เรย์มันบอก  เพื่อนในกลุ่มผมก็จะมี ไอ้เรย์ สปาย เธียเตอร์ (พวกผมจะเรียกมันว่าไอ้เตอร์)  แก้ม หนุงหนิง และก็แบมแบม

พอวางสายจากไอ้เรย์เสร็จ

“แม่ผมไปเรียนพิเศษแล้วนะครับ” ผมยกมือไหว้บอกกับแม่ไป  เสร็จก็เดินไปหาพี่ดิน

“พี่ดินผมไปเรียนแล้วนะครับ”  ผมบอกไป ส่วนน้าตะวันออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว ผมได้ยินพี่ดินกับแม่คุยกันว่าตอนนี้น้าตะวันเปิดบริษัทใหม่คงจะยุ่งน่าดู ผมเห็นน้าตะวันขับรถออกไปแต่เช้าทุกวัน แล้วพี่ดินก็เอาตังค์ค่าขนมกับค่ารถยื่นให้

“ขอบคุณครับพี่ดิน”  ผมยกมือไหว้แล้วรับเอาตังค์มา

“ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะไอ้ทราย”  พี่ดินบอกกับผม ผมยิ้มพยักหน้ารับแล้วก็รีบเดินออกจากบ้านไปยังหน้าปากซอย เพื่อขึ้นแท็กซี่ไปสยามซึ่งที่นี่เป็นศูนย์รวมของโรงเรียนกวดวิชามีเป็นร้อย ๆ แห่ง ทั้งของเด็กประถม มัธยม เสาร์อาทิตย์ที่นี่จะคึกคักไปด้วยนักเรียนที่มาเรียนพิเศษกัน และที่สำคัญมีร้านอาหารร้านขนม ห้างใหญ่ ๆ อยู่เพียบ หลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จผมกับเพื่อน ๆ ก็มักจะพากันไปนั่งกินไอติมกินขนมด้วยกันบ่อย ๆ

พอมาถึงผมก็เห็นพวกไอ้เรย์ยืนรออยู่ที่หน้าห้างกันจนครบ ผมรีบเดินตรงเข้าไปหาพวกมัน

“มาช้าว่ะมึงเนี่ย เหลือแต่มึงคนเดียวนะไอ้ทราย”  ไอ้เตอร์ทำหน้างอบอก

“รถมันติด มึงก็รู้บ้านกูอยู่ไกลสุด ไม่เหมือนมึงนี่หว่าเดินมาห้านาทีก็ถึง”  ผมบอกกับไอ้เตอร์ไป

“ป่ะ พวกเราไปเข้าเรียนกันเถอะ”  แล้วแก้มก็เอ่ยชวน

“พวกมึงเรียนเสร็จไปกินไอติมกันมั้ย...?”  แบมแบมบอกในขณะที่พวกเรากำลังเดินเข้าห้องเรียน แบมมักจะถูกมองว่าเป็นเด็กทอมอยู่เสมอ เพราะห้าวเหมือนผู้ชายตัดผมสั้น

“วันนี้เป็นคิวมึงเลี้ยงนะสปาย”  ผมบอกกับมันไป เพราะครั้งหน้าถึงจะเป็นคิวของผม

“เออ กูเตรียมตังค์มาแล้วโว้ย”  มันหันมายักคิ้วบอก

หลังจากที่เรียนพิเศษเสร็จพวกเราก็ชวนกันไปกินไอติมร้านเจ้าประจำ พอพวกผมกำลังจะเดินผ่านซอยเล็ก ๆ ซอยหนึ่ง ผมก็เหลือบไปเห็นมีกลุ่มเด็กผู้ชายน่าจะเป็นรุ่นพี่ที่อยู่ชั้น ม.ต้นประมาณห้าหกคนกำลังห้อมล้อมใครบางคนอยู่  ผมหยุดแล้วหันไปมองแต่ก็เห็นไม่ชัด เห็นแต่เพียงว่ามีเด็กโดนผลักล้มอยู่ตรงกลางโดยมีรุ่นพี่ล้อมหน้าล้อมหลังอยู่

“มีอะไรเหรอทราย...?”  แก้มเอ่ยถามพร้อมกับหันมองเข้าไปในซอย พวกไอ้เรย์ต่างก็หยุดเดินกันหมด

“เหมือนมีคนถูกรังแกเลยว่ะ”  ผมบอกกับพวกมันไป

“เราอย่าไปยุ่งดีกว่า ไอ้พวกนั้นคงจะรีดไถตังค์คนอื่นอีกตามเคย”  ไอ้เตอร์พูดขึ้น บ้านไอ้เตอร์อยู่แถว ๆ นี้มันเลยรู้ดี  ถ้าเด็กที่เดินอยู่คนเดียวมักจะถูกรุ่นพี่รีดไถตังค์อยู่บ่อย ๆ ไอ้พวกนั้นก็คงเป็นเด็กเจ้าถิ่นนักเลงโตแถว ๆนี้แหล่ะ 

“คนตั้งเยอะรุมคนคนเดียวได้ยังไง เดี๋ยวกูเข้าไปดูหน่อย”  ผมบอกกับเพื่อน ๆ ไป

“เฮ้ย ไอ้ทราย อย่าไปยุ่งดีกว่าไอ้พวกนั้นมันเป็นหัวโจกนะโว้ย ตัวก็โตกว่ามึงตั้งเยอะ”  ไอ้เรย์มันรีบดึงเสื้อห้ามผมเอาไว้

“แต่กูเห็นคนถูกรังแกไม่ได้ว่ะ ถ้าเป็นมึงโดนไอ้พวกนั้นกำลังล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ มึงจะรู้สึกยังไง...?”  ผมบอกกับไอ้เรย์ แล้วก็รีบเดินเข้าไปในซอย

“ตามไปเร็วพวกเรา”  ไอ้เรย์มันบอกกับเพื่อน ๆ แล้วรีบเดินมาผมเข้ามา

“ทำอะไรวะ..?”  ผมตะโกนบอกไป จนไอ้พวกนั้นมันหันมาจ้องผมตาเขม็ง

“ไอ้ทรายกูว่ากลับกันเถอะ”  ไอ้เตอร์มันกระตุกเสื้อผมยิก ๆ

“อยากเจ็บตัวหรือไงวะไอ้เปี๊ยก...?”  แล้วก็มีหนึ่งในนั้นตะโกนกลับมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“รังแกคนไม่มีทางสู้ เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ...?”  ผมบอกกับพวกมันไป

“ไอ้ทรายมึงจะมาเก่งอะไรตอนนี้”  ไอ้เตอร์หน้าซีดเป็นไก่ต้มบอกกับผม

“ตัวเท่าลูกหมาทำมาอวดดี อยากเจ็บตัวเดี๋ยวพวกกูจัดให้”  แล้วพวกมันก็เดินปรี่เข้ามาหาพวกผม

“กูไม่กลัวมึงหรอก ตัวโตกว่ากูนิดเดียวเอง”  ผมบอกไป

“ไอ้ทรายมึงไม่กลัวแต่กูกลัว”  ไอ้เตอร์หน้าเสียขยับแว่นตาไปมาพร้อมที่จะโกยแนบทันที

“แก้มพวกเธอหลบไปก่อน”  ผมหันไปบอก เพราะแก้ม หนุงหนิง แบมแบมเป็นผู้หญิงผมไม่อยากให้มาเสี่ยงด้วย

“กูไม่กลัว”  แบมตั้งการ์ดขึ้นสู้ทันที เพราะแบมมีนิสัยเหมือนกับผู้ชาย ห้าว ๆ ชอบเล่นเตะฟุตบอลกับพวกผมประจำ

“ไอ้แบมแกเป็นผู้หญิงนะ”  หนุงหนิงรีบห้ามแบมเอาไว้

“ผู้หญิงแล้วไงเพื่อนจะมีเรื่องกูไม่หนีหรอก”  แบมยังคงทำหน้าจริงจังอยู่ข้าง ๆ ผมไม่ยอมไปไหน

“เฮ้ย จัดการพวกมันเลยเสร็จแล้วค่อยไถตังค์มันต่อ วันนี้คงจะได้เยอะ”  มันหันไปบอกกับพรรคพวก แล้วก็ปรี่เข้ามาหาพวกผม ไอ้เตอร์รีบวิ่งโกยแนบออกไปทันที

“เก่งนักหรือมึงหน่ะ”  อั๊ก...!! มันผลักผมจนล้มก้มจ้ำเบ้า

“มึงทำเพื่อนกูเหรอวะ...?”  อั๊ก..!! ไอ้เรย์กระโดดถีบมันกลับไปจนมันล้มลงเช่นกัน ผมรีบลุกขึ้นยืน

ผั๊วะ...!! ผั๊วะ...!! อั๊ก...!! ตุบตั๊บ...!! อั๊ก...!! ผั๊วะ...!! จากนั้นพวกเราก็ตะลุมบอนชกต่อยกันชุลมุน  จนกระทั้ง

ปี๊ด....ปี๊ด...ปี๊ด....!! มีเสียงนกหวีดดังขึ้น พวกผมรีบหันไปมอง พวกมันก็เช่นกัน พอพวกมันเห็นว่ามีคนวิ่งเข้ามาในซอย

“ไปโว้ยพวกเรา”  พวกมันก็พากันวิ่งหนีไปทันที

“เป็นไงบ้างวะพวกมึง..?”  ไอ้เตอร์รีบเข้ามาถาม

“ไอ้เพื่อนเหี้ย พวกกูต่อยกับมันแทบตายแต่มึงแม่งวิ่งหนีหางจุกตูด”  ไอ้เรย์มันด่าไอ้เตอร์ไป

“กูไปลากพี่ รปภ.มาช่วยนี่ไง”  ไอ้เตอร์มันคงไปขอความช่วยเหลือ รปภ.ที่อยู่ในห้างแถว ๆ นี้ 

“ทรายเป็นยังไงบ้าง เจ็บมากมั้ย...? ปากแตกคิ้วแตกหมดเลย”  พวกหนุงหนิงเข้ามาถามกับผม

“ไม่เป็นไร”  ผมบอกกับเพื่อน ๆ ไป แล้วรีบเดินเข้าไปหาเด็กที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับผมที่เพิ่งถูกไอ้พวกนั้นมันรีบไถตังค์ไปเมื่อตะกี้ ผมยื่นมือส่งไปให้เพื่อที่จะช่วยเขาพยุงตัวลุกขึ้น แต่แล้วเขากลับไม่สนใจลุกขึ้นยืนเองแล้วปัดฝุ่นที่ติดตามเนื้อตามตัวออก เสร็จเขาก็เงยหน้ามองผม  ผมถึงกับตะลึง

“โห ผู้หญิงหรือผู้ชายวะ...? สวยชิบหาย”  แล้วไอ้เรย์ก็พูดขึ้น

“สวยจริง ๆ ด้วยว่ะ”  ไอ้เตอร์ถึงกับเคลิ้ม

“เราเป็นผู้ชาย..!!”  แล้วเด็กผู้ชายที่หน้าตาน่ารักเหมือนกับผู้หญิงก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ ผมมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เด็กชายที่มีใบหน้ารูปไข่ดูท่าทางเหมือนกับเด็กฝรั่งไม่มีผิด ผิวขาวราวกับหิมะ ขนตายาวงอนสวย แต่งตัวดี

“ตอนแรกคิดว่าเป็นเด็กฝรั่งซะอีก”  แก้มกระซิบบอกกับหนุงหนิง

“ก็คงเป็นฝรั่งนั่นแหล่ะไอ้แก้มแต่คงพูดไทยได้”  แก้มกับหนุงหนิงยังคุยกันไม่เลิก

“เป็นยังไงบ้างเจ็บตรงไหนหรือเปล่า...?”  ผมเอ่ยถามไปอีกครั้ง

“ไม่”  เด็กชายคนดังกล่าวบอกด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ พร้อมกับเดินผ่านผมไป

“หน้าตาดีซะเปล่าแต่มารยาทแย่”  แบมเท้าสะเอวพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจ เด็กชายคนดังกล่าวรีบหันขวับมองแบมทันที

“หรือไม่จริง พวกเราช่วยเอาไว้แท้ ๆ ไม่ขอบคุณซักคำ”   แบมเบะปากบอกไป แต่ดูเหมือนเด็กชายฝรั่งไม่สนใจในคำพูดของแบมเลยซักนิด แล้วเขาก็เดินออกจากซอยไป

“น่าจะปล่อยให้โดนอัดซะให้เข็ด”  แบมยังคงไม่พอใจตะโกนตามหลังเด็กชายฝรั่งไป

“ว่าแต่ทำไมน่ารักวะ...?”  ไอ้สปายยังคงเพ้อไม่เลิก

“เด็กฝรั่งมึงเห็นมีใครขี้เหล่บ้างวะ...?”  ไอ้เรย์มันตอบสปายไป

“กูว่าวันนี้ไม่ต้องกินอะไรมันแล้ว ดูจากสภาพแต่ละคน”  แบมหันมามองพวกผมแล้วก็พูดขึ้น

“ถ้างั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน หลบพ่อหลบแม่กันให้ดีนะโว้ย”   แบมยังคงเป็นห่วงพวกผม

“แกก็เหมือนกันแหล่ะไอ้แบม ดูสภาพแกซะก่อน”   หนุงหนิงบอกกับแบมไป ผมหันไปมองตามเลยอดขำไม่ได้ แบมมันเป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่ใจสู้เหมือนกับผู้ชายโดนผลักล้มตั้งหลายครั้งมันก็ยังลุกขึ้นมาสู้ต่อ

“ถ้างั้นกูกลับก่อนนะโว้ย”  ผมบอกกับเพื่อน ๆ ไป แล้วพวกเราต่างก็แยกย้ายกันกลับ

“จะทำยังไงดีเนี่ย วันนี้พี่ดินก็อยู่บ้านด้วยจะหลบยังไงดี...?”  ผมนั่งรถแท็กซี่กลับบ้านคิดมาตลอดทาง ถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่ดินกับน้าตะวันออกไปทำงาน ที่บ้านก็เหลือแม่อยู่คนเดียวผมเองก็พอจะหลบเลี่ยงได้บ้าง

พอกลับมาถึงผมก็ก้มหน้าก้มตาเดินเข้ามาในบ้าน ผมเหลือบไปเห็นพี่จอมนั่งคุยอยู่กับพี่ดิน

“ตายแน่”   ผมได้แต่คิด ใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ

“สวัสดีครับพี่จอม พี่ดิน”  ผมก้มหน้าก้มตายกมือไหว้กล่าวทักทายแล้วรีบเดินขึ้นบันไดจะกลับห้อง

“เดี๋ยวไอ้ทราย มึงลงมานี่ก่อน”  แล้วเสียงพี่ดินก็ดังขึ้น ผมหยุดเดิน

เฮ้ออออออออออ พร้อมกับถอนหายใจยาว แล้วค่อย ๆ เดินกลับลงบันไดมา

“เงยหน้าขึ้นสิ”  พี่ดินบอกกับผม ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

“ไอ้ทราย มึงไปทำอะไรมา...?”  พี่ดินตกใจรีบถามผม

“เอ่อ คือ คือว่า”  ผมได้แต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

“ถ้างั้นกูกลับก่อนนะโว้ย ไว้เจอกัน”  พี่จอมบอกกับพี่ดินแล้วเดินออกจากบ้านไป

“ไอ้ทรายมึงไปมีเรื่องมาใช่มั้ย...?”  พี่ดินถามกับผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง  ผมได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่ยอมตอบ

“ปกติแล้วมึงไม่ใช่เป็นคนเกเรแบบนี้นี่ไอ้ทราย มึงไปมีเรื่องกับใครมา...?”  พี่ดินคงผิดหวังในตัวผม

“ผมขอโทษครับพี่ดิน”  ผมรู้สึกผิดบอกกับพี่ดินไป

“ไหนมึงเล่ามาให้กูฟังหน่อยดิ๊”  พี่ดินบอกกับผมอีกครั้ง

“หลังจากที่เลิกเรียนพิเศษผมกับเพื่อน ๆ เห็นคนถูกรังแกเลยเข้าไปช่วยครับพี่ดิน”  ผมเงยหน้าบอกไปตามความจริง

“แล้วนี่มีใครเป็นอะไรมากมั้ย...?”  พี่ดินถามด้วยความเป็นห่วง

“ก็เจ็บคนละเล็กละน้อยครับพี่ดิน”  ผมบอกไป

“นั่งลงเดี๋ยวกูไปเอายามาทาให้”  พี่ดินบอกแล้วก็เดินไปหยิบเอากล่องยามา

“เป็นพระเอกขึ้นมาเชียวนะมึงเนี่ย”  พี่ดินค่อย ๆเอาสำลีที่มียาเบตาดีนแตะเข้ากับแผล

“ก็ไอ้พวกนั้นมันมีกันตั้งเยอะรังแกคนคนเดียวนี่พี่ดิน ผมเห็นแล้วก็อดไม่ได้”  ผมบอกไป

“แล้วมึงก็เป็นพระเอกเข้าไปช่วยนางเอกว่างั้น...?”  พี่ดินถามกับผม

“ไม่ใช่นางเอกซะหน่อย เขาเป็นผู้ชาย”  ผมบอกไป พี่ดินหยุดมือแล้วมองหน้าผม

“คนที่ผมช่วยเป็นผู้ชายครับพี่ดิน เป็นฝรั่งด้วย หน้าตาอย่างกับผู้หญิง พวกไอ้เรย์มันยังบอกเลย” 

“แต่พอพวกผมเข้าไปช่วยแล้วกลับไม่ขอบคุณซักคำ หรือว่าเด็กฝรั่งเขาจะไม่ขอบคุณกันหรือเปล่าก็ไม่รู้”  ผมบอกกับพี่ดินไป

“ทีหลังก็หัดระวังซะบ้าง ถ้าเกิดไอ้พวกนั้นมันมีอาวุธพวกมึงจะลำบาก”  พี่ดินบอกกับผม

“ครับพี่ดิน” 

ผมยังนึกถึงใบหน้าสวย ๆ นั่นได้อยู่เสมอ แววตาตอนที่เขามองผม ผมกลับรู้สึกแปลก ๆ ยังไงชอบกล




..................................................................................

To be continue..........................

..................................................................................


คนที่ทรายเจอจะเป็นขนมปังหรือเปล่า พรุ่งนี้กลับมาติดตามกันได้นะคะ ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ 

ส่วนเมฆก็ยังเจอปัญหาทั้งเรื่องแม่ เมียเก่า และลูกชาย เมฆจะตัดสินใจทำอย่างไร โปรดคอยติดตาม

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาหยอดดาวหยอดเหรียญใส่กระปุกออมสินนะคะ

ขอบพระคุณที่กรุณาติดตามและคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}