ทูลเกล้าฯ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 6.สืบหา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2561 20:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6.สืบหา
แบบอักษร

' บางครั้งอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร ทำไมถึงคุ้นเคย หรือมันเป็นสายสัมพันธ์อะไรบางอย่างหากเป็นเช่นนั้นจริงมันก็เป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่หาคำตอบไม่ได้? '

กระดาษเอสี่ที่สือข้อมูลของพุดซ้อนและบุตรชายถูกขุนพลนั่งอ่านและพิจารณาถึงข้อมูลที่ได้รับอย่างชัดเจน เนื้อหาเล่ารายละเอียดตั้งแต่พุดช้อนและแม่ถูกเขาไล่ออกจากบ้าน ผู้เป็นมารดาได้เสียชีวิตลง พุดซ้อนเองก็ตั้งครรภ์อ่อนๆแม้ประวัติการศึกษาจะทำให้หางานอย่างง่ายดาย แต่จะมีบริษัทไหนรับพนังงานที่ตั้งครรภ์

คงมีแค่พี่ระหัสที่เห็นใจและรับเขาเข้าทำงาน

อ่านมาจนถึงคนลูกที่ใช้นามสกุลคนแม่ ใจของขุนพลเต้นรัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทุกตัวอักษรที่ขุนพลอ่านหากเป็นคนอื่นคงนึกสงสาร แต่สำหรับขุนพลแล้วนี้มันสะใจเขามาก

"คงจะร่านจนไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อคงลูกละสิ หึอยากเห็นหน้าไอ้เจ้าของน้ำเชื้อจริง" ขุนพลคงเป็นคนโง่จริงๆที่ไม่รู้ว่าไอ้เจ้าของน้ำเชื้อก็คือตนนั้นแหละ

"ต้องไปทักทายหน่อยแล้ว" กายหนาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานราคาแพง ตาดุคมจ้องไปยังนอกหน้าต่างที่สีท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มนวล ก่อนจะพาร่างตัวเองไปยังรถคันหรูที่จอดไว้

ถนนที่แน่นไปด้วยรถลาในเวลาที่เหล่ามนุษย์ต้องกลับไปยังที่อยู่อาศัย มองออกไปยังท้องถนนปล่อยความคิดแล่นไปจนไฟเขียวถึงได้เริ่มขยับรถไปตามเส้นทาง

ใช้เวลานานกว่ารถคันหรูจะถึงที่หมาย บ้านหลังเล็กที่ถูกจัดอย่างลงตัว ขุนพลพาร่างตัวเองออกจากรถ สมองสั่งการให้เขาพาตัวเองเข้าสู่ตัวบ้าน สายตาของเขายังคงมองสำรวจทุกอย่างในบ้านหลังเล็ก

เจ้าของบ้านไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าตอนนี้เขาถูกคนบุกรุกบ้านเข้าเสียแล้ว ขุนพลยังคงจ้องมองร่างที่คุ้นเคยที่ยุ่งอยู่กับการทำอาหาร

"ไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นทำให้ทัพพีที่อยู่ในมือหลุดกระทบกับพื้น หมุดตัวปะทะกับคนที่โหยหามาตลอด อยากวิ่งเข้าไปกอดแต่ทำได้เพียงแค่คิด เพราะสถานะที่ได้รับตอนนี้เป็นแค่คนถูกเกลียดชัง

"คะ...คุณขุนพล"

"นึกว่าลืมผัวเก่ามึงไปแล้ว" คำพูดของขุนพลทำเอาพุดช้อนใจแทบขาด ผีห่าตนไหนเข้าสิงคุณขุนพลของเขา คำหยาบที่เขาไม่เคยได้ยินจากคนที่เขารัก

ขายาวของขุนพลก้าวประชิดอีกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ร่าน" อีกแล้ว ริมฝีปากหนาเอ่ยกระซิบแผ่วเบาแต่กลับเป็นคำที่ไม่หอมหวานเอาเสียเลย

"ได้กับกูแล้วรูคึกเหรอเลยวิ่งหาผู้อื่นมาเสียบ" ชาไปทั่วตัวกับคำพูดของอีกคน พุดซ้อนจ้องมองดวงตาที่เคยอ่อนโยนในวันวาน หากวันนี้เป็นสายตาที่เกลียดชังเข้ามาแทน

"ฮึก..." น้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ไหลทะลักออกมาจากดวงตาสวย น้ำตาที่ไหลรินทำให้ดวงตามันเบลอภาพคนตรงหน้านี้เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าน้ำตามีประโยชน์

"ยอมรับความจริงไม่ได้ละสิ" ทำไมพุดซ้อนจะยอมรับความจริงไม่ได้ ในเมื่อความจริงของเขาไม่ได้มีใครนอกจากคนใจร้ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"ใครอยู่กับม๊า" เจ้าตัวกลมที่เพิ่งตื่นนอนเดินงัวเงียใช้มือขยี้ตามองทั้งคู่ พุดซ้อนรีบเช็ดน้ำตาให้หมดจากดวงตา ขุนพลปล่อยการคุมคามให้อีกคนเป็นอิสระ พุดซ้อนเดินไปหาลูกชายก่อนจะอุ้มขึ้นมานั่งบนเก้าอี้สีครีมที่คู่มากับโต๊ะตัวยาว

สถานะการยังปะติดปะต่อไม่ได้ ทำเอาทั้งคู่ทำตัวไม่ถูก นินจาเอาคางเกยกับโต๊ะตัวยาวจ้องมองคนตัวสูงที่ถือวิสาสะนั่งตรงข้าม พุดซ้อนหัวใจเต้นรัวกับภาพตรงหน้านับว่าเป็นครั้งแรกที่ลูกได้อยู่ใกล้คนพ่อ แม้ขุนพลจะทำหน้าดุแค่ไหนเจ้าตัวกลมยังคงส่งยิ้มให้

อยู่ๆเจ้าตัวกับดีดตัวขึ้นก่อนจะยกมือไหว้คนตรงหน้า

" นินจาลืมไปเลย สวัสดีครับ" มะม๊าเคยสอนไหว้ว่าหากเจอผู้ใหญ่ให้ไหว้ แสดงถึงความมีมารยาท

ขุนพลไม่ได้สนใจนัก แต่ก็ไม่ได้ละสายตาออกห่าง

พุดช้อนตักแกงจืดใส่ชามแล้วนำไข่เจียวหมูสับของชอบเจ้าตัวมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะตักข้าวใส่จานเพียงแค่สองจาน

"แล้วกะ...ฮะแอ่ม แล้วฉันละ" เกือบพูดคำว่ากูต่อหน้าลูก พุดซ้อนขมวดคิ้วงงกับคนตัวสูงมานั่งน่ามึนในบ้านเขาแล้วยังจะขอข้าวเขากินอีก

"หมายถึงอะไรครับ"

"ข้าวละ" พุดช้อนไม่ตอบอะไรเลือกที่จะเดินไปหยิบจานแล้วตักข้าวสวยร้อนๆให้อีกคน

ฉากในจินตนาการที่วาดฝันไว้เกิดขึ้นจริงแล้ว การที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นสิ่งที่ร่างบางวอนขอต่อพระเจ้า

ขุนพลตักแกงจืดที่เขาคุ้นเคยมาคุกเคล้ากับข้าวก่อนจะนำเข้าปากลิ้มรสชาติที่โหยหาในจิตใต้สำนึก

กับข้าวง่ายๆที่ปกติเขากับลูกทานแค่สองคนแต่วันนี้มีแขกที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ทำให้อาหารที่ปกติจะเหลือวันนี้หมดจนต้องอยากถามว่าไปอดอยากมาจากไหน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นคัดจังหวะ พุดซ้อนมองลูกชายที่ยังคงนั่งทานขนมเค้กชิ้นโปรด เขาไม่อยากทิ้งลูกไว้กับอีกคนเพียงลำพัง

"ไปเถอะ" เหมือนขุนพลอ่านใจเขาได้รู้ว่าเขาคิดห่วงลูก ชั่งใจเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินออกไปจากห้องครัว

เหลือเพียงขุนพลกับเจ้าตัวกลมที่นั่งก้มหน้าตักชิ้นเค้กเข้าปาก

"อร่อยเหรอ" ไม่รู้ทำไมเขาจึงออกปากเอ่ยถามไปเช่นนั้น

คนตัวเล็กพยักหน้างึกงัก

"ครับ นินจาชอบ" ตอบคนพ่ออย่างไร้เดียงสา

"ชื่อนินจา? ฉันชื่อขุนพลนะ"

"ขุนพล คนเดียวกับที่มะม๊าร้องไห้หาหรือเปล่านะ" เป็นเพียงประโยคพึมพัมที่คนอยากรู้ตั้งใจฟัง แม้จะได้ยินไม่ชัดใจยังเต้นระรัว

"เมื่อกี้เราพูดว่าอะไรนะ" นินจาส่ายหน้าแก้ต่าง ก่อนจะก้มตักเค้กเข้าปาก

พุดซ้อนเดินเข้ามาในครัวมองไปยังบุคคลที่สาม ขุนพลยังคงนั่งกอดอกมองคนลูกอยู่ไม่ห่าง

"คุณจะออกไปจากบ้านผมได้หรือยังครับ"

พุดช้อนเอ่ยถาม ใบหน้าคมหันไปถามเสียงเรียกอีกคนก่อนจะสาวเท้าเข้าปะชิดตัวอีกคน ฉุดแขนเรียวให้เดินตามตนออกมาจากห้องครัว ปล่อยเจ้าตัวกลมมองตามงุนงงสถานการณ์ตรงหน้า

แขนเรียวบิดไปมาให้หลุดพ้นจากพันธนาการของอีกคน แต่เหมือนยิ่งดิ้น ยิ่งบีบรัดจนแขนเกิดรอยแดง

"ปล่อยผมนะคุณขุนพล"

"ไม่ปล่อย" คำขอร้องไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายหันมาประชันหน้าดวงแววตาโหดร้าย

"ทำไมพุดซ้อน กูรักมึงขนาดนี้ ทำไมมึงถึงทำร้ายกูด้วยการไปยืนจูบกับพี่นาวิน" ไม่เลยคุณขุนพล สิ่งที่คุณเห็นนั้นมันไม่ใช่ความจริงเลยสักนิด

พุดช้อนทำได้เพียงเว่าวอนในใจ

"มึงจูบกับนาวินกูยังไม่โกธรเท่ามึงบอกให้พ่อส่งกูไปต่างประเทศ" ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงเสียงร่ำร้องของร่างบางเป็นการตอบรับ

ขุนพลสบัดแขนร่างบางอย่างไม่ใยดี

"เจ้าเอาไว้นะพุดช้อน กูเคยรักมึงมากเท่าไหร่ กูก็จะเกลียดมึงมากเท่านั้น กับไอ้เด็กนั้นด้วย" ยืนให้เขาใช้นิ้วชี้หน้าด่า ก้มหน้าก้มตายอมรับผิด จะเกลียดชังเขาแค่ไหนก็ตาม อยากอ้อนวอนให้เอ็นดูลูกบ้าง

"ฮึก...." อยากอธิบายทุกอย่างแต่ทำได้เพียงเก็บมันไว้ภายในเอาไว้ เพียงคืนนั้นคืนเดียวที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น