vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 17 (100%) คู่รอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 17 (100%) คู่รอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2561 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 17 (100%) คู่รอง
แบบอักษร

ตอนที่ 17

[PART: โฟม]

                “ว่ายังไงครับ พี่โฟม” เสียงเข้มดังจี้อยู่ทำเอาผมแทบกลืนน้ำลายไม่ลง ฝนที่ยังคงกระหน่ำตกลงมาทำให้อากาศเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ๆ ผมเม้มปากอย่างครุ่นคิด หรือมันจะเป็นเหมือนที่ไอ้ขุนว่าจริง ๆ


                ‘อาจจะถึงเวลาของเราสองคนได้เรียนรู้ใจกันและกันแล้วก็ได้’

                “มึงน่าจะรู้อยู่แล้ว ถามกูทำไม” ผมบอกเลี่ยงพลางขยับออกจากแขนของมันที่กั้นผมไว้ชิดผนังบันไดลื่น             แต่ขุนเขยิบเข้ามาประชิดผมอีก หน้ามึงจะชิดจนจูบกูได้อยู่แล้ว...พูดให้ตัวเองเขินทำไมวะไอ้โฟม


                “ผมไม่รู้ ถ้ารู้จะมาถามทำไมล่ะ” ขุนตอบกวนพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์...ไอ้เชี่ยเดี๋ยวก็ต่อยซ้ำหรอก!


                “...” ผมยังคงเงียบ เขินโว้ย จู่ ๆ จะให้มาบอกคนที่แอบชอบมานานตรง ๆ มันก็ยังไงอยู่


                “พี่โฟม อย่าปล่อยให้หัวใจผมรอนานสิครับ ผมรอพี่ให้คำตอบอยู่นะ” แววตาคมเข้มจับจ้องอยู่ที่ผม และพูดประโยคที่ทำให้ผมฮึดมาก “เป็นเทรนฝึกต้องเด็ดขาดไม่ใช่เหรอครับ” โอ้โห...มันเล่นถึงยศเทรนฝึกของผมเลยครับ


                บอกก็บอกวะ...


                “เออ!...กู...มึง” ผมพูดออกไป ทว่าคำว่า ‘รัก’ เสียงแผ่วเบาสุด ๆ จนขุนมันเลิกคิ้วขึ้นกับความกวนของผม


                “ทำไมคำมันขาดหายล่ะครับ นี่พี่ตกวิชาภาษาไทยเหรอ” มันหัวเราะ มึงก็ตกอังกฤษเหมือนกันล่ะวะ


                “กูพูดแล้ว มึงหูไม่ดีเองต่างหาก โอ๊ะ...ฝนจะหยุดตกละ อ๊ะ...ไอ้ขุน!” ผมชี้ออกไปข้างนอกเพื่อเปลี่ยนเรื่อง แต่ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อโดนไอ้ขุนผลักลงกับพื้น เฮ้ย...ไอ้เชี่ยอะไรของมันเนี่ย ผมตาโต


                “ผมอ่อนโยนด้วยแล้ว พี่ดื้อเหรอครับ”


                “ไอ้ขุน มึงจะทำอะไร อย่าแม้แต่จะคิดนะ” ผมใช้มือดันแผงอกตรงหน้าที่ตรงกับหัวใจของมันพอดี ใจขุนเต้นแรงมาก มือไม้ที่ไวของมันเลิกเสื้อของผมขึ้น กูจะร้องจริง ๆ นะเว้ย...


                “ผมไม่ได้คิด แต่จะทำเลย” เสียงเข้มดังขึ้นไม่มีท่าทีล้อเล่น ผมปัดมือของมันออกพัลวัน


                “หยุดเลยนะมึง จะทำอะไรวะทำไมต้องมาเปิดเสื้อกู”


                “ปล้ำพี่ไงล่ะ ถามได้” มันตอบอย่างหน้าด้าน มึงจะมาปล้ำกูหน้าด้าน ๆ แบบนี้ไม่ได้โว้ย! จังหวะผมไวกว่าไอ้ขุนที่มัวแต่มองหน้าผมอยู่ ผมยกเข่าเตะน้องชายของมัน กะจะให้โดนเต็ม ๆ


                แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ ขุนใช้ขาล็อคตัวผมให้พลิกขึ้นไปอยู่ข้างบนแทน กลายเป็นผมเองที่ร้องเสียงหลงเพราะตกใจ


                “เฮ้ย ไอ้ขุนมึงทำบ้าอะไรวะ” ผมขึ้นมานั่งคร่อมขุนอยู่ แถมมือหนายังเลื่อนมาประคองเอวของผมไว้อีก โอ๊ย มึงจะมาทำท่าทีแบบนี้ใส่กูไม่ได้ ผมไม่ได้หัวใจแข็งแรง ถ้ามีคนผ่านไปผ่านมาแถวนี้คงจะมีคนมองแปลก ๆ ว่าไอ้สองคนนี้มันมาเล่นอะไรกันใต้บันไดลื่นของเด็กน้อย


                “ผมก็จะทำให้พี่เป็นของผมยังไงล่ะครับ รวบรัดไปเลย ถ้าพี่ไม่ยอมบอกความรู้สึกผมมาตรงๆ”


                “กูบอกมึงไปแล้วไงวะ หูตึงเหรอ” ผมด่ามันเข้าให้และพยายามที่จะไม่ขยับตัว เพราะผมนั่งคร่อมมันอยู่คงไม่ดีถ้าคิดขยับตัวแม้แต่เล็กน้อย ขุนกระตุกยิ้ม


                “เลือกเอานะครับว่าพี่จะยอมตกเป็นของผมที่นี่ หรือจะเลือกที่เอง” จู่ ๆ คำถามกวนประสาทก็ถูกเอ่ยออกมาจากปากไอ้บ้าตรงหน้าผม โอ๊ย กูหลงรักไอ้โรคจิตนี่มาตั้งนานได้ยังไง...


                “กูไม่เลือก ปล่อยกู...อื้อ หยุดนะ” ผมรู้สึกวูบเมื่อโดนมือหนาเลื่อนมือไปสัมผัสแผ่นหลังของผมที่ไวต่อสัมผัส


                “หึ ๆ ไม่ครับ ไม่ปล่อย” ขุนหัวเราะในลำคอเหมือนพอใจมาก ผมมองหน้ามันก่อนจะเริ่มน้ำตาคลอด้วยความกลัวขึ้นมา ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้นี่ ผมยังไม่ได้เตรียมใจอะไรเลยไหมล่ะ...

และน้ำตาที่ซึมออกมาของผมทำให้ขุนหยุดกึกพร้อมรีบลุกขึ้นนั่งอย่างหน้าตาตื่น


                “พี่โฟม ร้องไห้ทำไม ตกใจเหรอครับ” ผมเอามือทุบอกของมัน


                “ไม่ได้ร้อง กูเป็นผู้ชายนะจะร้องทำไม...มึงแกล้งกูอีกแล้วเหรอไอ้ขุน ไอ้หมา!” ผมเอามือขยี้ตาเบา ๆ ขุนเลยรีบจับมือไว้ด้วยความห่วง


                “อ้าว ทำไมด่าว่าที่แฟนเป็นหมาล่ะครับ อย่าขยี้เดี๋ยวแสบตา” ผมชะงัก


                “มึงพูดว่าอะไรนะเมื่อกี้” ดูเหมือนขุนเองจะหน้าแดงขึ้นมานิด ๆ เมื่อรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา คำที่มันพูดเมื่อกี้ทำให้หัวใจของผมพองโต


                แถมมันยังเป็นคำที่ผมรอคอยมานาน...


                “ผมไม่ได้จะทำอะไรพี่จริง ๆ หรอกครับ ที่จริงก็อยากขอให้เป็นเรื่องเป็นราวก่อน” ขุนเกาแก้มตัวเองแก้เขิน มึงมีอะไรต้องเขินวะ ทำถึงขนาดนี้แล้วไอ้ฟาย...


                “พูดเหมือนมีหลักการเนอะ” ผมส่ายหน้าเอือม ขุนยิ้ม


                “ถ้าผมไม่เกรงใจพี่ก็กะจะไปขอกับพ่อแม่พี่เลยด้วยซ้ำ ว่าอยากแต่งเมียแล้ว โอ๊ย อย่าเขกหัวสิ” ผมเอามือเขกหัวของไอ้ขุนไม่แรงนัก แต่มันทำหน้าเหมือนเจ็บมาก หรือเจ็บจริง ๆ วะ ขุนเอามือกุมหัว


                “พูดอะไรของมึง เจ็บมากเหรอ...” ผมถามห่วงทั้งที่ตัวเองเพิ่งตีมันไปหยก ๆ อะไรของกูครับไอ้โฟม...


                “อือ เจ็บ...เจ็บตรงนี้ที่หัวใจ” มันทำหน้าซึมก่อนจะร้องเพลงออกมา ทำเอาผมอยากกระโดดถีบมันออกไปจากบันไดลื่นมาก ร้องเพลงไม่พอยังมีหน้ามาทำท่าทางประกอบอีก


                แปะ! ผมดีดหน้าผากของมันที่ยิ้มกว้าง


                “พี่โฟมเลี่ยงคำตอบ นี่ถามมาจะชั่วโมงแล้วนะพี่ ตกลงพี่คิดยังไง ขอชัด ๆ อีกสักรอบ” ขุนมันถามทวง เออ...แม่ง ทวงคำตอบอยู่ได้ แต่พอมันจ้องหน้าผมอยู่แบบนี้แล้วไปไม่เป็นทุกที ผมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ


                “หลับตาลง” ผมพูดขึ้น ไอ้ขุนทำหน้าสงสัยสุดขีด


                “หลับทำไมครับ อ่า...หลับครับหลับ” มันถามตามประสามันก่อนจะโดนสายตาดุของผมมอง ขุนรีบหลับตาลงตามที่ผมสั่งทันที ผมมองใบหน้าผู้ชายตรงหน้าตรง ๆ และทำในสิ่งที่ทำเอาไอ้ขุนรีบลืมตาขึ้น


                ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากของผมจูบเบา ๆ ตรงปากของขุน แล้วรีบหันหลังไม่เผชิญหน้ากับมัน


                “กูรักมึง..” ผมพูดออกมาแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกคำ แถมมันเองก็น่าจะได้ยินชัดเจน


                “พี่โฟม!!” มันตะโกนออกมาเสียงดังลั่น เออ...ตะโกนทำซากอะไรของมึง “พี่...หันมามองหน้าผมหน่อย โอ๊ย อยากเอาเครื่องอัดเสียงมาอัดไว้ พูดอีกทีได้ไหม”


                “ไม่พูด อ๊ะ ไอ้ขุนอย่ามาเกาะแกะเอวกู...” ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนาเลื่อนมาโอบเอวของผมจากด้านหลังแล้วดึงผมเข้าไปกอดไว้ ระหว่างที่กำลังแกะมือของขุนอยู่ ผมก็หยุดการกระทำทุกอย่างเพราะใบหน้าหล่อที่ซบลงตรงไหล่ซ้ายของผม กำลังถ่ายทอดความอบอุ่นที่พาหัวใจผมให้เต้นระทึก


                “เฮ้อ ในที่สุดผมก็ได้ฟังเสียงหัวใจของพี่สักที...” ขุนถอนหายใจเหมือนโล่งใจ มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันเองดีใจที่ผมบอกความรู้สึก

“พี่โฟมครับ...คบกับขุนนะ” คำถามถูกยิงตรงประเด็นมาใส่ผม มึงนี่ชอบถามอะไรตรง ๆ จนเกือบทำกูหัวใจวายหลายรอบแล้วนะ..ดีจังครับที่นั่งหันหลังให้มัน เพราะผมรับรู้ได้ว่าหน้าของผมแดงมาก


                “กูบอกไปขนาดนี้แล้วยังไม่ชัดเจนอีกเหรอวะ อย่ามาถามกูทุกเรื่องได้ไหม”


                “หึ ก็อยากถาม อยากขออนุญาตก่อน ผมอยากให้พี่โฟมยอมพูดความรู้สึกมากกว่านี้ ผมอยากให้พี่บอกผมว่าอยากได้อะไร ไม่อยากให้เก็บเงียบอีก พี่รู้ไหมว่านิสัยของพี่เป็นแบบนี้ตลอด” เสียงเข้มดังใกล้ ๆ จนผมรู้สึกจั๊กจี้ ผมจะขยับตัวออกแต่วงแขนของขุนกอดเอวผมไม่ปล่อย


                “ปกติกูก็พูด”


                “แต่ไม่ได้พูดความรู้สึกออกมาเยอะ ๆ นี่ครับ ต่อไปนี้เราเป็นแฟนกันแล้ว พี่งอแงกับผมได้นะ” คำว่า แฟน ที่ถูกเน้นทำเอาผมหน้าร้อนวูบอย่างกับสาวน้อย ผมไม่ได้เป็นสาวน้อยโว้ย...พูดกับตัวเองเหมือนคนบ้าอีกแล้ว ผมเอียงตัวไปมองขุนที่โน้มหน้าลงมาเรื่อย ๆ ผมไม่ได้หลบ


                “กูไม่ใช่ผู้หญิง...ถ้างอแงมึงจะรับได้เหรอ” ผมจะปฏิเสธแต่แววตาอ่อนโยนจนผมเผลอพูดออกไป


                คำตอบจากขุนไม่ใช่คำพูด กลับเป็นจูบที่แสนแผ่วเบาและหนักแน่น...จูบละลายใจของขุนเหมือนกุญแจหัวใจที่ผมคิดว่า ผมทำมันหายไปนานแล้ว ผมคิดเสมอว่าตัวเองจะชินกับความเจ็บกับการแอบรักข้างเดียว และในไม่นานผมน่าจะตัดใจได้ พอมาถึงตอนนี้ผมรู้เลยครับว่า การรักใครสักคนการจะลืมคน ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว

                “อื้อออ...” ผมเอามือไปกำเสื้อของขุน มือหนากำลังเลื่อนเข้าไปใต้เสื้อของผมอย่างคุมไม่ได้ ขุนดูดเม้มริมฝีปากของผมอย่างเอาแต่ใจ ก่อนที่เราสองคนจะผละออกจากกันเมื่อได้ยินเสียงทัก


                “พี่ชายฮะ” เด็กผู้ชายตัวน้อยใส่ซื้อกันฝนสีเหลืองตัวน้อยยืนมองพวกผมตาปริบ ๆ  ในมือน้อยนั่นมีร่มหนึ่งคัน


                “เด็กน้อยมาทำอะไรแถวนี้” ไอ้ขุนผู้รักเด็กยิ้มให้เด็กชายที่ยื่นร่มมาให้


                “ผมเห็นพี่สองคนจุ๊บ ๆ กันอยู่ตรงนี้นานแล้วฮะ ฝนท่าทางจะตกนานฮะ ผมเลยขอร่มกับแม่เอามาให้พี่ ๆ” ผมตาโตกับประโยคที่เด็กพูดออกมา ไอ้เชี่ย...เด็กเห็นพวกผมจูบกัน ผมหันขวับไปมองหน้าไอ้ขุนที่หัวเราะพอใจ แทนที่มันจะอายเด็กบ้างโว้ย


                “ขอบคุณมากครับ สำหรับร่ม” ขุนรับร่มไป


                “ไม่เป็นไรฮะ ผมซื้อร่มจากเซเว่นมา...พี่ชายฮะ” เด็กชายตัวน้อยสะกิดแขนผมให้หันไปมอง


                “พี่สาวเป็นแฟนของพี่ชายคนนี้ใช่ไหมฮะ” หา...เมื่อกี้เด็กเรียกผมว่าพี่สาวเหรอ เฮ้ย กูไม่ได้สาวขนาดนั้นนะเฟ้ย ไอ้ขุนดูชอบอกชอบใจมากกับการที่ผมโดนเรียกแบบนั้น เด็กยังคงยืนมองตาแป๋ว กะเอาร่มมาให้รึว่ามาสัมภาษณ์กูวะ...


                “ตอบเด็กไปสิครับพี่โฟม เขาจะได้กลับบ้านเดี๋ยวฝนตกหนักอีกนะ” ขุนพูดขึ้น เหมือนมันจ้างไอ้เด็กนี่มาเลยแฮะ ทำไมจังหวะมันต้องเหมาะเจาะ หรือกูคิดมากไปหน่อย...


                “อือ พี่เป็นแฟนของไอ้นี่เองแหละ” ผมตอบออกไปขุนยิ้มพอใจ เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าหงึก ๆ


                “รักกันนาน ๆ นะฮะ” เด็กน้อยโบกมือให้พวกผมก่อนจะวิ่งออกไปจากตรงนี้ เห็นแต่ใส่เสื้อกันฝนวิ่งดุ๊กดิ๊ก ๆ หายไป ผมหันกลับมามองไอ้คนที่หัวเราะคิกคักอยู่


                “หัวเราะอะไรของมึงไม่ทราบไอ้ขุน” มันส่ายหน้าพลางกางร่มที่เด็กเพิ่งให้มา ดูบังเอิญดีเนอะ อยู่ ๆ ก็ได้ร่มกลับบ้านซะงั้น แต่ดีแล้วครับเพราะถ้าอยู่กับไอ้ขุนที่นี่นาน ๆ ผมว่าผมอาจจะไม่รอด เกิดมันคึกขึ้นมาจับผมกดลงจะทำยังไงล่ะ


                ให้เวลากูไปเลือกสถานที่มาก่อนได้ไหมล่ะ...อ้าว ไม่ใช่แล้วครับไอ้โฟม


                “เปล่าครับ ไม่ได้หัวเราะ...แค่จะบอกว่าพี่น่ารักดี” มันยักคิ้วจึก ๆ


                “กูว่าเราควรกลับบ้านกันได้ละ กูง่วง” ผมบอกขึ้นพอมองเวลาตรงนาฬิกาของขุน


                “ได้ครับ เดี๋ยวผมจะไปส่งพี่ถึงบ้านเลย จะไปไหว้พ่อตาแม่ยายด้วย พี่โฟมรอด้วย” ผมลุกขึ้นจะออกไปจากบันไดลื่นขุนเลยรีบเดินตามออกมาด้วย มันมัวแต่พล่ามเรื่องของผมอยู่ได้ รู้แล้วล่ะว่ากูเป็นแฟน...


                ผมแอบอมยิ้ม ผมจะกลับไปกรี๊ดที่บ้านโดยที่ไม่ให้ไอ้ขุนมันรู้...


                ระหว่างทางที่มันเดินมาส่งผมที่บ้าน มันเล่าเรื่องนู่นเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับเรื่องของผมให้ฟัง ทำให้ผมรู้ว่าที่ผ่านมาขุนไม่เคยละเลยความรู้สึกผมแม้แต่นิดเดียว (หัวใจพองโตขึ้นมาเลยว่ะ...) มันรู้เรื่องของผมเยอะมาก บางเรื่องที่คิดว่ามันไม่น่าจะรู้มันก็ยังรู้ แถมมันยังเป็นพวกขี้แกล้งคนอื่นอีกครับ...



                หลายวันต่อมา

                ผมเพิ่งรู้ว่านิสัยของไอ้ขุนคือ แม่งเป็นพวกขี้อวดมาก...ดูมันสิครับ!


                “คุณแฟนครับ วันนี้ต้องซ้อมตามตารางใช่ไหม” เสียงเข้มดังขึ้นแสดงความเป็นเจ้าของผมสุด ๆ จะเป็นเสียงใครไปได้ถ้าไม่ใช่ไอ้ขุน นักมวยค่ายขุนไกร... พวกเด็กฝึกในค่ายคนอื่นพากันล้อพร้อมกัน ทั้ง ๆ ที่ผมน่าจะชินเพราะมันเล่นป่าวประกาศไปทั่ว ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เริ่มคบกัน


                “ฮิ้ว อะไรจะหวานกันตั้งแต่เช้าพี่ขุน พวกผมอิจฉาตาร้อนไปหมดแล้ว” ผมจดบันทึกอยู่เงยหน้ามองดุ ๆ จนพวกมันรีบเงียบ แต่ยังพากันหัวเราะคิกคัก

                “พวกมึงไม่มีซ้อมรึไง ไปซ้อม! ส่วนมึงไอ้ขุนตามกูมานี่” ผมสั่งเสียงเข้ม ขุนยักคิ้วให้ลูกน้องมันก่อนเดินตามผมมาทางสังเวียนมวยอีกทาง


                “มึงห่างการแข่งมาสักพักแล้ว อยากจะลงแข่งอะไรหน่อยไหม” ผมหยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับไปหาร่างสูงที่เดินตามมาติด ๆ ทำให้หน้าของผมไปซบกับแผงอกตรงหน้าพอดี กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ แบบผู้ชายลอยออกมาเตะจมูกผม


                หอมในแบบของไอ้ขุน...


                “ก็อยากนะครับ อยากจูบพี่...” น้ำเสียงทะเล้นของมันเหย้าหยอกผม หยอดกูจนกูจะกร่อนหมดละ...


                “ไอ้สัด อยู่ในค่ายอย่ามาทำตัวรุ่มร่าม อ้อแข่งมวยระดับประเทศจะไปเชียร์ค่ายโคตรรักไหม กูอยากไปดูนะ มึงจะได้เห็นประสบการณ์แบบระดับประเทศด้วย” ผมบอกอย่างนึกขึ้นได้ แต่ดูขุนไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยเพราะดูมันสนใจที่จะลูบแก้มของผมมากกว่า 


                “ไอ้ขุนฟังกูอยู่ไหม”


                “ฟังอยู่ครับ...ถ้าพี่ไปผมก็ไป” ฟังกูอยู่แต่ลูบแก้มกูแล้วทำหน้ามีความสุขเพื่อ... “วันนี้เราเลิกเร็ว ผมว่าจะชวนพี่ไปเดินตลาดไนท์ด้วยกัน” มันชวนขึ้น


                “อารมณ์ไหนของมึงจะไปตลาดไนท์”


                “ไปหาของกินไงครับ ไหน ๆ ก็ผ่านทางกลับบ้านด้วย” ขุนทำตาปริบ ๆ ผมพยักหน้าตามใจมัน


                “เออ ได้ มึงกลับไปซ้อมต่อไป เดี๋ยวกูเคลียร์เอกสารตรงนี้ก่อน” ผมบอกแล้วเดินไปเปิดตู้ล็อกเกอร์ตรงหน้าเอกสาร แต่ไอ้ขุนยังไม่ยอมไปไหน


                “มีอะไรให้ผมช่วยไหม อยากช่วย” ผมส่ายหน้าพลางดันหลังร่างสูงให้ออกไปฝึกกับเด็กฝึกต่อ


                “ไม่ต้องมาช่วยกูเลย ออกไปฝึกข้างนอกไป ไม่งั้นกูจะไม่ไปกับมึงนะตลาดอ่ะ”


                “ไม่เอาต้องไปสิ ผมไปฝึกแล้วก็ได้ครับ” มันรีบทำท่ารับทราบและฉวยโอกาสก้มลงมาหอมแก้มผมอย่างรวดเร็ว ผมจะอ้าปากด่ามันเข้าให้แต่ไม่ทัน ไอ้ขุนรีบวิ่งหายไปทันที


                “ไอ้เชี่ยเอ๊ย...หอมมาได้แก้มกูเลยจะช้ำ” ผมบ่นแต่ปากดันยิ้มออกมา เออ กูนี่ก็บ้ามายิ้มให้คนที่ลวนลามตัวเอง


                ผมนั่งเรียงเอกสารที่อยู่ในตู้เงียบ ๆ คนเดียว ซึ่งกองเอกสารมันเยอะมาก จนไม่รู้เลยว่าเวลาล่วงเลยไปขนาดไหนแล้ว ผมไม่ได้ลุกไปไหนเลยครับ จะจมอยู่กับกองเอกสารอยู่แล้ว เห็นแต่ไอ้ขุนเอาของกินจากเซเว่นมาวางไว้ให้ตั้งแต่ตอนเที่ยง ๆ มันออกไปกินข้าวกับพวกลูกน้องมันแหละ

จนกระทั่งตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว ผมยังเก็บเอกสารไม่เสร็จ ส่วนมากมันจะเป็นเอกสารรายชื่อเด็กฝึกในค่ายที่ไม่ได้เก็บเป็นที่เป็นทาง ผมก็แยก ๆ ไว้ก่อนเดี๋ยวไว้ไปหาแฟ้มมาเก็บใส่ให้เป็นระเบียบ


                “ทำไมยังไม่กินอะไรล่ะเนี่ย ผมซื้อมาให้ตั้งนานแล้ว” เสียงเข้มดังขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่น ๆ ผมเงยหน้ามองมันที่เอามือเท้าเอวอยู่ ถุงเซเว่นที่วางอยู่ผมยังไม่ได้แตะแม้แต่นิดเดียว


                “โทษทีพอดีเลือกเพลินไปหน่อย เอกสารมันเยอะนี่หว่า กูกินเดี๋ยวนี้แหละ” ผมว่าและลุกขึ้น ขุนรีบหยิบถุงไว้ไม่ยอมเอาให้ผม อ้าว...


                “ไม่ต้องกินเลย มันเย็นแล้วเดี๋ยวไปหาอะไรกินแถวตลาด จะได้กินของร้อน ๆ”


                “ไม่เป็นไรกูกินได้ เอามาไอ้ขุนมึงซื้อมาให้กูแล้ว...” ผมแบมือขอถุงแต่คนตรงหน้าก็ส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว พร้อมกับพูดคำน่ารัก ๆ ออกมา


                “ผมไม่อยากให้พี่กินแซนวิชเย็น ๆ นี่ ไม่ต้องเสียดายหรอก มาครับผมจะพาพี่โฟมไปซื้อใหม่นะ” ขุนไม่พูดเปล่า มันจูงมือผมอย่างถือวิสาสะไปด้วย ผมมองภายในค่ายขุนไกรที่ไร้เงาของพวกเด็กฝึกคนอื่น


                “พวกมันหายไปไหนหมดละ ทำไมเงียบจัง” ขุนหยิบกระเป๋าสะพายตัวเองแล้วยกยิ้มนิด ๆ มันยกนาฬิกาให้ผมดูเวลาชัด ๆ


                “มันเย็นแล้ว พวกมันกลับบ้านหมดแล้วครับ พี่โฟมนั่นแหละมัวแต่ทำงานอยู่นั่น เลยไม่ได้กินข้าวเลยเห็นไหม      รู้ไหมว่าถ้าพี่ผอมลงไปกว่านี้พี่อาจจะไม่มีแรงได้ ทำไมไม่ดูแลตัวเอง...” ไอ้ขุนพูดพล่ามออกมายาวมาก นี่มันยังไม่ยอมหยุดพูด จนผมต้องเอามือปิดปากของมันไว้


                “พอเลย กูรู้แล้วน่า ความผิดกูเองแหละที่ไม่ยอมกิน” ผมลดมือลงจากปากของขุนที่มองผมยิ้ม ๆ


                “ผมเป็นห่วงพี่ยิ่งกว่าอะไรนี่ครับ คุณแฟนของผม” ผมหน้าร้อนวูบ


                “ทำไมวันนี้มึงดูพูดคำว่าแฟนบ่อยจังวะ ไม่สบายเหรอ” ผมถามขำ ๆ ก่อนหยุดขำเมื่อเห็นไอ้ขุนมันทำหน้าเหมือนมีเรื่องเครียดในใจ ทำเอาผมนึกถึงเรื่องที่ขุนมันเข้าไปบ้านของผมเพื่อบอกว่า ผมกับมันคบกัน ก็ไม่ใช่ว่าพ่อไม่ยอมรับหรอกครับ แต่เรื่องพวกนี้ผมว่ามันต้องใช้เวลา...พ่อผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่เดินหนีออกไปกลางวงข้าวก็เท่านั้น ส่วนแม่ของผมเข้าใจเรื่องพวกนี้ ออกดีใจด้วยซ้ำที่เห็นผมคบกับไอ้ขุน


                “มึงยังกังวลเรื่องพ่อของกูอยู่เหรอ” ผมถาม ขุนยิ้มจาง ๆ 


                “นิดหน่อย เอาจริง ๆ ก็ไม่นิดหรอกครับ พ่อพี่เล่นเดินหนีไปตอนผมบอกว่าคบกับพี่อยู่...ผมไม่รู้ว่าไปทำให้พ่อท่านโกรธผมรึเปล่า ผมอยากให้พ่อของพี่ยอมรับว่าผมเป็นแฟนพี่โฟม” มันว่าออกมาด้วยน้ำเสียงเครียด


                “มึงคิดมาก พ่อกูยังไม่ได้บอกซะหน่อยว่าเขาโกรธมึง เดี๋ยวกูจะลองไปพูดกับพ่อเอง อย่าคิดมากนะ” ผมปลอบ แต่ร่างสูงยังทำหน้าครุ่นคิดอยู่ดี ผมเลยจับมือของมันไว้แค่นั้นก็เรียกความสนใจจากขุนได้


                “เอาน่า มึงอยู่กับกูตอนนี้ก็ต้องคิดถึงแต่เรื่องของกูสิวะ จะไปตลาดไนท์ไม่ใช่เหรอ” ผมดึงมือของมันให้เดินออกไปจากค่ายมวย ขุนเลยยิ้มออกมาได้


                “ผมคิดถึงเรื่องของพี่อยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะครับ...” ผมหลุดยิ้มกับน้ำเสียงมันที่สดใสขึ้น มือหนากุมมือของผมแน่นขึ้นราวกับว่า มันจะไม่ยอมปล่อยผม... มันรักผมในสไตล์ของมันนั่นแหละ สงสัยผมต้องไปเคลียร์กับพ่อให้รู้เรื่องแล้วล่ะครับ ไม่งั้นไอ้ขุนมันอาจจะเป็นบ้าเพราะคิดมากก็เป็นไปได้


                ตลาดไนท์

                ของกินที่มีหลากหลายทำให้บรรยากาศรอบตัวเราผ่อนคลายลงไปเยอะ ไอ้ขุนยืนซื้อไอศกรีมช็อกโกแลตอย่างสดใส มึงคิดว่ามึงเป็นเด็กน้อยรึไง ผมมองอยู่แอบขำมัน ก่อนจะเห็นผู้หญิงที่เดินผ่านไปผ่านมามองขุนตาเป็นมัน มันเล่นใส่เสื้อกล้ามสีดำบวกกับกางเกงกีฬาขาสั้น โชว์กล้ามแขนอยู่นั่น หมั่นไส้...คิดว่าหล่อรึไงวะ


                “แก ๆ ฉันอยากกินไอศกรีม คนที่ยืนซื้ออยู่งานดีมาก น่าจะมาคนเดียวไหม” สาวนักศึกษาเดินมาหยุดอยู่ข้างผมที่รอไอ้ขุนอยู่ พวกเธอกำลังหมายตาร่างสูงที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยเพราะมัวแต่สนใจคุยกับคนขายไอศกรีม ผมอ่านปากมันออกครับว่ามันกำลังถามวิธีทำไอศกรีม คือมึงจะไปเปิดขายรึไง...


                “แน่ใจเหรอว่ามาคนเดียว เมียอาจจะมาด้วยก็ได้” พูดถูกแล้วน้อง...เมียมันยืนอยู่นี่ (เริ่มออกอาการหวงที่แฟนโดนมองทางสายตา...)


                “ไหน ไม่เห็นมีผู้หญิงยืนรอเขาอยู่แถวนี้สักคน” นักศึกษาสาวกำลังจะเดินเข้าไปตรงร้านขายไอศกรีม เป็นจังหวะที่ขุนมันซื้อเสร็จพอดี และมันเดินตรงมาทางผมที่มีผู้หญิงที่หมายจะจับมันกินยืนอยู่ด้วย


                แต่ประโยคที่ร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาพูดขึ้นทำเอาสาว ๆ รีบหลบตาผมทันที ผมเองก็อึ้งไปเหมือนกัน


                “คุณแฟนครับ ไอศกรีมมาแล้วรอนานไหม” ขุนยื่นให้ผมแถมยังหันไปยิ้มอย่างอัธยาศัยดีให้สาวด้วย                พวกนักศึกษารีบเดินหนีออกไปจากตรงนี้เลยครับ


                “ไม่นานหรอก ขอบคุณ” ผมตักไอศกรีมรสวนิลาของตัวเองกิน แล้วเดินต่อไปร้านอื่น ขุนเดินอยู่ข้างกันกินถ้วยของมันไป แต่ปากมันดูอมยิ้มเกินไปรึเปล่าวะ


                “พี่รู้ไหมว่า เขาว่ากันว่าถ้าเรากินไอศกรีม มันจะทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น และถ้ายิ่งได้ป้อนด้วยปาก...ยิ่งดี” ผมที่ตั้งใจฟังก็เอามือผลักหน้าผากร่างสูงที่ก้มลงมากวน ไอ้เชี่ยนี่...เผลอไม่ได้


                “มีสาระไหมเนี่ย” ผมส่ายหน้าเอือมแล้วเดินนำไอ้ขุนไปซื้อของกินข้างหน้า


                “ขอโมเมนต์หวาน ๆ ก็ไม่ได้...” มันบ่น แต่กูได้ยินโว้ย เวลาหวานผมเขินทำตัวไม่ถูกทุกที...ผมเห็นขุนมันทำหน้าเศร้าลง ไอ้นี่ทำไมมันชอบทำตัวให้ผมเป็นห่วงอยู่เรื่อย


                “ไอ้ขุนมานี่ ซื้ออันนี้ให้กูกินหน่อย” ผมกวักมือเรียก มันรีบวิ่งตามผมมาและควักเงินจ่ายแบบไม่อิดออด


                ผมซื้อชีทบอลที่มันมีชีทยืดได้ น่ากินมาก...ขุนที่เพิ่งกินไอศกรีมหมดเลยเอาของผมไปทิ้งด้วย ผมเห็นมันเงียบไม่พูดมากแบบเมื่อกี้ ผมยิ่งทำตัวไม่ถูก ก่อนที่ผมจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำ


                “ไอ้ขุน...” ผมหยุดเดินอยู่ตรงที่ไม่มีร้านขายของ ขุนที่เดินเหม่ออยู่หันมามองและอึ้งไป


                “กินไหมคุณแฟน กูจะป้อน...” ผมจิ้มชีทบอลแล้วยื่นให้ร่างสูงตรงหน้าที่ค้างไปเรียบร้อย ช่วยตอบสนองกับกูด้วย ผมพูดคนเดียวผมเขินเป็นนะเว้ย มันพูดได้ยังไงวะโดยที่ไม่เขิน...


                “พี่โฟม เมื่อกี้พี่เรียกผมว่าคุณแฟนเหรอ โอ๊ย...เดี๋ยว หัวใจผม” จู่ ๆ มันลงนั่งยอง ๆ ลง จนผมตกใจ


                “มึงเป็นอะไรไป เจ็บหัวใจเหรอหรือยังไง ไปหาหมอไหม...” ผมจับมือมันที่จับหัวใจอยู่


                “เปล่าครับ ผมใจเต้นแรงเพราะโดนดาเมจจากคุณแฟนนั่นแหละ” ขุนยิ้มกว้างทำเอาผมใช้กำปั้นทุบไหล่ของมันเข้าให้


                “ไอ้เชี่ย...” ผมด่าไม่จริงจัง มันเอื้อมมือมาจับมือผมไว้


                “ขอบคุณนะครับที่เอาใจผมแบบเมื่อกี้” เสียงเข้มดังละมุน


                “ไอ้ขุน...”


                “ครับ” ผมกุมมือของมันตอบ


                “จำไว้นะว่ากูอยู่กับมึงเสมอ เราจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมกัน” ขุนมองหน้าผมก่อนยิ้มแบบตื้นตัน


                “ครับ ผมพร้อมที่จะเดินไปพร้อมกับพี่โฟมเหมือนกัน...” มันยกมือผมไปจูบอย่างแผ่วเบา ระหว่างบรรยากาศที่กำลังซึ้งกันอยู่ ไอ้ขุนหลุดขำออกมาเมื่อมองมาที่มือของผม


                “พี่โฟมครับ พี่ซื้อชีทบอลมา 5 ลูกใช่ไหม” ไอ้ขุนมักทักขึ้น ผมขมวดคิ้วว่ามันรู้ได้ยังไงเพราะผมตอนผมสั่งมันไม่ได้อยู่ด้วยนี่ มันแค่ให้เงินผมไปซื้อก็เท่านั้น


                “ใช่ มึงรู้ได้ไง...” ขุนชี้ไปที่พื้น


                “ผมว่ามันคงไม่ใช่ชีทบอลแล้วล่ะครับ มันเป็นชีทคลุกดินไปแล้ว” ผมมองตามมือมันก็เห็นชีทบอลห้าลูกหล่นกองอยู่กับพื้น เนื่องจากกูถือถุงผิดทาง ตอนเอาออกมาจากถุงหูหิ้ว เชี่ย...ไอ้โฟมมึงทำอะไรของมึงงงง


                “เฮ้ย ชีทบอลกู T^T หล่นพื้นหมดเลย” จะหยิบขึ้นมาใส่ถุงกินต่อก็กระไรอยู่...ขุนเอามือปิดปากเหมือนกลั้นขำ จะขำกูก็ขำมาตรง ๆ อุตส่าห์ทำซึ้งแต่ของกินกูหกหมด ฮือ...


                “หึ ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมพาพี่ไปซื้อใหม่ ปะ” มันลุกขึ้นพร้อมกับฉุดมือของผมให้ลุกขึ้นตาม


                “ไม่เอาเปลืองเงิน กูไม่กินแล้ว” ผมเก็บชีทบอลลงถุงอย่างเสียดายและโยนมันทิ้งถังขยะไป

แต่จริง ๆ กูอยากกิน....ชีทยืด ๆ

“ไม่เปลืองหรอก ผมเลี้ยงพี่ได้น่า ถ้าคุณแฟนอยากกิน ขุนก็พร้อมเปย์” มันยกยิ้มหล่อ แหม...

** **

“ใจป้ำจังเลยนะ”

** **

“ครับ พร้อมปล้ำพี่เสมอด้วย” มันตอบกลับมาเสียงขี้เล่นข้างหูของผม ป้ำของผม กับปล้ำของมัน คนละความหมายเลย

“ไอ้ขุน เราอยู่ข้างนอก...” ผมดันหน้ามันออกไปห่าง ๆ

“ถ้าอยู่สองคนพูดได้สินะครับ” มันยังคงกวนผมต่อ แต่ปากผมยิ้มตามมุขบ้า ๆ ที่มันพูดทำไมไม่รู้...


                มือของเราสองคนกุมกันแน่นขึ้น แล้วเราไม่สนใจว่าจะมีคนที่เดินผ่านไปมาในตลาดไนท์มองอยู่รึเปล่า ผมรู้แค่ว่าผมเองไม่อยากปล่อยมือนี้ไปเหมือนกัน ขุนเหลือบมองผมด้วยใบหน้าที่มีความสุข

** **

ขอทำตัวน่ารัก ๆ กับไอ้ขุนใจป้ำที่จะซื้อชีทบอลเลี้ยงผมหน่อยก็แล้วกันครับ...




===============100%============

​ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^

​พระเอกของไรท์เน้นสายเปย์ค่ะ เปย์ได้เปย์หมด 555555 

อยากกินอะไรไปให้ขุนเปย์ได้

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น