kkmamasung

ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันได้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านแล้วแวะเวียนมาค่ะ 🙏🙏🙏🙏 ทุกเรื่องอ่านฟรีจนจบ แต่งจบติดกุญเเจเด้อ

สายสัมพันธ์น้องพี่

ชื่อตอน : สายสัมพันธ์น้องพี่

คำค้น : นิยายจีน นิยายจีนโบราณ

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2561 20:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สายสัมพันธ์น้องพี่
แบบอักษร

ตะวันลับฟ้าหมู่นกกาบินวน....หญิงสาวตรอมตรม...เผายันต์อัญเชิญวิญญู 

ฉึบ ! 

มือเรียวหยิบปิ่นด้ามสวยที่โปรดปราน ด้ามจับสีทองสะท้อนแสงเทียน แววตาเศร้าซึมจ้องมองอย่างเหม่อลอย ด้ามปิ่นที่พอดึงส่วนดอกไม้กับด้ามจับออกจากกัน โลหะสีเงินก็สะท้อนวาบ

ฉึก! 

โลหิตสีแดงถูกบีบเค้นให้ออกจากมือคู่สวย น้ำสีแดงข้นถูกหยดลงบนแผ่นยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งถูกหยิบออกจากกล่องไม้โบราณ ปากบางขยับท่องมนต์ที่เป็นภาษาชนเผ่าทางเหนือของแคว้น ก่อนจะหยิบแผ่นยันต์ไปลนไฟจนยันต์กลายเป็นเพียงเศษเถ้าธุลี ท่องได้สักพักดวงหน้าแสนสวยก็บิดเบี้ยวอย่างทรมาน หญิงสาวรู้สึกเหมือนหายใจติดขัดมือเรียวสั่นยกขึ้นจับลำคอระหงส์ ลมแรงพัดวูบไหวอยู่รอบกายพลันสติก็ดับวูบลงพร้อมร่างงามที่หล่นกระแทกพื้นอย่างแรง

'เฮือก'

ไป๋เย่วหลันหายใจเฮือกเมื่อรู้สึกเหมือนตนเริ่มหายใจได้ทั้งๆที่เมื่อสักครู่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกแท้ๆ

'เจ้าเผายันต์บรรพชนเพราะเหตุใด'

หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางอยู่ในชุดสี้ดำพริ้วสวยยืนหันหลังให้เยว่หลันและถามนางด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก 

'แล้วท่านเป็นใครเหตุใดถึงไม่หันมาคุยกับข้า'

เย่วหลันเอ่ยถามสตรีตรงหน้าที่หันหลังให้นาง นางรู้สึกว่าน้ำเสียงของสตรีผู้นี้ช่างเหมือนนางเสียเหลือเกิน

'เจ้าแน่ใจหรือว่าถ้าข้าหันไปจะไม่ตกใจ'

นางถามย้ำเย่วหลันนางรู้ดีว่าหากนางหันไปอีกฝ่ายคงตกใจมากและอาจรับไม่ได้ด้วยซ้ำ

ควับ

'ทะ ทำไมถึง...ถึงได้'

เย่วหลันอ้าปากค้างอย่างพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นใบหน้าของสตรีตรงหน้าตน 

ผิวขาวซีดจมูกโด่งเชิดริมฝีปากบางมีสีแดงสดดั่งเลือดดวงตาแข็งกร้างไร้แววตา แต่มันช่าง...ช่าง

'เหมือนเจ้าใช่หรือไม่'

นางเอ่ยย้ำเมื่อเห็นเย่วหลันมีสีหน้าตกใจก็พอเดาออกว่าเยว่หลันคิดสิ่งใดอยู่

'ใช่เหตุใดท่านถึงเหมือนข้าท่านคือใคร'

เย่วหลันถามเสียงสั่น ภาพตรงหน้านั้นสร้างความตะลึงและตกใจแก่นางเป็นอย่างมาก

'ข้า...คือ...ไป๋...เย่ว...หลัน'

นางเอ่ยชื่อของนางให้สตรีอีกคนที่หน้าเหมือนนางฟังช้าๆชัดๆ

'ไม่จริงข้าต่างหากไป๋เย่วหลัน ท่านไม่ใช่ หรือท่านคือเงาของข้า'

ร่างบางคิดสับสนเพราะตนยังตะลึงกับภาพตรงหน้าไม่หาย มันเหมือนกระจกที่ส่องสะท้อนนางเพียงแต่เหมือนจะสะท้อนในด้านมืดเสียมากว่า

'ไม่มีเงาของใครทั้งนั้นเจ้าคือเจ้า ข้าคือข้า ข้าคือเจี่ยเจียของเจ้าอย่างไรเล่าเม่ยเมย ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่รู้จักข้า เพราะข้าสิ้นใจก่อนเจ้าจะเกิด'

เย่วหลันผู้พี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งอย่างเดิม นางอธิบายช้าๆและจ้องมองเข้าไปในดวงตาของน้องสาวเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่นางพูดคือเรื่องจริง

'หรือท่านคือเจี่ยเจียผู้เป็นเจ้าของปิ่นทองลายบุปผาท่านคือเจี่ยเจียที่ถูกสังหารในสนามรบครั้งนั้นเหตุใดท่านถึงอยู่ที่นี่แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน'

เย่วหลันผู้น้องเมื่อได้ฟังก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้เพียงแต่นางยังสงสัยว่าบรรยากาศที่เย็นสบายและเหมือนอยู่บนสรวงสวรรค์นี่คือที่ใด

'นี่คือสุสานวิญญาณแคว้นเป่ยเพราะเจี่ยเจียตายอย่างอยุติธรรม เจี่ยเจียจึงไปไหนไม่ได้เลยขอสวรรค์ให้ได้อยู่ปกป้องบ้านเมืองเเคว้นเป่ยของเรา  เมื่อเจ้าเผายันต์และสังเวยด้วยเลือดจึงเป็นการเปิดมติวิญญาณเม่ยเมยเจ้ารู้ดีใช่หรือไม่ว่าหากเจ้าทำเช่นนี้ เจ้าจะไม่สามารถกลับร่างเดิมได้นั่นคือข้อแลกเปลี่ยน แล้วสิ่งใดเล่าที่เจ้าปราถนา'

เย่วหลันผู้พี่เมื่อได้ฟังในสิ่งที่น้องสาวคาใจตนก็อธิบายให้ฟังด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเช่นเดิม

'เจี่ยเจีย ฮึก ข้านั้นถูกส่งมาเป็นชายาขององค์รัชทายาทแคว้นเว่ยแต่เพราะข้ามันไม่ดีไม่สามารถรั้งใจองค์รัชทายาทให้พึงใจในข้าได้ ได้ยินแค่ชื่อไม่ทันเห็นหน้าของข้าพระองค์ก็ปฏิเสธข้าถูกคนแคว้นเว่ยรังแกพวกเขายกเลิกสัญญาของแคว้นคงมิอยากให้องค์หญิงอย่างข้าขึ้นเป็นฮองเฮาในอนาคต พวกเขาให้ข้าแต่งกับอ๋องเจ็ดเพื่อกลบข่าวลือชายตัดแขนเสื้อ ทั้งๆที่อ๋องเจ็ดอายุน้อยกว่าข้าถึงสองปีและอ๋องเจ็ดเองก็ไม่อยากแต่งกับข้าเพราะข้าอายุมากกว่าเขาอีกทั้งถ้าข้าแต่งกับเขา เขาจะไม่สามารถมารถรับอนุได้อีก คนพวกนั้นอ้างว่าให้ข้าแต่งกับอ๋องเจ็ดเพื่อความสบายใจทั้งสองแคว้นว่าจะไม่มีการบิดพริ้วและจะให้การสนับสนุนแคว้นเป่ยอย่างเต็มที่ เจี่ยเจียราชวงศ์เว่ยต่างรับรู้ว่าข้าถูกบุรุษปฏิเสธและต้องแต่งกับบุรุษที่ไม่พึงใจในสตรี ทุกสายตามองข้าอย่างเวทนา ข้าฮึก ข้าอับอาย ข้าแค้นใจนัก เพราะความใจดำของพวกเขาข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นไม่มีใครช่วยข้าได้แล้วนอกจากยันต์ผืนนั้นข้ารู้ว่าถ้าข้าทำเช่นนั้นข้าย่อมกลับไปไม่ได้แต่ข้ายอม ข้ายอมที่จะเฝ้าที่นี่อย่างน้อยๆก็ได้ปกป้องแผ่นดินที่ข้ารัก ดีกว่าต้องอับอายอยู่อย่างสตรีที่น่าเวทนา'

เย่วหลันผู้น้องพยายามเอ่ยออกมาทั้งยังฝืนกลืนน้ำตาอย่างที่สุดแต่นางก็กักเก็บมันไว้ไม่ได้ ความเจ็บปวดใจยังคงเกาะกินใจของนางทีละนิด

'เม่ยเมยเจ้าคงทุกข์ใจมาก'

ด้วยความเป็นพี่สาวนางไม่สามารถที่จะเห็นคนเป็นน้องทุกข์ใจได้ คนเป็นพี่จึงเดินเข้าไปสวมกอดร่างบางและลูบผมสีดำสวยอย่างอ่อนโยน

'เจี่ยเจียท่านกับข้าเปรียบเหมือนคนคนเดียวกันตั้งแต่ข้าเกิดท่านพ่อก็มอบปิ่นของท่านให้กับข้าซ้ำยังตั้งชื่อข้าเหมืนท่านคงเห็นว่าข้ากับท่านเหมือนคนๆเดียวกันนึกว่าท่านกลับมาเกิดอีกครั้งเป็นแน่'

เย่วหลันกอดพี่สาวแน่นทั้งๆที่ไม่เคยพบไม่เคยเจอแต่เมื่อโดนกอดนางกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด นางรู้สึกว่าพี่สาวของนางคนนี้ช่างอบอุ่นอ่อนโยนและแข็งแกร่งในเวลากัน เวลานี้เย่วหลันเหมือนเด็กน้อยที่พูดเจื้อยเเจ้วตามแต่ใจของตนเอง

'เจ้าคงมิได้น้อยใจใช่หรือไม่ที่ท่านพ่อทำเช่นนั้น'

ผู้เป็นพี่เมื่อได้ยินน้องสาวพูดเช่นนั้นจึงคลายอ้อมกอดออกเบาๆสองมือเรียวยกขึ้นจับไหล่น้องสาวอย่างเบามือและพูดอย่างอ่อนโยน ดวงตาของนางแม้ไม่มีแววตาที่แสดงถึงความรู้สึกแต่ความห่วงใยของนางก็ส่งผ่านไปหาน้องสาวได้ด้วยสองมือและน้ำเสียงที่จริงใจของนาง

'ข้าไม่น้อยใจเลยเจี่ยเจียข้าดีใจที่อย่างน้อยข้าก็เหมือนท่านและอยากเข้มแข็งเช่นท่าน เจี่ยเจียข้าจะทำหน้าที่นี้เองส่วนท่านได้โปรดช่วยข้าลงทันต์คนพวกนั้นด้วยเถิดข้าคงมีความสุขมากกว่าหากอยู่ที่นี่และได้มองทุกคนจากตรงนี้อย่างเช่นที่ท่านเคยทำ ร่างของข้าคือร่างของท่านเจี่ยเจียจากนี้มันคือของท่านแล้ว'

คนเป็นน้องพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดตามอารมณ์ของตนแต่แล้วน้ำเสียงก็เปลี่ยนไปเมื่อคนเป็นพี่ยกมือขึ้นขยี้ผมนางอย่างเอ็นดูเยว่หลันผู้น้องยิ้มให้พี่สาวอย่างน่ารักก่อนจะโผกอดพี่สาวของตนอีกครั้ง

'เม่ยเมยวางใจเพื่อแผ่นดินแม้เจ้าจะไม่ได้ตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต แต่เจ้าจงวางใจเจี่ยเจียจะเอามันมาให้เจ้าเอง'

คนเป็นพี่พูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงราบเรียบขัดกับสีหน้าและดวงตาที่แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของนาง

'เจี่ยเจียไม่ว่าท่านคิดทำเช่นไรข้าก็จะอวยพรให้ท่าน'

เย่วหลันผู้น้องเมื่อได้ยินพี่พูดเช่นนั้นก็รู้สึกเบาใจนางเงยหน้ามองคนเป็นพี่ก็พบว่าตอนนี้คนเป็นพี่ก็กำลังจ้องนางอยู่เช่นกัน

'ล่าก่อนเม่ยเมย'

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาก่อนที่ตัวของคนเป็นพี่จะค่อยๆลอยขึ้นจากพื้น

'โชคดีเพคะเจี่ยเจีย'

เย่วหลันผู้น้องตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นสตรีชุดดำลอยขึ้นสูงเสียดฟ้าก่อนจะหายวับไป นางไปแล้วเจี่ยเจียนางไปแล้ว ไปแก้แค้นให้นางแล้ว ดวงตาที่เคยมีแต่ความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนก่อนที่นางจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาและยิ้มอย่างสดชื่นให้กับตนเอง ดวงตาใสมองไปรอบๆที่มีตนไม้ลำธารและหมู่มวลดอกไม้งาม ร่างบางเดินไปยังบ่อน้ำเล็กๆที่อยู่ไม่ไกลเพื่อจะล้างหน้าล้างตาให้สดชื่น เมื่อไปถึงกำลังจะกวักน้ำนางก็เห็นภาพสะท้อนบนผืนน้ำเป็นหญิงงามที่นอนจมกองเลือดและเมื่อนางคิดถึงท่านพ่อและพี่ชายนางก็เห็นเป็นภาพชายแก่ที่กำลังนั่งดื่มชาและเสวนาก็กับฮ่องเต้ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ของนาง 

'อ่าข้าสามารถมองไปที่ใดก็จากตรงนี้ตามที่ข้าปราถนานี่มันช่างดีจริงๆดียิ่งนัก'

ร่างบางบ่นกับตนเองและยิ้มอย่างมีความสุขทันใดนั้นเอง กระต่ายน้อยสองตัวน่ารักขนสีขาวปุกปุยก็วิ่งเข้ามาเคล้าเคลียนาง นางจึงอุ้มกระต่ายสองตัวนี้ขึ้นมาแนบอกพลางจุมพิศที่ปากพวกมันอย่างเอ็นดูมีกระต่ายนางก็ไม่เหงาฮิฮิ นางหัวเราะในใจอย่างมีความสุข แต่แล้วทันใดนั้นเอง

'นายท่านขอรับพวกเราสองพี่น้องเป็นภูตน้อยรับใช้วิญญาณสุสานพวกเรามาถวายตัวแก่ท่านขอรับ ตามธรรมเนียมหากสัตว์ภูตได้รับการจุมพิตจากสตรีที่พึงใจพวกข้าอย่างบริสุทธิ์ใจ ก็จะพ้นสถานะสัตว์ภูตและแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ท่านจุมพิตข้าเป็นตัวแรกจากนี้ข้าคือสามีท่าน ส่วนน้องชายข้าท่านจุมพิตเป็นตัวที่สองจะเป็นอนุสามีของท่านขอรับนายหญิงคืนนี้พวกข้าขอปรนนิบัติท่านจะได้หรือไม่ขอรับ'

กระต่ายน้อยสองตัวพลันแปลงร่างเป็นบุรุษร่างกำยำผู้ที่บอกว่าตนเป็นพี่นั้นมีเรือนผมสีเงินใบหน้าหวานพูดกับนางด้วยใบหน้างามที่แดงก่ำอย่างเหนียมอาย  ส่วนใบหน้าหล่อของบุรุษผู้น้องผู้มีผมสีขาวใบหน้าเข้มก้มงุดและแนะนำตัวแก่นางต่อจากคนเป็นพี่แต่นั่นมันเปล่าประโยชน์เพราะเย่วหลันตอนนี้นั้นนางไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว

'ข้าไม่อยากมีสามีข้าอยากอยู่อย่างสงบ'

มารดามันเถอะแม้ที่นี่จะสวยงามดั่งแดนสรวงจนนางหลงไหลแต่บุรุษที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้ใดสองคนนี้ที่เพียงได้รับจุมพิตจากนางเพียงครั้งเดียวแล้วมาบอกว่าเป็นสามีนางนั้นทำให้นางกรีดร้องอย่างเวทนา ถึงเจ้าสองตัวจะน่าตาดีจะดูดีมากจะน่ารักน่ากอดน่าถนอมมากเพียงใดแต่ข้าพึงใจเจ้าที่เป็นกระต่ายแก้เหงาหาใช่บุรุษที่แสนทรมานใจข้าเช่นนี้ มารดามันเถอะเจี่ยเจียใยก่อนไปท่านถึงไม่บอกข้าให้แจ้งใจเสียก่อนท่านมีสามีคนเดียวแต่ข้านี่กลับได้ถึงสอง ใบหน้างามพลางแดงก่ำด้วยความเขินอายความคิดของตนเอง

แค่ก แค่ก 

ไป๋เย่วหลันเมื่อมาอยู่ในร่างของน้องสาวได้ไม่นานนางก็ไอออกมาอย่างไม่หยุดนางรู้สึกเหมือนโดนใครนินทาว่าร้าย เอ้อจริงสิก่อนมานางลืมบอกเม่ยเมยเรื่องสัตว์ภูตไปเสียสนิทเลย แต่คงไม่เป็นไรหรอก เม่ยเมยอาจเหมือนนางที่ไม่ชอบสัตว์ก็ได้เพราะฉะนั้นนางคงไม่เผลอไปจุมพิตพวกมันหรอกนะ เม่ยเมยเหมือนนางขนาดนั้นเรื่องนิสัยคงไม่แตกต่างเท่าไหร่อย่าห่วงไปเลย ทำใจสบายไว้เยว่หลัน(เจี่ยเจียข้าไม่เหมือนท่านข้าทำไปแล้วโฮกฮือ...ข้าจุมพิตสัตว์ภูตไปแล้วข้ามีสามีแล้วและกำลังจะมีถึงสองคน T0T :เย่วหลันผู้น้อง)

"องค์หญิงเพคะ ท่านฟื้นแล้วหรือเพคะ"

ชิงชิงกำลังจะเดินเข้ามาในห้องเมื่อเห็นผู้เป็นนายลุกขึ้นนั่งบนเตียงอยู่ก่อนแล้วนางก็ถลาเข้าใส่ผู้เป็นนายทันที

"เจ้าคือ?"

เย่วหลันขมวดคิ้วให้หญิงสาวผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักตรงหน้าอย่างไม่คุ้น จะคุ้นได้อย่างไรตั้งแต่มาอยู่ในร่างนี้สาวใช้คนนี้คือคนแรกที่นางเห็น 

"ชิงชิงสาวใช้ของท่านไงเพคะ องค์หญิงท่านเป็นอะไรเพคะทำไมเลือดออกมามากมายเช่นนั้นหรือท่านกำลังจะตายไม่ได้นะเจ้าคะ ชิงชิงอยู่ไม่ได้หากไม่มีท่านถ้าท่านเป็นอะไรข้าก็จะขอตายตามท่าน"

ชิงชิงร้องโฮออกมาเหมือนกับเด็กพลางกอดขาผู้เป็นนายแน่นอย่างกับกลัวว่าองค์หญิงของนางจะสลายหายไป

"เด็กโง่...ข้าจะตายได้เช่นไรข้ายังไม่ได้ลงโทษคนพวกนั้นเลย"

เย่วหลันยกมือเรียวขึ้นขยี้หัวสาวใช้เบาๆ

"องค์หญิง"

ชิงชิงที่โดนองค์หญิงขยี้ผมนึกตกใจเพราะเมื่อก่อนนั้นองค์หญิงจะไม่มีกิริยาแบบนี้องค์หญิงชองนางก่อนหน้านี้นั้นเนียบร้อยสง่าอ่อนหวานไม่เคยปลอบใจนางเช่นนี้เลย มีอะไรแปลกไปแล้วตอนนี้ในความคิดของนาง

"คงมีใครวางยาพิษข้าเป็นแน่แต่ข้าคงได้รับพิษไม่มากถึงรอดมาได้...เมื่อก่อนข้าคงอ่อนแอใครจะทำเช่นไรกับข้าก็ได้ต่อไปนี้ข้าจะเป็นคนใหม่ ชิงชิงถ้าข้าเปลี่ยนไปเจ้าอย่าสงสัยเลย"

เย่วหลันมองหน้าชิงชิงนางก็รู้ได้ทันทีว่าสาวใช้ของตนนั้นกำลังสงสัยตน ทางเดียวคือต้องเปลี่ยนประเด็น

"กาน้ำชานั่นหรือเพคะองค์หญิงกานั้นนางกำนัลคนหนึ่งเป็นคนเอามาวางไว้ข้าเองก็สะเพร่ามิได้ตรวจสอบให้แน่ใจข้าจะตรวจสอบเองเพคะ"

ชิงชิงพูดพลางขมวดคิ้ว คนพวกนี้ใจดำนักคิดจะปลิดชีวิตองค์หญิงของตนนางจะไปเอาเรื่องให้ได้จะทวงความยุติธรรมให้จงได้ ไวเท่าความคิดชิงชิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

หมับ

"อย่าชิงชิงเอามันไปทิ้งก็พอ"

เย่วหลันเมื่อเห็นสาวใช้ลุกคนนางก็รู้โดนทันทีว่าเด็กสาวที่ใจร้อนผู้นี้คิดจะทำอะไร

"เพคะ"

ชิงชิงเมื่อเห็นองค์หญิงเอื้อมมาจับนางก็เงยหน้ามองแต่เมื่อได้สบตาองค์นางกลับเห็นแววตาดุดันมีอำนาจสื่อออกมานั่นทำให้นางไม่กล้าที่จะขัด

"ตอนนี้ข้าอยากพักแล้วเจ้าออกไปเถอะ"

ไป๋เย่วหลันเมื่อเห็นชิงชิงว่าง่ายนางก็ไล่สาวใช้ออกไปตอนนี้นางเพียงอยากพักเพราะร่างนี้เสียเลือดนิดหน่อยจึงต้องพักผ่อนเพื่อฟื้นร่างกาย

"องค์หญิงเพคะอาภรณ์ท่านเปื้อนเลือดหมดแล้ว ชำระล้างร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วค่อยเข้านอนนะเพคะ"

ชิงๆพูดด้วยแววตาเว้าวอน นางเห็นองค์หญิงเวลานี้แล้ว ถ้าจะปล่อยให้เข้านอนเฃยคงไม่ได้ทำเช่นนั้น้ท่ากับนางบกพร่องในหน้าที่

"อือ เช่นนั้นแล้วแต่เจ้าเถิดชิงชิง"

เย่วหลันไม่อยากขัดใจสาวใช้จึงให้นางทำทุกอย่างที่อยากทำ

"ชิงชิงพรุ่งนี้ ยามเฉินเจ้ามาปลุกข้าด้วยเตรียมน้ำให้พร้อมเรามีอะไรต้องทำกัน"

เย่วหลันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชิงชิงกำลังลุกขึ้นไปเตรียมน้ำให้นางอาบ พรุ่งนี้ยามเฉิน(5.00-6.59 นาฬิกา) นางจะไปแอบดูว่าที่สามีสักหน่อยอยากเห็นนักว่าบุรุษที่ถูกกล่าวว่าเป็นชายตัดแขนเสื้อนั้นหน้าตาจะสักเท่าไหร่ถึงได้ไม่อยากแต่งกับเม่ยเมยนางนัก ส่วนองค์รัชทายาทนั้นขี้คร้านจะเห็นเพราะสำหรับนางใบหน้าหล่อและจิตใจอำมหิตนั้นนางรู้ดีนางไม่แปลกใจเลยที่เขาจะปฏิเสธเม่ยเมยนางเพียงแค่ได้ยินชื่อ เพราะเขากับนางมันโจทย์เก่า

"ฝูหย่งหลาง หึวันนี้ข้ากลับมาแล้วสิ่งที่เจ้าทำกับข้าทำกับเม่ยเมยข้า...ช้าเร็วเจ้าจะได้ชดใช้มันอย่างสาสม"

เย่วหลันที่ตอนนี้แช่น้ำที่โรยด้วยกลีบกุหลาบที่ชิงชิงเตรียมให้ ร่างบอบบางกำยิ้มด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ซึ่งหากมีใครได้เห็นคงต้องหวาดกลัวนางเป็นแน่

.......................

มาช้าดีกว่าไม่มาเนอะ

ตอนต่อไปนางเองเราจะได้เจอกับอ๋องเจ็ดจอมเก๊กแอนด์กวนแล้วน้าาาา

เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะจากใจ Jowhen


ความคิดเห็น