เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 32 คราปักษาจับกดน้องสาวกลางวันแสกๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 คราปักษาจับกดน้องสาวกลางวันแสกๆ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 483

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 มี.ค. 2561 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 คราปักษาจับกดน้องสาวกลางวันแสกๆ
แบบอักษร

ตอนที่ 32 คราปักษาจับกดน้องสาวกลางวันแสกๆ

          เช้าวันใหม่สดใสไร้เมฆฝน ลีโอน่านั่งเขียนเพลงตลอดคืนวาน วันนี้นางจึงตื่นสายเป็นพิเศษ นานๆครั้งนางจักผ่อนคลายจนพลั่งปล่อยตัวสบายเอื่อยเฉื่อยเหมือนเมรัย สองสาวตื่นไล่เลี่ยกัน ยังดีที่ลีโอน่าตื่นก่อนเมรัย หาไม่เช่นนั้นลีโอน่าคงเหนื่อยใจตั้งแต่เช้าเมื่อต้องพบว่าตนเองนอนขี้คร้านเหมือนหมู นักไวโอลินสาวชงกาแฟ เติมน้ำตาล ใช้ช้อนคน คราวใช้ช้อนส้อมเคาะกับขอบโต๊ะสร้างจังหวะท่วงทำนองเพื่อเรียกใช้พลังมาโฮทำขนมปังปิ้ง นางวางขนมปังทาเนยและแก้วบนโต๊ะยาว ลีโอน่านั่งดื่มกาแฟที่ห้องครัวเพียงลำพักไร้ใครอื่น

แสงอรุณสีส้มสาดส่องระยับ บ่อน้ำใสมีประกายพร่างพราว ลีโอน่าเงยหน้าแลมองท้องฟ้าสีฟ้าครามครั้นนางย้อนนึกถึงเมื่อคืนที่มีฝนตกกระหน่ำ นางแว่วยินเสียงกรีดร้องจากห้องนอนเด็กๆขณะที่นางกำลังเขียนบทเพลงใหม่ ลีโอน่ากลัวว่าจะมีเรื่องอันตรายจึงรีบวางปากและแต่งตัวไปดูสำรวจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นอย่างร้อนใจ

          นางพบกับแคโรไลน์ที่ได้ยินเสียงเช่นกัน ทั้งคู่พอไปถึงห้องนอนพวกเจ้าหนูแล้วจึงทราบว่าจูเลียโดนผีหลอกดึงขาตกเตียง

          “ผีเช่นนั้นหรือ”ลีโอน่าจับจ้องแก้วกาแฟด้วยสีหน้าครุ่นคิด

          “อรุณสวัสดิ์พี่ลีโอน่า”

          “อรุณสวัสดิ์จ๊ะ”

คราเจ้าตัวแสบโพล่งขึ้นตัดความคิดหญิงสาว ลีโอน่าพลิ้วดวงตามองเมรัยพลางคลี่ยิ้มละไม เห็นหน้ากลมดิกน่าจิ้มมีรอยยิ้มประดับแล้วลีโอน่าพลันร้อง อ่อ ในใจทันที

          “เช้านี้มีอะไรกินน้า”เมรัยเริ่มค้นหาอาหารในห้องครัวเหมือนโจรขโมยที่ต้องเปิดลิ้นชักและตู้ทั้งหมด นางค้นพบกล่องขนมธัญพืชของพวกเด็ก หมอผีน้อยตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น นางหยิบมันออกมาวางไว้ และมุดตัวเข้าไปในตู้ ไม่นานเมรัยก็คลานกลับออกมาพร้อมกล่องธัญพืชของแคโรไลน์ หมอผีน้อยเก็บกล่องสำหรับพวกเด็กๆไว้ที่เดิม ส่วนชองแคโรไลน์นั้น นางแกะเปิดหยิบฉวยมากินอย่างไม่ถามไถ่ความสมัครใจ คำอนุญาต หรือคำเตือนที่แปะเขียนไว้ เมรัยเปิดคลังเก็บนมและเปิดจุกนมเทใส่ถ้วย เทธัญพืชใส่ มื้อเช้าแสนเรียบง่ายเป็นอันเสร็จสมบูรณ์ หมอผีน้อยยกมันมานั่งร่วมโต๊ะกับนักไวโอลินสาว

          ง่ำๆ

          เมรัยตักนมใส่ปากอย่างเอร็ดรอร่อย กินของคนอื่นหน้าต่างเฉยราวว่านี้เป็นบ้านนางเอง คติประจำบ้านของเมรัยที่มักใช้เมื่ออยู่บ้านแคโรไลน์และบ้านบาเบลร่าคือ ของของพี่สาวก็เป็นของของเมรัยด้วย

          เห็นเมรัยทานอย่างมีความสุข ลีโอน่าแผ่วหัวเราะอย่างจนใจ เมื่อครู่นางจะบอกว่าพี่แคโรไลน์เตรียมมื้อเช้าไว้เผื่อเมรัยแล้ว แต่เมรัยดันค้นเจอของกินเสียก่อน นักไวโอลินสาวจึงมิเอ่ยอันใด

          วันนี้ลีโอน่ามิมีกิจธุระนอกบ้าน ช่วงหลายวันก่อนนางมีโอกาสเดินชมเมืองแบลดแอน์ ได้เที่ยวเล่นสถานที่ต่างๆมากมาย ดูสินค้าร้านเครื่องดนตรี ทานอาหารกลางวันริมทะเลสาบ และนั่งฟังเสียงกีตาร์ในสวนสาธารณะ ลีโอน่ามีเรื่องต้องศึกษาและค้นคว้าอีกเป็นภูเขา กระนั้นเพราะเด็กๆบ้านเด็กกำพร้าต้องการให้นางช่วยสอนเล่นดนตรี ลีโอน่าที่แต่ไรมามิเคยสั่งสอนใครจึงรู้สึกลำบากใจหน่อยๆ เพราะแม้นางเล่นเก่ง แต่ใช่จักเป็นอาจารย์ที่ดียอดเยี่ยม กระนั้นหญิงสาวทนการรบเร้ามิไหวจึงต้องพยายามสอนให้พวกเด็กๆ

          บ้านเด็กกำพร้ามีเปียโน ลีโอน่ามักใช้มันเล่นเพลงให้เด็กฟัง แรกเริ่มพวกเจ้าตัวร้ายสนใจอยากเรียนมาก แต่หลังๆกลายเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ขอให้นางสอน แต่จะขอให้ลีโอน่าเล่นให้ฟังแทน 

          ช่วงหลังทานมื้อเช้า ลีโอน่าคิดอยากดูพวกเด็กน้อยจึงแวะมาหาที่อาคารพวกนาง และต้องพบกับเรื่องชวนตกใจ

“จูเลียหายตัวไปหรือ”ลีโอน่าตกใจเมื่อฟังไวโอเล็ทบอก เรื่องจูเลียฉี่รดที่นอนเมื่อคืนทำให้นางอับอายจนมิกล้าสู้หน้าใคร ทีแรกจูเลียขังตัวเองในห้องไม่ยอมคุยกับใคร แม้แต่กับโนร่าสหายรัก น้องๆของจูเลียก็จนปัญญามิรู้จักช่วยอย่างไร “บอกพี่แคโรไลน์หรือยัง” ลีโอน่าถาม

          “พวกเราไม่อยากให้อาจารย์เป็นห่วง”เด็กคนหนึ่งเอ่ยอย่างกังวล แคโรไลน์ต้องดูแลน้องเล็กที่อายุน้อยกว่าพวกนาง พวกนางโตแล้วจึงไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้ใหญ่ อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครบอกแคโรไลน์ก็เพราะพวกนางคิดว่าจูเลียคงแอบหนีไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง แต่คงไม่ไกลเกินเขตที่พักอาศัย จูเลียไม่มีทางคิดหนีออกจากบ้านแน่ ฉะนั้นตกเย็นนางก็คงกลับมาเอง เวลานี้คงอยากอยู่เงียบๆคนเดียว

          ถึงอย่างนั้นก็ยังน่าเป็นห่วง แคโรไลน์บอกว่าเวลาจะไปไหนมิควรไปคนเดียว  

          “พี่โนร่าสั่งพวกเรามิให้บอกอาจารย์..”

          “อืม”คงกลัวโดนลงโทษกระมัง ลีโอน่าคิดพลางลองนึกถึงสถานที่ซ่อนตัวแถวนี้ๆนอกบ้านเด็กกำพร้าล้วนเป็นตึกแถว บริเวณที่สามารถแอบซ่อนได้คงมีไม่มาก

          ขณะลีโอน่าไตร่ตรอง เมรัยที่ว่างๆไม่เรื่องอันใดทำก็บังเอิญได้ยินเรื่องที่พวกเด็กๆคุยก็ลีโอน่าพอดี

          “ให้ข้าช่วยหาจูเลียนะ”

          รอยยิ้มเจิดจ้าประหนึ่งดวงอาทิตย์ บริสุทธิ์ และปราศจากความชั่วร้ายใด 

          “…”

          ลีโอน่าไม่มีทางหลงเชื่อรอยยิ้มมั่นใจของเมรัย นักไวโอลินสาวสันนิฐานว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดเริ่มที่เมรัย แม้ไม่มีใครรู้ว่าผีที่ดึงขาจูเลียจะเป็นผีเมรัยก็ตาม

          “ช่วยกันหาย่อมเจอเร็วกว่านะ”เมรัยแย้มยิ้มมือเท้าเอวอย่างวางมาดพี่สาวคนโต นางเอ่ยอย่างผู้มีน้ำใจอยากช่วยเหลือน้องสาวใจแตก ลีโอน่าชั่งน้ำหนักความน่าจะเป็น นางลอบถอนหายใจและส่ายหน้ายอมให้เมรัยช่วยเหลือ โดยเตือนเมรัยห้ามก่อปัญหาและทำให้เรื่องแย่ลง “ห้ามแกล้งจูเลียนะ”ลีโอน่ากลายเป็นอีกคนที่ต้องหมั่นเอ่ยตักเตือนเมรัย ปกติก็โดนนารี เรไร แคโรไลน์เตือนจนหูไหม้ แก้มแดง ก้นลายแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าคนใจดีรักอิสระ หน้าตาสวยงดงามอย่างพี่ลีโอน่ายังจะเตือนนางอีก

          ทุกคนเห็นนางชั่วร้ายเหมือนแม่มดหรือ เมรัยน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งนัก นางเบ้ปากพึมพำ “ข้าก็รู้สึกผิดเหมือนกันนะ..”

          และแล้วภารกิจจึงเริ่มต้น ลีโอน่าและเมรัยช่วยโนร่าออกตามหาจูเลียอีกแรง

หวังเด็กสาวผู้น่าสงสารจักมิถูกบทเพลงแห่งความเศร้าโศภากลืนกินเสียก่อน…

          …  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น