ถั่ว งอก.

ไม่ค่อยมีเวลาได้เขียนนิยายเลยเว้ยยย

ห้องพักหมายเลขหก

ชื่อตอน : ห้องพักหมายเลขหก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 144

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 17 มี.ค. 2561 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ห้องพักหมายเลขหก
แบบอักษร

วิญญาณหนุ่มปีนกำแพงด้านหลังบ้านกลับเข้ามายามเช้ามืด เขาหันมองรอบๆก็พบว่าปลอดวิญญาณดวงอื่น สิ่งที่เขาหวงสุดคือลุงเจ้าที่ แต่เหมือนว่าตอนนี้แกจะไม่อยู่




“ลับๆล่อๆทำตัวมีพิรุธ” เสียงใสของนางตานีเอ่ยทักเด็กหนุ่มวัยละอ่อนที่แอบปีนกำแพงกลับเข้ามาเขตบ้านที่ล้อมไปด้วยยันต์กันสัมภเวสี ทั้งๆที่เขาเข้าออกหน้าบ้านได้สบายแต่กลับมาปีนกำแพง แม้ว่านางตานีจะไม่ถูกกับเจ้าของบ้านคนปัจจุบันอย่างแสนแต่เธอก็หวงแหนที่ของเธอมากพอดี




ผีสาวงามนามตานีนั้นเอามือขึนมากอดอก ใช้สายตาเพ่งพินิจมองเขาอย่างเอาเรื่อง




“ผะ ผมออกไปหาเพื่อนมา” เขาตอบเธอไปตามตรง มือของผีหนุ่มยกขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเอง




“งั้นเรอะ” เสียงของนางตานีขึ้นจมูก ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเปลี่ยนเป็นแสยะยิ้มแล้วหรี่ตามองชายหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเย้ายวนสานต่อความต้องการเดิม “งั้น... พี่จะไม่บอกใครหรอกจ้ะ ถ้าน้องยอมมาเป็นผั--”




กิ้ง...





เสียงกดกริ่งหน้าบ้านตอนเช้าตรู่ทำให้ชายหนุ่มหันไปสนใจแทน นางตานีนั้นกรีดร้องออกมา แสงอาทิตย์เริ่มจะสาดส่องเมื่อย่างเข้าเวลาเกือบจะหกโมงเช้า วิญญาณของนางตานีก็พลันหายกลับเข้าไปในต้นกล้วยดังเดิม




“รอบนี้มาขอหวยก่อนพระบิตรฑบาตรเลยหรอวะ”




ป้าวัยทองบ้านตรงข้ามนั้นมากดกริ่งหน้าบ้านเธอตั้งแต่เช้าตรู่ แสนกำลังเตรียมของตักบาตรเหมือนเคย แต่ว่าบางทีป้าแกอาจจะมาบ่นเธอเรื่องที่มากรีดร้องเมื่อวานดังลั่นซอย ไม่ก็ขอยืมของ




หญิงสาวจึงเช็ดไม้เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนแล้วเดิมดุ่มๆออกไปหาป้ารัก เธอพยายามปั้นหน้ายกยิ้มแหยๆออกมา ในขณะเดียวกันตัวปัญหาที่ทำให้จิตใจของเธอกระวนกระวายนั้นดันโผล่ออกมาจากมุมข้างบ้านมาประจันหน้ากับเธอพอดิบพอดี




แสนลืมไปเสียสนิทว่าเขามีบุญมากพอ เธอตั้งใจจะเดินชนผ่านร่างของเขาไปแบบเสียมารยาทแต่มันไม่เป็นไปตามที่เธอคิด เธอเดินชนเขา




จมูกและดั้งแหมบๆของเธอนั้นชนเข้ากับไหล่ปลาร้ากว้างของเขา แม้จะไม่ได้ถึงกับชนแล้วผงะเหมือนกับชนวัตถุแข็ง แต่แสนก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะว่ากลิ่นแป้งเย็นที่เป็นกลิ่นประจำตัวของเขามันเตะจมูก




หญิงสาวตาเบิกกว้าง เธออ้ำอึ้ง เขาเองก็ด้วย แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้พูดอะไร แสนเดินเลี่ยงหลบเขามาอย่างหัวเสีย




ป้ารักนั้นมองเห็นเหมือนแสนเดินสะดุดอะไรซักอย่างก่อนจะขยับเบี่ยงเดินเลี่ยงมาหาตน




 “ว่าไงจ้ะป้า” แสนออกมาเปิดประตูรับด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย




“ยายนุขแกเสียแล้วนะ มางานศพแกด้วยนะอินาง ...พรุ่งนี้ก็เผาแล้ว”




ประเด็นมันอยู่ที่บ้านพักคนตายแห่งนี้จะรับทุกดวงวิญญาณในละแวกเขตรับผิดชอบนี้




แต่ทำไมวิญญาณของยายนุขถึงไม่มาอยู่ที่นี่ ?




เธอจำได้แล้วว่าวันนั้นที่เธอเห็นยายจิตออกมาเดินทั้งๆที่แกน่าจะนอนป่วยอยู่ในบ้าน นั่นเป็นดวงวิญญาณของแก !




“แสน ลืมกรวดน้ำ” นำทรัพย์เอ่ยทักท้วงแสนที่ลืมแก้วน้ำที่เธอเตรียมไว้บนโต๊ะแต่เธอกลับมาคว้ากระเป๋าตังและกุญแจรถจักรยานยนต์ออกไปแทน “แสนจะไปไหน ? ”




“นายมากับฉันด้วยนำทรัพย์ มีดวงวิญญาณที่ตายแล้วไม่ได้มาบ้านเรา”




“ซวยแน่ๆถ้ายมทู— อุ้บ!” นำทรัพย์ยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองได้ทัน เด็กน้อยพยักหน้าอย่างรู้กันกับแสน




หญิงสาวคว้าหมวกกันน็อคมาสวมหัวเอาไว้ แล้ววิ่งไปเข็นจักรยานยนต์คันสีขาวออกมา ในขณะที่เธอตั้งขารถแล้ววิ่งไปเปิดประตูรั้วไม้ ลุงเจ้าที่ก็ปรากฏกาย




“จะไปไหนน่ะอีหนู ? ”




“ลุงคะ หนูลืมไปรับดวงวิญญาณ !” แสนตอบด้วยถ้าทีตื่นๆ




“ใจเย็นๆ เอ็งหมายถึงวิญญาณของยายจิตสินะ”




“ค่ะ ค่ะ!” แสนพยักหน้ารับ




ลุงเจ้าที่ชี้หัวไม้เท้าไปทางในพุ่มไม้ อันที่จริงลุงเจ้าที่ชี้มาทางวิญญาณหนุ่มที่มานั่งแอบฟังว่าแสนจะทำอะไรต่างหาก และแล้วชายหนุ่มก็ต้องยอมออกมาจากพุ่มไม้ด้วยสีหน้าอับอาย




“เอาไอ้หนุ่มนี่ไปด้วยมันรู้ว่ายายจิตอยู่ที่ไหน”




“...” แสนหันขวับมาจ้องหน้าเขาทันควัน




ชายหนุ่มรีบโยกไม้โยกมือปฏิเสธ “ปะ เปล่านะ ผมไม่รู้จักยายแกด้วยซ้ำ”




“แต่มีเจ้าที่บ้านนู้นมาบอกข้าว่าเห็นเอ็งอยู่กับยายจิตตอนตีสี่”




ซวยแล้ว... สีหน้าของเขานั้นมันแสดงออกได้อย่างชัดเจน




เขาไม่มีอะไรจะแก้ตัว เขาจึงพยักหน้ายอมรับ




“ถ้างั้นเอ็งก็พานังหนูแสนไปพายายจิตมา”




แม้ว่าเขาจะเป็นวิญญาณแต่ว่าหน้าของเขาก็ถอดสีออกมาอย่างเห็นได้ชัด เขาก็อยากจะแสนไปรับตัวยายจิตมานะ แต่ว่าเขามีเหตุผลบางอย่างที่จะพาแสนไปไม่ได้เนี่ยสิ...




มันจะไม่ดีกับแสนและร่างของเธอแน่นอน

















“ยายจิตอยู่ไหนล่ะ ? ” แสนถามอย่างไม่สบอารมณ์กับชายหนุ่ม




“อยู่ทางนี้แหละ”




เขาพูดแบบนี้เป็นร้อยรอบได้แล้วมั้ง แถมยังพาเธอเดินวนหมู่บ้านเล่นเพื่อฆ่าเวลาด้วยซ้ำ เหมือนเขาต้องการยื้อเวลาให้ตัวเองได้คิดบางอย่างให้ออก





แสนเกิดหงุดหงิดขึ้นมาแล้วผลักเขาเข้ากำแพงบ้านหลังหนึ่ง หญิงสาวเอามือยกขึ้นมาเท้าค้ำคร่อมเขาเอาไว้




“ใจเย็นๆแสน” นำทรัพย์ห้ามมวยขึ้นมาทันที




แต่ทว่าแสนสวนกลับ “นำทรัพย์ ช่วยไปแอบดูละแวกหมู่บ้านที่ว่ายายจิตอยู่ไหน ฉันคิดว่าหมอนี้กำลังกั๊กที่อยู่ของยายจิตไม่ยอมบอกเรา..”




“โอเค...” นำทรัพย์รับคำสั่งด้วยสีหน้าเป็นกังวลหน่อยๆ กุมารทองน้อยนั้นไม่ค่อยไว้ใจที่จะปล่อยแสนไว้กับผีบ็อกเซอร์นั่นตามลำพัง เสียงของเด็กน้อยนั้นเอ่ยทิ้งท้ายไว้ก่อนจะหายวับไป “จะรีบไปรีบมาละกัน”




ยามเช้านั้นมีผู้คนออกมาไม่ค่อยมาก ในหมู่บ้านนั้นมีบ้านเช้าสำหรับนักศึกษาอยู่ทำให้กำแพงบ้านที่แสนค้ำนั้นเป็นหลังที่มีนักศึกษาชายหนุ่มสองคนเดินออกมา




พวกเขาถึงกลับผงะแล้วมองแสนที่ไม่ได้สนใจโลกรอบข้างอย่างตกใจ




“ทิศใต้ มึงว่า... น้องเขาคุยกับกำแพงป้ะวะ ? ”




“...สงสัยจะบ้าไปแล้วมั้ง”




หลังที่นักศึกษาหนุ่มสองคนนั้นเดินไปหันมองแสนอย่างระแวงไป วิญญาณของชายหนุ่มในอ้อมแขนของเธอก็หันหลบสายตาของหญิงสาว มาเจอกับนักศึกษาชายที่ชื่อทิศใต้ เขาขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะร้องตะโกน




“แสน ! หมอนั่น ผู้ชายใส่ขุดนักศึกษานั่น มันต้องรู้จักฉันแน่ๆ ! !”




“พอได้แล้ว ! ” แต่ว่าแสนนั้นไม่ได้อยู่ในโหมดที่จะยอมเขื่ออะไรเขาง่ายๆ เธอตะคอกใส่เขา




“แสน ..ฉันพูดความจริง” เขาพูดกับเธอไปก็หันมองผู้ชายคนนั้นไปพลาง




“นี่...” จู่ๆแสนก็เอ่ยขึ้นมาพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ฉันขอล่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเหตุผลที่นายไม่ยอมบอกว่ายายจิตอยู่ที่ไหน แต่ว่าหน้าที่ของฉันคือรับดวงวิญญาณบริสุทธ์ทุกดวงมาอยู่ที่บ้านเพื่อรอไปสู่สุขติ”




“...”




“บอกฉันมาว่ายายจิตอยู่ที่ไหน ? ”




“ฉันบอกไม่ได้..” เขาเม้มปากเข้าหากัน น้ำเสียงดูอ่อนลงราวสำนึกผิด เขากลั้นใจพูดความจริงออกมา “แสน พวกนั้นมันจะเอา---”




“แสน ! ” นำทรัพย์ปรากกฏกายขึ้นมาด้วยสีหน้าแตกตื่น “ฉันเจอยายจิตแล้ว อยู่ที่โรงพิมพ์ร้าง แต่ว่ามีพวกสัมภเวสีเต็มไปหมดเลย”














โรงพิมพ์ร้างนั้นปิดตัวไปหลายปีแล้ว แค่ดูจากภาพนอก ตรงสถานที่ตั้งก็เป็นแหล่งทางสามแพ่ง ไหนจะถูกทิ้งร้างและมีกลิ่นเหม็นอับ ทั้งยังเป้นสถานที่อับแสงแบบนี้ จะมีดวงวิญญาณชุกชุนก็ไม่แปลก





ประตูเหล็กขึ้นสนิทเกรอะนั้นแง้มเอาไว้นิดแล้วเท่าขนาดช่องแมวลอดผ่าน





“ฉันจะเข้าไปรอข้างในนะ” นำทรัพย์เดินทะลุผ่านเข้าไปข้างในอย่างที่พูด




แสนนั้นลองออกแรงผลักประตูแล้วปรากฏว่ามันขยับเธอจึงออกแรงดันให้ประตูเปิดกว้างพอที่ขนาดตัวของเธอจะแทรกเข้าไปได้




“แสน”




เสียงน่ารำคาญนั่นอีกแล้ว...



เธอหันไปมองตามเสียง แต่ทว่าแสนยังไม่ได้สบตากับวิญญาณหนุ่ม ผมยาวหยักศกของเธอก็ถูกกระชากให้เข้าไปข้างในตึกแล้วประตูเหล็กก็งับต่อหน้าต่อตาของชายหนุ่ม




“แสน ! ”




“แม่งเอ้ย” แสนสบถออกมาหลังที่หัวฟาดพื้นไปอย่างจัง เธออวดครวญอย่างเจ็บปวดพลางเอามือกุมหัว “กรี๊ด!”




เธอกรีดร้องออกมาเพราะว่าแรงที่เคยกระชากผมของเธอให้ล้มลงมาหัวฟาดพื้นนั้นคว้าจับผมของเธอแล้วดึงลากแสนเข้ามาข้างในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือพิมพ์




“แสน ! ” เธอได้ยินเสียงเรียกของนำทรัพย์ แต่ว่าเงาร่างของกุมารทองของเธอนั้นมีกลุ่มควันสีดำปกคลุมกั้นคอยกันระหว่างนำทรัพย์กับเธอ




มันหยุดกระชากผมของแสนแล้วทิ้งให้หัวของเธอกระแทกพื้นอย่างจังอีกครั้ง “อั้ก!”




“อินางน้อยนี่มาได้ยังไงกัน” เสียงแหบของหญิงชราที่คุ้นหูทำให้แสนรีบหันไปมองทันที




วิญญาณของยายจิตนั้นกำลังเคี้ยวหมากพลูนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่าๆโยกไปโยกมา




“ยายจิต ยายช่วยมากับฉันทีนะจ้ะ---” แสนเอ่ยปากเรียกชื่อของยาย ขณะนั้นเสียงกรอบแกรบเหมือนเสียงของแมวที่เดินเหยียบกองกระดาษก็ดึงความสนใจของแสนไป ที่มุมนั้นมีเงาดำตะคุ่มที่เป็นรูปเป็นร่างของชายชกรรจ์ เงาของวิญญาณสัมภเวสีจ้องเขม็งมาทางเธอ




“เอาร่างมึงมาให้กู!”




วิญญาณตนนั้นพูดเสียงแข็ง พยายามขู่ให้แสนกลัวละจิตตกขวัญอ่อน




แสนเข้าใจในทันทีว่ามันต้องการจะสิงร่างเธอ... โอกาสที่วิญญาณที่มีมลทินจะสิงเธอนั้นได้ยากกว่าวิญญาณที่ยังบริสุทธิ์เพราะว่าความเข้ากันได้ทางกายภาพนั้นต้องอาศัยคลื่นสมองที่ตรงกัน เช่นนั้นมันจ้องจะสิงคนที่มีจิตใจหดหู่ คนที่จิตอ่อนและ คนที่เป็นร่างที่สิงได้เฉพาะอย่างเธอ




“!!!”





เงาดำนั้นพุ่งเข้ามาที่ร่างของหญิงสาว แสนยกแขนขึ้นมากันทั้งที่รู้ว่าไร้ประโยชน์ เธอได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อของนำทรัพย์เลือนรางเหมือนกับว่ากุมารทองตนนั้นมาช่วยเธอช้าไปก้าวเดียวก่อนที่แสนจะไม่ได้สติอีกเลย




จะบอกว่า... ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่นิยายเรื่องนี้ก็จะถูกไรท์ดองอีกเรื่องงงง ขอโทษนักอ่านที่กำลังอ่านติดลมกันด้วยเนอะ ไรท์พบว่า... การเขียนโดยไม่พล็อตนั้นเป็นความคิดที่ไม่ดีเลย ขอโทษด้วยค่ะ

หวังว่าคงจะได้กลับมาเขียนนะ แสน.



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น