หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 38 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (5)

ชื่อตอน : ตอนที่ 38 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 186

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 38 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (5)
แบบอักษร

            เฟิงปู้เจวี๋ยเดินลงไปตามอุโมงค์ ภาพน่ากลัวก่อนหน้านี้ไม่ได้ส่งผลอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงเดินต่อไปโดยไร้กังวลเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ต่อมาไม่นาน เขาเดินมายังสุดทาง ซึ่งมันทั้งแคบและอับชื้นที่สุด

ในอุโมงค์ใต้ดินนี้มีบานประตูห้องขังแคบบานหนึ่ง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลก ในยุคสมัยอดีตที่ยาวนาน ห้องในอุโมงค์ใต้ดินแบบนี้ส่วนมากมักจะมีบานประตูแบบนี้เอาไว้เพื่อเป้าหมายอันชั่วร้ายบางอย่าง ซึ่งในปัจจุบันเดาว่ามันเป็นสถานที่พักวิญญาณ (สถานที่ที่เอาไว้พักศพก่อนจะฝังลงดิน) บนพื้นไม้และผนังทางเดินทั้งสี่ถูกเคลือบด้วยทองแดง ประตูเหล็กแคบบานนั้นมันหนักเกินบรรยาย เมื่อผลักมันออก เสียงเสียดสีของข้อต่อประตูจะดังเสียงแหลมบาดหูมาก กลางห้องขังมีโลงศพตั้งอยู่ เมื่อใช้ไฟฉายส่องเข้าไป ก็จะเห็นว่ามันยังไม่ได้ถูกตอกตะปูปิดตาย แล้วก็ยังไม่ได้ปิดฝาโลงให้ดีด้วย ......

เฟิงปู้เจวี๋ยดันตัวเปิดประตูเข้าไปยังประตูเหล็กบานนั้น เขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะไปเปิดสำรวจโลงศพ แต่กลับใช้ไฟฉายส่องสำรวจไปยังรอบๆ เสียก่อน ซึ่งเป็นไปตามคาดมันได้ผล บนผนังด้านหนึ่ง เขาพบข้อความอีกส่วนของ “ตำหนักผีสิง” แต่คราวนี้มันเขียนขึ้นมาจากเลือด :

[ต้องสวมเสื้อคลุมของซาตานด้วยความเจ็บปวด

ลงมือสังหารกษัตริย์ผู้ทรงเกียรติ

(โอ! ให้เราได้ไว้อาลัย ให้กับรุ่งอรุณที่จะไม่ส่องประกายให้กับตัวเขาอีก มันเป็นความเจ็บปวดและทรมานเกินจะบรรยาย!)

ปราสาทเก่าอันรุ่งเรืองของเขา

ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ความมืดมน

ถูกฝังไปตามกาลเวลา]

“อืม ...... นี่คือข้อความส่วนที่ห้างั้นเหรอ” เฟิงปู้เจวี๋ยพูดเสียงเบา หลังจากอ่านจบ

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง : [อัพเดทความคืบหน้าภารกิจรอง]

ช่องรายละเอียดภารกิจเปลี่ยนไปเป็น : [ค้นหา “ตำหนักผีสิง” ให้ครบหกแห่ง ความคืบหน้าปัจจุบัน: 3/6]

เฟิงปู้เจวี๋ยเดินไปยังข้างโลงศพ มือหนึ่งยกไฟฉายขึ้นมา อีกมือหนึ่งกำมือขึ้นมา เหมือนเคาะประตู อย่างนั้น ก๊อก ก๊อก ก๊อก ------ เขาเคาะไปยังฝาโลงสามครั้ง : “ฮัลโหล คุณมาเดอลีน คุณยังอยู่หรือเปล่า?” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้ชื่อนี้เขารู้มาจากไหน

............

เมื่อเวลาผ่านไป ค่าความสยองของผู้กล้าไร้เทียมทานขยับเพิ่มขึ้นลดลงอยู่ที่ 15% และก็หยุดอยู่ที่ค่านี้ สิ่งที่ทำให้เขากลัวไม่ใช่เป็นเพราะเขาพบมอนสเตอร์หรือปีศาจอะไรเลย แต่เป็นเพราะว่าหลังจากที่เขาสำรวจชั้นสองมาได้พักใหญ่ เขาไม่พบทางออกหรือทางลงจากชั้นสองเลย

ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเส้นทางไหน ไม่ว่าจะเป็นห้องห้องใด หรือจะเป็นภาพเขียนบนผนัง ไฟติดฝาผนัง ของตกแต่ง มันดูแปลกตาไปหมด แต่ก็ดูเหมือนคล้ายกัน

พื้นที่ของคฤหาสน์แห่งนี้มีปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด หากดูจากขนาดภายในคฤหาสน์มันมีขนาดใหญ่กว่าภายนอกหลายเท่า ความยาวของทางเดินราวกับมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากนับจากประตูห้องจากทั้งสองฟาก จะนับได้จำนวนต่างกันทุกครั้ง และจนถึงตอนนี้ ผู้กล้าไร้เทียมทานก็ยังคงไม่สามารถเดินไปยังปลายทางของทางเดินเส้นใดเส้นหนึ่งได้เลย ทุกครั้งที่เขาเดินไปจนสุดทาง ก็จะพบทางแยกใหม่เสมอ

            หลังจากที่เดินมาสักพัก เหมือนค่าความแข็งแกร่งจะลดลงน้อยมาก มีเพียงการเดินเป็น “ระยะเวลานาน” เท่านั้นถึงจะเห็นค่าความแข็งแกร่งที่ลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งมันสอดคล้องกับชีวิตจริง หากคุณให้ใครคนใดคนหนึ่งเดินอยู่บนทางเท้าต่อเนื่องยี่สิบนาที เขาก็จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้นเล็กน้อย สี่สิบนาทีขึ้นไปขาก็จะเริ่มปวดเมื่อย หากเกินกว่าหนึ่งชั่วโมงขึ้นไป แน่นอนว่าต้องหยุดพักเพื่อปรับสภาพก่อน ซึ่งจากตัวอย่างนั้นคือในกรณีของบุคคลทั่วไป ไม่ใช่นักกีฬามืออาชีพ

            ความเหนื่อยล้าแบบนี้มันจะมาจากรูปแบบการสะสม ระยะเวลายิ่งนานยิ่งชัดเจน ภายใต้สถานการณ์หวาดกลัวเช่นนี้ ปฏิกิริยาของผู้กล้าไร้เทียมทานก็จะเร็วขึ้น เมื่อเขาเห็นค่าความแข็งแกร่งของเขาเริ่มจะลดลง เขาไม่ได้เลือกที่จะหยุดพักสงบสติอารมณ์ แต่เลือกที่จะเดินหน้าอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ......

            ในตอนนี้เขาไม่ได้ทำการสำรวจแล้ว แต่เขากำลังวิ่งหนี

            จิตใต้สำนึกของเขากำลังเตือนเขาว่า หากไม่อะไรสักอย่าง มันคงไม่ใช่แค่ต้องติดอยู่ที่นี่เท่านั้น เมื่อไรก็ตามที่ค่าความแข็งแกร่งของเขาลดลงจนถึงระดับหนึ่งแล้ว จะต้องเกิดอะไรขึ้นสักอย่างภายใต้ความมืดแห่งนี้ ......

            “แฮ่ก ....... แฮ่ก ......” ระดับการหายใจของผู้กล้าไร้เทียมทานเริ่มแรงขึ้น เขามองไปยังแถบเมนู ทั้งๆ ที่ค่าความแข็งแกร่งของเขายังคงเหลือประมาณ 1000 และมันก็ไม่ใช่การวิ่ง แต่เป็นแค่การเดินเร็วเท่านั้น ซึ่งมันไม่ควรออกมาในรูปแบบนี้สิ

            เขาหยุดวิ่ง และยืดมือเท้าเอว ปรับสภาพการหายใจ ในตอนนี้ เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ผิดปกติบางอย่างบริเวณช่องท้องของเขา แต่เขาอธิบายไม่ถูกว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหน

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ......” ผู้กล้าไร้เทียมทานพูดเสียงเบา การบ่นพึมพำสามารถช่วยลดความหวาดกลัวลงได้บ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้เขาได้รวบรวมสติได้

            ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาหันกลับไปมอง เขาพบว่าข้างกายเขามีกระจกบานหนึ่งตั้งอยู่ กระจกบานนี้เป็นกระจกทรงสี่เหลี่ยมสูงประมาณสองเมตร ติดอยู่ผนังกำแพงทางเดิน กรอบกระจกทำจากไม้แกะสลัก ลวดลายไม่ซับซ้อนแต่ก็ประณีต

            “แปลกจริง ...... เมื่อกี้มีเจ้านี่ด้วยเหรอ?” เขาไม่ใช่แค่ตั้งคำถามเท่านั้น สีหน้าท่าทางเขาก็ออกอาการสงสัยมาก

            ในตอนนี้ผู้กล้าไร้เทียมทานได้ยืนตัวชามองกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า มองไปยังทางเดินที่ไม่มีปลายทาง ไม่ได้สนใจบานประตูที่อยู่บริเวณสองข้างทางอีก ยิ่งไม่ได้ไปสำรวจภาพวาด ไฟฝาผนัง ของตกแต่งอีก ทางเดินเส้นนี้ไม่ได้กว้างมาก ราวกับเจ้ากระจกบานนี้มันเพิ่งจะเคยปรากฏขึ้นครั้งแรก แถมยังเป็นกระจกบานใหญ่มาก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะมองไม่เห็น

            ในขณะที่พบกระจก ผู้กล้าไร้เทียมทานหันข้างเข้าหากระจก อยู่ในท่ายืนตัวโค้งลง มือจับหัวเข่า แต่เมื่อเขาได้ย้ายความสนใจไปยังกระจกแล้ว เขาก็ยืดตัวขึ้น แล้วหันหน้าเข้าไปหากระจก การหันตัวไปในครั้งนี้ มันทำให้เขาตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง

            การเห็นภาพสะท้อนในกระจกดูจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ภาพตัวเขาในกระจกนั้น ช่องท้องของเขามันทะลักออกมาอยู่ภายนอก แถมบริเวณช่องท้องยังไม่มีเสื้อผ้าหรือผิวหนังบดบังอีกด้วย แค่มองไปก็เห็นขดไส้ขนาดใหญ่ขดหนึ่ง

            ความเย็นยะเยือกกล้ำกรายเข้าหาผู้กล้าไร้เทียมทาน สีหน้าของเขาเริ่มซีด เขาเดินถอยหลังไปหลายก้าว จนหลังชนผนังกำแพงอีกฝั่งหนึ่ง ราวกับหยุดหายใจไปเกือบสิบวินาที

            “ภาพ ...... มันเป็นภาพลวงตา ......” เขาค่อยๆ ดึงสติกลับมา ทำท่าทางดุดันและเดินเข้าหากระจกอีกครั้ง “จะหลอกใครห้ะ ...... โธ่ ก็แค่เห็นเครื่องในของตัวเองแค่นั้นแหละ” ถึงแม้ปากจะพูดออกไปแบบนั้น แต่ค่าความสยองมันหลอกใครไม่ได้ เขากลัวมาก แต่เมื่อถึงคราวคับขันมนุษย์ก็จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกัน การเหวี่ยงวีนหรือการทำลายก็เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอย่างหนึ่งเช่นกัน

            สายตาของผู้กล้าไร้เทียมทานมันมองไปยังตำแหน่งของช่องท้องราวกับไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จะเห็นได้ว่า ลำไส้ของเขามันกำลังขยับขยุกขยิก แต่หากมองให้ละเอียดเข้าไปอีก ก็จะสามารถเห็นจุดที่ผิดปกติบางอย่าง

            เส้นตัดขวางของลำไส้ยิ่งมองยิ่งผิดปกติ ...... มันเหมือนกับ ...... เหมือนกับเส้นทางเดินเส้นหนึ่ง!

            กระดูกของเขาเย็นวาบ คอแข็งตึงจนเคลื่อนไหวไม่ได้ หลังจากนั้นสองวินาที เขาร้องตะโกนด้วยความโกรธ แล้วถีบกระจกจนแตก แล้วก็หันหลังเดินไป

            ใครจะคิดว่า หลังจากที่เขาหันหลังเดินไปสายตาของเขาก็พบกระจกเต็มสองข้างทางไปหมด ประตูห้องก่อนหน้านี้หายไป ถูกแทนที่ด้วยกระจกนับไม่ถ้วน

            “อ๊าก !!!” พี่ไร้เทียมทานร้องอุทานออกมา แล้วก้มหน้าก้มตาไม่มองสิ่งใดวิ่งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันคือภาพลวงตาหรือว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่ที่แน่ๆ เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวและอันตราย ในตอนนี้เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว

            เสียงเพล้งสนั่นหวั่นไหวดังขึ้น เงาคนพุ่งชนกระจกหน้าต่างจนแตกออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง

            วินาทีที่เขาลอยตัวอยู่ในอากาศ ผู้กล้าไร้เทียมทานแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจเลย ก่อนหน้านี้สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขายังเป็นทางเดินอยู่เลย เขากำลังวิ่งอยู่บนทางเดินนั้น ด้านหน้ามันมีทางชัดเจน แต่วินาทีต่อมาเศษกระจกกลับบาดผิวและความเจ็บปวดจากการพุ่งชนก็เกิดขึ้น เขาเหมือนกับวิ่งชนกับอะไรสักอย่าง หลังจากนั้นร่างกายก็เข้าสู่สภาวะการตกหล่น

            วินาทีก่อนที่เขาจะตาย เขาเห็นภาพบรรยากาศด้านนอกคฤหาสน์

            เชื้อราที่เกาะอยู่รอบกำแพงหิน ต้นไม้เหี่ยวแห้งทั่วทั้งสี่ทิศ และเงาดำขนาดใหญ่ที่ปรากฎอยู่บริเวณห้วยน้ำ กลิ่นอายความมืดอันสยดสยองลอยออกมาจากห้วยน้ำ กำแพงภูเขา และตัวคฤหาสน์ไม่หยุด ในขณะเดียวกันความมืดก็ยังเอียงตัวตามวัตถุและจิตวิญญาณอยู่บนโลกด้วย

            ท่ามกลางความเงียบสงัด ผู้กล้าไร้เทียมทานตกลงสู่ห้วยน้ำนอกคฤหาสน์ วิญญาณในห้วยค่อยๆ กลืนกิน เขาไม่สามารถจะเปล่งเสียงร้องใดๆ ออกมาจากลำคอได้เลย คฤหาสน์เบื้องหน้าเป็นเสมือนเงาปีศาจที่เย็นชา ราวกับกำลังมองดูอีกชีวิตที่กำลังจะดับวูบลง

ท้ายที่สุดในสายตาของผู้เล่นมืออาชีพคนนี้ ...... เป็นท้องฟ้าที่มีดวงจันทร์ที่อาบด้วยสีเลือด

............

[สมาชิกในทีม: ผู้กล้าไร้เทียมทาน ตาย สิ่งของหนึ่งชิ้นในเนื้อเรื่องถูกเคลื่อนย้าย]

หลังสิ้นเสียงการแจ้งเตือนจากระบบ ทำให้หวังทั่นจือและหลงอ้าวหมินถึงกับตกใจ

“ไม่มั้ง! ผู้เล่นมืออาชีพเลเวลสิบห้าตายง่ายๆ งี้เลยเหรอ!” หวังทั่นจือกล่าวด้วยความตกใจ เขารีบเข้าไปดูในแถบเมนูเพื่อยืนยันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น ชื่อของผู้เล่นคนดังกล่าวกลายเป็นสีเทา ด้านข้างสถานะ “มีชีวิต” ได้เปลี่ยนเป็น “ตายแล้ว”

ในตอนนี้ หลงอ้าวหมินและเขาต่างสำรวจห้องกันมาพอประมาณแล้ว แต่ก็ไม่พบสิ่งของอะไรที่สามารถเป็นเงื่อนงำได้ นอกจากเจอพื้นทรุดตัวลง กับดักแหลมตามพื้นเท่านั้น นอกนั้นไม่เจอทั้งเงื่อนงำและไอเทมรางวัลใดๆ

“หากเราสองคนแยกกันไปนะ ที่เราเจอเมื่อกี้อาจจะถึงชีวิตเลยก็ได้” หลงอ้าวหมินตอบกลับ แล้วพูดต่อว่า “น้องเฟิ่งไปคนเดียวจะเกิดอันตรายอะไรขึ้นรึเปล่านะ”

“พี่เจวี๋ยเหรอ ...... พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ในเมื่อเขาเป็นคนเสนอให้แยกกันไป เขาคงคิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นไว้แล้วละ” หวังทั่นจือกล่าว “จริงสิ ตอนที่อยู่พื้นที่ล็อกอินฉันเห็นหมายเหตุข้อหนึ่งของเกมระบุไว้ว่า หากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งตายไป สิ่งของของเขาจะแรนดอมตามระบบไปอยู่รอบๆ ตัวของเพื่อนร่วมทีม”

หลงอ้าวหมินเป็นคนที่เข้าด่านทีมค่อนข้างมาก เขากล่าวว่า : “อืม รู้ละ เราไปหากัน”

ทั้งสองรีบรื้อค้นไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด พวกเขาไม่เจอจดหมายฉบับนั้น แต่กลับเจอข้อความอีกส่วนหนึ่งในกองสิ่งของที่อยู่บนพื้น :

[นักเดินทางต่างเพลิดเพลินกับหุบเขา

            เมื่อแสงสว่างที่สาดทะลุหน้าต่างก็จะเห็น :

            เหล่าภูตน้อยกำลังเริงระบำ

            ไปตามจังหวะเสียงดนตรีที่บรรเลง

            รายล้อมไปทั่วบัลลังก์กษัตริย์

            “สติปัญญา” แห่งราชันย์

            ท่าทางที่น่าเกรงขาม

            บารมีของผู้นำแคว้น ราศีหาใครเทียบยาก]

            [อัพเดทความคืบหน้าภารกิจรอง]

[ค้นหา “ตำหนักผีสิง” ให้ครบหกแห่ง ความคืบหน้าปัจจุบัน: 4/6]

ความคิดเห็น