หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 36 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 36 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 53

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36 ห้วยแห่งบ้านผีสิง (3)
แบบอักษร

            “มันหมายความว่าไง? ‘ตำหนักผีสิง’ คืออะไร?” หวังทั่นจือถาม

            “สงสัยประโยคต่อไปคงถามว่า ‘กินได้ไหม’ ?” เฟิงปู้เจวี๋ยกล่าว

            “ฉันเลยช่วงอายุมุ้งมิ้งที่จะถามว่า ‘กินได้ไหม’ แล้วนะ ...... ตอนนี้ฉันจริงจังนะ!” หวังทั่นจือกล่าว

            “พวกนายดูเอาเองละกัน” เฟิงปู้เจวี๋ยยืนขึ้น เสี่ยวทั่นและพี่หลงดูสิ่งของที่เขานั่งตรวจสอบเมื่อครู่

            เมื่อทั้งสองคนเดินเข้ามารวมตัวกันก็พบว่าบนผนังนั้นมีตัวอักษร เหมือนจะเป็นอักษรที่ใช้มีดแกะสลักไว้ เนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ผู้เล่นสามารถเปิดแถบเมนูขึ้นเพื่อใช้พจนานุกรมแปลภาษา       มันเหมือนกับบทกลอนภาษาอังกฤษตอนหนึ่ง เนื้อหามีอยู่ว่า :

            [หุบเขาลึกที่หนาทึบ

            เหล่าเทพพิทักษ์หยุดการคุ้มครอง

            เคยมีปราสาทอันงดงามแห่งหนึ่ง ------------

            แพราวพราวสะดุดตา ------------ ตั้งตระหง่าน

             “แนวคิด” ของอาณาจักรแห่งนี้

            มันตั้งตระหง่านขึ้น

            ปีกเทพพิทักษ์ทั้งหกไม่เคยถูกกระพือออก

            นี่คือความงามของพระราชวังเพียนหลินฉง]

            “สรุปแล้วมันหมายความว่าไง?” หลังจากที่หวังทั่นจืออ่านจบสมองเขาถึงกับกลวงเลยทีเดียว

            “พูดง่ายๆ ก็คือบทความนี้มีชื่อว่า ‘ตำหนักผีสิง’ ทั้งหมดมีหกตอน?” หลงอ้าวหมินลองเดาดู

            พวกเขาต่างคิดว่า ...... ไม่เป็นไรหรอกยังไงก็มีเฟิงปู้เจวี๋ย เพราะเจ้านั่นรู้ไปซะทุกเรื่อง มีอะไรถามเขาก็พอ แต่คิดไม่ถึงว่า ขณะที่ทั้งสองคนหันหลังกลับไป เจ้าตัวแสบนั่นก็หายตัวไปแล้ว

            “พี่เจวี๋ย?” หวังทั่นจือมองหาไปรอบๆ เอนตัวไปเงยหน้ามองไปที่บันไดขึ้นชั้นสอง : “ไปไหนละ เผลอแปปเดียวหายไปเลย?”

            หลงอ้าวหมินหันซ้ายหันขวาไปมาก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ทำได้แค่ตอบรับแบบทำอะไรไม่ได้ : “เมื่อกี้เขาก็บอกไว้แล้วว่าจะแยกกัน สงสัยฉวยโอกาสที่เรากำลังอ่านข้อความนี่แอบไป”

            หวังทั่นจือกล่าว: “งั้นเราไปสำรวจกันดีกว่า เพราะยังไงพี่เจวี๋ยก็บอกแล้วว่าเมื่อไหร่ที่ภารกิจหลักมีการเปลี่ยนแปลงให้มารวมกันที่นี่”

            หลงอ้าวหมินผงกหัวรับคำ ทั้งสองเริ่มทำการสำรวจชั้นหนึ่ง เปิดประตูหน้าต่างออกเท่าที่สามารถทำได้ ตรวจดูห้องทุกห้องว่ามี “ตำหนักผีสิง” ซ่อนอยู่หรือไม่หรือมีเงื่อนงำอะไรที่จะสามารถไขปริศนาได้บ้าง

            ............

            บริเวณทางเดินที่ซับซ้อนในชั้นหนึ่ง

            สองสาวเดินหน้าไปด้วยความระมัดระวังอย่างช้าๆ ดูจากท่าทางแล้วพวกเธอน่าจะถูกกับดักอะไรสักอย่างเข้าแล้วละ

            ในขณะนี้ ในมือของฝนแห่งการจากลาถือกระบี่ยาวแวววับจับตา ไอเทมชิ้นนี้คุณภาพทั่วไปเท่านั้น แต่เธอก็ใช้เจ้าไอเทมทั่วไปนี้แลกมาซึ่งฉายา [นักฆ่าไร้ปราณี] ซึ่งมันเพียงพอที่จะแสดงความสามารถพิเศษเหนือคนทั่วไปได้

            วิญญาณกระดูกไม่ได้หยิบปืนออกมา สิ่งที่เธอและเฟิงปู้เจวี๋ยคิดนั้นไม่ต่างกัน หากในด่านนี้เน้นไปที่ผีวิญญาณและกับดัก ปืนคงไม่ได้ใช้งาน

            “นี่?” วิญญาณกระดูกที่เดินตามหลังมาก็ยืนตะลึงไป หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็พูดว่า “เฮ้ ...... พวกเขาปลดล็อกภารกิจรองได้แล้ว”

            ฝนแห่งการจากลามองไปที่เนื้อหาภารกิจ แล้วถามต่อว่า : “เราควรจะช่วยกันค้นหาไอ้ ‘ตำหนักผีสิง’ นี่ไหม”

            “อืม......ไม่ต้องเจาะจงไปหาหรอก” วิญญาณกระดูกกล่าว : “ตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร และเราก็กำลังหาเงื่อนงำอยู่”

            “งั้นไปต่อเถอะ” ฝนแห่งการจากลาตอบรับ แล้วเดินต่อไป

            ............

            ที่ชั้นสอง ผู้กล้าไร้เทียมทานกำลังอยู่ในห้องที่มีขนาดกว้างมากใหญ่พอๆ กับห้องรับแขก หน้าต่างของห้องนี้ค่อนข้างแคบยาวออกแนวสูง มีระยะห่างจากพื้นไม้โอ๊คบราวด์พอสมควร มีประกายระยิบระยับส่องเข้ามาทางหน้าต่าง แสงตกกระทบใส่สิ่งของบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากลางดึกขนาดนี้ แสงส่องมาจากไหน ……

            ไม่ว่าผู้กล้าไร้เทียมทานจะมองไปทางใดของห้องเขาก็ไม่สามารถมองเห็นมุมหรือส่วนเว้าโค้งของห้องเลย แน่นอนว่า เขาไม่ได้สนใจรายละเอียดเล็กน้อยพวกนี้หรอก เห็นแล้วยังไง? เขาแค่ต้องการรู้ว่าในมุมตรงนั้นมันมีมอนสเตอร์อะไรซ่อนอยู่รึเปล่า

            ผนังทั้งสี่ด้านแขวนไปด้วยผ้าม่านสีทึบอ่อนๆ มีเฟอร์นิเจอร์ครบถ้วนแต่แทบไม่มีประโยชน์ เพราะมันทั้งเก่าและชำรุด ซึ่งมันดูไม่ค่อยสอดคล้องกันเท่าไหร่ มีหนังสือและเครื่องดนตรีกองกระจัดกระจายเต็มพื้นห้องไปหมดและมันก็ไม่ได้ทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาแต่อย่างใด ในอากาศราวกับสามารถสูดสัมผัสได้ถึงความเย็นที่เศร้าหมองได้ในทุกอณู บรรยากาศมืดครึ้มลอยไปรอบ ๆ ทำให้ชื้นไปหมด

            หลังจากที่ได้ยินเสียงการแจ้งเตือนจากระบบ ไร้เทียมเทานก็มองไปที่แถบเมนู สิ่งแรกที่เขาพบคือสองสาวพบอะไรบางอย่างที่ชั้นล่าง หลังจากนั้นภารกิจรองก็ปปรากฏขึ้น เขาคิดอยู่แล้วว่าภารกิจแบบนี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่อีกสามคนจะทำได้

            ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้ไขปริศนาเท่าไหร่ แต่ยังไงซะไร้เทียมทานก็เป็นผู้เล่นมืออาชีพ การสันนิษฐานอาจจะไม่รอด แต่ประสบการณ์ด้านเกมก็พอจะมีบ้าง เขาสำรวจห้องๆ นี้โดยละเอียด เขาต้องการค้นหาไอเทมหรือสิ่งของสิ้นเปลือง แต่น่าเสียดาย ของที่พอจะใช้ได้ในห้องนี้มีแค่กีต้าร์เก่าๆ กับไวโอลินที่สายขาดแล้วอย่าลงละหนึ่งชิ้น หากต้องใช้ของที่ทำจากไม้ผุๆ แบบนี้ไม่สู้ไปต่อสู้กับมอนสเตอร์โดยใช้หมัดของตัวเขาเองน่าจะได้ผลมากกว่า เพราะฉายา [นักมวยผู้มุทะลุ] นั้นมีความสามารถพิเศษแฝงมาด้วยนั่นก็คือสามารถเพิ่มพลังการโจมตีเวลาออกหมัด

            เมื่อหาไอเทมไม่ได้ ไร้เทียมทานเริ่มค้นหาสิ่งของที่ระบุในภารกิจ เขาไม่รู้ว่าอะไรคือ “ตำหนักผีสิง” แล้วก็ไม่มีอารมณ์จะมาหยิบหนังสือที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาอ่าน เขาแค่เดินไปยังมุมที่เขาคิดว่าน่าจะมีเงื่อนงำที่สุดเท่านั้น ------ จดหมายฉบับหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะหนังสือ

            สิ่งของที่สามารถอ่านได้ในห้องนี้ถ้าไม่หล่นก็วางกองกับพื้น มีเพียงจดหมายฉบับนี้เท่านั้นที่วางอยู่บนโต๊ะ โดยมีขวดน้ำหมึกทับไว้

            ขณะที่เขาหยิบขวดน้ำหมึกขึ้นมา ไร้เทียมทานพบว่าขวดน้ำหมึกมันหกเลอะซองจดหมาย ทิ้งร่องรอยส่วนหนึ่งเอาไว้ แล้วมันก็แห้งมานานแล้วด้วย เขาหยิบจดหมายขึ้นมา เป่าลมออกจากปากอย่างแรง ปัดฝุ่นออกไปเบาๆ แล้วก็ฉีกซองออกแล้วหยิบกระดาษจดหมายออกมา

            จดหมายฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ เพราะในหลายๆ จุดถูกหมึกเลอะหมด ส่วนที่เหลือก็ไม่ชัดเจน หัวจดหมายกับท้ายจดหมายมองไม่รู้เรื่องเลย แต่ก็พอจะคาดเดาได้จากเนื้อจดหมาย จดหมายฉบับนี้น่าจะเป็นจดหมายที่เจ้าของบ้านเขียนให้กับเพื่อนของเขา

            ตัวของผู้เขียนจดหมายเองนั้นถูก “คำสาป” บางอย่างทำให้ป่วยอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดทรมานเนื่องจากความผิดปกติทางประสาทมันยากที่จะบรรยาย เขาคาดหวังว่าจะได้พบกับเพื่อนรักของเขา ซึ่งเป็นคนเดียวที่สนิทสนม เขาหวังที่จะให้เพื่อนของเขามาค้างที่นี่สักระยะหนึ่ง มันอาจจะทำให้เขาอาการดีขึ้นก็ได้

            ช่องว่างระหว่างตัวอักษรในจดหมายมันแสดงให้เห็นถึงร่องรอยความสับสนทางประสาทบางส่วน เนื้อหาบางช่วงนั้นเกิดจากผู้เขียนจดหมายมือสั่นหรือไม่ก็มาจากคำพูดในสมองมากมายที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้หมดร้อยเปอร์เซ็นต์

            ถึงแม้ไร้เทียมทานจะไม่สามารถเห็นอะไรจากจดหมาย แต่ก็ได้เก็บจดหมายฉบับนี้เอาไว้ แล้วก็ใช้สายตากวาดมองไปในห้องอีกรอบ ก่อนที่จะหันหลังออกจากห้องไป

            ............

            ในอุโมงค์หินมืด

            แสงจากกระบอกไฟฉายกระบอกหนึ่งกำลังส่องสว่างอยู่ มันส่องแสงสว่างออกไปด้านหน้า เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยมองเห็นบางอย่างที่อยู่ด้านหน้า เขาก็สบถออกมาว่า : “ห้องนี้มีปัญหารุนแรงแน่ๆ ...... เมืองปีศาจหรือยังไงกัน? เกิดข้อผิดพลาดของพื้นที่เหรอถึงได้ส่งมานี่เนี่ย?”

            จริงๆ แล้วเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเดินหนีหายไปทางด้านหลังของเสี่ยวทั่นหรือพี่หลงเลย เขาเพียงแค่เดินไปยังอีกฟากของห้องรับแขก เพื่อที่จะไปดูภาพภาพหนึ่งที่แขวนอยู่บนผนัง ......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น