Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 58 : แสนลำบากใจ เมฆ-จอม (ขนมปังกลับมาแล้ว)

ชื่อตอน : Chapter 58 : แสนลำบากใจ เมฆ-จอม (ขนมปังกลับมาแล้ว)

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.8k

ความคิดเห็น : 200

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2561 18:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 58 : แสนลำบากใจ เมฆ-จอม (ขนมปังกลับมาแล้ว)
แบบอักษร

เมฆินทร์...................................

ผมเป็นกังวลเรื่องพ่อกับแม่มากที่ผมมีคนรักเป็นผู้ชายด้วยกัน ผมเป็นพี่คนโตเลยเกรงใจพ่อกับแม่ ไม่ค่อยขัดใจอะไรพวกท่านมาแต่ไหนแต่ไร ผมไม่อยากเห็นพวกท่านเป็นทุกข์เพราะผม ผมไม่เหมือนกับตะวันที่มีนิสัยโผงผาง กล้าพูดกล้าทำ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ถึงขนาดกล้าบอกกับพ่อว่าตัวเองรักกับผู้ชาย ผมได้ยินก็ใจหายวาบแทน กลัวว่าพ่อจะโกรธ  แต่แล้วพ่อกลับเข้าใจ ผมเลยโล่งอกไปเปราะหนึ่ง แต่แม่นี่สิปัญหาใหญ่ แม่คงไม่ยอมรับเรื่องพวกนี้ได้ง่าย ๆแน่ ขนาดขนมปังตอนนั้นยังเป็นเด็กไม่รู้ภาษีภาษาอะไรแม่ผมยังส่งไปเรียนที่เมืองนอกตั้งหลายปี ผมกลัวแม่จะรู้เรื่องผมกับจอมเข้าเลยต้องพยามปิดบังไม่ให้แม่รู้

“คุณเมฆมีเรื่องไม่สบายใจใช่มั้ยครับ...?”   จอมเอ่ยถามกับผม ผมได้แต่พยักหน้ารับ  แล้วจอมก็ค่อย ๆ เข้ามากอดผมเอาไว้

“มีอะไรอย่าเก็บเอาไว้คนเดียว แบ่งเบามาให้ผมบ้างก็ได้ครับ ผมเป็นห่วงคุณเมฆ”  แล้วจอมก็บอกกับผม  ผมรักจอมก็ตรงนี้แหล่ะเขาเป็นคนดี ซื่อตรงต่อความรัก และรักผมมากกว่าใคร ผมก็รักเขามากเช่นกันผมไม่อยากที่จะจากกับเขาเลยถึงได้พยายามปิดเรื่องเราเอาไว้

“ขอโทษนะจอมที่ฉันมันขี้ขลาดไม่เข้มแข็งเหมือนกับตะวัน”  ผมบอกกับจอมไป จอมได้แต่ทำหน้างงมองผม

“จอมคงอึดอัดแย่ที่จะต้องคอยหลบคอยซ่อนคนอื่น ฉันมันไม่ดีเอง”  ผมบอกกับจอมไปอีกครั้ง  จอมคลี่ยิ้มให้กับผม

“ผมไม่เคยอึดอัดเลยครับ ผมเข้าใจคุณเมฆดี คุณเมฆเป็นถึงเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ มีหน้ามีตาในสังคม และคุณเมฆยังมีพ่อกับแม่ที่ต้องคอยนึกถึงอีก คุณเมฆไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ แค่รู้ว่าคุณเมฆรักผมจะให้ผมอยู่ในฐานะอะไรผมก็ยอม”  แล้วจอมก็บอกกับผม ผมได้ยินถึงกับสะอึก

“ขอบใจนะจอม ถ้าฉันพร้อมเมื่อไหร่ฉันจะเป็นคนบอกทุกคนเองว่าจอมเป็นคนรักของฉัน”  ผมกอดจอมเอาไว้แน่น รู้สึกขอบคุณที่เขาไม่เคยทิ้งผมไปไหนเลย เขาจะคอยอยู่ข้าง ๆ ผมเสมอ ถึงแม้ว่าผมจะให้จอมขึ้นมาเป็นผู้ช่วยแต่เขาก็ไม่ยอม จอมยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่เลิกงานผมก็ขับรถกลับเข้าบ้าน  พอมาถึง แม่นมก็รีบเดินเข้ามาหาผมทันที

“คุณใหญ่คะเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”  แม่นมหน้าตาตื่นบอกกับผม

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ...?”  ผมรีบถามกลับไป

“คุณผู้หญิงเพิ่งทะเลาะกับคุณตะวันค่ะ บ้านแทบแตก”  แล้วแม่นมก็บอกกับผม ผมได้ยินก็ตกใจ รู้เลยว่าแม่กับน้องทะเลาะเรื่องอะไรกัน

“แล้วตอนนี้ตะวันอยู่ที่ไหน...?”  ผมถามกลับไป

“คุณผู้หญิงไล่คุณตะวันออกจากบ้านไปแล้วค่ะ” แม่นมน้ำตาคลอเสียงสั่นเครือบอกกับผม ผมใจหายวาบเมื่อได้ยิน

“แล้วตอนนี้คุณแม่ล่ะ..?”

“อยู่ในห้องรับแขกค่ะ”  แม่นมบอก ผมรีบเดินเข้าไปในห้องรับแขกทันที เห็นคุณแม่นั่งหน้าเคร่งเครียดตาบวมแดง ผมเลยเดินเข้าไปหา

“คุณแม่เป็นอะไรไปครับ...?”  ผมเข้าไปนั่งข้าง ๆ

“จะเป็นอะไรไปซะอีกล่ะ ก็น้องชายตัวดีของแกหน่ะสิทำแม่แทบล้มทั้งยืน”  แม่มีสีหน้าโกรธขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยถึงตะวัน ถึงแม้ว่าผมจะพอรู้เรื่องบ้างแต่ผมก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ...?”  ผมถามกลับไปอีกครั้ง

“แม่จะให้ตะวันแต่งงานกับหนูรส จะได้เป็นฝั่งเป็นฝาซะที หนูรสก็เป็นเด็กดีแม่รู้จักมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก พ่อกับแม่หนูรสก็สนิทคุ้นเคยกับทางบ้านเราเป็นอย่างดี แต่ดูน้องแกมันทำกับแม่ มันไม่รักดี ดันไปตกหลุมรักไอ้ผู้ชายต่ำต้อยไร้ค่าที่เคยเป็นคนขับรถมาก่อน จะไม่ให้แม่อกแตกตายได้ยังไงห๊ะตาเมฆ ถ้าเป็นผู้หญิงก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ไอ้เด็กนั่นมันเป็นผู้ชายนะตาเมฆ มันเป็นผู้ชาย....!!”  แม่มีอารมณ์ขึ้นมา

“สมัยนี้แล้วไม่มีใครมาสนใจเรื่องแบบนี้หรอกครับคุณแม่”  ผมบอกกับแม่ไป แม่รีบหันขวับมาจ้องผมตาเขม็ง จนผมใจหายวาบขึ้นมา

“ไม่สนใจได้ยังไง คนใหญ่คนโตในแวดวงไฮโซรู้จักแม่กับพ่อแกกันทั้งนั้น ถ้าเรื่องนี้ฉาวโฉ่ขึ้นมาฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จะให้ฉันยอมรับเอาผู้ชายเข้ามาอยู่ในบ้านนะเหรอ..? ไม่มีวันซะหรอก”  แม่ย้ำบอกกับผมอีกครั้ง

“แล้วคุณพ่อว่ายังไงบ้างครับ...?”  ผมลองหยั่งเชิงถามแม่กลับไปเพราะได้คุยกับพ่อมาก่อนหน้านี้แล้ว

“พ่อแกจะไปสนใจอะไร วัน ๆ เอาแต่ออกไปตีกอล์ฟ ลูกชายตัวเองทำงามหน้าซะขนาดนี้ พ่อแกยังไม่สนใจเลย”  แม่ยิ่งโกรธหนักมากขึ้นไปอีก  พ่อไม่ใช่ไม่สนใจพวกเราหรอก พ่อต่างหากที่รักและคอยปกป้องพวกผม พ่อรู้เรื่องของตะวันมาก่อนแม่ซะอีก และก็ยอมรับการตัดสินใจของลูก แม่ต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลย

“แกก็เหมือนกันนะตาเมฆ ฉันไล่ตะวันออกจากบ้านไปคนนึงแล้ว ทรัพย์สมบัติฉันก็ไม่ให้แม้แต่แดงเดียว แกก็อย่าทำให้ฉันผิดหวังอีกคนล่ะ”   ผมรู้สึกเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก ถ้าแม่รู้เรื่องผมกับจอมเข้าผมก็คงไม่ต่างอะไรจากตะวันที่ทำให้แม่ต้องเสียงใจซ้ำแล้วซ้ำอีก

“หลานฉันก็อีกคน ขนมปังก็จะกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอตาเมฆ ฉันอุตส่าห์ส่งไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนาตั้งหลายปี กลับมาคงจะเปลี่ยนนิสัยเดิมและก็คิดได้แล้วนะ ขนมปังยังเป็นเด็กฉันพอจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ ไม้อ่อนดัดง่าย แต่ตะวันนี่สิเกินเยียวยา ไม่เคยฟังอะไรฉันเลย”  แล้วแม่ก็พูดถึงขนมปังขึ้นมา ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกจะยังจำทรายได้อยู่หรือเปล่า เพราะอย่างที่แม่พูดขนมปังยังเป็นเด็กจากกันตั้งหลายปี เด็กมักจะลืมอะไรได้ง่าย ๆ

“พอขนมปังกลับมาแกต้องดูแลลูกให้ดีนะตาเมฆ อย่าปล่อยหลานฉันให้ไปอยู่กับตะวันล่ะ เดี๋ยวเชื้อชั่ว ๆ จะติดหลานฉันเข้า”  แม่ย้ำบอกกับผมอีกครั้งแล้วก็เดินออกจากห้องไป

เฮ้ออออออออ ผมได้แต่นั่งถอนหายใจยาว

“แม่นม ผมขอยาแก้ปวดหัวซักสองเม็ดนะ”  ผมบอกกับแม่นมพร้อมกับเดินขึ้นข้างบนด้วยหัวที่หนักอึ้ง

“ได้ค่ะคุณใหญ่” 

หลังจากที่เข้าห้องมาแล้ว ผมล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาตะวันทันที

[ครับพี่เมฆ]   ตะวันเอ่ยทักผมมาก่อน

[ตะวันเป็นยังไงบ้าง...?]  ผมรีบถามน้องกลับไปด้วยความเป็นห่วง

[ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าไปเคลียร์กับแม่แล้ว ตอนนี้รู้สึกโล่งอกจะได้ไม่ต้องมาคาราคาซังอยู่แบบนี้ มันไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งนั้น]  ตะวันบอกกับผม ผมทึ่งกับความใจเด็ดของน้องมาก

[แล้วนี่ตะวันจะทำยังไงต่อไป..?]  ผมถามกับน้อง

[ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาคิดเรื่องอื่น ผมต้องรีบไปตามหาไอ้ดินมันก่อน แม่เล่นงานมันหนักซะขนาดนั้นป่านนี้ไม่รู้จะเตลิดไปไหนต่อไหนแล้ว ผมเป็นห่วงมัน]  ตะวันบอกกับผมด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

[ถ้างั้นก็ตามหาดินให้เจอนะ  อย่าปล่อยให้ดินอยู่คนเดียว เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน]  ผมบอกกับน้องแล้วก็วางสายไป

ตอนนี้ผมคงจะบอกเรื่องผมกับจอมให้แม่รู้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะแม่กำลังโมโหอยู่ ขนมปังก็จะกลับมาแล้ว ผมเป็นห่วงลูกมากกว่า  ผมกดโทรศัพท์โทรออกอีกครั้ง

[ครับคุณเมฆ]

[จอมทำอะไรอยู่...?]   ผมเอ่ยถามกับจอมไป

[เพิ่งทานข้าวเสร็จครับ คุณเมฆมีอะไรหรือเปล่าครับ..?]  จอมคงเป็นห่วง

[เปล่าหรอก ฉันแค่คิดถึงจอมหน่ะ]  ผมบอกไป

[ผมก็คิดถึงคุณเมฆนะครับ พรุ่งนี้ผมจะไปทำงานแต่เช้าจะได้ไปรอคุณเมฆ]  จอมยังคงดีกับผมเสมอ จนผมรู้สึกผิดที่ผมไม่สามารถบอกใครต่อใครได้ว่าจอมเป็นคนรัก

[รอฉันหน่อยนะจอม]  ผมบอกกับจอมไป

[คุณเมฆไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องผมหรอกนะครับ ผมเข้าใจดี ผมไม่อยากเห็นคุณเมฆเครียด ผมเคยบอกคุณเมฆไปแล้ว ผมดีใจและพอใจที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้  จอมย้ำบอกกับผมอีกครั้ง

[ขอบใจนะจอม ฉันรักจอมนะ]   ผมบอกกับจอมไป

[ผมก็รักคุณเมฆ รักมากด้วย ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อคุณเมฆ]   จอมเป็นคนที่ซื่อตรงกับความรู้สึก คิดแบบไหนก็พูดออกมาแบบนั้น

[ถ้างั้นพรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ]    ผมบอกไป

หลายวันต่อมา ตะวันกับดินก็ไม่ได้เข้ามาทำงานที่บริษัทอีกเลยหลังจากที่เกิดเรื่องขึ้น ผมก็อดเป็นห่วงน้องไม่ได้

[ตะวันเป็นยังไงบ้าง...?]  ผมโทรไปหาน้อง

[สบายมากครับพี่เมฆ  ผมกับไอ้ดินเข้าใจกันดี ครอบครัวเราอยู่เคียงข้างกันเสมอ]  ตะวันบอกกับผม ผมก็พลอยโล่งอกไปด้วย

[มีเงินใช้มั้ย...?เดี๋ยวพี่โอนไปให้นะ]  ผมบอกกับน้องไป

[ไม่ต้องหรอกครับพี่เมฆขอบคุณมาก ผมมีเงินเก็บอยู่ไม่ได้ลำบากอะไร]

[แล้วต่อไปตะวันจะทำยังไง...? มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ]   ผมบอกไป

[ผมกับไอ้ดินคิดกันเอาไว้ว่าจะลงทุนเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพราะผมถนัดเรื่องนี้]  ตะวันบอกกับผม

[ก็ดีนี่พี่สนับสนุน พี่จะให้บริษัทของตะวันเข้ามาเป็นบริษัทลูกแล้วพี่จะซัพพอร์ตงานให้ โดยที่พี่จะไม่บอกเรื่องนี้กับคุณแม่]  ผมบอกกับน้องไป

[ขอบคุณมากเลยนะครับพี่เมฆ]   ตะวันดีใจรีบบอกกับผม

[ไม่เป็นไร ติดขัดเรื่องอะไรก็โทรมาหาพี่ได้นะ]   ผมบอกไปอีกครั้ง

[ครับพี่เมฆ]

และแล้วก็ถึงวันที่ขนมปังจะกลับเมืองไทย ผมดีใจที่จะได้เจอกับลูกหกปีแล้วที่ขนมปังไปอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้ก็อายุได้สิบขวบ

“วันนี้สีหน้าคุณเมฆดูมีความสุขมากเลยนะครับ”  จอมคลี่ยิ้มเอ่ยถามกับผมในขณะที่เรากำลังจะออกไปข้างนอก

“ใช่ พรุ่งนี้ขนมปังก็จะกลับมาแล้ว ฉันดีใจที่จะได้เจอกับลูก”  ผมบอกกับจอมไป

“ดีใจด้วยนะครับ”  จอมคลี่ยิ้มบอก

“พรุ่งนี้ให้ผมไปส่งมั้ยครับ...?”  แล้วจอมก็เอ่ยถามกับผม

“ไม่เป็นไรหรอก กว่าขนมปังถึงเมืองไทยก็คงจะดึก เดี๋ยวฉันให้คนขับรถที่บ้านไปส่งที่สนามบินเอง จอมจะได้พักผ่อน”  ผมบอกไป  จอมได้แต่พยักหน้ารับ 

วันต่อมา ผมไปรอรับขนมปังที่สนามบินด้วยหัวใจที่เป็นสุข เพราะลูกจะกลับมาอยู่กับผมแล้ว ผมคอยชะเง้อมองหาลูก จนกระทั่ง

“คุณพ่อครับ”  เสียงเจื้อยแจ้วของขนมปังก็ดังขึ้น ผมดีใจเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกวิ่งเข้ามาหา

“ขนมปังลูกพ่อ”  ผมโผเข้าไปกอดลูกเอาไว้แน่น

“ไหนให้พ่อดูหน้าชัด ๆ หน่อยสิ โตขึ้นตั้งเยอะเลย เป็นหนุ่มแล้วนะลูกพ่อ”  ผมมองลูกอย่างมีความสุขและภูมิใจ ขนมปังโตขึ้นมากถึงแม้ว่าผมจะไปเยี่ยมลูกอยู่บ่อย ๆ แต่พอได้มาเจออีกครั้งก็เหมือนกับโตขึ้นผิดหูผิดตา ทั้งน่ารัก ผิวขาวจั๊วะ กลายเป็นฝรั่งไปเลย

“ผมคิดถึงคุณพ่อมากเลยครับ”  ขนมปังดีใจกอดผมเอาไว้แน่น

“พ่อก็คิดถึงลูก”  ผมรีบบอกไป

“สวัสดีค่ะเมฆ”   แล้วผมก็ต้องตกใจเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง

“ศศิ”  ผมตกใจเบิกตากว้างเมื่อเห็นศศิยืนอยู่ตรงหน้า

“เอ่อ คือ สวัสดีศศิ”  ผมลุกขึ้นยืนบอกไปด้วยความแปลกใจ

“คุณแม่มาส่งผมครับคุณพ่อ”  แล้วขนมปังก็บอกกับผม ผมได้แต่พยักหน้ารับ

“คุณสบายดีนะศศิ..?”  ผมเอ่ยถามไปตามมารยาท

“สบายดีค่ะ แล้วคุณล่ะคะเมฆ...?”  เธอถามผมกลับ

“สบายดี”  ผมพยักหน้าบอกไป

ผมกับศศิแยกทางกันตั้งแต่ขนมปังอายุได้สองขวบ สาเหตุที่เราต้องแยกทางกันเป็นเพราะตัวผมเองที่ไม่ดี ไม่สามารถให้ความสุขกับเธอได้ และผมไม่อยากพูดถึงมันอีก

“คุณแม่กลับบ้านด้วยกันนะครับ”  แล้วขนมปังก็เอ่ยชวนศศิ

“ขนมปังกลับกับคุณพ่อก่อนนะครับ แล้วคุณแม่จะตามไปทีหลัง”  ศศิบอกกับลูกไป

“ครับ”  ขนมปังคลี่ยิ้มตอบ

“คุณพักที่ไหนเหรอศศิ...?”   ผมเอ่ยถามไป

“ศศิจองโรงแรมเอาไว้แล้วค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วง”  ศศิบอกกับผม  ตั้งแต่ที่เราแยกทางกันศศิก็พาครอบครัวไปปักหลักอยู่ที่ต่างประเทศ  เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเพราะเรื่องมันนานมาแล้ว และตอนนี้ผมก็มีจอมอยู่ทั้งคน

ขณะที่ผมพาขนมปังนั่งรถกลับบ้าน

“ทำไมทรายไม่มารับผมครับคุณพ่อ...?”  แล้วขนมปังก็เอ่ยถามผมขึ้น ผมรีบหันไปมอง

“เขาคงลืมผมไปแล้ว”  ขนมปังทำหน้าเศร้าบอก

“ไม่จริงหรอก มันดึกแล้วและพ่อก็ไม่ได้บอกกับทรายด้วย”  ผมบอกไป  พอขนมปังได้ยินก็คลี่ยิ้มกว้าง

“ลูกยังจำทรายได้อยู่เหรอครับ...?”  ผมลูบหัวลูกเบา ๆ เอ่ยถามไป

“จำได้ครับคุณพ่อ ผมไม่เคยลืมทรายเลย”  ขนมปังบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรลูกหรอกที่ยังจำทรายเพื่อนรักได้ แต่ที่ผมเป็นกังวลขึ้นมาก็คือเรื่องของแม่ เพราะตอนนี้แม่ยังโกรธตะวันอยู่ ผมไม่อยากจะไปจุดเชื้อไฟให้ปะทุขึ้นมาอีก

“เอาไว้แล้วพ่อจะพาไปหาทรายนะ”  ผมบอกกับลูกไป

“จริงนะครับคุณพ่อ”  ขนมปังคลี่ยิ้มกว้างดีใจเมื่อได้ยิน

“แต่เรามีเรื่องต้องคุยกันก่อนนะครับลูก”  ผมบอกกับลูกไป  ขนมปังทำหน้างงมองผม

“ลูกอย่าพูดเรื่องของทรายต่อหน้าคุณย่า ลูกทำได้หรือเปล่า...?”  ผมถามลูกไป

“ได้ครับผม”  ขนมปังยิ้มบอกกับผม

ผมนั่งเครียดมาตลอดทางกลัวว่าแม่จะรู้เรื่องผมกับจอมเข้า ไม่พอตอนนี้ขนมปังยังจำทรายได้อีก ผมไม่รู้จะทำยังไงดีเหมือนกัน 

“คุณพ่อเป็นอะไรไปเหรอครับ..?”  ลูกหันมาถามกับผม

“เปล่าครับลูก พ่อคิดเรื่องงานอยู่หน่ะ”  ผมบอกปัดลูกไป แล้วขนมปังก็เข้ามากอดผมเอาไว้แน่น

“ผมคิดถึงคุณพ่อที่สุดเลยครับ”  ขนมปังบอกกับผมอีกครั้ง

พอกลับมาถึงบ้าน ทั้งคุณปู่คุณย่าต่างก็รอต้อนรับหลานชายสุดที่รักอย่างใจจดใจจ่อ พอขนมปังลงจากรถก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที ผมก็เดินตามเข้าไป

“สวัสดีครับคุณปู่คุณย่า”  ขนมปังรีบเข้าไปกอดพ่อกับแม่ผมเอาไว้

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะไอ้หลายชาย โตขึ้นมากเลยนะเนี่ย”  พ่อผมยิ้มบอกกับขนมปังไป

“ย่าดีใจที่สุดเลยลูก ไหนมาให้ย่าหอมให้ชื่นใจที”  แล้วแม่ก็คว้าตัวขนมปังเอาไปกอดไปหอม

“ผมไม่กลับไปเรียนต่อที่เมืองนอกอีกแล้วนะครับ”  ขนมปังบอกกับแม่

“จ้า ๆ ไม่กลับก็ไม่กลับ”  แม่รีบบอกกับหลานชายไป

“คืนนี้นอนห้องย่านะ ย่ามีเรื่องคุยกับหลานตั้งเยอะแน่ะ”   แล้วแม่ก็บอกกับขนมปัง ขนมปังได้แต่ยิ้มพยักหน้ารับ

“แล้วพ่อก็ถูกทิ้งอีกตามเคย”  ผมเอ่ยแซวกับลูกไป

“เอาน่าตาเมฆ คืนนี้ให้หลานนอนกับแม่ ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะ”  แม่หันมาดุผมเบา ๆ ผมได้แต่ภาวนาในใจขออย่าให้ขนมปังพูดถึงทรายขึ้นมาเลย

เช้าวันต่อมา ขนมปังตื่นแต่เช้ามาเคาะประตูห้องผม ผมเปิดประตูให้

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ” ขนมปังฉีกยิ้มกว้างแล้ววิ่งเข้ามาในห้อง

“ทำไมตื่นแต่เช้าล่ะครับลูก..? เมื่อคืนกลับมาถึงบ้านก็ดึกดื่น น่าจะนอนพักผ่อนอีกซักหน่อย”  ผมบอกกับลูกไป

“วันนี้ผมสัญญากับคุณแม่ว่าจะไปหา คุณพ่อพาผมไปหน่อยนะครับ”  ขนมปังบอกกับผม

“ได้สิครับลูก”  ผมบอกกับลูกไป

หลังจากผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็พาขนมปังลงมาข้างล่าง

“คุณใหญ่ คุณผู้หญิงให้มาตามไปทานข้าวค่ะ”  แม่นมบอกกับผม ผมพยักหน้ารับแล้วพาขนมปังไปที่ห้องทานข้าว

“มากันแล้วเหรอลูก มา ๆ มานั่งกับย่านี่เร็ว”  แม่รีบบอกกับขนมปัง ขนมปังก็เข้าไปนั่งข้าง ๆ 

“วันนี้ย่าบอกให้แม่บ้านทำกับข้าวไว้ให้หลานย่าตั้งหลายอย่าง ของที่หลานเคยชอบทั้งนั้น”  แม่บอกกับขนมปังพร้อมกับตักกับข้าวใส่ไว้ในจานให้

“ขอบคุณครับคุณย่า”

“เออนี่ตาเมฆ ขนมปังบอกว่าศศิกลับมาด้วยใช่มั้ย...?”  แล้วแม่ก็เอ่ยถึงศศิ  ผมได้แต่พยักหน้ารับ

“วันนี้คุณพ่อจะพาผมไปหาคุณแม่ด้วยครับคุณย่า”  ขนมปังรีบบอกกับย่าไป

“ดีแล้วล่ะลูก ชวนแม่มาที่บ้านเราด้วยนะ”  แม่ผมลูบหัวบอกกับขนมปังเบา ๆ 

“ตาเมฆแกก็เหลือเกิน ทำไมไม่บอกให้ศศิมาพักที่บ้านเรา ห้องหับก็มีตั้งเยอะ จะลำบากไปพักที่โรงแรมทำไม...?” แม่หันมาบอกกับผม ผมรู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันทีที่แม่พูดออกมาแบบนี้

“ผมกับศศิเราเลิกกันมานานแล้วนะครับคุณแม่ มันคงไม่เหมาะหรอก” ผมบอกไป

“ยังไงศศิก็เคยเป็นสะใภ้ของแม่และก็เป็นแม่ของขนมปังด้วย แกก็อย่าคิดอะไรมากไปหน่อยเลย”  แม่บอกกับผม เฮ้อออออออออ  ผมได้แต่ถอนหายใจยาว

วันนี้ผมขับรถมาที่บริษัทพร้อมกับขนมปัง เพราะสัญญากับลูกเอาไว้ว่าจะพาลูกไปพบกับศศิ

“เดี๋ยวพ่อขึ้นไปเคลียร์งานก่อนนะครับลูก”  ผมบอกกับลูกไปแล้วจูงมือพาขนมปังเดินเข้ามาในอาคาร

“สวัสดีค่ะท่าน สวัสดีค่ะคุณหนู”  พนักงานต่างยกมือไหว้กล่าวทักทายผมกับขนมปังกันใหญ่

“คุณหนูโตขึ้นมากเลยนะคะ อาอรจำเกือบไม่ได้”   คุณอรเลขาของผมรีบเข้ามาทักทายกับขนมปัง

“สวัสดีครับอาอร”  ขนมปังกล่าวทักทายไป

“โตขึ้นไม่พอยังหล่ออีกต่างหาก สาว ๆ แถวนี้กรี๊ดสลบกันแน่เลยค่ะคุณหนู”  คุณอรทำหน้าตาปริ่มบอกกับขนมปังไป

“คุณอร ขนมปังเพิ่งจะสิบขวบเองนะ”  ผมรีบเบรคคุณอร

“สิบขวบแต่ฉายแววความหล่อซะขนาดนี้ คงไม่มีใครไม่หันมามองคุณหนูหรอกค่ะท่าน”  คุณอรยังคงชื่นชมขนมปังไม่ขาดปาก  แล้วผมก็พาขนมปังขึ้นไปยังในห้องทำงาน

“ลูกนั่งดูทีวีรอพ่อก่อนนะครับ พ่อเคลียร์งานเสร็จแล้วจะพาไปหาแม่”  ผมบอกกับลูกไป ขนมปังยิ้มพยักหน้ารับ  ไม่นานเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตครับ”  จอมบอกพร้อมกับเปิดประตูเข้ามา

“มาแล้วเหรอจอม...?”   ผมยิ้มเอ่ยทักทายไป

“สวัสดีครับ”  จอมทักทายผมเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา

“ใครเหรอครับคุณพ่อ...?”  แล้วขนมปังก็พูดขึ้น จอมรีบหันไปมอง

“จอมรู้จักกับขนมปังซะสิ”  ผมยิ้มบอกกับจอมไป

“สวัสดีครับคุณหนู”   จอมยิ้มเอ่ยทักทายขนมปัง

“สวัสดีครับ”  ขนมปังทักทายตอบ

“จอมเขาเป็น......”   ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไป

“ผมเป็นคนขับรถให้กับคุณพ่อของคุณหนูครับ”  จอมก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“จอม”  ผมเรียกชื่อจอมไปเบา ๆ จอมหันมายิ้มให้กับผม 

“เดี๋ยวน้าจอมไปส่งผมกับพ่อหน่อยนะครับ”  ขนมปังรีบบอกกับจอมไปทันที

“จะให้ผมไปส่งที่ไหนครับคุณหนู”   จอมเอ่ยถาม

“ไปหาคุณแม่”  ขนมปังคลี่ยิ้มกว้างตอบกลับไป 

“ได้สิครับไม่มีปัญหา”  จอมคลี่ยิ้มบอก  ผมคิดว่าจอมจะคิดมากซะอีก แต่กลับไม่เลย จอมยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ผมได้แต่ยิ้มดีใจที่จอมเข้าใจ

หลังจากที่เคลียร์งานเสร็จจอมก็ขับรถพาผมกับลูกไปโรงแรมที่ศศิพักอยู่ ขนมปังสนิทกับจอมเร็วมากพูดคุยกันอย่างถูกคอ ผมเองเห็นแล้วก็อุ่นใจ พอมาถึง

“ผมขึ้นไปหาคุณแม่ก่อนนะครับ”  ขนมปังรีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งเข้าไปในโรงแรมทันที

“จอม” ผมเรียกชื่อไป ผมยังไม่มีเวลาอยู่กับจอมสองต่อสองเลยจนกระทั่งตอนนี้

“ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อใจคุณเมฆอยู่แล้ว”  จอมหันมาบอกกับผม 

“กอดหน่อยได้มั้ย...?”   ผมถามไป แล้วจอมก็เอี้ยวตัวเข้ามากอดผมเอาไว้

“ขอบใจมากนะจอม”  ผมกอดจอมเอาไว้แน่น

“เดี๋ยวฉันมานะ”  ผมผละกอดออกแล้วเปิดประตูรถเดินตามลูกเข้าไปในโรงแรม

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++


จอม.....................

พอผมรู้ว่าขนมปังลูกชายของคุณเมฆกลับมา ผมก็ดีใจกับคุณเมฆด้วย เพราะที่ผ่านมาคุณเมฆเฝ้าแต่คิดถึงลูกชายคนนี้มาก ขนมปังเป็นเด็กน่ารักหน้าตาเหมือนกับเด็กฝรั่งไม่มีผิด ผิวขาวหน้าตาดี สมแล้วที่เป็นลูกของคุณเมฆเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่  ผมกับขนมปังเราสนิทกันเร็ว พูดคุยกันถูกคอ

“น้าจอมเดี๋ยวไปส่งผมกับคุณพ่อออกไปข้างนอกหน่อยนะครับ”  แล้วขนมปังก็บอกกับผมขณะที่พวกเราอยู่ในห้องทำงานของคุณเมฆ

“ได้สิครับ คุณหนูอยากให้ผมพาไปที่ไหนเหรอครับ...?”  ผมถามไป

“พาไปหาคุณแม่”  ขนมปังฉีกยิ้มกว้างบอกกับผม ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่ก็เก็บอาการเอาไว้ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยมันก็แปลก

“ได้สิครับไม่มีปัญหา”  ผมยิ้มบอกกับขนมปังไป

หลังจากที่คุณเมฆเคลียร์งานเสร็จ ผมก็พาทั้งสองไปยังโรงแรมที่เมียเก่าคุณเมฆพักอยู่  พอมาถึงขนมปังก็รีบเปิดประตูแล้ววิ่งเข้าไปในโรงแรมก่อนเลย

“จอม”  คุณเมฆเรียกชื่อผมเบา ๆ ผมหันไปยิ้มให้

“ไม่เป็นไรครับคุณเมฆ ผมเข้าใจดี ยังไงผมก็เชื่อใจคุณเมฆอยู่แล้ว”  ผมบอกไปเพื่อไม่ให้คุณเมฆต้องคิดมาก

“กอดหน่อยได้มั้ย...?”  แล้วคุณเมฆก็พูดขึ้น ผมเอี้ยวตัวเข้าไปกอดคุณเมฆเอาไว้แน่น

“ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันมา”   แล้วคุณเมฆก็เปิดประตูลงจากรถไป 

ผมรู้สึกใจมันหวิว ๆ ขึ้นมา ผมไม่ถึงกับเครียดเรื่องที่เมียเก่าของคุณเมฆกลับมา แต่ถ้าไม่ให้คิดอะไรเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้ ผมก็รักของผมและก็กลัวที่จะเสียคุณเมฆไปเช่นกัน แต่ผมก็ต้องเชื่อใจในตัวคุณเมฆ คุณเมฆบอกไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไร เลิกกันไปก็นานหลายปีแล้ว ผมนั่งรอคุณเมฆอยู่ได้ซักพัก ไม่นานคุณเมฆกับขนมปังก็เดินออกมาจากโรงแรมพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง  ผมเห็นถึงกับอึ้ง ผู้หญิงสาวสวย แต่งตัวดูดีมีสกุล ท่าทางสุภาพอ่อนโยน ถ้าไม่บอกไม่รู้เลยว่าเคยมีลูกมาก่อน ผมได้แต่ยืนนิ่งมองดูพวกเขา

“คุณแม่ไม่ไปกับพวกเราจริง ๆ เหรอครับ...?”  แล้วขนมปังก็เอ่ยถามกับผู้เป็นแม่

“ฝากบอกคุณย่าว่าตอนเย็นแม่จะเข้าไปกราบท่านนะลูก”  เสียงนุ่มอันไพเราะของหญิงสาวได้บอกกับลูกชาย

“แต่ผมอยากให้คุณแม่ไปด้วยนี่นา”  ขนมปังยังคงไม่ยอม

“ขนมปังคุณแม่บอกว่าตอนเย็นจะไปหาที่บ้านไงครับลูก”  คุณเมฆก้มบอกกับลูกชาย แล้วจู่ ๆ ขนมปังก็จับมือทั้งของคุณเมฆและของหญิงสาวผู้เป็นแม่ให้มากอบกุมกันเอาไว้  ผมเห็นแล้วถึงกับใจวาบมันเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก

“ผมดีใจมากเลยนะครับที่คุณพ่อกับคุณแม่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง”  แล้วขนมปังก็พูดขึ้น ผมได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งเก็บความรู้สึกเอาไว้

“ไปกันเถอะจอม”  แล้วเสียงคุณเมฆก็เรียกสติผมกลับ ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง

“ครับ”  ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเบา ๆ

แล้วผมก็ขับรถพาคุณเมฆกับขนมปังออกมาจากโรงแรม

“คุณพ่อครับ ให้คุณแม่กลับมาอยู่กับเราเถอะนะครับ ผมคิดถึงคุณแม่”  ขนมปังรบเร้าพูดแต่เรื่องแม่ของเขาตลอดทาง

“ตอนอยู่ที่เมืองนอกคุณแม่เคยบอกว่า อยากกลับมาอยู่เมืองไทย อยากมาอยู่กับผม”  ขนมปังบอกด้วยท่าทางที่ดีใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ผมอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน ครอบครัวเราจะได้สมบูรณ์ซะที”  ขนมปังอ้อนบอกกับคุณเมฆไป

“แต่ว่า.....”  คุณเมฆอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะบอกกับลูกชายไปยังไงดี  แต่สำหรับผมภาพที่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกัน มันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่จางหาย มันเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบ ทั้งคุณเมฆกับแม่ของขนมปังต่างก็เหมาะสมกันมากดูยังไงก็เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และผมก็เข้าใจขนมปังดี แม่ผมก็เคยทิ้งผมไปเหมือนกัน ทุกวันนี้ผมยังอยากให้แม่กลับมาอยู่เป็นครอบครัวเหมือนเดิมเลย พอเห็นภาพครอบครัวของคุณเมฆแบบนั้นแล้วผมก็แทบไม่อยากที่จะเข้าไปใกล้ ไม่อยากไปทำให้ครอบครัวเขาต้องแปดเปื้อน พอคิดได้แบบนี้ขึ้นมาผมก็เจ็บแปลบเข้าที่กลางอก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมพยายามทำใจไว้แล้วก็ตาม



.....................................................................

To be continue......................

....................................................................



ด้วยความที่มีนิสียอ่อนน้อมเกรงใจพ่อกับแม่ กลัวว่าแม่จะเสียใจเลยไม่กล้าบอกความจริงเรื่องของจอม เมฆรู้สึกผิดกับจอมมาตลอดและยังคงเครียดกับเรื่องนี้ ไม่พอตอนนี้ศศิเมียเก่าก็กลับมาอีก ขนมปังลูกชายก็ยังรบเร้าให้ทั้งคู่กลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิม เมฆจะตัดสินใจอย่างไร จะแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีไหน ทั้งเรื่องแม่และเรื่องเมียเก่า จอมของเรายังจะเข้มแข็งอยู่อีกเหรือไม่ ทั้งที่ในใจก็สุดแสนจะรักเมฆ โปรดคอยติดตามได้ในวันพรุ่งนี้นะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาหยอดเหรียญหยอดดาวใส่กระปุกออมสิน

ขอบพระคุณที่กรุณาติดตามและคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}