-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2560 02:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
25
แบบอักษร

[เต้ย]

“สวยจัง” ผมมองนาฬิกาตรงหน้าด้วยแววตาวาวโต มันเป็นนาฬิกาธรรมดาๆ นี่แหละแต่มันกลับดูสวยมากจนผมอดไม่ได้ที่จะแวะมอง แต่ดูราคามันดิ! ใช่ว่าจะถูกๆ ซะที่ไหน!!! นาฬิกาบ้าอะไรวะ! เรือนละเป็นหมื่น!

เฮ้อ...คงต้องตัดใจ...

“เฮ้ย!”

ขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับจู่ๆ ร่างหนาของใครบางคนก็มายืนขวางทางเอาไว้ แถมมาเงียบๆ ซะด้วยเลยทำให้ผมไม่ทันได้ตั้งตัวจนเผลอร้องออกไป...

“มาขวางทำไมเนี่ย!”

ผมบอกอย่างหัวเสียพลางสบตามองร่างที่สูงกว่า แต่เขากลับมองผมเหมือนกับว่ากำลังสงสัยอะไรบางอย่าง

“มาทำอะไร? ทำไมไม่ไปเรียน”

“อะไร! อย่ามาหาเรื่องกันนะ”

“แล้วทำไมไม่ไปเรียน”

เขาถาคำเดิมเมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบ...

“ก็วันนี้สอบ แล้วก็สอบเสร็จแล้วด้วย”

แล้วทำไมผมจะต้องไปตอบเขาด้วยละเนี่ย!!! จะรู้ไปทำไม...ไม่เห็นจำเป็นสักหน่อย เรามันก็แค่คนรู้จักกันห่างๆ ก็เท่านั้นแหละ...

“เปรมคะ”

เสียงผู้หญิงดังมากจากทางด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง...แต่พอเห็นหน้าแค่นั้นแหละทำเอาผมถึงกับตกตะลึงไปเลย...เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก สวยมากจริงๆ เหมือนกับนางฟ้าเลยก็ว่าได้ ผมยาวเป็นลอน ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาว หุ่นก็ดีเหมือนกับนางแบบเลย

“มากิ”

คุณเปรมเรียกผู้หญิงคนนั้น...ชื่อมากิเหรอเนี่ย ชื่อเหมือนคนญี่ปุ่นเลยดูน่ารักเข้ากับเธอดีจัง

“มากิตกใจหมดเลย จู่ๆ เปรมก็หายไป แล้วนี่...รู้จักเด็กคนนี้เหรอ?”

เธอเดินไปหาคุณเปรมแล้วคล้องมือตัวเองกับมือของคุณเปรมไว้...ผมก็ได้แต่ยืนนิ่งๆ ก้มหน้ามองพื้น รู้สึกไม่อยากมองภาพตรงหน้ายังไงก็ไม่รู้สิ มันเจ็บจี๊ดๆ ตรงหัวใจแฮะ...

“อืม พอดีเป็นเพื่อนกับเด็กที่บ้านนะ”

ผมเม้มปากแน่นทันทีที่ได้ยินเขาตอบ...ใช่นะสิ! ผมเป็นเพียงแค่คนรู้จักเท่านั้นนี่ เป็นเพียงแค่เด็กคนนึงที่กะโปโลคนนึงที่ไม่ได้สำคัญอะไร...แต่ทำไมเป็นผมต้องมารู้สึกน้อยใจกับเรื่องแบบนี้ด้วยนะ...

“งั้นเหรอคะ...ไปกันเถอะคะเปรม หนังกำลังจะฉายแล้ว” เธอปรายตามองมาทางผมนิดหน่อยก่อนที่จะหันไปพูดกับเขาอีกครั้งแล้วรั้งแขนให้เดินตาม คุณเปรมเองก็ไม่ได้ขัดขืนเธอเท่าไหร่เลย กลับยอมทำตามที่เธอต้องการอย่างง่ายๆ

เออ! อยากไปก็ไปเลย!!!...

แต่ก็พูดไปแบบนั้นแหละ...แต่ใจจริงของผมมันมีบางส่วนเรียกร้องบอกว่า ‘อย่าไปเลยนะ...อย่าไปเลยนะ’ ซ้ำๆ แต่ผมก็ทำได้แค่คิด เพราะในเมื่อความเป็นจริงแล้วคุณเปรมก็ไปกับเธอคนนั้นอยู่ดี...

“แม่...”

ผมเรียกด้วยน้ำเสียงเบาในระหว่างกินข้าว...

“หืม ว่าไง”

แม่หันมาถามผม...

“ตอนที่แม่เจอกับพ่อครั้งแรก...แม่รักพ่อเลยหรือเปล่า”

ทำไมผมถึงได้ถามออกไปแบบนี้ก็ไม่รู้...ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องอื่นก็มีตั้งเยอะตั้งแยะแต่ทำไมถึงได้ถามเรื่องแบบนี้กันนะ...ทั้งๆ ที่พ่อก็ไม่ได้อยู่กับพวกเรานานแล้ว พ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวกลับต้องมาล้มป่วยกระทันหันจนกระทั่งเสียชีวิตไปในที่สุด แล้วต้องปล่อยให้ผมกับแม่อยู่กันตามลำพัง...

“ทำไมเรา...ไปตกหลุมรักสาวที่ไหนมาละ”

“ผมเปล่า...แค่สงสัยเฉยๆ”

ตกหลุมรักอะไรกันเล่า!!!...เปล่าสักหน่อย ใครจะไปตกหลุมรักคนแบบนั้นได้!...แม่อะ ถามอะไรก็ไม่รู้...

“แม่กับพ่อ...เราไม่ได้รักกันแต่แรกหรอกนะ กลับกันเป็นคู่กัดกันต่างหาก แต่พอกัดกันไปกัดกันมา...รู้ตัวอีกทีแม่กับพ่อก็ขาดกันไม่ได้แล้ว”

“แล้วแม่...เสียใจไหมที่ได้แต่งงานกับพ่อ”

“ไม่เลย...แม่ดีใจด้วยซ้ำที่พ่อกับแม่ได้แต่งงานกันจนมีเต้ยนี่แหละ ถึงพ่อจะจากเราไปก่อนแต่แม่...ก็ยังรักพ่อไม่มีเปลี่ยน”

แม่ลูบหัวผมอย่างเอ็นดู...ฝ่ามืออุ่นๆ ของแม่มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ...มันอบอุ่นและเต็มไปด้วยความรัก...

หลังจากนั้นผมกับแม่ก็นั่งกินข้าวกันต่อจนเสร็จก่อนที่ต่างคนจะต่างแยกย้ายกันไปที่ห้อง ผมล้มลงไปนอนบนเตียงของตัวเองด้วยความอ่อนล้าแต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตาให้หลับยังไงก็ไม่หลับซักที...

เฮ้อ...จะไปคิดถึงอีตาบ้านั่นทำไมเนี่ย!!!...

อีกด้านมีชายหนุ่มทอดมองไปยังท้องฟ้าที่มีดาวสุกสกาย ใบหน้าหล่อยกยิ้มเบาๆ พลางคิดถึงร่างเล็กที่เพิ่งพบเมื่อตอนเย็นแล้วทำให้อดขำไม่ได้จริงๆ

“ทำหน้าอย่างกับตูด”

เปรมภพเอ่ยขึ้นเบาๆ กับตัวเอง...

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรตั้งแต่กลับมาถึงบ้านเขาก็เอาแต่คิดถึงร่างเล็ก พอยิ่งเห็นทำหน้าแบบนั้นแล้วมันก็ยิ่งทำให้อยากแกล้งขึ้นไปอีก ความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ภายในอกเต้นระทึกไปด้วยความหวั่นไหว ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฎิเสธว่าเปรมภพเองก็รู้สึกดีกับเต้ยไม่น้อยเช่นกัน

วันต่อมา...

บรื้นน...

“เต้ย ไปดูให้แม่หน่อยว่าใครมา”

“ฮะแม่” ผมละมือจากทีวีแล้วไปที่หน้าบ้านเพื่อไปดูว่าใครมา แต่พอเห็นแค่นั้นแหละทำเอาผมถึงกับเบ้หน้าไม่อยากเจอทันที

“มาทำอะไร” ยืนกอดอกถาม...

“ใครมานะเต้ย...อ้าวเปรม เข้ามาด้านในก่อนสิ”

แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะตอบแม่ก็ชะโงกหน้าออกมาดู แถมยังเชิญเข้ามาในบ้านแบบทันทีด้วย! ฮึ้ย! รู้สึกขัดใจชะมัด! ไม่รู้จะมาทำไม

“เป็นไงมาไงละ ถึงได้มาที่นี่ได้”

“พอดีผมแวะมาทำธุระนะครับ เลยมาเยี่ยม”

คุณเปรมพูดพลางวางถุงที่อยู่ในมือที่โต๊ะ...

“ซื้อมาซะเยอะแยะเชียว ขอบใจนะจ๊ะ”

แม่อ่ะ! ไปขอบคุณเขาทำไมละ ไม่ได้ขอให้ซื้อให้สักหน่อย...แต่คงมีแต่ผมนี่ละมั้งที่ทำให้มุ่ยไม่พอใจอยู่เนี่ย...แต่พอคุยกันไปคุยกันมากรรมก็มาตกที่ผมเมื่อแม่ชวนคุณเปรมกินข้าวที่บ้าน แถมผมยังจะต้องไปจ่ายตลาดแต่มันไม่ใช่แค่นั้นนะซิ เพราะดันมีคนติดสอยห้อยตามไปด้วยไง! เลยทำให้ผมยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมเป็นเท่าตัว...จะตามมาทำไมก็ไม่รู้!!!...

แต่ผมก็แอบขำนะ...สงสัยไม่เคยเดินตลาดจริงๆ ดูทำท่าทำทางเหมือนไม่เคยเจออะไรอย่างนี้มาก่อน แถมยังเลือกซื้อของก็ไม่เป็น...เป็นผู้ใหญ่ซะเปล่า แต่เรื่องแค่นี้กลับไม่เคยทำ ก็อย่างว่านั่นแหละ...ลูกคนรวยก็เงี้ย

“นี่ๆ เขาต้องเลือกแบบนี้ อันที่มีเป็นรูๆ เหมือนหนอนแทะอ่ะ”

“แต่มันไม่สวยนี่ แบบนี้น่าจะดีกว่าดูสดและน่ากิน”

“คุณเปรมนี่คุณโตมาได้ไงเนี่ย ที่เขาให้เลือกที่เป็นรูๆ เหมือนหนอนแทะเพราะมันไม่ได้ใส่สารเคมี กินแล้วไม่เป็นอันตราย”

“ออ” คุณเปรมพยักหน้าเบาๆ แล้วทำท่าขมักขเม่นในการเลือกผักต่อ ดูท่าแล้วคงจะไม่รู้จริงๆ แฮะ...

หลังจากนั้นไม่นานพวกเราก็พากันกลับบ้าน คุณเปรมก็อยู่ทานข้าวที่บ้านจริงๆ แถมยังบอกว่าติดใจฝีมือแม่ของผมมาก ก็แหงละ...กับข้าวของแม่ผมแต่ละอย่างนี่ขอบอกเลยอร่อยกว่าอาหารหรูๆ ของโรงแรมซะอีก...

“เอ้า ไปได้แล้ว”

ตอนนี้ผมมาส่งคุณเปรมที่หน้าบ้านครับ ก็ไม่อยากมาส่งหรอกนะแต่ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีสักหน่อย เดี๋ยวจะถูกหาว่าไม่มีมารยาท...

“อะไร? มีอะไร...กลับไปสิ”

“...” เขาไม่พูดอะไรแต่กลับมองมาที่ผมแล้วขมวดคิ้วทำท่าเหมือนจะพูดบางอย่างออกมา...

“มีอะไร”

“ฉัน...กับมากิ เราเป็นแค่เพื่อนกัน”

คุณเปรมพูดด้วยน้ำเสียงเบาแล้วจับหน้าผมนิดหน่อยด้วยฝ่ามือหนาก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถ...แต่มันกลับทำให้ผมได้ยินชัดเจนราวกับว่าเขาตะโกนเสียงดัง...

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

แล้วทำไมใจของผมต้องเต้นแรงด้วยละเนี่ย!!!...และแล้วคืนนั้นทั้งคืนก็ทำให้ผมนอนไม่หลับเลย...

หลายวันต่อมา...

“เต้ยทางนี้ๆ มาดูนี่เร็วๆ”

“เออๆ รู้แล้ว”

วันนี้ผมมาฟังผลสอบครับ...พอเห็นเกรดแบบนี้แล้วก็อดภูมิใจไม่ได้จริงๆ ถึงจะไม่ได้เรียนเก่งมากแต่ผมก็ไม่ได้ตกแล้วก็แทบไม่มีวิชาไหนด้วยที่ผมได้ต่ำกว่าเกรด 3 ผมเก่งใช่ไหมละ...

พอฟังผลสอบเสร็จผมก็มาเดินเล่นในห้างก่อนกลับบ้านกับเพื่อนพวกเราแค่มาฉลองความสำเร็จนิดๆ หน่อยๆ เอง พวกเราเดินเล่นกันนิดหน่อยก่อนที่เพื่อนของผมจะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมก็ยืนรอมันไปกินไอศรีมที่เพิ่งซื้อมาไป รสหวานๆ สลับกับความเย็นมันทำให้ผมชอบมากเลย

ตุบ!

“อ่ะ! ขอโทษครับ”

ด้วยความที่ผมไม่ทันได้มองทางมันก็เลยทำให้ผมชนเข้ากับอีกคนแบบไม่ได้ตั้งใจ

“กรี๊ด! รองเท้าฉัน!!! ไอ้เด็กบ้า! นี่แกเดินยังไงของแก ห่ะ!”

แต่คงเพราะผมไม่ทันระวังจริงๆ นั่นแหละ เลยทำให้ไอศรีมที่ผมกินอยู่หล่นลงไปใกล้รองเท้าของคนที่ผมชนเต็มๆ

“ขะ ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ”

“ไม่ได้ตั้งใจบ้าอะไร! เอ๊ะ?!”

แต่ในระหว่างที่เธอกำลังทำท่าจะดุผมก็หยุดซะงั้น เลยทำให้ผมเงยหน้ามองเธอเต็มๆ แล้วมันก็ทำให้ผมรู้ว่าคนที่ผมชนเป็นคนๆ เดียวกันกับคนที่ผมเพิ่งเจอเมื่อวันก่อน...

“ที่แท้ก็เด็กเมื่อตอนนั้นนี่เอง”

เป็นเพียงแค่คำพูดที่ธรรมดาๆ แท้ๆ แต่สายตาของเธอมองผมอย่างเหยียดๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ

“ก็อย่างเนี่ยแหละ เด็กไม่มีใครสั่งสอน”

เธอกอดออกมองผมด้วยท่าทางหยิ่งยโส มันช่างแตกต่างจากคนที่ผมจำได้ซะจริงๆ เธอในตอนนั้นดูสวยและสง่าราวกับนางพญาเลย แล้วผมก็ไม่คิดด้วยว่าเธอจะพูดกับคนไม่รู้จักแบบนี้

“เกิดอะไรขึ้น?”

เสียงคุ้นหูดังมาจากอีกทาง...

“เปรม...”

จากนั้นเธอก็เปลี่ยนท่าทีทันที...ร่างอ้อนแอ้นเดินเข้าไปคนที่มาใหม่พร้อมกับพูดเสียงออดอ้อน

“เต้ย?”

“เปรม ดูสิคะ...เด็กนี่มาชนมากิแล้วไม่ขอโทษเลย”

เหอะ! ไม่ขอโทษงั้นเหรอ? ได้ข่าวว่าผมขอโทษไปแล้วนะ มีแต่เธอนี่แหละที่หาว่าผมไม่มีใครสั่งสอน แต่เรื่องนั้นช่างมันเถอะ! เพราะสิ่งที่ผมสนใจอยู่ตอนนี้นะคือผู้ชายตรงหน้าผมต่างหาก ไหนบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันไง! แล้วทำไมถึงมาอยู่ด้วยกันได้!

นี่ผมไม่ได้หึงนะ! ไม่ได้หึงเลย...เพียงแค่ว่าสงสัยเฉยๆ...

“เต้ย...เกิดอะไรขึ้น?”

และแล้วเพื่อนผมก็มา...

“ไม่มีอะไรหรอก ป่ะ แสง...ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

พอเพื่อนผมมาผมก็รีบคว้าแขนทันที ไม่รู้ทำไมถึงต้องทำแบบนี้เหมือนกันแต่ปฏิกิริยาและการกระทำมันไปเองอ่ะ

“เดี๋ยวเต้ย!”

คุณเปรมเรียกผม...

“นายรู้จักพี่เขาเหรอเต้ย”

แสงถามด้วยสีหน้างงๆ...มองผมกับคุณเปรมแล้วก็ผู้หญิงที่ชื่อมากิสลับกันไปมา...

“ไปเถอะ” ผมไม่ตอบแต่กลับคิดจะพาแสงเดินไปอีกทาง...

“เดี๋ยว! จะไปไหนกัน” คุณเปรมพูดห้าม...

“เรื่องของผม” ผมตอบอย่างไม่ค่อยชอบใจนักเท่าไหร่ แล้วทำไมผมต้องมารู้สึกแบบนี้ด้วยละเนี่ย!

“เอ่อ ผมกับเต้ยจะไปกินข้าวกันฉลองที่ได้ผลสอบดีนะครับ” เมื่อเห็นว่าผมไม่ตอบแสงก็เลยตอบแทน...

“จริงเหรอเต้ย”

“ไปเถอะแสง”

ผมไม่อยากสนใจเลยรีบพาแสงให้เดินออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด จะมารั้งผมไว้ทำไมละ! ก็ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นสิ!...

“ปล่อยเขาไปเถอะคะเปรม เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบนี้ก็ปล่อยไปเถอะ ไม่เห็นต้องไปสนใจเลย เด็กอะไรก็ไม่รู้ดูสกปรกไม่น่าคบเลยคะ เผลอๆ เขาก็อาจจะยกพวกมาปล้นเปรมก็ได้”

แต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นก็ทำให้ผมหยุดอีกครั้ง ต้องใจเย็นและทำเป็นไม่สนใจ...ใจเย็นเอาไว้

“เด็กสลัมก็แบบนี้ละคะ เปรมอย่าไปสนใจเลยนะ พ่อแม่คงไม่สั่งสอนถึงได้ทำตัวต่ำๆ แบบนี้ อ้อ ลืมไป...พ่อแม่ของน้องเขาก็คงจะต่ำเหมือนกัน”

“หยุดว่าพ่อกับแม่ของผมนะ!”

ในที่สุดผมก็อดทนไม่ไหวหันไปหาผู้หญิงคนนั้น ว่าผมไม่เท่าไหร่หรอกแต่อย่ามาว่าพ่อกับแม่ของผมนะ! ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักผมแท้ๆ มาพูดแบบนี้ได้ยังไง!

“ต๊าย เห็นไหมเปรม ดูสิ...ขนาดฉันสอนดีๆ แท้ๆ ยังกล้ามาขึ้นเสียงกับฉันอีก”

“คุณเองก็ไม่ได้ดีไปกับผมเท่าไหร่หรอก! มาว่าผมแล้วดูตัวเองหรือยัง! หน้าตาก็ดีแต่กลับทำตัวไม่น่าคบเลย!”

“หยุดนะเต้ย!”

คุณเปรมพูดห้ามพร้อมกับทำหน้าจริงจังแล้วมองมาทางผม แล้วนั่น...มันก็ทำให้ผมรู้สึก...น้อยใจ

ทำไมละ?...ทีเมื่อกี้ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดยังไม่ห้ามเลย แล้วทำไมทีผมจะพูดบ้างแล้วมาห้ามผม ทำไมละ?...ทำไมถึงไม่ยุติธรรม หรือว่าผมไม่สวย ไม่รวย เป็นเพียงแค่เด็กผู้ชายบ้านๆ มอซอทั่วไปเท่านั้น...

ฮึ๊ย! ไอ้บ้า! ไอ้คุณเปรมบ้าที่สุด!...

“เฮ้ย! เดี๋ยวเต้ย!”

ผมหันหลังวิ่งหนีไปอย่างไม่สนใจคนรอบข้างอีกเลย ความรู้สึกน้อยใจมันท้วมท้นออกมาจนทำให้ผมรู้สึกอึดอัด ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}