Uranus | ยูเรนัส

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Burn Love 02 [ไล่จับ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2562 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Burn Love 02 [ไล่จับ]
แบบอักษร

image

image


Burn Love 02 [ไล่จับ]



กริ๊ง~

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านขนมดังเป็นสัญญาณบอกว่ามีลูกค้าเข้าร้าน

"ร้านCheese Cake ยินดีต้อนต้อนรับค่ะ" เสียงใสจากพนักงานที่ทำที่หน้าที่บริเวณหน้าเคาร์เตอร์เอ่ยทักทายลูกค้าที่เข้ามาในร้าน ก่อนจะเอ่ยต่อ "คุณลูกค้าสนใจชิ้นไหนคะ"

"สักครู่นะคะ" พูดก่อนสายตาจะส่องมาดูเค้กตรงหน้าที่ตกแต่งสวยงาม หน้ารับประทานทั้งนั่น "เอาสตอเบอร์รี่ชีสเค้กกับช็อคโกแลตบราวนี่ อย่างละ1ชิ้นค่ะ"

"กลับบ้านหรือทานนี้คะ"

"กลับบ้านค่ะ แล้วขอโกโก้ปั่นแก้วนึงด้วยนะคะ"

"ได้ค่ะ รอกวนลูกค้ารอสักครู่นะคะ" เอ่ยบอกก่อนละมือจากหน้าเคาร์เตอร์ไปทำเมนูตามสั่ง

ร่างระหงษ์ในชุดกระโปรงสีเหลืองอ่อนสะพายกระเป๋าใบเล็กเดินไปนั่งรอก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าแอพพลิเคชั่นแชทไลน์แล้วเปิดแชทพี่ชาย

"พี่หมอกขาา"

'ขาไหนดีคะ น้องสาวพี่'

"ขาหน้ามีหรือป่าวคะ"

'เดี๋ยวจะโดน'

"55ขอโทษค่ะ วันนี้กลับดึกไหมคะ"

'อีกสักพักก็กลับแล้วค่ะ แล้วตอนนี้น้องอยู่ไหน'

"อยู่ร้านขนมแถวๆย่านXค่ะ"

'ไปทำไรอะไรแถวนั่น น้องกลับมาเลยนะ มันอันตรายแถมยังไปคนเดียวอีก ถ้าพี่กลับบ้านแล้วยังไม่เจอน้องเตรียมตัวไปอยู่กับป๊าได้เลย'

"น้องจะรีบกลับให้ทันพี่แน่นอนค่ะ ไม่ได้ไปหาปะป๊าแน่นอน"

หญิงสาวอมยิ้มให้กับข้อความที่เธอคุยกับพี่ชายแล้วรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเมื่อได้เสียงพนักงานบอกว่าของที่สั่งเรียบร้อยแล้ว

"ของที่สั่งมาแล้วค่ะ ทั้งหมดราคาสามร้อยแปดสิบบาทค่ะ"

"นี่่ะ" เธอยื่นธนบัตรแบงค์เทาให้พนักงาน รอครู่เดียวพนักงงานก็เอาเงินทอนมาให้


ภายในรถหรูสีขาวมุกที่พุ่งทะยานไปข้างหน้า หญิงสาวเคาะนิ้วไปกับพวงมาลัยรถตามจังหวะเพลงอย่างมีความสุขโดยไม่รู้เลยความหายนะกำลังคืบคลานเข้ามา

น้ำฟ้าขับรถอย่างระมัดระวังสายตาเพ่งเล็งไปตามทางถนนข้างหน้า ใบหน้ารูปไข้ฉายถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัดเพราะนี่เป็นการเดินทางคนเดียวครั้งแรกในประเทศไทยโดยไม่มีบอริการ์ดคอยขับรถให้ ทำให้เธอไม่คุ้นชินกับเส้นทาง แล้วเริ่มเกิดการหลงขึ้นซะแล้ว

"ทำไงดีนะ" หญิงสาวพึมพัมกับตัวเองใช้สมองคิดๆหาทางออก "โทรให้พี่หมอกดีกว่า"

คิดได้ก็รีบหาเบอร์พี่ชายแล้วรีบต่อสายไปหาพี่ชายของตนอย่างด่วนเพราะข้างทางมืดสนิท รถแทบจะไม่ผ่าน

"กรี๊ดดดดด" ด้วยความที่ก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์เลยไม่ทันเห็นรถจักรยานยนต์ที่ออกมาจากซอยข้างทางทำให้รถของเธอชนกับรถจักรยานยนต์แต่ด้วยความไม่ชินเส้นทางจึงไม่ได้ขับเร็วมากนัก

คนที่ขับรถจักรยานยนต์นอนนิ่งไปจนน้ำฟ้าเริ่มใจหาย อีกทั้งรอบข้างทางมืดสนิททำให้เธอไม่กล้าลงจากรถแต่ความที่กลัวว่าคนจะตายมันมีมากกว่าเธอจึงตัดสินใจลงจากรถเพื่อไปดูคนเจ็บ

"พี่คะ พี่คะ" หญิงสาวใช้มือสะกิดหัวไหล่คนที่นอนนิ่งอยู่กับที่เบาๆ มืออีกข้างก็กำโทรศัพท์ไว้แน่น "เอาไงดี เอาไงดี"

หญิงสาวเริ่มกลัวจึงใช้มือเขย่าเขาแรงๆจนไม่ทันสังเกตุรถตู้สีดำที่มาจอดเทียบข้างกับรถเธอก่อนชายฉกรรจ์ร่างกำยำที่ใส่หมวกแบบปิดบังใบหน้ามิดชิดจะลงจากรถมาแล้วมุ่งมาที่เธอก่อนจะจู่โจมจับตัวเธอไว้แน่น

"เห้ย!" หญิงสาวตกใจที่จู่ๆชายฉกรรจ์ก็มุ่งมาจับตัวเธอ "ปล่อยนะ! จะทำอะไร! ปล่อย!" เธอพยายามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธการของชายฉกรรจ์ร่างใหญ่

"ดิ้นไปก็เปล่าประโยชน์ไปกับเราซะดีๆ" เสียงของชายฉกรรจ์อีกคนที่ยืนประกบชายที่จับตัวน้ำฟ้าดังออกมา

"ปล่อยหนูนะ เราไม่รู้จักกัน อย่าทำอะไรหนูเลยนะ" หล่อนพยายามพูดโน้มน้าวให้คนที่จับตัวถือปล่อยเธอไป

"ไปกับเราเถอะสาวน้อย ฉันไม่อยากทำร้ายเธอ" ชายฉกรรจ์ร่างกำยำอีกคนพูดเสริมเพราะพวกเขาไม่อยากทำเกินคำสั่งเจ้านาย

เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งลงไปจึงรีบพาตัวหญิงสาวขึ้นรถเพราะกลัวจะมีรถผ่านมา

แต่ในจังหวะที่เขาเผลอหญิงสาวจึงสะบัดตัวเองให้ออกจากพันธการแล้วรีบวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต

"Shit!" ชายฉกรรจ์สบถออกมาอย่างหัวเสียก่อนจะวิ่งตามร่างเล็กไป "ฤทธิ์เยอะจังนะมึง!"

"โอ๊ยย!!" หญิงสาวร้องออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อโดนกระชากผมอย่างแรงจากด้านหลังจนหนังศีรษะเกือบหลุดติดเส้นผมบางส่วน

พรึ่บ!

"อ๊ะ.." เป็นอีกครั้งที่หญิงสาวอุทานออกมาอย่างแผ่วเบามือเล็กกุมหน้าท้องตัวเองที่โดนกำปั้นใหญ่ชกเข้ามาเต็มแรงก่อนจะทรุดตัวโก่ง

"หมดฤทธิ์สักที" หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์บ่น ก่อนจะอุ้มร่างเน่งน้อยขึ้นพาดบ่าแล้วนำตัวขึ้นรถ

"ลูกพี่ทำแบบนี้เจ้านายจะไม่ว่าหรอ" ลูกน้องที่ทำหน้าที่เป็นสารถีเอ่ยถามลูกพี่อย่างหวั่นๆเพราะเขากลัวเจ้านายจะเล่นงานที่ทำเกินคำสั่งและอดได้เงินเสีย

"ก็บอกเหตุผลไปสิ อย่าโง่!" หัวหน้าชายฉกรรจ์ตะคอกใส่ลูกน้องเขาเอือมระอากับความไม่ฉลาดของมันจริงๆ ทำไมแค่นี้ถึงคิดไม่ได้ ไม่เข้าใจเพราะมั่นใจว่ายังไงเจ้านายก็ต้องเข้าใจเขาอยู่ดี



"เชิญครับ" จอร์นบริการ์ดคนสนิทของมาเฟียเมฆหมอกอีกคนที่ทำหน้าที่เป็นสารถีในครั้งนี้เปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันทีเมื่อมาถึงรถ

"เจฟว่าไงบ้าง" เมื่อเข้ามานั่งในรถหรูมาเฟียหนุ่มถามถึงบอดี้การ์ดคนสนิทอีกคนที่เขาให้ไปทำหน้าที่ดูแลโกดังเก็บสินค้าประเภทปืน มีด อาวุธต่างๆ ที่ล้วนแต่จะต้องส่งออกไปนอกประเทศทั้งนั้นแต่ดันมีมือดีแอบวางเพลิงเขาเลยต้องส่งเจฟไปจัดการ

"โกดังไม่มีอะไรเสียหายครับ ส่วนคนที่วางเพลิงเราจับมันได้แต่ไม่ยอมสารภาพสักคำครับว่าใครอยู่เบื้องหลังมัน" จอร์นพูดไปตามที่เจฟบอกมาทุกประการก่อนจะปิดประตูให้เจ้านายแล้วขึ้นมานั่งประจำตำแหน่ง

"คงเป็นพวกมาเฟียกระจอกๆ จัดการมันซะ" มาเฟียหนุ่มพูดด้วยความคับแค้นใจถึงโกดังเขาจะไม่เป็นอะไรแต่ก็ใช่ว่าจะวางใจได้ว่าพวกมันจะไม่กล้าเล่นงานเขาอีก เขาเลยเลือกตัดไฟตั้งแต่ต้นลมโดยกำจัดมันทิ้งซะ

"ได้ครับนาย" จอร์นต่อสายไปหาเพื่อนสนิทอย่างเจฟทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง

Rrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ของมาเฟียหนุ่มดังขึ้นมือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาดูหน้าจอ 'น้ำฟ้า' แค่เห็นชื่อของปลายสายมุมปากก็กระตุกยิ้มเบาๆน้องสาวเขาคงถึงบ้านแล้วสินะ

"ว่าไงคะ" มาเฟียพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด

"ปล่อยหนูนะ เราไม่รู้จักกัน อย่าทำอะไรหนูเลยนะ" ทว่าเสียงที่ได้กลับมาทำให้ชายหนุ่มผงะ มันเป็นเสียงผู้หญิงที่เขาจำได้ดีว่าเป็นใครแต่น้ำเสียงนี่สิ มันดูลนลานและสั่นจนหน้าใจหาย

"น้อง! น้องอยู่ไหน" มาเฟียหนุ่มตะโกนใส่มือถือเพื่อหวังให้น้องสาวได้ยิน

"ไปกับเราเถอะสาวน้อย ฉันไม่อยากทำร้ายเธอ" เป็นอีกรอบที่มาเฟียหนุ่มตกใจเพราะเสียงที่ตอบกลับมาเป็นเสียงทุ้มของผู้ชาย

"มีอะไรหรือป่าวครับ" จอร์นถามเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเจ้านายตั้งแต่รับโทรศัพท์

"สั่งคนตามน้ำฟ้าให้ทั่วแล้วรีบขับตามGPSของรถน้ำฟ้าไป"

"ครับ" สารถีรับคำสั่งก่อนจะมุ่งหน้าไปตามGPSตามคำสั่งเจ้านาย

มือใหญ่กำโทรศัพท์ไว้แน่นเขาแน่ใจว่าน้องสาวเขาโดนจับตัวไปแน่ๆมันต้องมีคนหวังร้ายกับครอบครัวเขาแน่นอนเพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าเขารักน้องสาวขนาดไหนแล้วเรื่องที่มีคนวางเพลิงที่โกดังมันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ ถ้าน้องสาวฉันเจ็บแค่ปลายเล็บเตรียมตัวจบชีวิตได้เลย


image

นานหน่อยกว่าจะมาอัพ แต่อย่าพึ่งลืมกันนะ 

อย่าลืมcomment นะจ๊ะ​

URANUS









ความคิดเห็น