gimmeforever_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : chapter 13: promised

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26k

ความคิดเห็น : 104

ปรับปรุงล่าสุด : 18 มี.ค. 2561 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 13: promised
แบบอักษร

สิ่งเเรกที่เห็นหลังจากลืมตาขึ้นมาก็คือความว่างเปล่าข้างกาย ผ้าห่มเย็นชืดเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าคนที่นอนอยู่ข้างกายเมื่อคืนได้ลุกออกไปสักพักเเล้ว ความอบอุ่นที่หายไปไม่ได้ทำให้ร่องรอยการมีอยู่ของเขาหายไปด้วย กลิ่นกายเอกลักษณ์ของเจ้าตัวยังคงหลงเหลืออยู่ตามหมอนไม่จางหายไปไหน เเละกลิ่นหอมอ่อนๆจากผ้าห่มก็ทำให้ผมต้องซุกตัวเข้าหาอย่างเลี่ยงไม่ได้


ผมตื่นขึ้นมาท่ามกลางความใหญ่โตที่เเสนว่างเปล่าของห้องชุดสุดหรูที่เดิม มันทั้งทำให้ผมรู้สึกถึงความสำคัญของตัวเอง เพราะมันคือพื้นที่ส่วนตัวอย่างเดียวของคุณพีทที่ผมมีสิทธิได้ย่างกรายเข้ามา เป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกว่าคุณพีทยอมเปิดให้ผมเข้ามาด้วยความเต็มใจ เเต่ในขณะเดียวกัน ทั้งหมดนี่ก็ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเดิม เพราะมันก็เป็นเส้นเเบ่งถึงระยะห่างระหว่างเราทั้งสอง การเดทระหว่างเราจึงเป็นความคาดหวังของผมที่จะได้เข้าใกล้เขามากขึ้นกว่าเดิม


“ไง” เสียงทักที่ดังขึ้นกับคุณพีทที่ออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยผ้าเช็ดตัวสีขาวพันอยู่รอบเอวสอบ เป็นภาพที่ไม่เคยทำใจให้คุ้นชินได้สักที กล้ามเนื้อหน้าท้องอันน่าหลงใหล วีไลน์ที่เด่นชัด นั่นเเหละ สมบูรณ์เเบบไปหมด


“อรุณสวัสดิ์ครับ” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงงัวเงีย


“ตื่นได้เเล้ว มีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอ” คุณพีทยังพูดต่อเเต่ผมรู้สึกว่าเสียงของคุณพีทห่างออกไปเรื่อยๆ 


“…” ผมพยักหน้าเบาๆเป็นคำตอบของคำถาม ใช่ครับ มีเรียนบ่ายเเต่ยังไม่อยากตื่นเลย เพราะถ้าอยู่หอตัวเองผมคงไม่ต้องรีบตื่นขนาดนี้ เเต่พอมาอยู่ที่นี่เเล้วก็ต้องเผื่อเวลารถติดจากในเมืองไปอีก


เเต่กลับกลายเป็นว่าคนที่ผมคิดว่าผละออกไปเเล้วยังอยู่ที่เดิม เมื่อตัวผมรู้สึกได้ถึงแรงตบบนสะโพกที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาเบาๆพร้อมกับเสียงทุ้มที่บอกให้ลุกไปเตรียมตัวได้เเล้ว


เช้าวันศุกร์อย่างวันนี้กลับไม่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเดิม เพราะมันจะเป็นวันเเรกที่เราเริ่มเดทกัน วันที่ผมได้ไปญี่ปุ่นกับคุณพีท เเละมันจะเป็นวันที่ผมจะยอมคุณพีท...อีกครั้ง ผมปล่อยให้ความคิดเรื่องเดิมๆหลั่งไหลเข้ามาในหัว ปล่อยให้สายน้ำไหลลงมาผ่านตัวชำระล้างคราบฟองต่างๆออก พลางคิดถึงเรื่องวันนั้นระหว่างเราในห้องน้ำ การที่คุณพีทรักษาคำพูดในครั้งนั้นทำให้ผมอดที่จะรู้สึกดีไม่ได้ ผมยิ้มเขินให้กับภาพในหัวก่อนจะก้าวออกมาจากห้องอาบน้ำ 


ผมสวมชุดนักศึกษาของตัวเองที่เเขวนไว้กับตู้เสื้อผ้าหลังจากซักเเห้งเเล้วเมื่อคืนวันก่อน เดินไปยังห้องทำงานหวังจะเข้าไปหาคนตัวสูง เเล้วก็ไม่ผิดคาดเมื่อเห็นคนตัวสูงนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะดังเดิม ตาอ่านไปตามเอกสารในมือในขณะที่ก็มีเลขาโอยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะคอยพูดถึงตารางงานของเจ้าตัวในวันนี้


“…เเล้ววันนี้หลังจากที่คุณพีทประชุมกับผู้จัดการเสร็จในเวลา6โมงตามตาราง เลขาเต้ก็จะเป็นคนขับพาไปยังสนามบิน โดยจะมีคุณพีทผมเเละคุณธันวาในการเดินทางครั้งนี้ กำหนดการการออกเดินทางคือเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งโดยจะไปถึงเมืองโตเกียวไม่เกินตีสามครึ่งตามเวลาท้องถิ่นครับ” 


“ธันวา เดินมานี่” คุณพีทพูดขึ้นเมื่อคุณเลขาหยุดเพื่อพักช่วง


“เอ่อ สวัสดีครับคุณโอ” ผมเดินเข้าไปหาตามที่คุณพีทต้องการก่อนจะเอ่ยสวัสดีเลขาของคนตัวสูงเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท


“สวัสดีครับคุณธันวา” ก่อนจะได้ยินการทักทายกลับมาจากคนอายุสูงกว่า 


“แล้วเช้าวันต่อมาตารางเป็นไง” คุณพีทถามคุณเลขาตรงหน้าต่อเมื่อเห็นว่าผมมาหยุดยืนข้างๆเขาเเล้วเรียบร้อย


“เช้าวันเสาร์คุณพีทไม่มีตารางงานครับ จะมีอีกทีตอนบ่าย4คุณพีทจะต้องเข้าไปที่สนามเพื่อคุยกับคุณโยชิดะเรื่องสปอนเซอร์ทีมครับ”


“อืม” คุณพีทครางตอบรับในลำคอเบาๆ ขณะที่คุณโอไล่สายตาไปตามเเฟ้มในมืออีกรอบก่อนจะพูดต่อ


“เเล้วคุณพีทก็ไม่มีตารางงานอีกเลยก่อนจะถึงวันแข่งในวันอาทิตย์ครับ”


“โอเค ขอบคุณมาก”


“ครับ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนเเปลงผมจะเเจ้งคุณพีทล่วงหน้าอีกที” คุณโอโค้งตัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าธุระของเขาเสร็จเรียบร้อยเเล้วก่อนจะเดินออกจากห้องไป พอเห็นดังนั้นเเล้วผมจึงเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง


“คุณพีทมีอะไรเปล่าครับ”


“ได้ยินที่เลขาโอบอกเเล้วใช่ไหม วันนี้เธอเรียนเสร็จกี่โมง”


“สี่โมงครับ เรียนวิชาเดียว” 


“อืม งั้นเดี๋ยวให้เลขารอ เสร็จเเล้วกลับมาหาฉันที่นี่ก่อน”


“แล้วพวกเสื้อผ้าของผม” เพราะตั้งเเต่ที่คุณพีทบอกว่าจะไปญี่ปุ่นด้วยกัน ผมยังไม่ได้มีโอกาสกลับไปที่หอด้วยตัวเองเลย


“เดี๋ยวให้คนจัดไว้ให้”


“…”


“เราไม่ได้มีเวลามาก ฉันไม่อยากถึงที่ญี่ปุ่นดึกเกิน”


“ครับ” ผมก็ตอบรับเขาไปเพราะก็รู้ว่าคุณพีทคงเหนื่อยกับงาน ไม่อยากให้เขามาเหนื่อยเรื่องผมเรื่องมากอีก เมื่อคุณพีทได้ยินดังนั้นก็ยกหูโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะขึ้นพูด


“ให้เอาอาหารเข้ามาได้เลย” ก่อนที่คนตรงหน้าจะวางสายลงเมื่อได้บอกความต้องการของตัวเองเเล้ว


หลังจากที่คุณพีทวางสายได้ไม่นาน อาหารเช้าสำหรับสองคนก็ถูกยกเข้ามาในห้องทำงาน ผมกับคุณพีทนั่งอยู่ตรงมุมห้องที่มีโต๊ะอาหารเเละสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอยู่ พวกเราไม่ได้พูดอะไรมาก คุณพีทเเค่เล่าคร่าวๆถึงตารางงานที่ญี่ปุ่นว่าเขาไปทำอะไร ผมก็อดที่จะอึ้งไม่ได้ถึงอำนาจของคุณพีทในเชิงธุรกิจ




ผมลงจากรถที่จอดเทียบหน้าคณะโดยไม่ลืมที่จะขอบคุณเลขาเต้ก่อนจะนัดเเนะเวลาที่ผมเลิกเรียนอีกที ผมเร่งฝีเท้าตัวเองขึ้นเมื่อพบว่าตัวเองเกือบจะเข้าเรียนสายเเล้ว โถงคณะตอนนี้ก็เเทบจะไม่มีนักศึกษานั่งอยู่อย่างที่ควร ผมรีบกดลิฟท์ไปยังชั้นเรียนของวันนี้ก่อนที่จะเข้าไปนั่งที่ข้างๆเเอลตามที่พวกเพื่อนจองที่ไว้ให้ ด้วยเพราะผมเข้ามาหลังจากที่อาจารย์เข้ามาไม่นาน ผมจึงไม่ได้โดนว่าอะไร 


“ทำไมมาสาย ปกติไม่เห็นจะสาย” ธามถามขึ้นเมื่อเห็นว่าผมเริ่มหายใจเป็นปกติเเล้วหลังจากที่วิ่งมา


“ไปอยู่กับคุณพีทมาละสิท่า ไม่ได้นอนหอใช่มะ” เป็นวีวี่เเทนที่พูดขึ้นมาเเทนเเทนที่จะเป็นผม เเละการที่ผมไม่ได้ตอบอะไรก็เป็นคำตอบที่ดีแล้ว เพื่อนทั้งสองจึงอดที่จะส่งสายตาล้อเลียนกันมาไม่ได้


“…”


“ย้ายไปอยู่กับเขาที่เพนต์เฮาส์เเล้วเหรอ” เพนต์เฮาส์ที่วีวี่พูดถึงก็คงจะหมายถึงที่พักอาศัยของคุณพีท ที่วีวี่รู้ได้ก็เพราะผมนี่เเหละที่เปิดข่าวเขาอ่าน เป็นคอลลัมน์ของปีก่อนที่คุณพีทให้สัมภาษณ์ถึงทรัพย์สินส่วนตัว ไม่ว่าจะป็นรถหรือธุรกิจยิบย่อยอื่นๆที่บ่งบอกถึงความรวยของคุณพีท เนื่องจากเพนต์เฮาส์สุดหรูที่เห็นในหน้านิตยสารก็ใหญ่เเละไฮโซไม่ใช่เล่น


“เปล่า ที่บริษัทเค้าเหมือนเดิมนั่นเเหละ” ผมพูดเเก้ต่างเมื่อผมยังไม่เคยได้มีโอกาสไปเพนต์เฮาส์ของเขาเลยสักครั้ง จะว่าไปตั้งเเต่ที่ผมไปนอนที่บริษัท ผมก็เผลอคิดไปเเล้วซะอีกว่าคุณพีทจะนอนที่นั่นเป็นประจำเลย


“มึงอยู่เเบบอยู่เลยเหรอวา” เป็นธามเองที่ถามขึ้นมา ก็ไม่เเปลกใจหรอกถ้าพวกนี้จะถามมากเป็นพิเศษ ก็เพราะผมไม่เคยเล่าเรื่องคุณพีทให้ทั้งคู่ฟังเลย


“ก็มั้ง ก็กลับหอบ้างเเหละ” ผมคงไม่ได้ไปอยู่ถาวรหรอก


“เเหม่”


“เอาเป็นว่าเดี๋ยวเล่าให้ฟังยาวๆ เค้าเริ่มสอนเเล้ว” ผมพูดตัดจบ เพราะยังไงหลังเลิกเรียนก็ต้องเล่าให้ฟังอยู่ดีว่าวันนี้จะไปไหนต่อ




เสียงที่เริ่มดังมากขึ้นภายในห้องบ่งบอกว่าใกล้จะถึงเวลาเลิกเเล้วเต็มที หลังจากที่นั่งเรียนทฤษฎีไปเต็มๆ3ชั่วโมง พวกเราหลายๆคนก็เริ่มไม่ไหวอยากออกจากห้อง เเละเเล้วอาจารย์ก็บอกเลิกคลาสเมื่อเห็นว่าได้เกินเวลามาเเล้วนิดหน่อยรวมถึงเรื่องที่พูดอยู่ก็จบพอดี 


“ไปกัน อยากกินไรป่ะ” เป็นธามที่ถามขึ้นเมื่อพวกเราทั้งสามคนลุกขึ้น ก่อนที่วีวี่จะพูดชื่อร้านอาหารเเถวมอออกมานับไม่ถ้วน นางคงจะหิวมากๆ


“จะบอกว่าวันนี้คงไม่ได้ไปด้วยกันอีกเเล้ววะ ต้องไปกับคุณพีท”


“ต้องไปเลยเหรอวะ”


“เดี๋ยวไปญี่ปุ่นกับเขาอ่ะ” เเละเมื่อผมพูดจบ ทั้งคู่ก็ตกอกตกใจกับคำตอบของผมไม่ได้


“มึง.. ถึงขึ้นไหนเเล้ววะ” เป็นธามที่ถามขึ้นมา ก็คงงงๆเเหละว่าจากคู่นอนข้ามคืน คนอย่างคุณพีทจะพาไปเที่ยงด้วยเลยเหรอ


“ก็ยังคู่นอนเหมือนเดิมมั้ง เเต่เเบบมีพันธะอ่ะ” พันธะก็คือสัญญาระหว่างเรานั่นเเหละ


“ห๊ะ พ่อทูนหัวมึงเนี่ยนะ”


“อือ ก็แด๊ดดี้อ่ะ” โอเค พวกเพื่อนทั้งสองยังคงอึ้งไม่หาย เเต่ก็นั่นเเหละ วันนี้ผมไม่ได้มีเวลามากพอที่จะมานั่งเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกเขาฟัง


“…” “…”


“คืออ.. เดี๋ยวกลับมาอาทิตย์หน้าจะเล่าให้ฟังละกัน ทุกอย่างสัญญา เเต่วันนี้ต้องรีบไปจริงๆ ไปก่อนนะ” เท่านั้นเเหละ พวกเพื่อนทั้งสองก็เหมือนเพิ่งจะเรียกสติกลับมากันได้ 


.

.

.

ไม่เห็นจะน่าตกใจเลย ก็เเค่มีแด๊ดดี้เท่านั้นเอง :-)


(ต่อ)

ผมที่มาถึงบริษัทได้ไม่นานก็ต้องออกเดินทางอีกครั้งเมื่อคุณพีทประชุมงานเสร็จเเล้วเรียบร้อย กระเป๋าเดินทางใบกลางสองใบถูกยกขึ้นท้ายรถในขณะที่ก็มีคนถือถุงคลุมชุดเข้าไปเเขวนภายในตัวรถข้างคนขับอีกจำนวนหนึ่ง ผมที่ไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไรก็เดินขึ้นรถตามคุณพีทไป ก่อนที่รถคันหรูจะออกตัวพาเราทั้งคู่ไปยังสนามบิน บรรยากาศระหว่างพวกเราทั้งสี่คนคือความเงียบ เลขาต้าขับรถโดยไม่พูดอะไร จะมีก็เเต่เลขาโอที่นั่งอยู่ข้างคนขับที่คอยคุยกับคุณพีทเป็นระยะๆ ในขณะที่เจ้าตัวอีกฝั่งของตัวรถก็นั่งเงียบๆกดเเท็บเล็ตในมือไปเรื่อยๆโดยไม่ได้พูดอะไร สงสัยจะมีเเค่ผมคนเดียวที่กำลังเกร็งกับสถานการณ์ตอนนี้ เเละด้วยความเงียบภายในตัวรถ ผมจึงผลอยหลับไปเลย


เป็นเวลาเกือบทุ่มรถเราก็ได้เเล่นเข้ามาใกล้ตัวสนามบิน รถคันหรูของคุณพีทเเทนที่จะขับไปยังฝั่งผู้โดยสารขาออกตามปกติกลับมาอีกทางนึงจนในที่สุดรถก็หยุดลงที่ลานจอดเครื่องบินโล่งกว้าง ภาพที่เห็นด้านหน้าผ่านกระจกรถผมคือเครื่องบินขนาดกลาง ผมจึงรู้ได้เลยว่าคุณพีทคนนี้ไม่เคยมีคำว่าธรรมดาเเละพอดีเลยจริงๆ มันคงจะไม่มีวันที่ผมจะอดทึ่งไปกับความรวยของคุณพีทได้ 


เครื่องบินลำสวยตรงหน้ากับนักบินที่พูดคุยกับคุณพีทอย่างสนิทสนมทำให้ผมต้องเกร็งตัวขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันอึดอัดไปหมด เเละเหมือนคุณพีทจะรู้เมื่อเขาหันหลังกลับมาเพื่อเเนะนำผมให้กัปตันตรงหน้ารู้จัก ผมทักทายเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนที่เราทั้งหมดจะเดินขึ้นเครื่องเมื่อเห็นว่าของทุกอย่างถูกขนขึ้นเเล้วเรียบร้อย


ผมเดินเข้ามาภายในตัวเครื่องก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างตรงข้ามคุณพีทตามที่ร่างสูงบอกโดยที่เลขาโอนั่งลงอีกเบาะเยื้องไปทางด้านหลัง 


“หิวไหม” คุณพีทถามขึ้นหลังจากที่เสียงของกัปตันลูกครึ่งคนนั้นพูดจบ


“นิดหน่อยครับ” ผมตอบ


“เดี๋ยวรอกินพร้อมกัน อย่าเพิ่งนอน” ผมพยักหน้าเบาๆเป็นการตอบรับก่อนจะเอนตัวลงช้าๆพลางมองออกไปผ่านหน้าต่างบานเล็กข้างๆที่ภาพด้านนอกเริ่มเครื่องไหวเเละเเสงไฟจากเมืองใหญ่ก็ค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆ


ผมยกมือถือขึ้นหวังจะถ่ายรูป เเต่เเจ้งเตือนที่มาจากเเอลก็ทำให้ผมต้องเข้าไปตอบเพื่อนตัวดีก่อน


‘bad and blue jeans (3)’

L

หายไปเลยวะ

ไม่ได้เจอมึงเลยวา เจอหน่อย


นานจริง 

ว่างอีกทีอาทิตย์หน้าเลยวะ

ได้มะ


layyy

เสาร์นี้เป็นไง จะได้หนักๆหน่อย


ไม่ได้วะ มาเที่ยวญี่ปุ่น

layyy

มึงเนี่ยนะ ปกติไม่เห็นไป


L

พ่อทูนหัว?


uhm :-)

layyy

R U BEING SERIOUS?

omfg


L

เล่ามาเลย

ตัวดี


5555555555555

ก็นั่นเเหละ


“ธันวา” เเต่ในขณะนั้นเองคุณพีทก็พูดขึ้น ผมจึงรู้ตัวว่าเครื่องบินกำลังจะเทคออฟเเล้ว ผมเปิดเเอร์เพลนโหมดก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากางเกงเหมือนเดิม คงต้องอธิบายกับพวกมันยาวตอนกลับเลยเเหละ 


ไม่นานผมก็รู้สึกได้ถึงเเรงอื้อในหูก่อนที่เครื่องบินจะกลับมาสู่สภาพนิ่งๆเหมือนเดิมเหนือน่านฟ้า เเอร์โฮสเตสสองคนเดินนำอาหารออกมาเสิร์ฟให้สำหรับพวกเราทั้งสาม อาหารง่ายๆอย่างข้าวหน้าหมูอบที่ส่งกลิ่นอบอวนไปทั่วห้องโดยสารทำให้ผมต้องลุกขึ้นมานั่งดีๆ รอเเอร์จัดให้ก่อนที่จะเริ่มลงมือกินเมื่อเห็นคุณพีทกินเเล้ว


“นอนไป อีกนานกว่าจะถึง” เสียงทุ้มนั่นบอกผมกลายๆเมื่อพวกเราต่างกินเสร็จเเล้วเรียบร้อย ผมจึงค่อยๆเอนเบาะนั่งลง ปรับให้สบายก่อนที่จะหลับตาพริ้ม



“ฮื่อ อื้ออ” ผมครางออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกได้ถึงเเรงสัมผัสตามกรอบหน้า


“ถึงเเล้ว” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูใกล้ๆเเบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นคนตัวสูงอย่างคุณพีท คุณพีทกำลังปรับเบาะอัตโนมัติขึ้นเหมือนเป็นการบังคับกลายๆให้ผมลุกสักที ผมจึงหยัดกายลุกขึ้นในขณะที่คุณพีทยังยืนอยู่ตรงข้าม


คนตัวสูงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะประทับจูบลงมาเบาบาง ละเมียดไปเรื่อยๆตามริมฝีปากก่อนจะเป็นผมเองที่เผยอปากให้คนตัวสูงส่งลิ้นร้อนเข้ามาทักทาย ผมจูบตอบคุณพีทด้วยอารมณ์ที่ไม่ต่างกัน เป็นฝ่ายเบียดตัวเข้าหาความอบอุ่นอย่างไม่รู้ตัว


“เก็บเเรงไว้พรุ่งนี้เช้านะคนเก่ง” เเต่เเล้วกลับเป็นคนตรงหน้าที่ผละผมออก


“…”

**“แด๊ดจะจูบให้เเดงไปทั้งตัว”** อย่างน้อยคืนนี้คุณพีทก็ยอมปล่อยให้ผมนอนสบายๆ




ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณพีทบอก เขายอมให้ผมนอนสบายๆในคืนก่อนเมื่อพวกเราถึงที่พักในตัวเมืองเรียบร้อย ในขณะที่เขาจัดการเคลียร์งานกับเลขาโอด้านนอกห้อง ผมก็เข้ามาอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนจะผลอยหลับไปก่อนโดยไม่ได้รอคนตัวสูงเพื่อนอนพร้อมกัน เเต่การกระทำในตอนนี้ของคุณพีทก็ทำให้ผมต้องตื่นขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ พลางบิดตัวหนีสัมผัสที่รุกรานอย่างไม่มีสติ ชุดกิโมโนตัวโคร่งที่เลือกใส่ตั้งเเต่เมื่อคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้เนื่องจากไม่เห็นว่าจะมีชุดนอนที่เตรียมมาให้ในกระเป๋าเดินทางตอนนี้กำลังหลุดลุ่ยไม่มีชิ้นดีด้วยฝีมือของคนตรงหน้า 


“ตื่นมาให้แด๊ดทวงสัญญาเร็ว”


“ฮื่ออ” เสียงที่เล็ดลอดเข้ามาในโสดประสาทอย่างเลือนลางทำให้ผมต้องหันหน้าหนี


“เเมวเหมียว” มือหนากระชากผ้าห่มออกจนบางส่วนตกลงไปที่พื้นเเล้วเรียบร้อย เครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานได้ดีทำให้คนตัวเล็กต้องขดตัวหนีลมเย็นอย่างยากลำบากเมื่อคนตัวสูงยังคงเอาเเต่ใจไม่หยุด


คุณพีทไม่ได้สนใจความง่วงสะลึมสะลือของธันวาเลยด้วยซ้ำเมื่อมือทั้งสองต่างพยายามที่จะปลดปมบนชุดกิโมโนที่ดูเหมือนว่าเเมวเหมียวของเขาจะมัดเอาไว้อย่างเเน่นหนา คุณพีทเลยเลือกที่จะดึงชายเเขนเสื้อเเทนเผยให้เห็นลาดไหล่เนียนของคนตัวเล็ก ริมฝีปากร้อนลากผ่านตามเเนวไหปลาร้า พรมจูบซ้ำๆลงบนไหล่นวลที่โผล่พ้นเนื้อผ้ามาอย่างห้ามใจไม่อยู่ กลิ่นตัวอ่อนๆของคนตัวเล็กไม่เคยทำให้เขาใจเย็นได้เลย อยากจะใจร้อนกลืนกินคนใต้ร่างเข้าไปทั้งตัว


ธันวาที่สะลึมสะลือในตอนเเรกกลับตื่นเต็มตาเมื่อคนตัวสูงปลดอาภรณ์ที่บดบังความขาวเนียนออกเกือบหมดเเล้วเลือกที่จะละเลงสัมผัสลงบนยอดอกของอีกคนที่ตอนนี้เเข็งสู้มืออย่างน่ารัก ริมฝีปากร้อนลากผ่านผิวกายของธันวาไปเรื่อยๆ ขบเม้มจนเป็นรอยกุหลาบเเดงทั่วอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ เรียกเสียงครางหวานอื้ออึงในลำคอได้เป็นอย่างดี


“คุณ พ-พีท อ๊ะ” เเรงกัดเบาๆบนเเผ่นอกทำให้คนตัวเล็กเเอ่นตัวเข้าหาสัมผัสร้อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ สัมผัสร้อนที่ลากผ่านไปตามลำตัวช้าๆทำให้ธันวารู้ว่าผิวกายของตัวเองเย็นเฉียบขนาดไหนถึงขนาดที่ตัวเองต้องเเอ่นอกเข้าหาสัมผัสร้อนเล็กๆนั่นยามที่มันลากผ่าน


คุณพีทสูดดมความหอมของกลิ่นกายพลางเเลบลิ้นออกมาไล้เลียจนคนตัวเล็กต้องออกเเรงผลักไหล่ของคุณพีทออก เเต่เเรงผลักอันน้อยนิดก็หายไปเมื่อคนตัวสูงรวบมือเล็กทั้งสองข้างไว้เหนือหัวเเล้วก้มลงมอบจูบอันแสนร้อนแรง ลิ้นร้อนที่ปกติคอยละเมียดละไมความหวานในโพรงปากตอนนี้ไม่มีอีกเเล้ว มันกลับกลายเป็นเต็มไปด้วยความดุดัน อัดอั้น เเละความต้องการที่ถูกส่งผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ธันวาเริ่มจูบตอบคนตัวสูงถึงเเม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถตอบรับจูบอันร้อนเเรงของเขาได้ดีเท่าที่ควร


กางเกงผ้าญี่ปุ่นที่เข้าเซตกันกับเสื้อที่หลุดลุ่ยอยู่บนตัวตอนนี้ได้หลุดออกจากขาเรียวด้วยเเรงดึงของคนที่คร่อมอยู่ เผยให้เห็นสีผิวน้ำนมของคนตัวเล็กที่น่าประทับรอยไว้ให้ทั่ว ธันวาที่ตื่นเต็มตาเเล้วเรียบร้อยก็ผุดลุกขึ้นนั่งเมื่อรับรู้ได้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อพลางกำชับสาบเสื้อที่เเยกออกจากกันไว้เเน่น คุณพีทผละออกเล็กน้อย ก่อนจะลงมายืนที่ปลายเตียงโชว์เเผงอกเเน่นกับบ๊อกเซอร์ที่รัดจนเห็นความใหญ่โตของตัวเอง


“น่าฟัด บอกเเล้วใช่ไหมว่าจะจูบให้เเดงทั้งตัว” คุณพีทพูดขึ้นก่อนจะเดินหายไปอีกห้องนึง ผมไม่รู้ว่าคุณพีทคิดจะทำอะไร แต่รู้ตัวดีว่าคงไม่สามารถห้ามคนตัวสูงได้ อีกทั้งยังสัญญาไว้เเล้วว่าจะตามใจคนเป็นแด๊ดทุกอย่าง


“…”


“…” คุณพีทกลับมาไม่นานพร้อมกับถุงในมือ


“ไม่เอานะแด๊ด”


“รู้แล้วเหรอว่าคืออะไร”


“…” ผมไม่ยอมตอบ ไม่ได้อยากรู้ด้วยซ้ำว่าข้างในคืออะไร


“ไหนบอกว่าจะตามใจแด๊ดทุกอย่างไงครับคนเก่ง” 


“ก็หมายถึง..”


“หมายถึงอะไรหื้ม”


“…” ธันวาไม่ตอบเมื่อคนตัวสูงยังคงคาดคั้น ใบหน้าหวานงองุ้มเหมือนเด็กน้อยที่ถูกขัดใจอะไรสักอย่าง


“ธันวา มานี่” คุณพีทส่งเสียงเรียกให้ผมขยับไปตรงปลายเตียงตรงที่คนตัวสูงยืนอยู่ ผมก็ขยับไปหาคนตัวสูงไม่ได้อิดออด เเต่ก็หวังจะดึงผ้าห่มที่ร่วงไปใกล้ๆมาคลุมขาเเต่คุณพีทกลับปัดออกไปอย่างไม่ไยดี


“แด๊ดดี้..” ธันวาเอ่ยออกมาเสียงเบาเมื่อเห็นสิ่งที่คุณพีทนำออกมาจากถุงทีละชิ้น


กล่องถุงยางหลากสี เจลหล่อลื่นสองขวด สองอย่างนี้เป็นของที่ต้องมีอยู่เเล้ว ผมเข้าใจ

เเต่ของที่คุณพีทเอาออกมาอีกนี่สิที่ทำให้ผมตกใจ ถุงน่องยาวสีขาวสะอาดตาที่มีลายถักเป็นรูปอุ้งเท้าเเมวบริเวณฝ่าเท้า หรือไม่ก็หางเเมวขนสีชมพูอ่อนยาว สร้อยคอโชคเกอร์กำมะหยี่สีเดียวกันที่ถูกยื่นมาตรงหน้าผมที่นั่งมองอยู่โดยไม่พูดอะไร

ใส่ให้ดูหน่อยครับเด็กดี” นี่เป็นประโยคเชิญชวนเเรกที่คุณพีทพูดออกมา


“…” ผมยังคงเงียบไม่ยอมเอื้อมมือไปรับถุงเท้าคู่นั้นมาจากมือคุณพีทที่ยื่นมาให้ 


“จะให้ใส่ให้หรือให้ใส่เอง”


“ส-ใส่เอง” ยอมก็ได้ ผมพูดพร้อมกับดึงถุงเท้าออกมาจากมือคนตัวใหญ่ รีบหันหลังเข้าหาคุณพีทก่อนจะค่อยๆชันขาขึ้นมาเพื่อใส่ถุงน่องด้วยความรวดเร็ว


เเต่ในระหว่างที่ผมกำลังจะดึงถุงเท้าอีกข้างขึ้นมาจนสุด สัมผัสบนลำคอของตัวเองก็ทำให้มือหยุดชะงัก หันไปก็พบว่าคุณพีทกำลังใส่สร้อยคอให้ผมอย่างเบามือ ก่อนที่จะปล่อยลงเมื่อเกี่ยวตะขอให้เเล้วเรียบร้อย เมื่อเห็นดังนั้นผมก็รีบดึงถุงเท้าขึ้นมาจนสุดเหนือหัวเข่าของตนเองตามความยาว


“หันมาได้เเล้ว” คุณพีทพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมจัดการตัวเองเรียบร้อยเเล้ว


“ไม่ใส่หางได้ไหมครับ” 


“…”


“นะแด๊ดนะ”


“ไหนคนเก่งบอกจะตามใจแด๊ดทุกเรื่อง”


“แต่วาไม่อยากเจ็บ” ผมบอกเหตุผลไป รู้ว่าหางเเมวนั่นต้องทำไว้เพื่อใส่ตรงนั้นเเน่ๆ


“มานี่” คุณพีทไม่ได้สนใจเหตุผลของผมเลยสักนิด เขากลับฉุดมือทั้งสองข้างให้ผมยืดตัวขึ้นเเล้ว ใช้เข่าเพื่อทรงตัวบนที่นอนยวบยาบนี้


ด้วยเพราะผมยืดตัวขึ้นมาอีกหน่อย ระยะห่างระหว่างผมกับคุณพีทก็ดูลดลงเข้าไปอีก ผมอยู่ตรงปลายเตียง คุณพีทยืนอยู่ชิดขอบเตียง ก่อนจะใช้เเขนโอบรอบตัวผมให้เเนบชิดกับเเผงอกเปล่าเปลือยอย่างไม่อาย ถึงเเม้ว่าชุดนอนจะหลุดลุ่ยเต็มทีเเต่มันก็เป็นปราการสุดท้ายเเล้ว


“ถอดออก เร็วๆ” เเต่เหมือนว่าปราการสุดท้ายผมจะไม่เหลือเเล้วเมื่อคุณพีทออกคำสั่งตามที่เห็นว่าผมยุ่งวุ่นกับมันเหลือเกิน


“…” ผมยอม ก็รู้ว่าดื้อไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นอยู่ดี ยังไงๆก็ต้องถอดออกหมดอยู่เเล้ว


ผมก้มหน้าก้มตาเเกะเชือกที่ผูกเเน่นตรงเอวโดยไม่ได้รู้เลยว่ากำลังโดนสายตาของคนตัวสูงลวนลามอยู่ ทั้งรอยเเดงที่ยังสดใหม่จากไม่นานมานี้ ยอดอกสีชมพูหวาน หรือไม่ว่าจะเป็นหน้าท้องเเบนราบน่าทำรอย คนตัวเล็กที่ค่อยๆปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายของตัวเองออกตอนนี้ดูเขินอาย เเต่เเล้วก็ยั่วยวนในคราเดียวกัน


คุณพีทดึงคนตัวเล็กเข้ามาเเนบชิดให้ใบหน้านวลชิดกับอก โอบกอดรอบคนตัวเล็กที่ตอนนี้เหลือเเค่บ๊อกเซอร์เหมือนกัน ก่อนที่มือซุกซนจะสอดเข้าไปในบ๊อกเซอร์ของคนตัวเล็กไม่ให้ทันตั้งตัว ด้วยความที่เขาโอบไว้เเน่นมากๆ มือทั้งคู่ก็ได้เเต่เกาะไหล่หนาไว้ ปล่อยให้คุณพีทดึงลง ปล่อยให้ตกลงมาตามแนวขา คนตัวใหญ่กว่าจึงได้ลูบไล้ไปมาตั้งเเต่เอวคอด สะโพกมน ลูบไล้ไปมาไม่หยุดจนผมต้องจิกไหล่เเกร่งนั้นระบายอาการที่กำลังก่อตัวสูงขึ้น


“อึก” ผมกลั้นเสียงครางเมื่อนิ้วคุณพีทเริ่มลุกล้ำไปยังบริเวณช่องทางด้านหลัง จิกลงบนไหล่หนักขึ้นเมื่อคุณพีทยังคงเเกล้งผมเรื่อยๆ ไหนจะเจลเย็นๆที่ถูกบีบลงบนก้นกลม ปล่อยให้มันไหลลงไปเรื่อยๆ เจลเย็นๆกับนิ้วอุ่นๆทำให้ผมต้องเบียดตัวเข้าหาอกอุ่นให้มันเเนบเเน่นเข้าไปมากกว่าเดิม เเต่เเล้วผมก็ต้องดิ้นคลุกคลักเมื่อรู้สึกถึงสิ่งเเปลกปลอมที่ดุนดันอยู่ตรงช่องทางด้านหลัง


“อ๊ะ คุณพีท วาไม่เอานะ” ผมรู้ดีว่ามันคือหางเเมวที่เขาอยากให้ผมใส่ เเต่ผมไม่ได้เต็มใจอยากนี่


“…” 

“วาเป็นเด็กดีมาตลอดเลย แด๊ดดี้จะไม่รุนเเรงกับวาใช่ไหม” ผมขอร้องเขา


“…”


ก่อนจะส่งพรมจูบเบาๆลงบนอกเเกร่งตรงที่ตัวเองซบอยู่ ขบเม้มเบาๆอย่างอ้อนวอน

“Daddy, please”


100%

(*´∀`*)

ขอโทษที่มันยังไม่ใช่คัท .___.

มันยังไม่สมบูรณ์ดีง่ะ เราเอามาเสิร์ฟเเค่นี้ก่องอย่าพึ่งร้องไห้

เก็บทิชชู่ไว้ซับเลือดตอนหน้าดีก่า

เน้อะะ


มันใกล้เข้ามาเเล้วพี่น้อง มันยาวมั่กๆเลยเอามาก่อง ใกล้คัทเเล้ว อีกนี้ดดดดดดดดดเดียว อดใจนะคะพี่ขา ถ้าอยากได้ต้องหวีด #DADDYของวา ให้ไรท์เยอะๆจะเอาพริกที่ตลาดมาถมให้หมด มันต้องแซ่บเเค่ไหนอ่ะคิดดู เเต่งไปน้ำตาไหลไป

รักทุกคนที่เข้ามาอ่าน ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นเด้อจ้า สัญญาจะมาให้เร็วที่สุด

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น