Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 55 : อุปสรรคใหญ่หลวง

ชื่อตอน : Chapter 55 : อุปสรรคใหญ่หลวง

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.7k

ความคิดเห็น : 165

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มี.ค. 2561 14:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 55 : อุปสรรคใหญ่หลวง
แบบอักษร

ดิน...........................

ช่วงหลายวันมานี้คุณรสได้มาที่บริษัทเกือบทุกวัน แต่ตะวันก็ไม่อยากคุยหรือแม้แต่อยากต้อนรับซักเท่าไหร่

“ตะวัน รสคิดถึงตะวันที่สุดเลย”  เธอรีบปรี่เข้าไปหาตะวันเหมือนอย่างเคย

“ออกไปไกล ๆเลยนะ ผมไม่เคยคิดถึงคุณ”  ตะวันชี้หน้าบอกกับเธอไป แต่ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจหรือใส่ใจในคำพูดของตะวันเลย ยังคงพยายามเข้าไปประชิดตัวตะวันอยู่

“แหม ใจร้ายกับรสจริงนะตะวัน ไอ้คุณเลขามันมีดีอะไรน๊า...? ตะวันถึงได้หลงมันหัวปักหัวปำซะขนาดนี้”  เธอพูดพร้อมกับมองผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

“อยากรู้จริง ๆ เหรอรส..? ผมจะบอกให้ ดินเขามีอะไรที่คุณไม่มีไง”   แล้วตะวันแสยะยิ้มบอกกับคุณรสไปพร้อมกับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า  ผมได้ยินถึงกับกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่

“อยากให้ผมเจาะจงไปเลยมั้ย..?”  ตะวันยังคงยักคิ้วกวนคุณรสไปอีก  นิสัยแบบนี้ของตะวันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริง ๆ ผมได้ยินก็อดขำไม่ได้

“ตะวัน...!!”  คุณรสได้แต่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกัดฟันกรอด ๆ หันมามองผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“ดินมีงานข้างนอกไม่ใช่เหรอ...? เราไปกันเถอะ เสร็จแล้วจะได้พาไปนั่งทานข้าวเคล้าเสียงเพลงกันสองคน”  แล้วตะวันก็รีบเข้ามาฉุดแขนผมพร้อมกับลากเดินออกจากห้องมา ปล่อยให้คุณรสกรี๊ดแตกตีโพยตีพายอยู่ในห้องคนเดียว

“พูดแบบนั้นไปจะไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ..?”  ผมหันไปถามกับตะวัน

“จะเป็นไรล่ะ ก็มันเรื่องจริงนี่นา”  ตะวันหันมายักคิ้วให้กับผม  ผมได้แต่อมยิ้มตอบ

ตะวันมักพาผมเลี่ยงออกไปข้างนอกเสมอเมื่อรู้ว่าคุณรสจะมา เพราะตะวันได้สั่งกับ รปภ. เอาไว้ถ้าเห็นคุณรสมาที่บริษัทเมื่อไหร่ให้รีบโทรไปรายงานทันที วันนี้ก็เช่นกัน พอ รปภ. โทรมารายงานว่าคุณรสมาที่บริษัท ตะวันก็รีบชวนผมให้ออกไปข้างนอกทันที  พอผมกับตะวันลงจากลิฟท์มา คุณรสเห็นก็รีบปรี่เข้ามาหาตะวันอีกตามเคย

“ตะ........”  ยังไม่ทันที่คุณรสจะเอ่ยทักทายอะไรไป

“ดินวันนี้มีพบลูกค้าใช่มั้ยเรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวลูกค้าจะรอ”  ตะวันรีบฉุดแขนผมให้เดินตามออกไปทันที ปล่อยให้คุณรสยืนอ้าปากหวอมองตามตาปริบ ๆ

“ไม่ได้แดกกูหรอก”   หึหึหึ   แล้วตะวันก็แสยะยิ้มพูดขึ้นมา 

สองสามวันผ่านไป ผมก็ไม่เห็นคุณรสมาที่บริษัทอีก

เฮ้อออออออ “สบายใจจริง ๆ เลย ไม่มีใครมากวนอกกวนใจเน๊อะดินเน๊อะ..?”   ตะวันยิ้มบอกกับผม  ผมได้แต่ยิ้มตอบ  ไม่นานเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะตะวันก็ดังขึ้น ตะวันรีบรับสาย

[ได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ บอกพี่เมฆให้ด้วย]    ผมได้ยินตะวันคุยโทรศัพท์  พอวางสายเสร็จ

“เดี๋ยวกูไปห้องพี่เมฆแป๊บนะ พี่เมฆอยากคุยด้วย”   แล้วตะวันก็บอกกับผมพร้อมกับเดินเข้ามากอดผมเอาไว้แน่น

หลังจากที่ตะวันออกจากห้องไปแล้ว ผมก็ทำงานของผมต่อ ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก ผมหันไปมองคิดว่าเป็นคุณรสอีกตามเคย แต่แล้วกลับไม่ใช่

“ดิน รู้จักกับคุณท่านซะซิ”  คุณอรรีบแนะนำผมให้รู้จักกับหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ที่ดูสง่าเงียบขรึม แต่งตัวเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว วางมาดเหมือนเป็นคุณหญิงคุณนาย น่าเคารพนับถือ เธอเดินตรงเข้ามาหาผมและจ้องผมตาเขม็ง สายตาที่มองรู้เลยว่าไม่เป็นมิตรแน่นอน ผมรีบลุกขึ้นยืน

“สวัสดีครับ”  แล้วยกมือไหว้กล่าวคำทักทายไป

“ท่านเป็นคุณแม่ของคุณเมฆินทร์กับคุณตะวัน”  คุณอรบอกกับผมอีกครั้ง ผมใจหายวาบขึ้นมาทันที สิ่งที่ผมกลัวมาตลอดบัดนี้ผมคงจะเลี่ยงอะไรไม่ได้อีก ผมได้แต่ยืนนิ่งทำใจดีสู้เสื้อ

“เธอออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขาซักหน่อย”  แล้วน้ำเสียงที่เย็นเฉียบก็ได้บอกกับคุณอรไป พอคุณอรได้ยินก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ตอนนี้ผมอยู่ในห้องกับคุณแม่ของตะวันสองคน บรรยากาศเงียบสนิท มันดูอึมครึมจนน่าหวาดหวั่น

“เธอชื่ออะไร...?”  แล้วน้ำเสียงเย็นเฉียบที่แฝงไปด้วยพลังก็เอ่ยถามกับผม

“ดินครับ”  ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

“ชื่อดินทำไมไม่ทำตัวให้สมกับชื่อ สะเออะเผยอหน้าขึ้นมาทำไม...?”  คำพูดที่เสียดแทงใจเหมือนกับคุณรสก็ดังขึ้น ผมได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมตอบ

“คนอย่างเธอมันช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินสมกับชื่อซะจริง จะขึ้นมายืนเคียงข้างลูกชายฉันได้ยังไง มันไม่เหมาะสมหรือสมควรด้วยประการทั้งปวง ยังไงฉันก็ไม่ยอมรับคนอย่างเธอเด็ดขาด”   คำพูดทุกคำช่างบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ

“แต่ผมกับตะวันรักกันนะครับ”  ผมเงยหน้าบอก

“รักอย่างนั้นเหรอ...? เธอเป็นผู้ชายไม่ใช่หรือไง ผู้ชายจะรักกับผู้ชายได้อย่างไร...? มันน่าสมเพช น่าขยะแขยง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น”   ผมรู้ดีว่าเธอคงไม่ยอมรับผมง่าย ๆแน่

“คนที่คู่ควรกับลูกฉันมีเพียงหนูรสเท่านั้น ทั้งฐานะวงศ์ตระกูลพ่อเป็นถึงอธิบดี แม่เป็นถึงคุณหญิง ส่วนเธอเป็นใคร ก็แค่เป็นคนขับรถมาก่อน ได้ดีเพราะมีตะวันคอยถือหาง อย่านึกว่าฉันไม่รู้อะไรนะ”  เธอได้ทีไล่ต้อนผมจนแทบกระทัก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนกำหมัดเอาไว้แน่น

“เป็นแค่ดินก็อยู่ส่วนดิน หัดเจียมกะลาหัวไว้ซะบ้าง ดินจะกลายเป็นทองขึ้นมาได้ยังไง...?”  เธอยังคงสบประมาทดูถูกผมไม่หยุดไม่หย่อน

“ที่ฉันมาวันนี้ฉันมีข้อเสนอ ฉันต้องการให้เธอเลิกยุ่งกับลูกชายของฉัน”  แล้วเธอก็หยิบเอาเช็คในกระเป๋าออกมาพร้อมกับยื่นให้ผม

“เงินนี้จะทำให้เธอมีความสุขไปตลอดชีวิต และจงหายไปจากชีวิตของลูกชายฉันซะ”  ผมหยิบเอาเช็คมาดู ผมถึงกับเจ็บแปลบเข้าที่กลางอกไม่คิดว่าชีวิตผมจะมาถึงวันนี้ วันที่ครอบครัวตะวันทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ผมเลิกกับลูกชายเขา  ผมกำเช็คเอาไว้แน่น

“เงินแค่นี้ซื้อความรักของผมที่มีต่อตะวันไม่ได้หรอกครับ”   ผมฉีกเช็คราคาสิบล้านทิ้งต่อหน้าเธอ

“แกกล้าลองดีกับฉันก็เอาสิ  ฉันจะไล่แกออก...!!  และจะให้ตะวันแต่งงานกับหนูรสให้เร็วที่สุด ดูซิว่าแกยังจะมีหน้าอยากเป็นตัวสำรองของหนูรสได้อยู่อีกหรือเปล่า แกยังจะกล้ายืนอยู่ในสังคมได้อยู่หรือไม่...?”

“ผู้หญิงก็ต้องคู่กับผู้ชาย ฉันอยากมีลูกสะใภ้อยากมีหลานเอาไว้อุ้ม ไม่ใช่ได้ตัวอะไรเข้ามาอยู่ในบ้าน ให้เป็นเสนียดจัญไรต่อวงศ์ตระกูล”   คำนี้ทำให้ผมถึงกับสะอึก มันเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ มือไม้มันอ่อนแรงไปหมด ผมพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา

“นับจากนี้ไปฉันไล่แกออก อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”   แล้วเธอก็ชี้หน้าบอกกับผมอีกครั้ง

“แต่ผมไม่ยอมครับแม่...!!”   ตะวันทำหน้าตื่นเปิดประตูเข้ามา

“ตะวัน...!!”  เธอตะคอกเสียงดังใส่ลูกชายไป

“ผมรักกับดิน ยังไงผมก็จะอยู่กับเขา คุณแม่ไม่ต้องมาห้าม”  ตะวันบอกกับผู้เป็นแม่ไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“ตะวัน”  ผมเรียกชื่อไปเบา ๆ  ตะวันรีบเดินเข้ามาจับมือผมเอาไว้แน่น

“คุณแม่จะคิดยังไงก็ช่าง ผมไม่มีวันเลิกกับดินเด็ดขาด”  ตะวันบอกไปอีกครั้ง

“นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเพราะไอ้เด็กต่ำต้อยนี่เหรอตะวัน...!!”  เธอตะคอกใส่ลูกชายไป ตะวันไม่ตอบได้แต่กุมมือผมเอาไว้

“แกออกไปจากบริษัทฉันเลยนะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”  เธอหันกลับมาเล่นงานผมอีกครั้ง ผมก็ไม่อยากเห็นแม่กับลูกต้องทะเลาะกันอีก เลยตัดสินใจจะเดินออกไปจากตรงนี้

“ดิน... เดี๋ยว”  ตะวันรีบห้ามผมเอาไว้

“ตะวัน ถ้าขืนแกเดินออกจากห้องนี้ไปแม้แต่ก้าวเดียว แกก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก”   แล้วเธอก็บอกกับตะวัน ตะวันได้ยินถึงกับอึ้ง ผมรู้ว่าตอนนี้ในใจของเขาคงสับสนยากที่จะตัดสินใจ

“ไม่เป็นไร ผมไปเอง”  ผมหันไปบอกกับตะวัน แล้วรีบเดินออกจากห้องมา

“แกมันก็เป็นแค่ดิน ที่คอยให้คนเหยียบย่ำเท่านั้น อย่าสะเออะเผยอหน้าขึ้นมา แกไม่คู่ควรกับลูกชายฉันเลยซักนิด แกมันเป็นคนผิดเพศ ฉันอยากได้ลูกสะใภ้ อยากอุ้มหลาน ฉันไม่อยากได้ตัวอะไรก็ไม่รู้มาเป็นเสนียดจัญไรต่อวงศ์ตระกูล”  คำพูดเหยียบหยามซ้ำเติมยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่จางหาย ผมรีบปาดน้ำตาออก แล้วขับรถบึ่งออกจากบริษัทไปทันที

+++++++++++++++++++++++++++++++++


ตะวัน.........................

“เดี๋ยวกูไปพบพี่เมฆแป๊บนะ พี่เมฆอยากคุยด้วย”  ผมบอกกับไอ้ดินแล้วเดินออกจากห้องทำงานมา พอมาถึงห้องพี่เมฆ

“ท่านรอคุณตะวันอยู่ค่ะ”  แล้วคุณอรก็รีบบอกกับผม ผมพยักหน้ารับแล้วเปิดประตูเข้าไป

“ตะวันมาแล้วเหรอ....?”  พี่เมฆเอ่ยทัก ผมสังเกตเห็นสีหน้าพี่เมฆเหมือนมีเรื่องกังวลใจ

“พี่เฆมมีอะไรรึเปล่า...?”  ผมถามไป พี่เมฆวางมือจากงาน

“ตะวัน คุณแม่รู้เรื่องตะวันกับดินแล้วนะ”  แล้วพี่เมฆก็บอกกับผม ผมไม่รู้สึกตกใจเลยซักนิด คิดเอาไว้ว่าซักวันแม่ก็ต้องรู้เรื่องเข้าอยู่ดี

“ก็ดีเหมือนกัน ผมก็ไม่อยากจะหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกต่อไป”  ผมบอกกับพี่เมฆไป

“มันไม่ได้ง่ายอย่างนั้นหน่ะสิตะวัน”  พี่เมฆยังคงเป็นห่วงผมอยู่

“ช่วงหลายวันมานี้พี่เห็นคันธรสเข้าออกบ้านอยู่บ่อย ๆ คุณแม่ก็ดูเหมือนจะชอบเธออยู่มาก พูดคุยกันถูกคอ”  พี่เมฆบอกกับผม

“เรื่องคันธรสพี่เมฆไม่ต้องเป็นห่วง ผมจัดการไปแล้ว”  ผมยิ้มบอกกับพี่เมฆไป ถ้าผมเดาไม่ผิดแม่กับคันธรสต้องรู้เห็นเป็นใจกันแน่นอน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่กลับมาเมืองไทยกะทันหันแบบนี้แน่

“ดูเหมือนตะวันจะไม่กังวลใจเลยนะ พี่ว่าอย่างน้อยตะวันก็ต้องคิดถึงดินบ้าง”  แล้วพี่เมฆก็พูดขึ้นมา ผมได้ยินถึงกับสะอึก

“คุณแม่ไม่เหมือนกับคุณพ่อที่จะเข้าใจอะไรง่าย ๆ หรอกนะ ตะวันก็รู้นิสัยของคุณแม่ดี”  ผมเริ่มเป็นกังวลขึ้นมา ถ้าสำหรับตัวผมเองผมไม่กลัวเลย แต่พอพี่เมฆพูดถึงไอ้ดิน ผมก็รู้สึกเป็นห่วงมันขึ้นมา

“ตะวันต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้ให้ดี”  พี่เมฆบอกกับผมด้วยความเป็นห่วง

“ขอบคุณครับพี่เมฆ”  ผมบอกไป

“เรื่องของพี่เมฆก็ต้องเหยียบเอาไว้ให้มิดเลยนะครับ ตอนนี้แม่ยังไม่รู้”  ผมบอกกับพี่เมฆไป  ผมรู้ว่าพี่เมฆก็คงกังวลเรื่องตัวเองอยู่ไม่น้อย  ในขณะที่ผมคุยกับพี่เมฆอยู่นั้น

ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตค่ะท่าน”  คุณอรหน้าตื่นเปิดประตูเข้ามา

“มีเรื่องอะไรเหรอคุณอร...?”  ผมรีบถามไป

“เอ่อ คือ คุณท่านมาที่บริษัทค่ะ”  แล้วคุณอรก็บอกกับผม

“ห๊ะ..!! แม่เนี่ยนะ..?”  ผมรีบถามไป

“ค่ะ”

“แล้วตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน..?”   ผมเริ่มใจคอไม่ดีขึ้นมา

“อยู่ที่ห้องคุณตะวันค่ะ”  สิ้นเสียงคุณอรบอกผมรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องพี่เมฆไปทันที พอมาถึงหน้าห้องทำงานผมรีบเปิดประตูเข้าไป

“ฉันจะไล่แกออก นับจากนี้ไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”  แม่กำลังโกรธไอ้ดินหน้าดำหน้าแดง ผมรู้ได้ทันทีว่าคงเกิดเรื่องขึ้นแน่ ๆ เพราะไอ้ดินเอาแต่ยืนนิ่งก้มหน้าก้มตา

“แต่ผมไม่ยอมครับแม่”  ผมรีบบอกกับแม่ไปแล้วเดินเข้าไปหาไอ้ดิน พร้อมกับจับมือมันเอาไว้

“นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอตะวัน...?”  แม่หันมาเล่นงานผมทันที

“ผมรักกับดิน ยังไงผมก็จะอยู่กับเขา คุณแม่จะคิดยังไงก็ช่าง ผมไม่วันยอมเลิกกับดินเด็ดขาด”  ผมบอกกับแม่ไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ตะวัน...!!”  แม่ตะคอกใส่ผมเสียงดังลั่น

“แกออกไปจากบริษัทฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ...!!”  แล้วแม่ก็หันไปชี้หน้าบอกกับไอ้ดิน ไอ้ดินมันแกะมือผมออกกำลังจะเดินออกจากห้องไป

“เดี๋ยวดิน ไม่ต้อง”  ผมรีบห้ามมันเอาไว้

“ไม่เป็นไร ผมไปเอง” มันหันมาบอกกับผมด้วยใบหน้าที่เศร้าหมอง ผมรู้ว่าตอนนี้จิตใจมันคงย่ำแย่  แล้วมันก็เปิดประตูเดินออกจากห้องไป ผมกำลังจะตามมันไป

“ถ้าขืนแกเดินออกจากห้องนี้ไปเพียงก้าวเดียว ก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่อีก”  แม่ยื่นคำขาดบอกกับผม

“แม่” 

หลังจากที่ไอ้ดินมันไปแล้ว

“แกเป็นบ้าอะไรห๊ะตะวันถึงได้หลงไอ้เด็กต่ำต้อยนั่นจนหน้ามืดตามัว มันเป็นผู้ชายนะ”  แม่ยังคงไม่พอใจผมอยู่

“ก็ไอ้ดินมันเป็นผู้ชายไง ผมถึงได้รัก”  ผมตอบกลับไปพยายามกดอารมณ์ให้เป็นปกติที่สุด

“ตะวัน แกอยากลองดีกับฉันใช่มั้ยห๊ะ....!!”  แม่จ้องผมตาเขม็ง ผมได้แต่นิ่งเงียบ ไม่อยากทะเลาะอะไรกับแม่อีก ใจผมอยู่กับไอ้ดินมันโน่นแล้ว เป็นห่วงมันไม่รู้ตอนนี้มันจะเป็นยังไงบ้าง ถูกแม่เล่นงานหนักซะขนาดนี้

“ฉันจะให้แกแต่งงานกับหนูรสให้เร็วที่สุด ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลป่นปี้ก็เพราะแก ฉันไม่มีวันยอมรับไอ้เด็กสกปรกคนนั้นแน่”   แม่ยื่นคำขาดบอกกับผมอีกครั้ง ผมได้ยินถึงกับสะอึกไม่คิดว่าแม่จะจงเกลียดจงชังไอ้ดินถึงเพียงนี้

“ถ้าไอ้ดินมันสกปรก ผมก็คงจะสกปรกเหมือนกัน เพราะผมคลุกคลีอยู่กับไอ้ดินทั้งวันทั้งคืน และผมก็คงไม่คู่ควรกับคันธรสผู้สูงส่งหรอกครับแม่”  ผมบอกกับแม่ไปแล้วรีบเดินออกจากห้องมา ผมรู้ว่าแม่คงโกรธตีโพยตีพายอยู่ในห้องแน่ แต่ผมก็ไม่สนใจ ผมรีบเดินจ้ำอ้าวลงมาตามหาไอ้ดิน เพราะผมเป็นห่วงมัน

ผมมองหามันไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็น รถมันก็ไม่อยู่ มันคงจะออกไปแล้ว ผมรีบล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาโทรหามันทันที

[ไม่มีเสียงตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก]




...............................................................................................

To be continue.......................

...............................................................................................


******วันนี้ช้อยอัพเร็วหน่อยเพราะตอนเย็นมีงานต่อช้อยเลยไม่มีเวลา เลยใช้เวลาช่วงพักเที่ยงอัพแทน******

แม่ของตะวันมาอาละวาดกับดินถึงที่ทำงาน จนทำให้ดินแทบกระอัก ดินจะทำยังไงกับชีวิตต่อไป จะเดินหน้าสู้ต่อหรือว่ายอมแพ้ เพราะอุปสรรคครั้งนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าดินจะรับไหว แต่สำหรับตะวันยังคงแน่วแน่ต่อความรัก ทั้งสองจะฝ่าฟันอุปสรรคในครั้งนี้ไปหรือไม่ โปรดคอยติดตามได้ในวันพรุ่งนี้นะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาหยอดเหรียญหยอดดาวใส่กระปุกออมสิน

ขอบพระคุณที่กรุณาติดตามและคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}