akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 23

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.6k

ความคิดเห็น : 62

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2561 21:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 23
แบบอักษร

23

            โทระลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหลับไปตอนไหน ข้างๆกายเขามีร่างเล็กที่โดนเขาโอบกอดจนแทบจะจมไปกับอก  โทระก้มลงมองน้ำที่หลับตาพริ้ม เขาเองก็หลับสบายเสียจนตัวเองยังแปลกใจ  จะบอกว่ามีหมอนข้างอุ่นๆให้กอด ก็อาจจะใช่ แต่หมอนข้างใบนี้ค่อนข้างจะผอมไปสักหน่อย

                “ตื่นได้แล้ว”

                เขาก้มลงมากระซิบข้างหู  น้ำขมวดคิ้วเล็กน้อย ขยับใบหน้าซุกแผ่นอกกว้างให้มากขึ้น โทระจ้องตาเขม็ง เขายกมือตีเบาๆที่สะโพกเล็ก

                “อ๊ะ”

                ร่างน้อยสะดุ้ง เปลือกตาทั้งสองค่อยๆเปิดขึ้น เขามองโทระด้วยความงุนงง แต่โทระทำหน้านิ่งใส่

                “ระ รุ่นพี่”

                “กอดฉันทั้งคืน นอนสบายไหม”

                โทระชักแขนตัวเองที่กอดน้ำออกไปตั้งนานแล้ว ในตอนนี้จึงเหมือนมีแต่น้ำที่นอนกอดเขา  คนตัวเล็กตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขารีบขยับตัวถอยห่างโทระจนเผลอตกเตียง

                “โอ้ย!”

                ก้นเล็กกระแทกกับพื้นอย่างเต็มแรง คนที่ตั้งใจปั้นหน้านิ่งเพื่อแกล้ง  มีอันต้องแสดงสีหน้ากังวล  รีบพุ่งลงไปหาน้ำทันที

                “ตกใจอะไรของนาย  ร่วงเลยเห็นไหม”

                แม้น้ำเสียงจะดุดัน แต่สีแววตาฉายแววเป็นห่วงอย่างเต็มที่ เขาประคองร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งบนเตียง  ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งอย่างเซ็งจัด

                “ระวังหน่อยสิ  กลัวอะไร  ถึงต้องรีบถอยขนาดนั้น”

                “ผมกลัวรุ่นพี่อารมณ์เสียนี่ครับ”ตอบด้วยใบหน้าซึมๆ

                “แน่นอน  ฉันอารมณ์เสีย  อารมณ์เสียที่นายถอยจนเหมือนเจอผีนี่ล่ะ  ให้ตายสิ ฉันไม่ได้น่ากลัวเหมือนผีสักหน่อย  ออกจะหล่อขนาดนี้  กลัวทำไมห๊ะ”

                คนตัวเล็กเผลออมยิ้ม เมื่อรุ่นพี่ตัวสูงเอ่ยชมตัวเอง พร้อมกับจับใบหน้าหล่อเหลาของตน ถึงใบหน้าจะหล่อยังไง แต่ทรงผมก็ยังดูไม่เข้าที เพราะเพิ่งตื่นนอน ถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมดแบบนี้

                “ยิ้มอะไร  หรือว่านายคิดว่าฉันไม่หล่อ”    

                ว่าพลางยื่นหน้าเข้ามาถามอย่างจริงจัง  น้ำรีบส่ายหน้ารัวๆ

                “หล่อครับ!”

                โทระไม่ได้หาเรื่องน้ำต่อ ทำให้คนตัวเล็กพอจะโล่งใจไปได้บ้าง 

                “จริงสิครับ แล้วพี่ไทกะล่ะครับ”

                “อ่า…นั่นสิ  ทำไมป่านนี้หมอนั่นยังไม่กลับมา”

                แกร็ก!

                จบบทสนทนาไปไม่นาน ไทกะก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง  ทั้งน้ำและโทระหันไปมองทางเดียวกัน

                “ตายยากจริงๆ”โทระแซะคนที่เดินเข้ามา แต่ว่าไทกะไม่ได้ให้ความสนใจ เขาเดินไปหยิบเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าของตนเอง

                “ทำอะไรของนาย”

                “ไม่ได้ดูตารางเลยหรือไง  ตอนเช้าให้ทุกคนเก็บของให้เรียบร้อย”

                “จริงด้วยครับ พวกเราต้องเก็บของ เพราะเขาให้เอากระเป๋าลงไปด้วยเลยครับ”น้ำพูดเสริม  โทระเหล่ตามอง

                “เข้ากันดีจริงนะ”

                น้ำไม่ได้โต้ตอบ  เขาเดินไปเปิดกระเป๋าตัวเอง เพื่อเตรียมเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนในตอนเช้า

                “รุ่นพี่จะอาบน้ำก่อนไหมครับ”คนตัวเล็กถามโดยภาพรวม

                “พวกนายใช้ห้องนี้ไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปใช้ที่อื่น”

                ไทกะไม่ปล่อยให้ทั้งคู่ได้ทันถามอะไรต่อ  เจ้าตัวก็ถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินออกจากห้อง แต่โทระไม่คิดจะสนใจ  น้ำหันไปมองรุ่นพี่ที่ทำหน้าเบื่อโลก ทรงผมยุ่งเหยิงแทบดูไม่ได้

                “เอ่อ…จะอาบ”

                “นายอาบก่อนเลย  ฉันจะนอนต่อ อาบเสร็จก็มาเรียกด้วยแล้วกัน”

                กายใหญ่ทิ้งตัวลงบนเตียง นอนหันหลังให้กับน้ำ  ในเมื่อรุ่นพี่บอกแบบนั้น น้ำก็ไม่คิดจะถามอีก เขารีบเข้าไปจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อย แล้วจึงมาปลุกโทระให้ตื่นขึ้นไปอาบน้ำ

                หลังจากที่น้ำและโทระจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ  ทั้งคู่ก็ขนสัมภาระตัวเองลงมายังจุดนัดรวม  ไม่นานนักก็ถึงเวลานัดทานมื้อเช้า ก่อนที่จะเดินทางกลับโรงเรียน

                “นายเห็นไทกะหรือเปล่า”

                ตอนนี้ได้เวลาที่ทุกกำลังจะขึ้นรถกลับโรงเรียน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีแม้แต่เงาของไทกะที่มาให้เห็น  โทระรู้สึกแปลกใจที่ไม่เห็นไทกะ

                “เห็นหมอนั่นบอกกับพวกเราว่าจะกลับเอง ไม่ได้กลับด้วย”

                “ห๊ะ!”

                โทระขมวดคิ้วฉับด้วยความงุนงงทันที เพราะไม่เห็นไทกะจะบอกเขาเลยสักนิด ทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้ได้ยังไง

                “แต่หมอนั่นเป็นประธานค่ายนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไม”

                “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพวกเราช่วยดูกันเอง อีกอย่างกิจกรรมทุกอย่างก็เสร็จหมดแล้วด้วย  นายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

                เพื่อนผู้หญิงเดินเข้ามาร่วมสนทนาด้วย  โทระหายใจแรงด้วยความหงุดหงิด เขาหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาวายุ เพราะเขายังไม่ได้ติดต่ออีกฝ่ายเลย  ไม่รู้ว่าป่านนี้ทางนั้นเดินทางกลับกรุงเทพไปแล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง

-------+++++-------

                Rrrr

                เสียงเรียกเข้า  ทำให้สายตาของไทกะต้องหันไปมอง  วายุกำลังนอนหลับ แต่เจ้าตัวก็เริ่มขมวดคิ้ว เพราะมีเสียงรบกวน

                “โทระ…”

                เขารับสายแทนวายุไม่ได้ เพราะถ้ารับ อีกฝ่ายต้องรู้แน่ว่าวายุไม่ได้เดินทางกลับกรุงเทพ แต่ยังนอนพักอยู่ที่นี่

                “ไทกะ…นาย…ยังไม่กลับไปอีกเหรอ”

                ในที่สุดวายุก็ลืมตาตื่นขึ้นมา  เขาถามออกไปอย่างงัวเงีย ประคองร่างตัวเองให้ลุกนั่ง  ไทกะยื่นโทรศัพท์ให้กับวายุ

                “โทระ?”

                ชายหนุ่มงงหนัก เมื่อเห็นคนที่โทรเข้ามา แต่ก็กดรับสาย

                “มีอะไรเหรอ”        

                [นายอยู่กรุงเทพแล้วสินะ  อาการป่วยของนายเป็นยังไงบ้าง  ฉันไม่ได้โทรเมื่อคืน เพราะกลัวรบกวนเวลานอนของนาย]

                น้ำแอบหันไปมองโทระที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์กับวายุ  เจ้าตัวขมวดคิ้วทันที เพราะไม่คิดว่าคนอย่างรุ่นพี่โทระจะเกรงใจคนอื่นด้วย ทีกับเขาไม่เห็นจะเกรงใจเลยสักนิด นึกอยากจะทำอะไรก็ทำตามใจชอบ

                “ฉันอยู่กรุงเทพ…”

                วายุตวัดสายตาไปมองไทกะที่ทำเนียนมองไปทางอื่น  เขาเริ่มพอเข้าใจแล้วว่าไทกะบอกกับคนอื่นๆไปว่าอย่างไร

                “ฉันดีขึ้นมากแล้ว  ขอบใจนายมากที่เป็นห่วง แล้วตอนนี้นายทำอะไรอยู่”

                [อีกสักพัก ฉันก็จะเดินทางกลับแล้วล่ะ นายก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน]

                หลังจากคุยจบ วายุจึงกดตัดสาย เขาหันไปถามไทกะทันที

                “โทระบอกว่าจะเดินทางกลับแล้ว  แล้วนายล่ะ ไม่กลับเหรอ”

                “กลับสิ”ไทกะตอบหน้าตาย แต่วายุก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

                “แล้วทำไม…”

                “ฉันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะกลับตอนนี้”

                พอได้ยินแบบนั้น  วายุก็ถึงกลับไปไม่เป็น ไทกะเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม เขาหย่อนกายนั่งลงข้าง มองสำรวจ

                “เหมือนทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติแล้วนะ”

                ดวงตาคมจับจ้องที่ใบหน้างดงาม วายุได้สติกลับมา เขาลืมไปเสียสนิทว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาเมื่อวาน เจ้าตัวสำรวจร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว

                “จริงด้วย…มันหายไปแล้ว”

                รอยยิ้มสวยเกิดขึ้น ไทกะกดยิ้มจางๆ

                “แหวนนั่น….คงช่วยนายไว้”

                ไทกะสันนิษฐาน วายุนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เขาไม่รู้จะตอบคำถามกับเหตุการณ์การที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลใด ทุกอย่างมันเหนือธรรมชาติ

                “นายช่วยบอกฉันได้ไหม ว่าฉันแค่ฝันไป มันไม่ใช่เรื่องจริง”

                “ถ้านายคิดอย่างนั้นแล้วสบายใจ  ฉันก็จะไม่ห้ามความคิดนาย  แต่สิ่งหนึ่งที่นายไม่ควรลืม  ถ้านั่นมันเป็นสิ่งที่นายเป็น มันก็จะอยู่กับนายไม่ไปไหนอยู่ดี”

                เขาไม่อยากโกหกวายุ ตัวเขาเองก็ไม่ใช่มนุษย์  เขาไม่สามารถหนีความจริงนี้ได้  สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่ต้องอยู่ร่วมกับมันเท่านั้น  

                วายุนิ่งเงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงที่หลุดออกมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นสร้างความสับสนในใจของเขา  มีเพียงคำถามที่วนเวียนในหัว  ว่าเขาเป็นตัวอะไรกันแน่  เขาไม่ใช่มนุษย์  เขาเป็นปีศาจ  หรือว่ามันเกิดจากการกลายพันธุ์เหมือนแบบในหนังวิทยาศาสตร์

                “แล้วนายล่ะ  คิดว่าฉันเป็นตัวอะไร”

                ว่าจบ ก็สบตากับไทกะ เขาอยากจะรู้เหลือเกิน ว่าความคิดของไทกะที่มีต่อเขาตอนนี้เป็นอย่างไร

                “ไม่ว่าจะเป็นยังไง  นายก็คือนายอยู่ดี”

                ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เขาเดินไปรินน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้กับวายุ

                “ดื่มน้ำซะ  เผื่อมันจะทำให้นายรู้สึกดีขึ้น”

                “ขอบใจ แต่ฉันไม่อยากดื่ม”

                เขายันกายลุกขึ้น กายสูงเซไปเล็กน้อย ไทกะเข้ามาพยุงได้ทัน วายุรีบถอยตัวออกห่าง เขาไม่ค่อยพอใจกับคำตอบและท่าทีของไทกะ

                                “นายกลับไปได้แล้ว  ฉันอยากอยู่คนเดียว”

                ถึงบอกไปแบบนั้น แต่ไทกะก็ยังยืนนิ่งไม่ขยับไปไหน วายุหายใจเข้าลึกๆอย่างสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

                “นี่!”

                “ถ้ามีแรงขนาดนี้ ก็ไปอาบน้ำซะ  จะได้กลับกรุงเทพกัน”

                มือทั้งสองกำแน่น เขาอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยหน้าไทกะสักหมัด ที่ไม่ฟังที่เขาพูดเขา แต่ยังไม่ทันลุก ผ้าเช็ดตัวก็ถูกโยนใส่เขา  ก่อนที่คนโยนจะเดินไปหยิบรีโมทมาเปิดทีวีดูฆ่าเวลา

-------+++++-------

                ตึก ตึก

                เสียงก้าวเท้าดังขึ้นมาจนถึงด้านหลัง  ฝ่ามือสวยของหญิงวัยกลางคนที่กำลังยกถ้วยชาจิบมีอันต้องชะงัก

                “คิดถึงจังเลยครับคุณแม่”

                รอยยิ้มประดับขึ้นบนใบหน้า จิตตาหันไปมองผู้มาเยือน ร่างกายสูงใหญ่โผเข้ามากอดเธอด้วยความรัก

                “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกแม่เลย”

                ร่างสูงหัวเราะร่วนในลำคอ บอกกล่าวอย่างยินดี  ใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมเชื้อชาติทางฝั่งยุโรปเปลี่ยนเป็นยิ้มร้าย

                “อยากให้คุณแม่ตกใจเล่นเท่านั้นเองครับ”

                “ฮ่าๆ อย่างนั้นเหรอ…แล้วพาสาวที่ไหนมาด้วยล่ะ”

                จิตตาเหลือบตามองร่างสูงโปร่งที่มีสีทองยาวไปถึงกลางหลัง  เชนที่มีอายุ 27 ปีได้แต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                “ผู้หญิงเหรอครับแม่”

                “หมายความว่าไง”

                จิตตามองด้วยความงุนงง ถึงจะน่าแปลกใจที่ผู้หญิงตัวสูงขนาดนี้ก็ตามที แต่สำหรับพวกต่างชาติแล้ว ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก

                “คริส…เป็นผู้ชายครับแม่”

                เพียงเท่านั้น จิตตาก็ตาโตทันที เธอมองคริสอย่างพิจารณา  มีเพียงแต่รอยยิ้มบางเบาเท่านั้นที่ส่งมาให้ จิตตาไม่สามารถเดาความคิดของชายตัวสูงผมทองตรงหน้าได้เลย

                “สวัสดีครับ ผมเป็นเพื่อนของเชน  เราเจอกันตอนเรียนที่โน่นครับ”

                คริสพูดคุยด้วยภาษาไทยอย่างชัดเจน จนจิตตาแปลกใจ

                “คริสเขาพูดได้หลายภาษาครับ อ่า…บ้านเงียบจังเลยนะครับ  แล้วคุณลุงล่ะครับ”

                เชนกวาดตามองหาพ่อเลี้ยง  จิตตาถอนหายใจเบาๆ เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับลูกชาย แต่ในเมื่อลูกชายกลับมาแล้ว เธอก็คงจำเป็นจะต้องบอกเสียที

                “คุณวินัยอยู่โรงพยาบาล ท่านตกบันได ยังเป็นเจ้าชายนิทรา”

                “จริงเหรอครับ”

                พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าของชายหนุ่มก็แปรเปลี่ยนไปทันที ถึงเขาจะไม่ใช่ลูกชายแท้ๆของวินัย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

                “แล้ววายุไปไหนล่ะครับ ผมไม่เห็นเขา หรือว่าเขาอยู่บนห้อง”

                “ไม่รู้สิ  ไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว”

                เธอตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก  ดวงตาคู่สวยของคริสมองใบหน้าของจิตตาเหมือนกำลังหยั่งความคิด  จิตตายกน้ำชาขึ้นจิบต่อ  ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าวายุอยู่ที่ไหน เธอรู้ทุกอย่าง อยู่ที่ว่าเธอจะทำอะไรเท่านั้นเอง

                “แล้วเพิ่งกลับมา หรือว่ากลับมานานแล้ว แต่ไม่บอกแม่”

                “ที่จริงก็กลับมาตั้งนานแล้วล่ะครับ  แต่ผมพาคริสไปเที่ยวก่อนน่ะครับ”

                “ให้ตายสิ เจ้าลูกคนนี้”

                จิตตาตีเข้าไปที่แขนของเชนไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยวลูกชายตัวดี แต่เชนกลับยิ้มจนตาหยี เขาไปถูกส่งไปเรียนที่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กแล้ว หลังจากบิดาของเขาเสียไป  มารดาของเขาก็กลับไทยและได้แต่งงานกับวินัยผู้เป็นบิดาของวายุ  หลังจากนั้นเขาก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ไม่ค่อยได้กลับมาที่ไทย  ตอนนี้เขาเองก็ทำงานที่ต่างประเทศด้วย  แต่ครั้งนี้ได้ช่วงหยุดหลายเดือน จึงเดือนทางกลับมาหามารดา

                “ไปเถอะๆ ขึ้นไปพักผ่อน  เดี๋ยวแม่ให้แม่บ้านจัดห้องพักให้เพื่อนลูกนะ”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมอยู่กับเชนก็ได้”คริสบอกอย่างเกรงใจ

                “จะเอาอย่างนั้นเหรอ แต่แม่กลัวเพื่อนลูกจะนอนไม่สบายน่ะสิ อีกอย่างที่นี่มีห้องพักตั้งหลายห้อง ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก”

                บอกจบ เธอก็หันสั่งให้แม่บ้านให้จัดห้องให้ทั้งคู่ เชนพาคริสเดินขึ้นไปยังห้องพักของเขาก่อน ในระหว่างที่รอแม่บ้านจัดห้องพักให้

                                                                -------+++++-------

                “ถึงสักที เบื่อนั่งรถจะแย่”

                เสียงทุ้มบ่นขึ้นมาทันที เมื่อรถบัสหยุดจอดในโรงเรียน  โทระเดินลงมาจากรถ  เขาหยิบกระเป๋าของตัวเอง ชายหนุ่มลืมโทรบอกให้คนที่บ้านมารับ แต่เขาก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะเดี๋ยวเรียกแท็กซี่เอาก็ได้

                “นี่เจ้าแว่น”

                เป้าสายตาของโทระในตอนนี้คือน้ำ  ที่กำลังหยิบกระเป๋าออกมาสะพายหลัง  เด็กหนุ่มหันไปมองรุ่นพี่ตัวสูงที่เดินเข้ามา น้ำจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความงุนงง

                “เรียกผมเหรอครับ”

                ใบหน้าเล็กงุนงง  โทระเข้ามากอดคอเล็ก

                “นายจะกลับยังไง”

                “เดี๋ยวคงไปรถเมล์แถวนี้นั่งครับ”

                เพชรหันไปมองโทระแล้วอมยิ้ม ภามเองก็มองเพื่อนรักที่กำลังโดนลากตัวไปอีกแล้ว

                “งั้นไปพร้อมฉันเลย เดี๋ยวฉันไปส่ง”

                “เอ๋!”

                “ไม่ต้องมาเอ๋เลยเจ้านี่”

                นิ้วเรียวยาวดีดเข้าที่หน้าผาก น้ำร้องออกมาเบาๆเพราะว่าเจ็บ แต่สุดท้ายก็โดนยัดเข้าไปในแท็กซี่จนได้

                “รุ่นพี่ครับ”

                น้ำสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เขารู้สึกมาพักใหญ่แล้วว่าไม่ค่อยชอบให้โทระเรียกเขาว่าเจ้าแว่น หรือว่าเจ้าเตี้ย แต่เก็บมันไว้ในใจ  วันนี้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นโทระโทรไปหาวายุ  แถมยังเวลาพูดคุยกับอีกฝ่ายก็พูดจาดี  ทำไมทีกับเขาถึงได้ไม่ค่อยจะพูดดีด้วยเลย

                “อะไรของนาย”

                เสียงทุ้มถามกลับอย่างห้วนๆ ในมือกำลังจิ้มหน้าจอมือถือ น้ำเหลือบตามอง

                “ทำไมรุ่นพี่ต้องเรียกผมว่า เจ้าเตี้ย  เจ้าแว่นด้วยล่ะครับ”

                “แล้วฉันเรียกผิดตรงไหน”

                สายตาคมตวัดมองทันที   น้ำเงียบไปเพราะภาพลักษณ์เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ  แต่ใบหน้าน่ารักก็ง้ำงอ เพราะไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่อยากโดนเรียกแบบนั้น

                โทระมองท่าทางของน้ำ เขาเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กับน้ำ 

                “หรือนายอยากให้ฉันเรียกว่า…”

                น้ำนั่งตัวแข็งทื่อ  ใจเขาเต้นแรงขึ้นมา เมื่อเสียงทุ้มดังอยู่ข้างหู

                “น้องน้ำครับ…แบบนี้น่ะเหรอ”

                “ระ…รุ่นพี่”

                น้ำหันขวับไปหาโทระ  แก้มนิ่มเฉียดสัมสัมผัสกับจมูกโด่ง ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคมกริบที่ทอดมองมา  แก้มนิ่มร้อนผ่าว  ใจเต้นแรงไปกับถ้อยคำที่ไม่คุ้นเคย

                เอี๊ยด!

                รถแท็กซี่เบรกกะทันหันเพราะเกือบชนรถข้างหน้า  น้ำเซไป แต่โชคดีที่โทระประคองร่างของน้ำเอาไว้ ไม่อย่างนั้นใบหน้าเล็กกระแทกกับเบาะนั่งด้านหน้ากันบ้าง

                “ไม่เป็นไรใช่ไหม”  

                ร่างสูงก้มลงมาถามคนในอ้อมกอด  น้ำส่ายหน้ารัวๆ โทระจึงหันมองทางด้านหน้า ก่อนจะผละออกจากอีกฝ่าย น้ำยังคงนั่งนิ่ง  โทระจับศรีษะเล็กโยกไปมา

                “เป็นอะไรไปเจ้าแว่น หรือว่าสมองกระทบกระเทือน”

                “เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็นอะไร”

                น้ำรีบตอบอย่างรัวเร็ว เขารีบหันไปมองนอกหน้าต่าง หายใจเข้าลึกๆ ยกมือลูบอกตัวเองแผ่วเบา  เริ่มคิดว่าให้โทระเรียกเขาอย่างเดิมน่าจะดีต่อสภาพจิตใจเขามากกว่าเสียแล้ว

-------+++++-------

                ก๊อกๆๆ

                ทั้งเชนและคริสหันไปตามเสียงเคาะประตู  เชนเดินไปเปิดประตู เขาก็พบว่าแม่บ้านยืนอยู่

                “คุณเชนคะ  จัดห้องให้เพื่อนคุณเชนเสร็จแล้วนะคะ”

                “ขอบคุณครับป้า”

                เชนยิ้มจางๆ  ก่อนจะเดินไปบอกคริส  คริสยันกายลุกขึ้น ก่อนจะหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า

                “เดี๋ยวฉันพานายไปที่ห้อง มาสิ”

                เชนเดินนำคริสไปยังห้องนอนที่จัดไว้รับรองแขก  ปลายเท้าสวยชะงักไปนิด เมื่อเดินผ่านห้องนอนห้องหนึ่ง  เชนหันไปมองคริส

                “มีอะไรหรือเปล่า ห้องนายห้องนี้นะ”

                นิ้วชี้ไปยังอีกห้องที่อยู่ถัดไป แต่ดูเหมือนว่าคริสจะสนใจห้องที่อยู่ตรงหน้าของเขาเป็นพิเศษ

                “ห้องนี้…ห้องใครเหรอ”

                “อ๋อ  นี่ห้องของวายุ  น้องชายฉัน”

                “อย่างนั้นเหรอ”

                คริสยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินตามเชนไปยังห้องพักของตนเอง  ห้องนอนที่ทางบ้านจัดเตรียมไว้ให้เป็นห้องพักที่ติดกับห้องของวายุ

                “นายพักเถอะ  เดี๋ยวมื้อเย็น  ฉันจะให้แม่บ้านมาตาม”

                บอกกับเพื่อนสนิทเสร็จ  เชนก็ออกจากห้องไป  คริสยังไม่เก็บกระเป๋าของตัวเองให้เข้าที่ เขาเดินสำรวจรอบๆห้องอยู่ครู่หนึ่ง  ชายหนุ่มเดินไปเปิดผ้าม่าน เพื่อดูวิวที่อยู่รอบบ้าน ก่อนจะตวัดผ้าม่านปิดอย่างลวกๆ

                ขาเรียวยาวขยับก้าวเดินไปยังประตูห้อง  เขาออกจากห้องนอนตัวเอง  สายตาคมกริบจับจ้องไปยังประตูห้องนอนของวายุ  เขาเดินเข้าไปใกล้  ก่อนยื่นมือจะไปเปิดประตู

                “นั่นจะทำอะไรเหรอจ๊ะ”

                เสียงนิ่งๆของจิตตา ทำให้มือสวยนั้นชะงัก ใบหน้าที่งดงามฉายแววไม่พอใจเต็มที่ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแล้วหันมาหาจิตตา

                “ผมกำลังจะเข้าห้องนอนครับ”

                “อืม…น้าว่าน่าจะเป็นห้องนั้นมากกว่านะ”

                “อย่างนั้นเหรอครับ  ผมคงจำผิดห้อง ขอตัวนะครับ”

                กายสูงหมุนเดินกลับไปยังห้องพักของตน  แล้วปิดประตู  จิตตามองตาม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ  เธอเลือกที่จะเดินไปยังห้องของตัวเอง ในขณะที่คริสกลับเข้ามาในห้องด้วยสายตาเย็นชาที่ไม่อาจคาดเดาความคิดได้

100%

ติดตามการอัพได้ที่เพจ  Akikoneko17  https://web.facebook.com/akikoneko17/

เปิดพรีออเดอร์  Royal Tiger ภาค  3

3/3/18- 4/4/18

รายละเอียด :  ติดตามที่เพจ Akikoneko17 , หรือหน้าบทความค่ะ**https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1367484&chapter=141**

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น