Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

2.25 ขอบเขตแห่งสัมปรายภพ 1

ชื่อตอน : 2.25 ขอบเขตแห่งสัมปรายภพ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 520

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 มี.ค. 2561 14:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2.25 ขอบเขตแห่งสัมปรายภพ 1
แบบอักษร

​[Mel's part]


อุโมงค์มืดมิดทอดไหลไปสู่จุดหมาย ... บ้านเก่าของพวกเรา


เป้าหมายคราวนี้ของพวกผมคือขอบเขตสัมปรายภพ เป็นเขตแดนที่อยู่ตรงกลาง เชื่อม สวรรค์ โลกเบื้องล่าง และนรก เหล่าสัตว์อสูรที่เป็นสื่อกลางรับใช้เทพเจ้าควบคุมมนุษย์เคยอยู่ดินแดนนี้ แยกพื้นที่ไปตามเผ่าพันธุ์

พวกเราเคยอยู่กันอย่างหนาแน่น แต่ตอนนี้ไม่แล้ว

หลังจากเทพเจ้าปล่อยวางหน้าที่ในการควบคุมชะตาของเผ่ามนุษย์ สัตว์อสูรลดความสำคัญลง พวกที่อายุมากหรือพลังมากสมัครใจหรือถูกบังคับให้ย้ายตามเจ้านายขึ้นสู่โลกเบื้องบน ส่วนพวกอ่อนแอตายไปเองจากศัตรูตามธรรมชาติ กลับไปเกิดใหม่ในโลกเบื้องล่าง การเกิดลูกจากพ่อแม่สัตว์อสูรต่ำลงอย่างน่าใจหายเพราะไม่มีพรอุดมสมบูรณ์จากเทพเจ้าอำนวยมาให้พวกเราอีกแล้ว


ผมลืมตาอีกครั้ง เรามาถึงท้องทุ่งรกร้างของบ้านเก่าแล้ว

คิเคียวยืนนิ่งอยู่ใต้ชะง่อนหิน เหม่อมองไร้จุดหมาย นางดูเหงาๆ

อ่า .. ต้องปลอบสินะ ผมยิ้มหวาน ยืดอกเดินหลั่นล้าตัดทุ่งไปหาเมียจ๋า

"เมียต๋าา .. ไม่ต้องกลัวน้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอะ-!!!"


ผมถูกโฉบลอยขึ้นฟ้าล่ะครับ ไอ้ตัวที่โฉบเป็นมังกรเหมือนกัน


คือว่ายังมีสัตว์อสูรบางเผ่าเหลืออยู่ที่นี่ ส่วนมากเป็นตัวผู้ ที่นี่ไม่มีตัวเมียเกิดใหม่นานหลายศตวรรษแล้ว ตัวเมียแสนล้ำค่าที่เหลือถูกเก็บไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้ออกมาเพ่นพ่าน 

สัตว์อสูรตัวผู้ของที่นี่เลยมีธรรมเนียมแบบอมตะตัวผู้แบบโลกเบื้องล่าง  ที่จริงใจกว้างมากกว่าด้วยล่ะ บางเผ่ามีการแบ่งปันตัวผู้อ่อนแอลำดับท้ายฝูงให้แก่กันระหว่างกลุ่มฮาเร็มตัวผู้ล้วน ..... รวมทั้งมังกรที่เหลือในเขตนี้


กรี๊ดด!!!!!


ผมลนลานแปลงร่าง หลุดจากกรงเล็บของมังกร มีกรงเล็บของอีกตัวคว้าคอเอาไว้ ผมสะบัดหางฟาดมัน มันผงะเปลี่ยนทิศการบินฉับพลัน ทิ้งดิ่งเหวี่ยงผมไปฟาดพื้น แล้วจิกผมขึ้นโยนบนอากาศ โดยยังจิกไม่ปล่อย มังกรอีกตัวคว้าหางผมไว้ ผมถูกหามหัว-หางบินพุ่งขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง

ผมโต้ด้วยไฟมังกรพร้อมระเบิดสายฟ้ามนตราช๊อตพวกมัน ได้กลิ่นเกล็ดมังกรไหม้เกรียม กรงเล็บคลายออก ผมกวาดหางฟาดเป็นวงจนเป็นอิสระ ร่อนเป๋ไถลลงกับพื้น โกยสี่เท้า พวกไอ้หื่นสามสี่ตัวร่อนตาม ผมหันไปมองหน้าหื่นกระหายน้ำลายไหลยืดของพวกมัน กระปู๋แข็งแพล็มลอดผ่านเกล็ดหว่างขา สยองจนต้องวิ่งเอาหางปิดก้นไปหลบหลังเมียจ๋า


แง๊!!!!!! 


เมียจ๋าลุกยืน ลอยสูงขึ้น พวกมังกรชะงักกลางอากาศ นางเปล่งสายฟ้ามนตรารอบตัวเป็นลูกกลมพายุคลั่ง ทั้งร่างสว่างไสว เส้นผมสีเงินยวงสยายไปทั่ว นัยน์ตาเรืองแสงเจิดจ้าน่าสะพรึงกลัว 

มังกรบางตัวเริ่มบินวกกลับขึ้นฟ้า

ให้มันได้แบบนี้สิ! หางจุกตูดไปเลยมั้ยล่า เมียจ๋าเท่จริงอะไรจริง แม่ยอดขมองอิ่ม ทูนหัวของผ-


เปรี๊ยงง !!!! ตูมมม!!! เปรี๊ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! อ๊ากก!!! เปรี้ยงงง!! อั่กก!!


เมียจ๋าหันกลับมาจรเข้ฟาดหางจนผมจนล้มหงายท้อง ตามด้วยสายฟ้ามนตราระดับสูงสุดติดกันสามครั้ง ต่อด้วยลอยตัวร่อนลงกระทืบขาคู่เข้ายอดอก ร่ายมนตราผูกมัดร่างผมด้วยพืชพันธุ์ ขมวดปมเถาวัลย์สุดท้ายเป็นโบว์ของขวัญงดงาม แล้วใช้สองมือจับหางผมเหวี่ยงไปหาฝูงมังกรหื่นที่รออยู่


แล้วเมียจ๋าก็ชิ่งบินหนีไป


__________________________________________


อย่างไรก็ตามผมรอดชีวิตโดยไม่เสียความบริสุทธิ์ 


กว่าจะเอาตัวรอดจากการถูกรุมโทรม กว่าจะตามกลิ่นเมียจ๋าจนเจอ ตะวันก็ลับฟ้าแล้วล่ะครับ

ผมเจอนางในป่าของเผ่าจิ้งจอก นางกลับมากระท่อมที่เคยอยู่ พวกจิ้งจอกอพยพขึ้นสู่โลกเบื้องบนไปอยู่กับเจ้านายของตัวเองจนหมดแล้ว ตอนนี้ที่นี่กลายเป็นที่ร้างอีกบริเวณ

มีแสงไฟจากกระท่อมหลังเดียวส่องสว่างเป็นจุดเล็กๆเพียงจุดเดียวในป่ากว้าง

ผมกลับร่างเป็นสองขา เดินเข้ามาในเขตอาคมกันภัยในอาณาเขตกระท่อม คิเคียวในร่างจิ้งจอกนอนอาบแสงจันทร์บนกิ่งไม้ ต้นเดียวกับที่ผมเคยเงยหน้ามองนางในชาติแรก

ผมเคยมาที่นี่ตอนที่ผมยังเป็นลูกมนุษย์ ตอนที่เราทำพันธะสัญญาแรกด้วยกัน ตอนที่ทุกอย่างเริ่มต้น 

ผมจ้องมองนาง

เมียจ๋ายังหลับต่อ ตาปิดสนิท ไม่แม้แต่จะกระดิกหู

กระซิก ฮึด อึ่ก ฮึก ... 

นางยังคงหลับ

ผมกลั้นสะอื้น เงยหน้าให้น้ำตามันไหลย้อนกลับ ปกปิดเอาไว้ ลูกผู้ชายต้องทำใจให้เข้มแข็ง 

จ้องนางต่ออีกสิบห้านาที

เมียจ๋าลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งในที่สุด

"อย่ามาตอแหล ถ้ากากจนไอ้แย้พวกนั้นลากไปรุมตุ๋ยได้ก็เรื่องของแก ... ครัวยังใช้ได้ จัดการให้เรียบร้อยแล้วกำจัดซากดีๆ ด้วยล่ะ ... และหาอะไรปิดหนอนของแกด้วย ผ้าขี้ริ้วในครัวก็มี ไอ้อุจาด"

เมียจ๋าปิดตา หันหัวไปอีกด้าน นอนต่อ


ส่วนผมกลั้นสะอื้น ลากซากที่ล่ามาได้ เดินไปทำอาหารค่ำทั้งน้ำตา


...........................................

...........................................


ผมกับคิเคียวพักในกระท่อมของเรา คืนนั้นผ่านไปอย่างสงบ


แต่นี่คือกระท่อมกลางป่า ที่ๆผมกับเมียจ๋าเคยมีอดีตอันหวานชื่นด้วยกัน ที่จริงผมไม่อยากให้มันเป็นค่ำคืนสุขสงบหรอกนะ แต่ดูจากกำลังกายและพลังมนตราของนางที่มาลงกับผม ในอาณาเขตของสัตว์อสูรแบบนี้ผมไม่อยากเสี่ยง

กายเนื้อผมเป็นอมตะก็จริง แต่ตราบใดที่ยังอยู่ในเขตของสัตว์อสูร ผมยังไม่อยากไปเกิดใหม่ตอนนี้ครับ

รอให้กลับลงไปโลกเบื้องล่างก่อนเถอะ


ผมตัดสินใจทำตัวน่ารัก เมื่อคืนเมียจ๋ายอมกินอาหารที่ผมทำ บางทีเสน่ห์ปลายจวักอาจมัดใจนางได้

ตื่นแต่เช้ามืด เดินหลั่นล้าแปลงร่างไปล่าเหยื่อ ถึงจะมีสิ่งมีชีวิตเหลือน้อยแล้วแต่ยังพอคัดสายพันธุ์แบบที่เนื้อนุ่มชุ่มลิ้น จัดการงาบพวกมัน บินหลั่นล้าคาบเหยื่อไปชำแหละหนังกับเครื่องในออกในป่า เดินหลั่นล้าคาบเฉพาะเนื้อส่วนที่ดีที่สุดกลับกระท่อม คุ้ยความทรงจำหลายชาติ หาว่าเมียจ๋าชอบเนื้อสุกระดับไหน 

พ่นไฟใส่

จากนั้นจัดจานให้งดงาม แล้วรอเมียตื่น

เสียงกรงเล็บสี่ขาเดินมาที่ครัว คิเคียวยังคงอยู่ในร่างสี่ขา ผมยิ้มหวาน เอ็นดูจิ้งจอกตัวน้อยสุดที่รักของผม เอาหัวดุนจานเนื้อย่างไปหานาง

เมียจ๋าหรี่ตาเรียวมองจาน จมูกสูดกลิ่นฟุดฟิด ทำหน้าหงุดหงิดแบบจิ้งจอกที่ถูกปลุกให้ตื่นเช้า นางหันหลังกลับ เอาขาหลังเขี่ยพื้นทำท่าตะกุยกลบ เดินออกจากครัว หายเข้าไปในป่า


เมียจ๋ากลับมาอีกทีตอนบ่ายในร่างสองขาเปื้อนเลือด

นางเตะผมที่นอนกองเอาหัวซุกมุมมืดของห้องครัว

"เปลี่ยนร่างแล้วมาคุยกันหน่อยสิ"

"....................." ผมก็งอนเป็นนะ

ก้อนเนื้อฉ่ำเลือดกองหนึ่งถูกโยนเพละตรงหน้าผม ผมพอจะมองออกจากว่ามันคืออวัยวะอะไรจากโครงสร้างลูกกลมสองก้อนกับเกล็ดมังกรส่วนที่ปิดหว่างขาที่ยังเหลืออยู่

"......................"

ผมกลายร่าง หนีบขาแน่น หาผ้าขี้ริ้วแถวนั้นมาปิดเมลจูเนียร์อย่างเรียบร้อย


"เล่าเรื่องหุบเขาของมังกรหน่อยสิ"

นางเดาถูก เมียผมฉลาดจัง

นางเดาว่าต้องมีพลังงานหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้จำนวนมังกรยังอยู่ในที่รกร้างเยอะแบบนี้ ผมวาดแผนที่ กลั่นข้อมูลที่ได้จากเข็มทิศ ผ่านความทรงจำในสมอง ถ่ายทอดสู่มนตราเส้นสีทองจากปลายนิ้ว

มาถึงตรงนี้ ผมไม่กลัวว่านางจะหนีผมไปหาถุงใส่ผมของหนี่วาคนเดียวแล้วล่ะ

เป้าหมายของเราคือใจกลางหุบเขามังกร อาจจะเป็นห้องวางไข่  ก่อนยุคเทพเจ้าละวางมนุษย์ ที่นั่นเคยเป็นที่ๆมีความปลอดภัยสูงสุด เพราะแม่มังกรกับลูกอ่อนอยู่ในสภาพที่เปราะบางที่สุด ตัวผู้อย่างผมเคยเข้าไปถึงห้องนั้นเพียงครั้งเดียว 

มาถึงยุคนี้ ผมไม่แน่ใจว่ายังมีมังกรตัวเมียเหลืออยู่ที่นี่ไหม แต่คิดว่าห้องนั่นยังเข้าถึงยากอยู่ดี 

ส่วนคิเคียว การเข้าถึงใจกลางหุบเขามังกรแทบเป็นไปไม่ได้ ถึงนางจะมีพลังสูงขึ้นกว่าเดิม แต่นิสัยของคิเคียวจะไม่เสี่ยงไปให้ตัวเองถูกเผาทั้งที่ไม่รู้ทิศทางของเป้าหมายและศักยภาพของศัตรูหรอกครับ และผมก็ทิ้งคิเคียวไปไม่ได้ ภารกิจนี้เป็นของเราสองคนผมไม่รู้ว่าถ้าหนี่วาเห็นผมคนเดียวโดยไม่เห็นลูกน้องของนาง ปฎิกริยาขององค์เทพีจะเป็นยังไง


เราคุยกันจนตะวันตกดิน .... รอเวลาปฏิบัติการ


__________________________________________






หมายเหตุ บทหลังๆ เมลแทนตัวเองว่า "ผม" สื่อความหมายถึงสำเนียงในยุคสมัยปัจจุบันที่มาเกิดเป็นเมล แต่ใช้คำว่า "ข้า" เวลาคุยกับคิว สื่อว่าใช้ภาษาโบราณคุยกับเมียเน้อ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}