กุญแจฟา(F Clef)

อาจจะไม่ถูกใจไปบ้าง แต่ก็เป็นกำลังใจให้เด็กๆ กันด้วยนะ^^” (ใครเจอคำผิด รบกวนบอกด้วยน้า>..<")

ชื่อตอน : Wedding Again 40

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.7k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2561 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wedding Again 40
แบบอักษร

….Wedding Again 40….

.

.

.

.

คอปเตอร์ลดกระจกรถนั่งเฝ้าบัสอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงช่วงเที่ยง อากาศที่จัดว่าร้อนยังร้อนไม่เท่าใจของเขาในตอนนี้ เขากลัวว่าบัสจะคลาดสายตาของเขาไป ถึงแม้จะไม่ได้สัมผัสหรือพูดคุยอะไรแต่เขาก็ขอแค่อย่างน้อยได้คอยเฝ้ามองบัสอยู่ห่างๆ แบบนี้ก็ยังดี คอปเตอร์แกะขนมปังที่เขาซื้อไว้เพื่อเป็นเสบียงในการมาเฝ้าบัสออกมากินประทังชีวิต



~~~~~กริ๊ง~~~~~



เสียงโทรศัพท์ของคอปเตอร์ดังขึ้น ร่างสูงปล่อยให้โทรศัพท์แผดเสียงอยู่อย่างนั้นสักระยะ เพราะจิตใจของเขาเอาแต่จดจ้องอยู่ที่หน้าประตูบานใหญ่นั้นอย่างไม่คาดสายตา แต่เสียงโทรศัพท์ที่กำลังดังรบกวนไม่มีวี่แววว่าจะหยุด ทำให้ร่างสูงหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดู แล้วกดรับสาย



("ทำไรวะไอ้เตอร์") เสียงของแซนถามขึ้นมา คอปเตอร์ได้แต่รำคาญใจนิดๆ เหมือนกับว่ามีมารมาขวาง


"ติดธุระ มีไรเปล่าวะ" คอปเตอร์หงุดหงิดถามกลับไป


("เปล่า แค่จะชวนมาเดินห้าง") แซนตอบกลับ ซึ่งการชวนของแซนในครั้งนี้ก็มีจุดประสงค์แอบแฝงเช่นกัน เพราะเรื่องระหว่างคอปเตอร์และบัสยังไม่ถูกคลี่คลายสู่ผองเพื่อนเลยสักคน


"เออ กูยุ่ง แค่นี้นะ" คอปเตอร์พูดจบก็กดตัดสายไปอย่างไร้เยื่อใย


เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะบ่าย สายตาคมลุกวาวขึ้นมาเมื่อคนที่เขาเฝ้าคอยเดินออกมาจากประตูบานใหญ่และกำลังตรงดิ่งมาที่ลานจอดรถ คอปเตอร์มองตามบัสตาละห้อย ถ้าเดินเข้าไปกอดได้เขาคงทำไปแล้ว



บัสตกใจเล็กน้อยที่ออกมาจากแผนกแล้วยังเจอคอปเตอร์รอคอยเขาอยู่ที่เดิม ลึกๆ ในใจของบัสเหมือนจะดีใจที่ได้เห็นความตั้งใจของคนๆ นั้น แต่พอบัสได้เห็นหน้าตาของคนที่เคยทำร้ายจิตใจของเขา เขาก็อดที่จะเจ็บปวดใจไม่ได้ บัสเดินไปยังรถของตนเองก่อนจะขึ้นนั่งประจำที่คนขับอย่างไม่ใส่ใจว่าใครจะคอยมองเขาอยู่ตลอดเวลา



บัสหยิบเครื่องบินจำลองที่วางอยู่บนที่นั่งด้านข้างคนขับขึ้นมาดูอีกครั้ง เขาได้แต่คิดหาความหมายของการที่คอปเตอร์ให้สิ่งนี้กับเขาแต่ก็ไม่เข้าใจ บัสยิ้มอ่อนให้กับเครื่องบินเล็กน้อยก่อนจะเหลือบมองกระจกก็เห็นว่ารถของร่างสูงก็ยังอยู่ที่เดิม เมื่อเห็นดังนั้นบัสจึงตัดสินใจรีบขับรถออกไปทันที



คอปเตอร์เมื่อเห็นว่าบัสขยับรถก็ลุกลี้ลุกลนสตาร์ทรถแล้วรีบขับตามบัสออกไป โดยที่ยังพอจะเว้นระยะห่างเอาไว้บ้างเพื่อให้บัสไม่รู้สึกอึดอัดใจ



บัสขับรถไปพลางมองกระจกหลังไปพลาง ซึ่งเขาก็เห็นว่าร่างสูงขับตามเขามาแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพียงแต่รู้สึกหน่วงๆ ใจอย่างบอกไม่ถูกเท่านั้น บัสเลิกสนใจบุคคลที่กำลังตามเขามาสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะเลี้ยวรถเข้าห้าง ซึ่งแน่นอนว่ามีคนเลี้ยวตามเข้ามา



บ่ายวันหยุดแบบนี้ทำให้รถในห้างค่อนข้างหนาแน่น ที่จอดรถก็หายาก คอปเตอร์ก็ขับตามบัสไปเรื่อยๆ จนบัสได้ที่จอดรถแล้วยิ่งทำให้คอปเตอร์เลิ่กลั่กหาที่จอดรถโดยด่วน ซึ่งคอปเตอร์ไม่มีทางเลือกมากนักเมื่อเห็นว่าบัสกำลังจะเดินเข้าห้างเขาจึงตัดสินใจจอดรถขวางหน้ารถคนอื่นที่ไม่ไกลจากรถของบัสมากนัก พร้อมกับเข้าเกียร์ว่างและปลดเบรกมือเอาไว้ ก่อนจะรีบตามบัสเข้าไป



บัสเดินเข้ามาด้านในพร้อมกับตรงดิ่งไปที่ร้านขายไอศกรีม เพราะอากาศค่อยข้างร้อนมาจากการทำงาน ทำให้เขาอยากจะกินอะไรเย็นๆ ขึ้นมา



"ช็อกโกแลต เพิ่มวิปครีม ครับ" บัสยืนสั่งรสชาติของไอศกรีมที่ต้องการกับพนักงานสาวไป แต่พอสิ้นเสียงของเขากลับมีเสียงที่คุ้นเคยแทรกขึ้นมา


"สองครับ" คอปเตอร์รีบแทรกขึ้นมาทันทีอย่างกลัวว่าใครจะแย่งพูด บัสไม่แม้แต่จะหันไปมองตัวต้นเสียงเลยสักนิด นั่นยิ่งทำให้คอปเตอร์ใจเสียขึ้นมา คอปเตอร์เองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องปวดร้าวไปอีกนานแค่ไหนกัน


"สองถ้วย หนึ่งร้อยสามสิบบาทค่ะ" พนักงานบอกกลับยิ้มๆ


"ของผมถ้วยเดียวครับ" บัสบอกกลับพนักงานเสียงเรียบ พนักงานมีสีหน้างงเล็กน้อย


"นี่ครับ" คอปเตอร์รีบพูดสวนขึ้นมาพร้อมกับส่งแบงก์ร้อยสองใบให้กับพนักงาน พนักงานสาวงงไปนิด คอปเตอร์จึงขยับข้อมือเพื่อส่งสัญญาณให้พนักงานรับเงินจากเขา บัสหันขวับไปมองร่างสูงด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะหันกลับมาอย่างไม่ใส่ใจ ซึ่งคอปเตอร์ก็มองเขาอยู่ด้วยแววตาที่เหมือนกับว่ากำลังขอร้องขอความเห็นใจจากคนตรงหน้า


"ของผมกับแฟน" คอปเตอร์พูดขึ้นมาอีกเมื่อเห็นว่าพนักงานยังยืนนิ่ง พนักงานสาวชะงักไปนิดก่อนจะอมยิ้มขึ้นมาน้อยๆ ก่อนจะรับเงินจากคอปเตอร์และทอนคืนมา บัสหน้าเหวอไปนิดก่อนจะหันไปมองคอปเตอร์ช้าๆ แล้วหันกลับมาซ่อนดวงตาเศร้าเอาไว้ ซึ่งนี่ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่คอปเตอร์กล้ายอมรับและกล้าที่จะบอกให้คนอื่นได้รับรู้ถึงสถานะและความรู้สึกของตัวเองโดยที่ไม่ได้มีอารมณ์เกรี้ยวกราดเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือว่าที่เขาพูดแบบนั้นออกไปอาจเป็นเพราะเขากลัวว่าจะไม่มีวันได้พูดแบบนี้อีกตลอดชีวิต


(แฟน...) บัสอึ้งกับคำพูดของร่างสูงเมื่อสักครู่นี้ที่พูดออกมาต่อหน้าคนอื่นก่อนจะใจเต้นโครมครามพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมา แม้ว่าคำๆ นั้นดังก้องอยู่ในหัวของบัสแต่มันก็ไม่ได้ลบล้างความผิดที่คอปเตอร์ทำได้เลยสักนิด คอปเตอร์มองบัสจากด้านข้างเหมือนจะรอคำตอบอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่บัสตอบกลับมามีแต่ความเงียบ


(อย่าหลงเชื่อคำพูดของเค้านะ...) บัสพูดเตือนสติตัวเอง ก่อนจะเจ็บแปล๊บในใจขึ้นมา บัสไม่เข้าใจเลยว่าร่างสูงต้องการอะไรจากเขากันแน่ จะมาทำดีหลอกให้เขาตายใจอีกหรือไรกัน


"ของคุณแฟนได้แล้วค่ะ" พนักงานส่งถ้วยไอศกรีมให้บัสยิ้มๆ บัสสะดุ้งหลุดจากภวังค์ก่อนจะทำหน้านิ่งมองพนักงาน


"ผมไม่รู้จักเค้าครับ" บัสรับไอศกรีมจากพนักงานสาวก่อนจะพูดออกมาน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะเดินออกจากร้านไป แน่นอนว่าคอปเตอร์รู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นกับคำพูดที่ไร้เยื่อใยจากปากของบัส


"คือ เค้างอนผมครับ" คอปเตอร์หันไปบอกกับพนักงานสาวก่อนจะคว้าถ้วยไอศกรีมอีกถ้วยหนึ่งแล้วรีบเดินตามบัสไป

.

.

.

"พี่แซน นั่นบัสหนิ" ซีบอกกับพี่ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงแตกตื่น แซนมองไปตามปลายนิ้วของน้องสาว


"นั่นไอ้เตอร์นี่หว่า" แซนพูดขึ้น ภาพที่ทั้งคู่เห็นพร้อมกันคือภาพที่คอปเตอร์กำลังเดินตามบัสอย่างเว้นระยะห่างเล็กน้อย


"เค้ามาด้วยกัน!!" สองพี่น้องพูดออกมาพร้อมกันตามความคิดของแต่ละคน


"ตามค่ะพี่แซน" ซีหันไปบอกกับพี่ชายพร้อมกับกระตุกแขนให้เดินตาม แซนมองหน้าน้องสาวก่อนจะพยักหน้าแล้วพากันเดินตามสองคนนั้นไปอย่างระมัดระวัง

.

.

.

บัสเดินดูของในห้างด้วยความรู้สึกกลัวใจตัวเอง เขากลัวว่าสักวันเขาคงจะใจอ่อนยอมให้กับลูกอ้อนลูกตื๊อของคนใจร้ายคนนี้ แต่ในหัวสมองของบัสก็ยังไม่สามารถลบภาพความทรงจำแย่ๆ ออกไปได้ อีกทั้งความเสียใจก็ยังไม่เลือนหายไป ความคิดทั้งสองอย่างพากันตีวนในหัวของเขาให้วุ่นไปหมด



บัสเดินมายังร้านเครื่องเขียน และแน่นอนว่าร่างสูงยังคงเดินตามมาอย่างไม่คาดสายตา บัสรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูกแต่อีกใจก็เหมือนกับว่ามีความอุ่นใจเล็กๆ ผุดขึ้นมาเสียอย่างนั้น บัสเดินเลือกของที่อยากได้หยิบใส่ตะกร้าก่อนจะเอาไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์



"ทั้งหมดสามร้อยแปดสิบบาทค่ะ" พนักงานบอกจำนวนเงินที่บัสจะต้องชำระ บัสหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาก่อนจะชะงัก


"นี่ครับ" คอปเตอร์ส่งแบงก์ห้าร้อยให้กับพนักงานก่อนที่บัสจะหยิบเงินขึ้นมา พนักงานไม่ได้เอะใจอะไรก่อนจะหยิบเงินจากคอปเตอร์ไป บัสเงยหน้าขึ้นมามองร่างสูงด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ในใจของเขาก็ไม่ได้เป็นแบบที่แสดงออกมาเสียทั้งหมด


"ให้พี่ซื้อให้นะ" คอปเตอร์พูดขึ้นมาเสียงนุ่มพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปยังคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนกับว่าจะส่งไปไม่ถึง


"ช่วยเลิกยุ่งกับผมสักที!" บัสพูดออกไปเสียงแข็งก่อนจะรีบเดินหนีออกจากร้านไปโดยไม่สนใจของที่อยากจะซื้อ บัสกลัว กลัวน้ำเสียงและสายตาอ่อนโยนที่กำลังจะทำให้กำแพงในใจของเขาทลายลง ซึ่งมันจะทำให้เขาผิดสัญญากับตัวเอง ว่าเขาจะลืมคนๆ นี้ คอปเตอร์เจ็บแทบจะล้มทั้งยืนกับคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจ เขาได้แต่แอบร้องไห้อยู่ในใจเท่านั้น


"เงินทอนค่ะลูกค้า" พนักงานพูดขึ้น ทำให้คอปเตอร์ที่ยืนตายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ได้สติขึ้นมา ก่อนจะรับใบเสร็จและเงินทอนจากพนักงานแล้วคว้าถุงเครื่องเขียนของบัสเดินออกไป

.

.

.

"เค้ารู้จักกันแน่ๆ" ซีที่แอบยืนดูอยู่กับแซนพูดขึ้น


"ทำไมก่อนหน้านี้ พี่ไม่เห็นเค้าคุยกันเลย" แซนพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย


"นั่นสิคะ" ซีก็สงสัยเช่นกัน


"เอาไงต่อยัยซี" แซนถามขึ้น


"ตามต่อสิพี่แซน" ซีตอบกลับอย่างไม่ลังเล

.

.

.

บัสเดินหนีหัวใจตัวเองไปอย่างไร้จุดหมาย ซึ่งเขาก็รู้ว่าคอปเตอร์เดินตามเขามาแน่ๆ แม้จะไม่ได้หันหลังกลับไปมอง เขาพยายามเข้มแข็งให้มากที่สุด เพราะความอ่อนแอมีแต่จะทำให้เขาเจ็บเท่านั้น ถึงแม้บัสในตอนนี้จะไม่ได้ดูบอบบางอ่อนแอเหมือนบัสในวัยเด็ก แต่ความรู้สึกของเขาที่มีต่อพี่อ้วนแว่นยังคงอ่อนแอและแพ้ให้กับคนๆ นี้เหมือนเดิม



บัสเดินเข้ามายังร้านหนังสือ เขาตั้งใจว่าจะหาซื้อหนังสือไปเพื่ออ่านประกอบการสอบปลายภาคครั้งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าคอปเตอร์ยังคงเดินตามบัสมาไม่คลาดสายตาแต่เว้นระยะห่างไว้มากกว่าเดิม คอปเตอร์เองก็กลัวว่าตัวเองจะทำพลาดอีกครั้ง กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะยิ่งทำให้บัสห่างไกลไปกว่าเดิม



นิ้วเรียวเลือกหนังสือบนชั้นด้วยความตั้งใจ บัสพยายามรวบรวมสติมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเลือกหนังสือได้แล้ว บัสจึงเดินเอาไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ชำระเงิน โดยที่คราวนี้คอปเตอร์ได้แต่ยืนมองตาละห้อย เขารู้ว่าตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ผิดไปเสียทุกเรื่อง เมื่อบัสชำระเงินเสร็จแล้ว เขาเดินออกมาด้านหน้าร้านซึ่งก็เห็นว่าคอปเตอร์ยืนมองเขาอยู่ แต่บัสก็ไม่ได้สนใจกำลังจะเดินเลี่ยงไป



หมับ~



"พี่ถือให้นะ" คอปเตอร์ยื่นมือออกไปจับถุงหนังสือของบัสแต่ก็สัมผัสถูกมือของบัสเข้า


"อย่ามาจับ!!! ผมรังเกียจ!!" บัสตะคอกออกไปเสียงแข็งไม่ดังมากนักพร้อมกับสะบัดมือออกจากสัมผัสอุ่นที่คุ้นเคย ถุงหนังสือตกมาอยู่ในมืออุ่นที่กำลังหน้าเสียไปนิด ถึงแม้ว่าบัสจะแสดงออกมาแบบนั้นแต่ในใจของเขามันอ่อนล้าเหลือเกิน


"บัสพี่ขอร้อง อย่าเป็นแบบนี้สิ" คอปเตอร์ร้องขอออกมา บัสได้แต่ยืนนิ่งก่อนจะทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป


"เราไม่ได้คิดอะไร...เหมือนกัน...งั้นเหรอ" คอปเตอร์ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเจ็บปวด ซึ่งบัสเองก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของคนตรงหน้า เขาเองก็ปวดใจไม่แพ้กัน แต่เขาก็ไม่เคยลืมคำพูดและการกระทำที่ทำร้ายจิตใจของเขาแม้ว่าอยากจะลบมันออกไปก็ตาม


"ผมเคยพูดอะไรให้คุณเข้าใจว่าผมคิดอะไรกับคุณมากกว่าคำว่าพี่น้องเหรอ" บัสพูดกลับไปเสียงเรียบ คอปเตอร์ชะงักไปนิด


"ที่ผมทำดีกับคุณ เพราะผมเห็นคุณเป็นแค่พี่ชายเท่านั้น เมื่อก่อนเป็นยังไง ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น อย่าสำคัญตัวผิด!!" บัสพูดออกไปเสียงแข็งถึงแม้ว่าในใจจะไม่ได้เข้มแข็งเหมือนน้ำเสียงก็ตาม คอปเตอร์รู้สึกถึงความว่างเปล่า เขามืดแปดด้านไปหมดกับคำพูดที่มันสะท้อนกลับมาหาเขา เขาเข้าใจแล้วว่าบัสต้องเจ็บปวดมากแค่ไหนกับคำพูดพล่อยๆ จากปากร้ายๆ ของเขา


"แต่ตอนนี้...แม้แต่คำว่าคนรู้จัก ผมก็ให้คุณไม่ได้" บัสพูดออกมาอีก ซึ่งทำให้คอปเตอร์รู้ซึ้งถึงความเจ็บช้ำที่เขาเป็นคนมอบให้กับคนที่เขารักโดยไม่แคร์ความรู้สึกของคนฟังเลยสักนิด



หมับ~



"บัส พี่ขอโทษ ที่พี่พูดออกไปแบบนั้น พี่โกหก พี่โกหกทั้งหมด ความจริงมันตรงกันข้าม พี่ไม่เคยอยากเป็นแค่พี่ชายเลยสักครั้ง พี่รู้สึกแบบนี้มาสิบปีแล้ว และพี่จะไม่ทนอีกแล้ว พี่ไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอีกแล้ว บัสให้โอกาสพี่ได้มั้ย กลับไปอยู่กับพี่นะ...นะครับ คนดี" คอปเตอร์คว้าเข้าที่มือของบัสอีกครั้ง พร้อมกับพูดออกมาด้วยความรู้สึกจากใจจริงด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด มันเป็นความรู้สึกที่เขาอัดอั้นมานานหลายปี เป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยคิดจะยอมรับมัน แต่ในวันนี้ วันที่เขารู้ตัวแล้วว่ากำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป เขาก็ไม่อาจยอมให้มันเกิดขึ้นได้



บัสที่ได้ยินคำสารภาพที่ออกมาจากปากของร่างสูงก็หัวใจพองโตขึ้นมา ใบหน้าของเขาที่ดูเศร้าขึ้นสีนิดๆ และอีกใจหนึ่งบัสเองก็เจ็บปวดใจ เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่คอปเตอร์พูดออกมาอะไรคือความจริง พูดง่ายๆ ว่า บัสไม่อาจจะเชื่อใจคนใจร้ายคนนี้ได้อีกแล้ว



บัสกระชากแขนตัวเองออกจากมือหนาอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะเดินหนีออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ เพราะเขาไม่อาจฝืนเข้มแข็งได้อีกแล้ว ก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำไป ซึ่งคอปเตอร์เองก็เดินคอตกตามบัสไปโดยที่เว้นระยะห่างมากขึ้นกว่าเดิม คอปเตอร์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายและไม่อาจได้รับการรักษา เขารู้ว่าเรื่องทั้งหมดเขาเป็นคนผิด ซึ่งเขาก็พยายามจะแก้ไข แต่เขาก็ไม่สามารถปีนข้ามกำแพงในใจของบัสไปได้สักที

.

.

.

"จับมือกันด้วย" ซีพูดขึ้นมาอย่างอึ้งๆ ในขณะที่แซนหน้าเครียดไปนิด


"หรือเค้าแอบคบกัน" ซีสันนิษฐานขึ้น


"พี่ไม่รู้" แซนพูดออกมาเสียงแผ่ว


"ซีไม่ยักจะรู้ ว่าบัสจะชอบผู้ชาย" ซีพูดขึ้นมาอีก


"แต่...พี่คอปเตอร์ไม่มีวี่แววว่าจะชอบผู้ชายเลยนี่คะ" ซีจิ๊ปากหนึ่งทีก่อนจะพูดออกมาด้วยความสงสัย ซึ่งแซนเองก็คิดแบบเดียวกับซี แต่ก็มาสงสัยในพักหลังๆ ที่คอปเตอร์ชอบมาปรึกษาเรื่องราวต่างๆ จากเขา

.

.

.

บัสเดินมาหยุดอยู่ที่กระจกตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ เขายืนมองตัวเองนิ่งๆ สมองของเขาตื้อไปหมด เขารู้สึกเหนื่อยกับการวิ่งหนีหัวใจตัวเอง แต่ถ้าเขายอมทำตามใจตัวเอง นั่นก็หมายความว่าเขายอมที่จะกลับไปเสี่ยงกับรสชาติความขมขื่นอีกครั้ง บัสพยายามสลัดความสับสนในใจออกไป ก่อนจะเปิดน้ำล้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้สดชื่นขึ้นมาบ้าง บัสใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยาดน้ำบนใบหน้าก่อนจะมองตัวเองอีกครั้ง เมื่อเช็คความเรียบร้อยเสร็จแล้วบัสจึงเดินออกจากห้องน้ำไป



บัสเดินออกมาจากหน้าห้องน้ำก็ไม่เห็นว่าคอปเตอร์จะอยู่แถวนั้น บัสรู้สึกใจหายนิดๆ กับการที่ไม่เห็นร่างสูงมาตามวอแว



"ก็ดีแล้วนี่" บัสพูดกับตัวเองก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ และกำลังจะเดินไปจากตรงนี้


"อ้าว บัส" เสียงทุ้มทักขึ้น ทำให้บัสชะงักเท้าที่กำลังจะเดินออกไป


"อ้าวพี่เคน สวัสดีครับ" บัสทักทายพี่รหัสที่พบกันโดยบังเอิญ


"มาคนเดียวเหรอ" เคนถามขึ้นเสียงเข้ม


"ครับ" บัสตอบกลับ


"ดีเลย อยู่ที่คณะไม่ค่อยเจอ เจอวันนี้ก็ดีแล้ว ไปหาไรกินกัน" เคนพูดชวนขึ้นมา ทำให้คำถามมากมายผุดอยู่บนใบหน้าของบัส


"ก็ว่าจะเลี้ยงข้าวน้องรหัสไง พี่ไม่ค่อยได้ซื้อขนมมาเทคน้องเลย หนังสือก็ไม่มีให้" เคนพูดเสียงเข้มกลั้วหัวเราะ ซึ่งต่างจากช่วงก่อนที่บัสจะได้เกียร์รุ่น ที่เคนเอาแต่ตีหน้าขรึมใส่เขา


"อ๋อ ครับ" บัสพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับตอบกลับไป


"ว่างอยู่ใช่มั้ย ปะ จะกินอะไรบอกมา พี่เลี้ยงเอง" เคนพูดขึ้นก่อนจะกอดคอพาบัสให้เดินไปด้วยกันอย่างเป็นกันเอง ซึ่งภาพที่คนทั่วๆ ไปเห็นคือเพื่อนชายกอดคอกันเดิน แต่สำหรับคอปเตอร์ที่คอยยืนดูอยู่ห่างๆ นั้นแทบจะควันออกหู เขาอยากจะเข้ามาซัดหน้าเคนสักสองสามที แต่เขาก็รู้ว่าถ้าเขายังอารมณ์ร้อนแบบนั้น ยิ่งจะทำให้บัสเกลียดเขามากกว่านี้แน่ๆ


"เดี๋ยว" เคนบอกขึ้น บัสหันไปมองโดยที่เคนยังคงกอดคอบัสอยู่


"ถ่ายรูปกัน" เคนบอกพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งท่าจะถ่าย บัสมองไปที่หน้าจอมือถือนิ่งๆ


"กลัวพี่เหรอ หน้านิ่งเชียว ลบภาพพี่เคนคนเก่าทิ้งไปได้ละ ยิ้มหน่อย" เคนถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบัสเอาแต่นิ่ง บัสจึงยิ้มออกมาอย่างเกร็งๆ เพราะอยู่ๆ ก็มีพี่รหัสที่แทบจะไม่ค่อยได้คุยกันมาใกล้ชิดสนิทสนมอย่างนี้เขาก็แอบอึดอัดเล็กๆ ด้วยความไม่เคยชินเหมือนกัน


"ทำไมทำหน้างั้นอะ โกรธพี่เหรอ ที่แกล้งให้ใส่กระโปรงอะ" เสียงเข้มถามขึ้นมาอีกเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการเกร็งๆ ของบัส บัสเลิ่กลั่กเล็กน้อย


"เปล่าครับ" บัสตอบออกมาด้วยความสุภาพ จริงๆ บัสเองก็ไม่ใช่คนที่จะเรียกว่าเรียบร้อยหรืออะไร แต่กับคนที่ไม่สนิทและยังเป็นรุ่นพี่เขาก็ต้องมีการวางตัวไว้บ้าง


"งั้นยิ้ม" เคนยิ้มออกมานิดๆ ก่อนจะพูดบอกกับบัสอีกครั้ง ซึ่งบัสก็รู้สึกว่าเคนพยายามจะให้ความเป็นกันเอง และก็ดูไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรออกจะจริงใจด้วยซ้ำ ทำให้บัสคลายกังวลไปบ้าง บัสยิ้มออกมาอย่างสบายใจตามที่เคนบอก ทำให้เคนพอใจไม่น้อยก่อนจะกดชัตเตอร์รัวๆ โดยไม่รู้เลยว่าในขณะทั้งคู่กำลังยิ้มหวานอยู่นั้นมีใครอีกคนที่กำลังหน้าบึ้งตึงด้วยอารมณ์โมโหและสุดจะหวงหมอนข้างที่มีเจ้าของแล้วก็คือเขา คอปเตอร์ได้แต่บอกกับตัวเองว่าเขาควรจะมีสิทธิ์ทั้งหมดในตัวของบัส แต่ตอนนี้ แค่จะคุยกับบัสยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขา


"ดีมาก จะได้บอกลุงรหัสกับปู่รหัสของเราว่าพี่ดูแลน้องรหัสอย่างดี เอาไว้วันหลังพี่จะนัดเลี้ยงสาย เดี๋ยวจะได้แนะนำพี่คนอื่นให้รู้จัก ช่วงนี้ปู่รหัสเข้าแต่โรงงานทำโปรเจคจบ ฮ่าๆ" เคนเล่าออกมายาวๆ พร้อมกับกลั้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย ซึ่งทำให้บัสรู้สึกถึงความเป็นกันเองมากขึ้นพลางลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครูไปชั่วขณะ ก่อนจะพากันเดินหาร้านอาหารไปเรื่อยๆ


(หายไปไหนนะ...) บัสนึกถึงอีกคนที่เอาแต่ตามตื๊อเขาไม่หยุดขึ้นมาได้ในใจ แต่ตอนนี้กลับหายไปไหนซะงั้น


(ไม่เคยอยากเป็นพี่ชาย...งั้นเหรอ...) คำพูดของคอปเตอร์ดังก้องอยู่ในหัวของบัสก่อนที่ใบหน้าของเขาจะร้อนผ่าวขึ้นมา ถึงแม้ว่าเท้าจะก้าวไปตามแรงของเคน แต่สายตากลับเหม่อลอยคิดถึงแต่เรื่องที่คนใจร้ายพูดพล่ามออกมา


(สะ...สิบปี...สิบปีอะไร...) บัสคุยกับตัวเองด้วยความไม่เข้าใจ


(ผม...จะเชื่ออะไรพี่ได้บ้าง...) แต่สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าที่จะเชื่อทุกคำพูดของคนๆ นั้นได้อีก

.

.

.

"บัสคุยกับใครอะ" แซนขมวดคิ้วขึ้นถาม


"คุ้นๆ น่าจะเป็นพี่รหัสของบัส" ซีก็ขมวดคิ้วขึ้น เพราะเห็นจากระยะไกลไม่ค่อยถนัดนัก


"ทำไมมันดูวุ่นวายชอบกล เฮ้อ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่นะ" แซนบ่นออกมาด้วยความสับสน เขาไม่อยากคิดอะไรไปเองในแง่ลบจนตัวเองต้องเจ็บ ทั้งสองพี่น้องยืนดูเรื่องราววุ่นวายอยู่สักพักก่อนจะพากันกลับบ้านไปพร้อมกับความสงสัยที่มีอยู่เต็มอก

.

.

.

.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น