악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย6

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2561 19:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย6
แบบอักษร

เมียมาเฟีย๖




ชานยอลเห็นรถคันด้านหน้าที่ดูเหมือนจะหักหลบไม่ทัน ชานยอลจึงหักหลบเอง รถของชานยอลชนเข้ากับแผงกั้นของถนนทำให้เกิดประกายไฟ รถทุกคันจอดลงสนิทยกเว้นรถของชานยอลที่ยังคงวิ่งต่อไปด้านหน้า เพราะรถของชานยอลไม่สามารถหยุดจอดกระทันหันได้


หลี่เฉินเดินอย่างอารมณ์เสียไปยังกลุ่มของอวี่ถง ที่วิ่งเข้ามายืนอยู่ข้างๆสนามที่พวกเขาแข่งกัน แต่ชานยอลนั้นยังไม่กลับมา ความเร็วในการขับของชานยอลก็คงอีกรอบนึงถึงจะกลับมาได้ ถ้าจะให้ชานยอลจอดรถเลยก็คงจะหัวทิ่มรถคร่ำตายกันพอดี


"ไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร ถึงขับรถไม่กลัวตายแบบนั้น" หลี่เฉินถามอวี่ถง อวี่ถงไม่ตอบแต่หันไปมองมาร์คแทน อวี่ถงก็อยากรู้เหมือนกันว่าชานยอลเป็นใคร ถึงได้มีรถความเร็วแบบนั้นขับ แถมยังเป็นรถราคาแพงอีกต่างหาก แล้วยิ่งเห็นตอนที่ชานยอลขับรถ มันน่ากลัวมากแค่ไหน


เฮ้ออออ


"ขอโทษนะ ถ้าพี่ชานยอลไม่ได้บอกพวกคุณก่อนหน้านี้ ผมก็ไม่สามารถบอกพวกคุณได้" มาร์คถอนหายใจอย่างเซ็งๆก่อนจะพูดออกมา ในใจตอนนี้ของมาร์คทั้งเซ็งทั้งหงุดหงิดทั้วเป็นห่วง ไม่รู้ว่าชานยอลจะกลับมาในสภาพไหน แล้วเขาจะต้องตอบคำถามของทุกคนในสภาพรถที่จะกลับไปว่ายังไง ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว


เฮ้ออออ


"เป็นอะไรมาร์ค ทำหน้าเครียดเชียว" เสียงชานยอลดังขึ้นมาพร้อมกับเจ้าตัวที่เดินเข้ามาด้วยใบหน้าระรื่นยิ้มแย้ม ทำให้มาร์คที่เห็นใบหน้าที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวของชานยอลแล้วยิ่งเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาปนหมั่นไส้กว่าเดิม


"พี่ ถ้าคุณปู่รู้ว่ารถที่มองให้พี่ แล้วพี่เอามาทำให้มันอยู่ในสภาพนี้คุณปู่คงเสียใจ" มาร์คพูด แต่ชานยอลส่ายหัวยิ้มๆ


"ฉันบอกคุณปู่แล้ว ท่านโอเค ขอแค่ฉันกลับบ้านได้ครบสามสิบสองก็พอ" ทั้งปู่ทั้งหลานสะใภ้เข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย


"ฉันฝากนายเอารถไปที่อู่เฮียหยวนด้วยนะ" ชานยอลพูดยิ้มๆก่อนจะเดินเข้าไปหาหลี่เฉิน มาร์คมองตามชานยอลส่ายหัวไปมาเบาๆแล้วเดินตามชานยอลเข้าไปหาหลี่เฉิน มาร์คไม่มีทางไปไหนก่อนที่ชานยอลจะก้าวออกไปจากที่ตรงนี้


"ผมชนะคุณแล้ว ช่วยทำตามที่เราตกลงกันด้วยนะครับ" ชานยอลบอกหลี่เฉินยิ้มๆ ทำให้หลี่เฉินกำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจที่ไม่สามารถนำอพาร์ทเมนท์ไปให้พ่อของตัวเองได้


"จุนไค ไปกันเถอะ คุณอวี่ถงไปกันเถอะครับ" ชานยอลหันมาพูดกับจุนไค แล้วหันมาช่วยอวี่ถงหลังจากที่คุยกับหลี่เฉินจบ หลี่เฉินมองตามทั้งสี่คนไปพร้อมกับกำหมัดแน่นเพราะไม่ว่ายังไงเรื่องอพาร์ทเมนท์จะไม่จบลงแค่นี้แน่


"เอายังไงต่อครับนาย" เสียงของลูกน้องหลี่เฉินดังขึ้นเมื่อชานยอลกับพวกเดินห่างออกไป


"ไม่ต้องสน...ทำทุกวิถีทางให้ได้อาพาร์ทเมนท์มา" หลี่เฉินพูด ทำให้มาร์คที่กอดอกมองอยู่ส่ายหัวไปมาแล้วก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของหลี่เฉิน หลี่เฉินจ้องมาร์คอย่างไม่ชอบใจ ทั้งๆที่ยืนอยู่คนเดียวยังกล้าที่จะเดินเข้ามาหาอย่างไม่เกรงกลัว


"ผมต้องขอโทษที่มาดามอู๋เล่นแรงเกินไป...แต่ผมคิดว่าคุณควรจะทำตามที่ตกลงไว้กับมาดามอู๋นะครับ ถ้าไม่อยากมีปัญหา" มาร์คพูดพร้อมกับยื่นนามบัตรให้แล้วเดินแยกออกไป ทำให้หลี่เฉินยกนามบัตรขึ้นดูด้วยมือสั่น แค่ได้ยินคำว่ามาดามอู๋เขากับลูกน้องก็ยืนด้วยความหวาดกลัวแล้ว แต่นี่ยังมีนามบัตรยืนยันอีก เพราะใครๆในฮ่องกงก็ย้อมรู้จักอำนาจของตระกูลอู๋กันทั้งนั้น





"เราจะไปไหนกันเหรอครับพี่ชานยอล" จุนไคพูดขึ้นเมื่อพวกเขานั่งรถมากับอวี่ถง หลังจากออกมาจากสนามแข่ง


"ไปเยี่ยมอพาร์ทเมนท์ของคุณอวี่ถง" ชานยอลพูดออกมาทำให้อวี่ถงที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่หันมามองที่ชานยอล


"ไปบ้านผมเหรอ" เล่อหยางที่นั่งอยู่เบาะหลังกับจุนไคถามออกมา ชานยอลหันไปมองเล่อหยางแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบ ทำให้เล่อหยางยิ้มออกมาอย่างดีใจ


"ผมจะไปบอกทุกคนในอพาร์ทเมนท์ว่าพี่เป็นคนช่วยพวกเราเอาไว้" เล่อหยางพูดออกมาอีกครั้งอย่างตื่นเต้น ทำให้อวี่ถงมองน้องชายแล้วส่ายหัวยิ้มๆ


"ขอบคุณที่ช่วยพวกเรานะครับ" อวี่ถงพูดขึ้น ทำให้ชานยอลหันไปยิ้มรับเท่านั้นไม่ได้พูดอะไรออกมา


รถกระป๋องคันเก่าวิ่งเข้ามาจอดหน้าอพาร์ทเมนท์ ที่ไม่ได้ใหม่มากหรือเก่าจนไม่สามารถอยู่ได้ ชานยอลยืนมองอพาร์ทเมนท์สี่ชั้นที่อยู่ตรงหน้า 


"เก่าหน่อยนะครับ" อวี่ถงพูดขึ้นอย่างอายๆที่เห็นชานยอลยืนมองอพาร์ทเมนท์ของตัวเอง ชานยอลหันมายิ้ม


"พี่เข้าไปได้ไหม" เล่อหยางถาม กลัวว่าชานยอลจะไม่อยากเข้าไปดูในอพาร์ทเมนท์ของตัวเองแล้วที่มีสภาพทรุดโทรมแบบนี้


"ใคร ฉันเหรอ แล้วทำไมจะเข้าไปไม่ได้ล่ะ" ชานยอลหันหน้าเอียงคอถามอย่างไม่เข้าใจกับคำพูดของเล่อหยาง


"พี่เหมือนคนมีเงิน พี่คงไม่อยากเข้าอพาร์ทเมนท์โทรมๆของเรา" เล่อหยางพูด ชานยอลหน้าตึงแล้วเดินเข้าไปด้านในทันที


"นายไม่น่าถามเลย ถ้าพี่ชานยอลโกรธจะทำยังไง" จุนไคพูดแล้วแยกเขี้ยวใส่เพื่อนตัวเองก่อนจะวิ่งตามชานยอลเข้าไปด้านใน เล่อหยางหันมองพี่ชายตัวเองที่ยิ้มแห้งๆให้น้องตัวเองเหมือนกัน


"เข้าไปด้านในเถอะ" อวี่ถงบอกน้องชายแล้วทั้งสองคนจึงเดินตามชานยอลเข้าไปด้านใน


"อวี่ถง" เสียงคุณป้าที่อาศัยในอพาร์ทเมนท์เอ่ยขึ้นเมื่อเธอเห็นเจ้าของอพาร์ทเมนท์เดินเข้ามาพร้อมกับน้องชาย อวี่ถงมองคุณป้ากับหลานชายฝาแฝดสองคนเธอถือกระเป๋าอยู่ตรงบันไดทางเดิน


"คุณป้าจะไปไหนเหรอครับ" อวี่ถงถาม 


"ป้ากับหลานจะย้ายออกแล้ว ป้าไม่อยากอยู่เป็นภาระของเธอ เธอคงลำบากใจน่าดูที่จะต้องรักษาอพาร์ทเมนท์นี้เพื่อพวกฉัน"' คุณป้าพูด เธอไม่อยากอยู่แล้วทำให้เด็กทั้งสองอย่างอวี่ถงและน้องชายต้องลำบากไปสู้รบตบมือกับลูกนายพลที่คอยแต่จะมารังควานเพื่อยึดอพาร์ทเมนท์แห่งนี้ คำพูดของคุณป้าทำให้อวี่ถงยิ้มออกมา


"ถ้าเรื่องนั้น คุณป้าไม่ต้องห่วงแล้วครับ คุณป้าพาหลานกลับห้องเถอะ คนพวกนั้นจะไม่มารังควานที่นี่อีก" เจ้าของห้องยังไม่ทันจะพูด คนนอกอย่างชานยอลกลับพูดออกมาเฉยเลย คำพูดของชานยอลทำให้คุณป้าหันไปมองก่อนจะหันมามองอวี่ถงเพื่อให้ยืนยัน อวี่ถงยิ้มขึ้นอีกครั้งแล้วพยักหน้ายืนยัน คุณป้ายิ้มออกมาอย่างดีใจที่จะไม่ได้พาหลายชายทั้งสองออกไปเร่ร่อนอยู่ข้าวนอกแล้ว


"ขอบคุณนะ ขอบคุณที่ทำเพื่อพวกมามาโดยตลอด" คุณป้าพูดพร้อมกับจับมืออวี่ถงเอาไว้ก่อนจะรีบพาหลานกลับขึ้นไปบนห้องเหมือนเดิม


"ดูคนที่นี่รักกันดีเนาะ" ชานยอลถาม อสี่ถุงพยักหน้ารับ คนที่นี่อยู่กับแบบครอบครัว มีอะไรก็แบ่งบันกันไม่เหมือนคนเช่าที่อพาร์ทเมนท์อื่นจะอยู่ใครอยู่มันไม่สนใจซึ่งกันและกัน ชานยอลเดินดูอพาร์ทเมนท์เสร็จจึงมานั่งเล่นกับเจ้าของอพาร์ทเมนท์จนเย็นจึงได้ขอตัวกลับ ชานยอลกับจุนไคยกรถจักรยานลงจากรถกระบะจากนั้นจึงหันมาลาเจ้าของอพาร์ทเมนท์อีกครั้ง


"เดี๋ยวผมไปส่ง" เล่อหยางพูดแล้วรีบไปเข็นรถจักรยานของตัวเองออกมา อวี่ถงมองน้องชายแล้วยิ้มออกมาเพื่อเป็นการอนุญาตให้ไป





"จุนไค นายพาฉันไปที่ท่าเรือขนสินค้าของพ่อนายหน่อยสิ" ปั่นจักรยานมาได้สักพัก ชานยอลก็เอ่ยขึ้น ทำให้จุนไคมองชานยอลอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมพยักหน้ารับเมื่อคนเป็นลูกพี่ใหญ่ต้องการคนที่สถาปนาตัวเองเป็นลูกน้องมีหรือจะกล้าขัดใจลูกพี่ได้


"ปั่นไปตามลำน้ำนี้ก็จะถึงท่าเรือขนส่งสินค้า ท่าเรือไม่ได้มีแค่เรือของป๊าผมหรอกนะพี่ชานยอล ยังมีของเถ้าแก่คนอื่นๆอีก" จุนไคอธิบายบอก ชานยอลรับฟังอย่างตั้งใจเพื่อเป็นข้อมูลให้กับตนเอง


"เรือป๊านายขนสินค้าออกน่านน้ำบ่อยหรือเปล่า" ชานยอลถาม จุนไคพยักหน้ารับ


"เรือของป๊ามีอยู่สองลำ ขนในประเทศได้เท่านั้น แต่ถ้าจะออกนอกประเทศต้องเช่าเรือของพวกฝรั่งครับ แต่ต้องไปที่ท่าใหญ่และเรือจะแพงมากแถมยังถูกตรวจค้นจากทางเจ้าหน้าที่ด้วย" 'ถูกจับตาดูจากทางการสินะ' ชานยอลคิดในใจกับคำบอกเล่าของจุนไค


"นั่นอะไร" เสียงเล่อหยางดังขึ้นเมื่อหันไปมองสิ่งผิกปกติบริเวณท่าเรือ ชานยอลกับจุนไครีบหันมองตาม


"วันนี้ท่าเรืองดทำงานนี้หน่า" จุนไคพูดขึ้นเบาๆพร้อมกับหน้าตาที่ดูมึนงง จุนไคจำได้ว่าป๊าเคยบอก ท่าเรือจะมีวันหยุดส่งของหรือรับของเดือนละครั้ง และก็เป็นวันนี้ที่ท่าเรือหยุดทำการ ชานยอลมองจุนไคแล้วหันไปมองกลุ่มคนพวกนั้นพร้อมกับคิดตามคำพูดของจุนไคไปด้วย 'มีสิ่งผิดปกติสินะ' ชานยอลคิด


"ตามมา" ชานยอลบอกกับเด็กน้อยทั้งสอง เด็กน้อยทั้งสองมองหน้ากันก่อนจะปั่นจักรยานตามชานยอลไป ชานยอลปั่นจักรยานมาจอดที่มุมหนึ่งไม่ห่างจากท่าเรือมากนัก ชานยอลสังเกตมองเข้าไปในท่าเรือที่ตอนนี้คนพวกนั่นเริ่มหายออกไปแล้วจะเหลืออยู่ไม่น่าถึงสิบคนด้วยซ้ำ แต่คนที่ว่าก็อยู่กันคนละมุมของท่าเรือไม่ได้อยู่อย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป 


"มีอะไรหรือเปล่าครับ" เล่อหยางถามขึ้นด้วยความสงสัย ไม่เข้าใจที่ชานยอลพาเข้ามาหลบอยู่ตรงนี้แล้วเอาแต่แอบมองคนที่อยู่ในท่าเรือ


"จุนไคบอกว่าวันนี้ท่าเรือปิด แล้วทำไมถึงมีคนมาอยู่ที่ท่าเรือล่ะ" ชานยอลถามเล่อหยางกลับ เล่อหยางคิดตามก่อนจะพูดออกมา


"ท่าเรือปิด แต่ก็ต้องมีคนคอยดูแลนิครับ พวกเขาเป็นคนเฝ้าท่าเรือ" เล่อหยางตอบตามความเข้าใจของตัวเอง ชานยอลนิ่งไปสักพักแล้วพยักหน้ารับ อาจจะเป็นตามที่เล่อหยางพูดเขาอาจคิดมากไปเองคนเดียวก็ได้


"ถ้าอย่างนั้นก็กลับเถอะ ฉันอาจคิดมากไปเอง" ชานยอลพูดเล่อหยางพยักหน้ารับตั้งท่าจะปั่นจักรยานออกไปแต่กลับต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงของจุนไคดังขึ้น


"นั่นมันเชอรี่นิ" จบคำของจุนไคทำให้อีกสองคนต้องหันไปมองตามสายตาของจุนไคด้วย เด็กผู้หญิงที่อายุเท่าๆกับจุนไคและเล่อหยางกำลังถูกพาตัวเดินเข้าไปในท่าเรือ ไม่ใช่แค่เชอรี่ที่จุนไคพูดถึงเพราะอีกสักพักก็มีเด็กผู้หญิงรุ่นเดียวกันถูกพามายังท่าเรือ 


"คิดแล้วว่ามันไม่ปกติ" ท่าเรือถ้าหยุดทำการมันไม่น่าจะมีคนเยอะมากในช่วงที่เห็นครั้งแรกหรอกนะ พอคนพวกนั้นกลับออกไปก็ยังเหลือคนเฝ้าอีกเกือบสิบคน ถ้าให้เฝ้าที่ท่าเรือในวันหยุดแค่สองถึงสามคนก็พอแล้ว ท่านี้เป็นแค่ท่าเล็กๆที่ต้องส่งของภายในประเทศเท่านั้น แต่ถ้าจะส่งของออกนอกประเทศมันจะต้องเป็นท่าที่ใหญ่กว่านี้สิ


"ผมจะเข้าไปดู" จุนไคพูด ทำท่าจะวิ่งเข้าไปในท่าเรือ แต่ถูกชานยอลคว้ามือเอาไว้ซะก่อน


"อย่าเพิ่งเลย ใกล้จะมืดแล้วไว้เข้าไปตอนนั้น ส่วนตอนนี้พวกนายมากับฉันก่อนดีกว่า" ชานยอลบอกกับเด็กน้อยทั้งสองแล้วจับจักรยานปั่นออกไปจากท่าเรือโดยมีเด็กน้อยทั้งสองปั่นตามเขาไปด้วยความไม่เข้าใจ



1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ


มาดาม นายจะไปแจ้งความใช่ไหมล่ะ






ความคิดเห็น