Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 2.24 เพื่อนเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 450

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2561 06:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2.24 เพื่อนเก่า
แบบอักษร

[Mel's part]


ไอ้โง่เอ้ย!

ผมสบถเดือดดาล วาร์ปไปตามสัญญาณที่ไอ้บาร์ทส่งมา สัญญาณส่งจากฐานลับของพวกนอกรีต มันหายหัวไปเกือบสองอาทิตย์ อยู่ที่นี่นี่เอง

มันยังไม่เข้าสู่ช่วงอมตะ โชคดีที่ยังไม่ตาย แต่ดูจากร่างแหลกเบอร์นั้นก็ใกล้แล้ว

ยังจะมายิ้มอีกไอ้เวร!!

ผมร่ายมนตร์ห้ามเลือด เร่งฟื้นฟู ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ในซอกตึกหักพัง

มันใช้กรงเล็บตะปบมือผมเบาๆ ... อะไรของมึง?

มันเอาจมูกบุ้ยใบ้ไปทางมุมหนึ่งของกลุ่มตึก

อะไรรรร ... จะตายหร่าแล้วยังจะซ่าอีกเหรอมึง ผมมองหน้าด่ามัน มันแยกเขี้ยวขู่ กวาดกรงเล็บไปทางตึกนั้น

ได้!!

ผมมองหน้ามัน ลุกขึ้น มือหนึ่งจิกหนังคอ มืออีกข้างขยุ้มหนังตูด จะหิ้วมันกลับไปรักษา

กี๊ดดดด!!! แกร่กก!!! แคร่กๆๆๆๆ  .... ไอ้หมาโง่จิกกรงเล็บยึดพื้นไว้น่ะครับ

ผมมองหน้ามัน ไอ้บาร์ททำหน้าแบบว่าตีให้ตายกูก็ไม่ไป หูลู่ เจ็บจนหมดแรงดิ้น แต่พองขนหาง กางกรงเล็บจิกพื้นทั้งสี่ขา

ก็ได้ ก็ด้ายยยย อีน้องเชี่ย!

ผมถีบตูดมันระบายความหมั่นไส้ พุ่งออกไปตามทิศที่มันชี้

".... ไปเอาชิ้นส่วนของจิ้งจอกที่ไม่มีอยู่จริง'

ประเมิณจากจำนวนพวกนอกรีต ผมยังพอรับมือพวกมันได้ในคราบพ่อมด ไม่ตึงมือจนต้องแปลงเป็นมังกร

ร่ายเวทย์บังกระสุน พุ่งหลบ วาร์ปไปประชิดกลุ่มพวกมัน สวัสดีที่รัก ระเบิดไฟมนตรา

บรึ๊มมมม!! เละ

เชี่ย !! มันสมองเข้าปาก

'.... กรูมาทำอะไรที่นี่'

ปาดเศษสมองกับชิ้นเนื้อออกจากหน้า ถีบตัวพุ่งสวนสายฟ้ามนตราของอีแม่มดนอกรีต กางกรงเล็บข่วนหน้า นังนั่นร้องกรีี๊ดๆ ผมจิกหัวตบรัวๆ

'.... ทำไมกรูต้องมาทำอะไรแบบนี้'

ห่ากระสุนสาดมาแรงกว่าเดิม พวกนั้นแห่กันมาเพิ่ม ... ผมเหวี่ยงซากอีแม่มดทิ้ง สะดุ้งเมื่อมีลุกกระสุนเจาะเข้าแก้มก้น ผมคำรามเหลืออด

"ทำไมกรูต้องมาทำอะไรแบบนี้วะ!! สั๊ส!! เขี้ยวห่านั่นมีที่ไหนเล๊าาา ไอ้เทพเวรนั่นตอ-"

จิ้งจอกตัวหนึ่งปรากฏกาย มองหน้าผม กาลเวลาหยุดนิ่ง

​เพี๊ยะ แปะ แปะ แปะ แปะ เพี๊ยะ

"....................." นัยน์ตาสีทองเย็นชา มหาเทพอินาริไม่ตรัสอะไร แต่หางทั้งสิบกระดิกตบปากผมรัวๆ

ผมทรุดตัวหลบหาง ปั้นยิ้มหวานหยด ก้มลงหมอบคำนับแนบพื้น

"ไม่ได้เจอกันเสียนานนะขอรับ มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงมหิทธานุภาพ ขอจงทรง -"

เทพอินาริไม่ตอบคำ มหาเทพที่เคารพทรงกรุณาปล่อยผ่านเรื่องที่ผมล่วงเกินท่าน จะพูดให้ถูกคือทรงเหยียบหัวผม เดินผ่านไปทางทิศที่ไอ้บาร์ทชี้

เอ๋?

ในห้องนั้นมีซากฟองไข่ของอมตะหลากเผ่าพันธุ์ มีซากตัวอ่อนของพวกที่ออกลูกเป็นตัว ไม่มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ราวกับห้องเก็บขยะผลงานที่ไม่สำเร็จ

ที่มุมห้องนั้นมีไข่มังกรที่ปริร้าว

แต่ดูเหมือนลูกมังกรไม่มีแรงพอที่จะหลุดพ้นเปลือก หรือไม่ก็ตายไปแล้ว

"หนี้ของเจ้า" เทพอินาริจางหายไปแล้ว มีเพียงเสียงบอกแบบนั้น

กาลเวลากลับมาอีกครั้ง เสียงฝีเท้าของพวกนั้นใกล้เข้ามา ผมพุ่งไปคว้าไข่ใบนั้น ระเบิดสายฟ้า พังประตู พุ่งออกทางหน้าต่าง หันกลับไปห้องนั้น เขวี้ยงบอลสายฟ้าไปถล่มห้อง ตามด้วยระเบิดไฟ

บรึ๊มมมมม!!!!

ผมวิ่งกลับไปลากไอ้บาร์ทเข้าหากระจก หลบเข้าไปในมิติลับซ้อนทับ

มันมองหน้าผม มองไข่มังกร ยื่นจมูกมาดม หูชัน

"อย่าเพิ่งเสือก" ผมพึมพำไล่มัน ไล้มือไปตามเปลือกไข่ ยังอุ่นนิดๆ อาจยังพอมีหวัง

เอาล่ะ ต้องรีบแกะเปลือกไข่ออกก่อน เหนียว แข็ง แหวะ อะไรวะเนี่ย ... บาร์ท มึงอย่าเพิ่งเสือกสิวะ อะไร? จะช่วยแทะออก? เออ มึงจัดการอีกด้าน

คว่ากกกก!!

ลูกมังกรหลุดออกมาพร้อมรก ไม่หายใจ หัวใจเต้นแต่เบามากแทบไม่กระดิก เจ้าลูกมังกรตัวนี้พิการ หัวใจอยู่นอกช่องอก

ผมกับบาร์ทอึ้ง คิดหนักว่าจะทำยังไงกับเด็กคนนี้ ผมลองใช้ไม้ตายของเผ่ามังกร

กรีดเลือดส่งเข้าปากเจ้าลูกมังกร ดึงเกล็ดมังกรของตัวเอง เคี้ยว ยัดเข้าปาก ให้ไอ้บาร์ทนวดหัวใจ ลองเอาเลือดของผมส่งเข้าช่องอกของลูกมังกร ลองเอาเลือดของไอ้บาร์ท ร่ายเวทย์รักษารัวๆเท่าที่นึกออก

เจ้าลูกมังกรยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีชีวิต ผมกับบาร์ทเริ่มหมดหวัง


"เหนื่อยแล้วเหรอ ให้ช่วยไหม?" แล้วพ่อมดตนนั้นก็ก้าวเข้ามาจากที่ใดที่หนึ่งในกระจก

_________________________________________

นั่นเป็นเรื่องก่อนอลันกับบาร์ทเข้าสู่ช่วงอมตะ ทารกมังกรตัวนั้นรอด ผมฝากพ่อมดเลี้ยงมันไว้ในกระจกพักใหญ่ก่อนจะจัดการเรื่องของผมกับคิว ข้อดีที่ผมคิดไม่ถึงคือเจ้าลูกมังกรจะกลายป็นเครื่องผูก​มัดเมียจ๋าให้อยู่กับผมอีกหลายทศวรรษ ​


กลับสู่ปัจจุบัน 


"ยังไม่ไปลงนรกอีกเรอะ" เมียผมทักทายเพื่อนเก่า นางรักเพื่อนนะ 

พ่อมดหยางกุ้ยยิ้ม "เทพีที่รักของพวกเราบอกว่าให้รอเจ้าก่อน แล้วไปด้วยกันน่ะ"

สำหรับคนที่ลืม สองคนนี่คือปิศาจพิณและไก่ที่คาบข่าวที่เทพีหนี่วาจะฆ่าผมมาบอกเมียจ๋าในชาติแรกครับ

เมียจ๋าพ่นลมหายใจ


ทิวทัศน์ป่าไผ่เปลี่ยนเป็นห้องในกระท่อมไม้ไผ่ หยางกุ้ยนั่งลง รินน้ำชา ผายมือให้พวกผมนั่ง

"ไม่ควรต้องถามเรื่องวิธีแก้คำสาปใช่มั้ย?" เมียจ๋าถามตรงๆ ไม่คิดจะอ้อมค้อม

หยางกุ้ยยิ้มอ่อน จิบน้ำชา เปิดปากพูด เล่าอะไรบางอย่างยืดยาว

ผมได้ยินเสียง แต่สมองไม่รับรู้ อ่านปากไม่เข้าใจสิ่งที่หยางกุ้ยพยายามสื่อสาร ผมเคยขอให้เขียนก็ไม่สามารถรับรู้เหมือนกัน 

ดูจากหน้าเซ็งๆ ของเมียผม นางก็คงเป็นแบบนี้เหมือนกัน

"พอเถอะ ไร้ประโยชน์ เรียกมาทำไม?" 

พ่อมดหยางหยุดเล่า สีหน้ายังคงยิ้ม เอ่ยด้วยเสียงเนิบๆ

"ข้ามีนิทานเรื่องหนึ่งจะเล่าให้ฟัง ...."


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่โลกเบื้องบนอยู่ใกล้ชิดกับดลกเบื้องล่าง ยุคที่เทพมารดรเพิ่งสร้างมนุษย์ ชะตาชีวิตของมนุษย์ถูกควบคุมโดยเหล่าเทพเจ้า มีสัตว์อสูรเป็นสื่อกลางระหว่างทั้สองโลก

ยุคนั้นเทพมารดรยังทรงรักมนุษย์ ทรงสังเกตความเป็นไปของพวกนั้น จนท่านเห็นชีวิตของหญิงนางหนึ่ง หญิงคนนั้นพกถุงผ้าถุงเล็กๆไว้กับอกไม่ห่างกาย นางเดินทางระหกระเหินจากเหนือสู่ใต้ จากตะวันออกสู่ตะวันตก เพื่อตามหาสามีของนาง 

ทุกคืนหญิงนางนั้นจะร้องไห้กับถุงใบนั้น อ้อนวอนต่อเหล่าเทพเจ้า ขอให้ได้พบสามีอีกครั้ง

องค์เทพีได้ยินเสียงอธิษฐาน พระองค์เฝ้ามองชีวิตของหญิงมนุษย์นั้น เวทนากับความเศร้าโศกของนาง ทรงถามว่าอยากเจอสามีมากจนแลกกับชีวิตได้ไหม หญิงนางนั้นพยักหน้า ยิ้มกว้างก่อนเชือดคอตาย มือข้างหนึ่งยังคงกุมถุงผ้าถุงนั้น

แล้วทั้งสองพบกันอีกครั้งในสภาพวิญญาณ สามีของนางถูกกวาดต้อนไปเป็นแรงงานและตายไปก่อนหลายปี วิญญาณของทั้งคู่ได้ไปเกิดใหม่เคียงคู่กันตามความเมตตาของเทพมารดร

แต่องค์เทพียังสงสัยว่าในถุงใบนั้นคืออะไร นางจึงส่งพวกบริวารไปสืบ จึงรู้ว่าเป็นธรรมเนียมใหม่ของพวกมนุษย์ คู่บ่าวสาวจะตัดผมของกันและกันในคืนวันแต่งงาน จากนั้นมัดผมรวมกัน แบ่งใส่ถุงผ้าเป็นสองถุง พกติดตัวไว้จนกระทั่งฝังไปกับโลง

เป็นธรรมเนียมที่น่ารัก องค์เทพีประทับใจ ทรงขอปอยผมจากเทพสามีของพระองค์ ในปีนั้นความรักของทั้งคู่ยังคงหวานชื่น เทพบิดาตัดปอยผมหนึ่งอย่างเต็มใจมอบให้ภรรยา เทพมารดาตัดผมของพรองค์อีกปอย มัดรวมกัน ทรงตัดเย็บถุงผ้าเก็บเส้นผมด้วยพระองค์เอง พร้อมเสกความหอมของดอกไม้และสิ่งที่พระองค์เห็นว่าล้ำค่าทั้งหมดทั้งมวลใส่ลงไปในถุงนั้น ถุงหอมสองถุง สองสามีภรรยาพกติดตัวจนฟ้าดินสลาย


แต่ไม่ทันข้ามปี พระสวามีกลับทำถุงหอมที่องค์เทพีให้หายไป


"... มีการปะทะระหว่างเทพสองฝั่งประปราย ส่วนมากเป็นสงครามเย็น โชคดีที่องค์เทพีทรงอ่อนโยน ใจเย็น" 

อ๋อเหรอ .... ผมกลอกตาในใจ ส่วนเมียจ๋าเบ้ปาก

"และเล่าลือกันว่า องค์เทพบิดาทำถุงหอมหายตอนแอบไปหาพระสนมเผ่ามังกร" หยางกุ้ยปรายตามองผมอย่างมีความหมาย

นิทานเรื่องนี้ผมก็พอรู้มาก่อน แต่ไม่ได้ละเอียดขนาดนี้ และดูเหมือนว่ามันเป็นเหตุการณ์ก่อนที่เทพบิดานายของผมจะส่งผมลงมาเกิดในชาติแรกแต่ไม่กี่สิบปี  

ชะตากรรมเฮงซวยของพวกผมมีต้นเหตุเริ่มจากถุงหอมโง่ๆถุงนั้นสินะ ผมกลอกตาอีกรอบ


"ที่เล่ามานี่จะให้ไปหาถุงหอมที่หายไป เอาใจเทพีหนี่วาใช่มั้ย .... ข้อแลกเปลี่ยนอยากได้อะไร?" คิเคียวถาม

หยางกุ้ยยิ้ม "ไม่มี นี่เป็นของขวัญจากเทพอินาริ"

"อินาริ? ถ้าเชื่อก็โง่แล้ว" 

"ก็ไม่ต้องเชื่อ แต่เจ้ามีทางแก้คำสาปอื่นไหมล่ะ" 

เข็มทิศปรากฏขึ้น พุ่งเข้ามาหา ผมที่อยู่ใกล้หยางกุ้ยมากกว่ายื่นมือไปรับก่อนถึงตัวคิเคียว 

นางยื่นมือมา ผมให้มือ ทำหน้าใสซื่อ ถ้าอยู่ในร่างมีหางคงกระดิกไปแล้ว

"เอาเข็มทิศมา" คิเคียวกัดกราม

"ไม่เอาน่า ไปคนเดียวอันตรายนะเมียจ๋า ให้ข้าตามไปคุ้มครองเถอะ" ทิศทางการไปสู่ที่เก็บถุงหอมเริ่มปรากฏรูปร่างในสมองของผม ขณะที่ตัวเข็มทิศสลายตัวไปจากอุ้งมือ 

คิเคียวมองหน้าผม 

"จะตามไปคุ้มครอง หรือตามไปฆ่าเหมือนชาติก่อนล่ะ ไปคนเดียวอาจจะปลอดภัยกว่านะ" นางกดเสียงต่ำ

อุ๊ก! พูดแบบนี้เมียจ๋าไม่น่ารักเลย 

ผมยิ้มให้นาง ยื่นหน้าจะเข้าไปใกล้ ส่วนคิเคียวจุดสายฟ้าจิ้งจอก 

"เอ่อ เท่าที่รู้ ที่ซ่อนของถุงอยู่ที่ขอบเขตสัมปรายภพน่ะนะ ...." หยางกุ้ยขัดจังหวะ ".... และภารกิจนี้ พกมังกรไปด้วยน่าจะดีกว่า"  


เกิดหลุมว่างใต้ร่างของคิเคียว นางตกลงไป ส่วนผมกระโจนตามนางไป


________________________________________



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}