ทูลเกล้าฯ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 3.เวลา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2561 22:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3.เวลา
แบบอักษร

' กาลเวลาไม่เคยรอใคร ทุกคนคงคุ้นเคยกับประโยคนี้ดี แน่นอนว่าหากมีเวลาจงอย่าใช้มันแบบฟุ่มเฟือย จงใช้มันให้มีประโยนช์เราจะได้ไม่มานั่งโทษแต่ว่าเวลาผ่านเร็วจนเราทำอะไรไม่ทัน'

บ่ายสามโมงครึ่งเหล่าเด็กน้อยอนุบาลวิ่งออกมาจากห้องเรียนด้วยความเร่งรีบ ราวกับโรงเรียนเป็นคุกกักขังความสุขไว้ เมื่อพ้นโทษทัณฑ์จึงรีบออกมากลัวว่าประตูคุกจะปิดลงซะก่อน

ต่างจากเด็กนัอยตัวกลมที่นั่งคุยอยู่กับคุณครูประจำชั้นหวานใจของเจ้าตัวอยู่ม้านั่งเล็กๆในสวนตรงข้ามกับโรงเรียน

"นินจาครับ เมื่อไหร่มะม๊าจะมารับเอ่ย" คุณครูคนน่ารักเอ่ยถามเด็กน้อย หลังจากที่มันเกินเวลาของผู้ปกครองที่จะมารับบุตรนานพอสมควร

เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาประมาณสี่โมงกว่าๆเกือบห้าโมงทำให้คนเป็นครูเป็นห่วงลูกศิษย์ตัวน้อยเหลือเกิน

"มะม๊าคงไม่ว่างมั้งครับ " ตอบกับคุณครูด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแต่แววตากับเศร้าสร้อยลง

"เดี๋ยวครูอยู่รอเป็นเพื่อนนะครับ"

"ขอบคุณครับ ครูตัวเล็ก" คำตอบของลูกศิษย์ทำให้เขายิ้มขำ

เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะก่อนหน้าจอจะแสดงเบอร์โทรคนรัก เขาจึงรีบกดรับอย่างไม่รีรอ

"ว่าไงครับขุนพล ..... ครับ... ครับ......เจอกันครับ"

เมื่อกดวางแล้วก็หันมามองอีกคนที่นั่งยิ้มหวานส่งให้ จริงสินะตั้งแต่รู้จักกับนินจาเขาไม่เคยเห็นหน้าพ่อของอีกคนเลย จะมีก็แต่แม่ที่มารับมาส่งทุกวัน ไม่เคยมาช้า แต่แปลกวันนี้กลับยังไม่เห็นทีท่าว่ามารดาอีกคนจะมารับ

"นินจาลูก" เสียงบุคคลมาใหม่ทำให้สองคนที่นั่งอยู่ก่อนเงยหน้าขึ้นมา คนตัวเล็กที่ถูกเรียกรีบวิ่งมาโอบกอดแม่ไว้

"ขอบคุณนะครับ คุณครูที่ดูแลเขาแทนผม ผมคงแย่มากสินะครับที่มารับลูกไม่ตรงเวลา"

คนเป็นครูส่ายหน้า พร้อมยิ้มส่งอย่างเป็นมิตรให้

"ไม่หรอกครับ"

"ยังไงก็ขอบคุณ คุณครูมากนะครับ นินจาไหว้ขอบคุณครูสิลูก" เอ่ยบอกลูกชายให้เคารพคุณครู มือป้อมๆยกขึ้นมาประนมก่อนจะโค้งศรีษะน้อยๆ

"ขอบคุณครับคุณครูตัวเล็ก" วาจาเด็กไร้เดียงสาทำให้คนฟังยิ้มอย่างพอใจ มือของคุณครูเล็กยีหัวอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว

"ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ" เมื่อล่ำลาเสร็จ

พุดซ้อนจึงพาลูกชายเดินออกมาขึ้นรถจักรยานสองล้อสีขาวก่อนจะค่อยๆปั่นมันออกห่างไป

เป็นข้อดีที่โรงเรียนกับบ้านอยู่ใกล้กันมากจึงไม่ลำบากการไปรับไปส่ง

วันนี้ที่เขามาช้าเป็นเพราะมีออเดอร์เร่งด่วนจนลืมพัก เขาแค่อยากเก็บเงินซื้อของขวัญดีๆให้ลูกสักชิ้นก่อนจะถึงวันเกิดในอีกสามเดือนข้างหน้า

เวลามันก็ผ่านไปเร็วจริงๆ นี้ก็ครบสีปีจนจะห้าปีที่โดนคนใจร้ายทิ้งให้อยู่กับความทุกข์ ลำพังเขาคนเดียวพอทน แต่กับลูกชายที่ต้องมาเจอชะตากรรมไร้พ่อแบบเขา แค่คิดก็นึกสงสารลูกจับใจ

"ถึงบ้านเราแล้วครับ" จักรยานสองล้อหยุดลงหน้าบ้านหลังเล็กก่อนคนเป็นแม่จะเอ่ยปลุกคนลูกที่ตาปรือเพราะความง่วงให้ลงจากเบาะนั่งด้านหลังแล้วไล่เจ้าตัวน้อยให้เข้าไปในบ้านรอเขา

พุดซ้อนเดินตามบุตรชายเข้ามาในบ้าน เห็นลูกหมูสิ้นฤทธิ์ เขาจึงเดินไปลูบปอยผมบางเบาอย่างหวงแหน

"คุณขุนพลรู้ไหมครับ เวลาผมมองหน้าลูกทีไร ผมนึกถึงแต่เพียงหน้าคุณ" พร่ำเพ้อกับอากาศไปเรื่อย ริมฝีปากระบายยิ้มหวานออกเพียงเท่านั้นจึงลุกออกห่างลูกชายเข้าไปเตรียมกับข้าวง่ายๆที่ทานแค่สองคนแม่ลูก

ขุนพลนั่งใจลอยไปทั่วอากาศ พร้อมกับสายตาที่เหม่อมองแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาพบค่ำ

"ขุนพล" เสียงคนรักที่เอ่ยเรียกทำให้เขาละสายตาจากสายน้ำหันมามองใบหน้าผู้มาใหม่แทน

"เป็นอะไรเหรอ" คุณเล็กเอ่ยถามอีกคนอย่างสงสัย

"เปล่าหรอก แค่คิดว่าวันนี้จะขอคุณเล็กแต่งงานยังไงดี" คำตอบของขุนพลทำให้ใบหน้าหวานแดงระรื่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มันยิ่งทำให้คนขี้แกล้งได้ใจอยากหยอกล้ออีกคนให้มากกว่านี้

ฉะไหนเสียงดนตรีจากไวโอลินไม่ได้ช่วยสงบใจเขาให้หายหน่วงลงเลย ทั้งๆที่เขาควรมีควาทสุขกับคนตรงหน้านี้สิ นี้มันคือเดทแรกในรอบหลายปีที่คบกันมาเลยก็ว่าได้

"ขุนพลเป็นอะไรไป วันนี้คุณมาแปลกนะ"

"แปลยังไงครับ" คิ้วหนาขมวดเข้ากันหน่อยๆอย่างสงสัย

"พลว่าจะขอเล็กแต่งงาน แต่สายตาพลเหมือนไม่ได้อยากขอเล็กเลย" ขุนพลไม่ตอบอะไรเพียงส่งยิ้มบางให้อีกคนเท่านั้น ขอเวลาให้ตัวเขาเองอีกสักนิด ให้เวลาได้ทบทวนว่าใจเขาพร้อมเปิดรับใครหรือยัง แม้จะพยายามสั่งสมองแค่ไหนว่าไม่รักแต่ใจเจ้ากรรมก็ไม่ยอมตัดอีกคนไปสักที

"นินจาครับ มานอนได้แล้วลูก" เมื่อเสียงผู้เป็นแม่เอ่ยเรียกจึงทำให้อีกคนปิดสมุดภาพระบายสีลง ก่อนจะรีบก้าวเท้าป้อมๆเข้ามาหาคนแม่

"อืออ กอดมะม๊า" หัวกลมๆมุดเข้าอ้อมอกของพุดซ้อนอย่างออดอ้อน

"อ้อนอะไรแม่ครับ" นินจาส่ายหัวหน่อยๆก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนเป็นแม่

"มะม๊าเคยว่าพ่อเมธเป็นพ่อทูนหัวของนินจา แล้วทำไมพ่อเมธไม่มาอยู่กับเราละครับ นินจาเห็นเพื่อนเขามีพ่อแม่มารับพร้อมหน้าพร้อมตา แล้วทำไมพ่อเมธกับมะม๊าไม่เคยไปรับนินจาพร้อมกันเลย" คำพูดไร้เดียงตากับแว่วตาที่วิงวอนจ้องเอาคำตอบ ทำเอาคนฟังถึงกับจุกอก เขาไม่ได้เตรียมการไว้ก่อนเลย ไม่นึกเลยด้วยซ้ำว่าวันนี้จะมาถึง วันที่คนลูกถามหาพ่อบังเกิดเกล้าของตนเอง เขาไม่รู้จะตอบคำพูดและอธิบายให้ลูกฟังอย่างไงดี ถึงแม้ว่าราเมธจะคอยรับคอยส่งเขาและลูกมาเยี่ยมบ้างบางครั้ง มันก็ไม่ได้ทำให้นินจารู้สึกสนิทสนมด้วยเลย

"พ่อเมธคือพ่อทูนหัวของเราไงครับ" เลือกที่จะตอบเหมือนคนไร้ความรับผิดชอบ จะให้บอกตามตรงว่ากำพร้าพ่อคงจะใจร้ายกับลูกเกินไป

"นินจาแค่อยากรู้ว่าพ่อที่แท้จริง กับพ่อทูนหัวมันต่างกันใช่ไหนครับ "

".........."

"ใช่ไหมครับมะม๊า" บางครั้งความเงียบก็ไม่ได้ช่วยให้คำตอบทุกอย่างจริงๆสินะ

"ครับ" เพียงคำเดียวที่ไม่มีคำธิบายยาวๆ พุดซ้อนจึงหยุดบทสนทนาแล้วพาลูกชายเข้านอนด้วยใจห่อเหี่ยว

"ฝันดีนะครับ" มือบางลูบผมนิ่มของลูกชายก่อนจะก้มลงไปหอมหน้าผากมนเบาๆ ปิดไฟตรงโคมไฟให้ดับลงเหลือเพียงความมืด

ดวงดาวที่ส่องแสงอวดกันบนทัองฟ้าที่เขาชอบออกมามองพร้อมใครอีกคน ถ้าหากเรือนคนใช้เล็กๆตรงนั้นมันสูงพอเขาคงไม่ต้องเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าคมของอีกคนแค่นี้ก็บ่งบอกถึงความต่ำศักดิ์ของตนแล้ว

"คุณขุนพล....ฮึกก.... ผมควรจะตอบลูกยังไงดี"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น