Bizxual

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -บทที่4- >>> 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2562 00:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
-บทที่4- >>> 100%
แบบอักษร

รุ่งเช้าอินทัชรีบอาบน้ำแต่งตัวกะว่าจะเข้าไปดูสิงหาก่อนย่ำรุ่ง เพราะเขาไม่อยากให้ใครมาพบสิงหาในสภาพนั้น กลัวว่าจะโดนเอาไปนินทาได้แต่ก็ช้าเกินไป เมื่อเสียงรถรถของพัฒนะเข้ามาตามด้วยเสียงรถคุ้นตาของภูผาบุตรชายของหลวงธรรมนพ

“เดี๋ยวก่อนครับคุณอิน” สนิมรีบเข้ามาดักหน้า

“มีอะไรอย่างนั้นเหรอพี่หนิม” อินทัชถามด้วยความร้อนใจ

“คุณเล็กไม่สบายมาก เห็นว่าล้มจนหัวฟาดพื้นตั้งแต่เมื่อคืน”

“แล้วพี่หนิมรู้ได้ยังไงครับ” อินทัชถามกลับ

“ก็คุณเล็กนั่นแหละให้ผมเป็นคนโทรตามคุณพัฒน์ เป็นห่วงเลยต้องขึ้นมาดูซะเองก็เห็นว่านอนซมอยู่บนเตียง หัวแตกซะด้วยสงสัยคงต้องเย็บหลายเข็ม” สนิมพูดเสียงเครือด้วยความเป็นห่วงผู้เป็นนาย อินทัชกำหมัดแน่น เพราะเขาใช่สิงหาเป็นหนักขนาดนี้ก็เพราะเขาแท้ๆ

“คุณพัฒน์ตามคุณชายมาดูอาการพร้อมกัน คุณหมอกำลังมาด้วยครับ” สนิมพูดรายงาน

“แล้วหมอจะมาเมื่อไหร่” อินทัชถามเสียงเรียบเขาร้อนใจอยากให้หมอมาเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำไป แล้วทำไมเขาถึงไม่เรียกหมอมาตั้งแต่เมื่อคืน เขามันช่างโง่เขลาเสียเหลือเกิน ฉลาดทำแต่เรื่องโง่ๆ เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำ

“ผมจะขึ้นไปดูคุณเล็กซะหน่อย” อินทัชหันไปบอกกับสนิมและเดินขึ้นไปยังชั้นสอง

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น

“เข้ามา” ไม่ใช่เสียงของเจ้าของห้องที่เป็นคนเอ่ยอนุญาต

อินทัชเปิดประตูเข้ามาสิ่งที่เขาเห็นเป็นภาพแรกคือ สิงหาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่มีนามว่า ภูผา

“กราบคุณชายครับ” อินทัชยกมือขึ้นไหว้และกล่าวทักทายอย่างสุภาพ

“ทำไมมาช้านักอิน ไม่รู้เลยหรืออย่างไรว่าน้องเล็กไม่สบาย” เสียงของคุณชายดุตรงๆ

“ผมต้องกราบขอโทษคุณชายด้วยนะครับที่ดูแลคุณเล็กไม่ดีพอ” อินทัชพูดขึ้นและนั่งคุกเข่าลงกับพื้น

“พอเถอะ ลองโทรตามหมอสิว่าถึงไหนแล้วคนไข้ได้ป่วยตายกันพอดีนี่ก็ไปไปร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มาอีก ให้ไปโรงพยาบาลรึก็ไม่ ดื้อซะจริง” ภูผาบ่นเสียงเหนื่อยหน่าย

“ครับ” อินทุชลุกขึ้นจากพื้นแต่ยังไม่ทันได้เดินถึงโทรศัพท์ก็ถูกขัดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งของคนป่วย

“พัฒน์ไปตามหมอ ส่วนนายออกไปจากห้องของฉัน” สิงหาเอ่ยไล่ทำเอาภูผาและพัฒนะถึงกับมองหน้ากันงงๆ

“เล็กทำไมพูดไล่อินเขาอย่างนั้นล่ะ” ภูผาดุเสียงไม่พอใจ

“เล็กอยากจะไล่ก็เพราะว่าเล็กอยากไล่เล็กไม่มีเหตุผลครับพี่ชาย” สิงหาตอบอย่างไร้เหตุผล

“นี่เราสองคนยังไม่ปรับความเข้าใจกันอีกหรืออย่างไรห๊ะ!!!” ภูผาเสียงดังกว่าเดิมเป็นเท่าตัวทำเอาสิงหาสะดุ้งน้อยๆ

“เล็กไม่มีอะไรจะปรับความเข้าใจกับกาฝากอย่างเขานี่ครับ”

“หุบปากน้องเล็ก ไร้มารยาทอย่างนี้ได้เสียที่ไหน ถ้าเราเป็นเด็กเล็กๆพี่จะลงหวายเราซะให้เข็ด ตัวเราสูงศักดิ์มาจากไหนกันถึงได้ว่าคนอื่นเขาเป็นกาฝาก” ภูผาถามกลับเขานึกโมโหคนเอาแต่ใจในอกจนหน้าดำหน้าแดงเพราะด้วยความไม่พอใจที่สิงหากล้าดูถูกคนอื่นได้มากมายถึงเพียงนี้ อินทัชไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แถมยังเป็นบุตรบุญธรรมของน้าสาวแท้ๆของเขาด้วยซ้ำไป แต่ไหนเลยสิงหาถึงได้รังเกียจรังงอนเด็กหนุ่มคนนี้นัก

“เล็ก..”

“ไม่ต้องพูดแล้วนอนพักซะ หมอมาแล้วพี่จะเข้ามาดูเราใหม่ อินตามฉันออกไปข้างนอก” ภูผาลงจากเตียงปล่อยให้สิงหานั่งนิ่งค้างเติ่งอยู่บนเตียงโดยมีพัฒน์คอยยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ

“พัฒน์ออกไปพร้อมกัน” คุณชายหันมาสั่งพัฒนะเสียงเฉียบขาดสายตาดุราวกับว่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพัฒนะเสียอย่างนั้น

“ครับคุณชาย” พัฒนะรีบเดินตามออกไปตามคำสั่ง สิงหาฟึดฟัดอยู่บนเตียง

“ทะเลาะกันเหรอ” ภูผาถามอินทัชเมื่อทั้งสามคนนั่งลงที่โต๊ะน้ำชา

“เปล่าครับ” อินทัชตอบไปตามตรง

“แล้วทำไมเล็ก..” ภูผาเหมือนจะถามอะไรต่อแต่กลับไม่ถาม

“แล้วงานเป็นอย่างไรบ้าง ได้ข่าวว่าเข้าไปช่วยงานที่บริษัทมาใช่ไหม” เขาเปลี่ยนไปถามเรื่องงานแทน

“ใช่ครับ ทุกอย่างราบรื่นดีครับ ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ” อินทัชตอบ

“จะห่วงแต่กับน้องเล็กรอบตัวมีแต่คู่แข่งหัวหมอทั้งนั้น ส่วนคุณพัฒน์เองก็ขี้เกรงใจซะจนน่ากลัว บางครั้งจะพากันตัดสินใจอะไรพลาดเอาได้ ฉันไม่ไว้ใจเลยอยากให้อินช่วยเป็นหูเป็นตาแทน” ภูผาฝากความหวังไว้กับอินทัช

“คุณชายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ ผมจะไม่มีวันทิ้งคุณเล็กอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าเธอจะ..ไม่ค่อยชอบหน้าผมก็ตาม” อินทัชแสร้งยิ้มให้คุณชาย มือหนาของเขาบีบลงที่ไหล่แกร่งของอินทัช

“น้าสาวของเราเลือกบุตรชายไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใดเลยจริงๆ อินไม่ใช่กาฝาก อิน คือคนของตระกูล วรากรณ์ภักดี อย่างสมบูรณ์ คำพูดของเล็กอย่าได้ถือสา” ภูผาพูดกับอินทัชอย่างเปิดเผย

“ครับคุณชาย”

อินทัชและภูผานั่งพูดคุยส่วนพัฒนะตามมาสมทบหลังจากที่หายไปโทรตามหมอให้มาดูอาการของสิงหา หลังจากนั้นไม่เกินสิบห้านาทีเสียงรถยนต์ของหมอก็ขับเข้ามาภายในบ้านของสิงหา

หมอเข้ามาดูอาการของสิงหาและทำแผลที่ศีรษะให้เขาและกำชับเรื่องการดูแลตัวเองไว้อย่างละเอียดโดยไม่ได้แจ้งเรื่องราวให้คนอื่นรับรู้เพราะสิงหาขอร้องหมอไว้ไม่ให้บอกอาการอย่างอื่นของตนเองนอกเหนือจากอาการเป็นไข้เล็กๆน้อยๆเท่านั้น

“ทางที่ดีคุณควรพักเรื่องอย่างว่าไว้ก่อนนะครับ” คุณหมอไม่วายกำชับน้ำเสียงหนักแน่น

“ครับ”

“ผมจัดยาแก้ไข้และยาฆ่าเชื้อไว้ให้ส่วนยาทาผมแยกไว้ให้แล้วนะครับ” คุณหมอสั่งเสียงเรียบและเก็บกระเป๋าแพทย์ไปพราง

“ขอบคุณคุณหมอมากนะครับ” สิงหายกมือไหว้ขอบคุณคุณหมออย่างสุภาพ

“หายไวๆนะครับ ผมขอตัว” คุณหมอออกจากห้องและพูดคุยกับภูผาเพราะความคุ้นเคยพวกเขาดูสนิทสนมกันเป็นพิเศษ สิงหาเลยกล้าขอหมอให้เก็บเรื่องของเขาไว้เป็นความลับ

“พี่จะกลับก่อน ยังไงตอนค่ำพี่จะกลับมาเยี่ยมเราอีกครั้ง ป่านนี้น้องหญิงคงเป็นห่วงเราจนนั่งไม่ติดแล้วล่ะ” ภูผาพูดขึ้น

“ขอบคุณพี่ชายมากนะครับ เพราะเล็กไม่ดูแลตัวเองเลยทำให้พี่ชายลำบากไปด้วย” สิงหาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

“จะโทษตัวเองไปทำไมกันล่ะ คนเราจะไม่สบายเลือกเวลาได้ที่ไหนกัน พักผ่อนเสียเถอะพี่จะกลับก่อน” ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะสิงหาแผ่วเบาอย่างอดห่วงไม่ได้

“ครับ เล็กกราบลาครับ” สิงหายกมือขึ้นไหว้และกล่าวลา

เมื่อทั้งสองคนเอ่ยร่ำลากันจนเสร็จสิ้น อินทัชยืนรออยู่หน้าประตู เขาเดินไปส่งคุณชายและพัฒนะที่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่

“ส่งตรงนี้ก็พอแล้วล่ะ ขึ้นไปดูเล็กเถอะยังไงฉันจะโทรมาถามอาการเป็นระยะช่วงนี้ก็ให้พักผ่อนอยู่กับบ้านไปก่อน” ภูผาสั่งเสียงเรียบ

“ครับ กราบลาคุณชายครับ”

“ฝากด้วยนะครับคุณอิน” พัฒนะพูดขึ้น

“ครับ” คุณชายและพัฒนะออกจากบ้านหลังใหญ่พร้อมกัน

อินทัชเดินขึ้นไปยังชั้นสองเขาได้ยินเสียงพูดคุยของสนิมและสิงหาดังออกมานอกห้อง

ก๊อกๆๆ อินทัชเคาะประตูห้อง

“เข้ามา” เสียงเจ้าของห้องเอ่ยอนุญาต เมื่อคนด้านนอกเปิดเข้ามาสีหน้าของเจ้าของห้องจากยิ้มแย้มกลับตีสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าโลกทั้งโลกมันกำลังจะแตก

“มีอะไร” สิงหาถามเสียงห้วนสนิมหันไปมองเจ้านายทั้งสองสลับไปมา

“คุณเล็กอยากทานอะไรหรือเปล่าครับผมจะหามาให้” อินทัชถามด้วยน้ำเสียงปรกติ

“ไม่” สิงหาตอบเพียงสั้นๆ

“เจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่าครับ” อินทัชยังคงถามด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ยังเก็บน้ำเสียงได้อย่างดี

“ไม่ใช่เรื่องของนายที่ต้องมาเป็นห่วงฉัน ไปทำงานของนายเถอะ ฉันจะพักผ่อน”

“พี่หนิมผมขอคุยกับคุณเล็กสักหน่อยได้ไหมครับ” อินทัชหันไปพูดกับสนิม

“ได้ครับ ผมจะลงไปเอาอาหารมาให้นะครับคุณเล็ก” สนิมเหมือนจะรู้ตัวเขารีบหาข้ออ้างทันที

“ฉันสั่งรึยังไง” สิงหาเห้วใส่สนิมเสียงหลง

“นายต่างหากที่ต้องออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก”

“คุณอยากให้คนอื่นรู้เหรอครับว่าเมื่อคืนคุณเจอเรื่องเลวร้ายอะไรมาบ้าง” อินทัชพูดเสียงลอดไรฟันแทบจะเป็นเสียงกระซิบ

“มันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการที่พี่สาวของฉันเอาคนเลี้ยงไม่เชื่องอย่างนายเข้ามาเลี้ยงดูในบ้านแบบนี้หรอก!!!” สิงหาตะคอกใส่เสียงหลงเขาไม่สนว่าใครจะได้ยิน

“คุณเล็กทำไมพูดแบบนั้นเล่าครับ!!!” สนิมตกตะลึงกับคำพูดถากถางของผู้เป็นเจ้าบ้าน

“ช่างเถอะครับพี่หนิม” อินทัชหันไปพูดกับสนิมด้วยท่าทีสงบนิ่ง สายตาของเขาหันมาสอดประสานกับสิงหาอีกครั้ง

“ไล่แค่ไหนก็ไม่ไป แล้วจะให้ฉันคิดว่ายังไงล่ะ หรือว่านายคาดหวังอะไรอย่างนั้นเหรอ มรดกของพี่สาวฉันเหรอ ฮะๆๆๆ อย่าแม้แต่จะคิด เพราะแม้สักเศษเสี้ยวฉันก็จะไม่ให้กระเด็นไปถึงนายสักแดงเดียว ส่วนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายที่ฉันส่งเสียนายฉันจะให้ทนายของฉันเป็นคนจัดการ” สิงหากระแทกเสียงใส่อินทัชจนขนลุกขนพองเขาเหมือนแมวที่กำลังขู่ศัตรูยังไงยังงั้นเลยล่ะ

“คุณเล็ก..”

“แกมีปัญหาอะไรสนิมหรือว่าอยากให้ฉันเฉดหัวแกออกจากบ้านหลังนี้ด้วยเหมือนกัน” สิงหาตวัดสายตาไปจ้องเขม็งใส่คนสนิท

“เปล่าครับ” สนิมค่อยๆก้มศีรษะลงต่ำช้าๆ

“ฉันบอกให้ออกไป ไปสิ!!!” สิงหาหันมาตวาดลั่น สองมือกำผ้าปูไว้แน่น เขาไม่เคยโหวกแหวกโวยวายถึงขั้นเสียสติแบบนี้มาก่อน แต่กับเด็กคนนี้เขากลับขาดสติ อินทัชจำต้องเดินออกจากห้องนั้นทั้งๆที่ใจไม่อยากออกแม้แต่น้อยเพราะเป็นห่วงคนบนเตียงมากเท่านั้น คำด่าทอเมื่อสักครู่เขาไม่เคยเก็บเอามาใส่ใจ แถมยังน้อยไปเสียอีกที่ถูกต่อว่าเพียงแค่นั้น

“อ่าวคุณอิน มายืนทำอะไรตรงนี้ค่ะ คุณเล็กเธอเป็นอย่างไรบ้างคะ” เสียงของหญิงสูงวัยถามขึ้น

“ครับป้าอุ่น พอดีผมเพิ่งจะออกมา คุณเล็กเป็นไข้แล้วก็..หัวแตกครับ นั่นกำลังจะเอาอาหารไปให้คุณเล็กใช่ไหมครับ” อินทัชเปลี่ยนเรื่องที่น่าลำบากใจที่จะบอกกล่าวกับแม่นมของคนด้านใน

“ใช่ค่ะ ข้าวต้มกุ้ง ป้าว่าจะเอามาให้คุณเล็กเธอทานรองท้องซะหน่อย” ป้าอุ่นตอบน้ำเสียงใจดีและอบอุ่น

“รีบเข้าไปเถอะครับ คุณเล็กเธอคงหิวแล้ว” อินทัชรีบหลบเพื่อหลีกทางให้แม่นมและสาวใช้

“ก็บอกว่าให้ออกไปไง!!! ปะ ป้าอุ่น” สิงหารีบเก็บเสียงและครางเรียกชื่อของผู้ที่เข้ามาใหม่

“ไล่คุณอินเธอออกไปรึคะ คุณเล็กนะคุณเล็ก ทำไมไม่ใจดีกับเธอบ้างละคะ” แม่นมทำบ่นด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ

“เล็กก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรนี่ แต่เด็กนั่นทำตัวไม่รักดีเองก็ไม่จำเป็นต้องไปทำดีด้วย” เสียงกระเง้ากระงอด

“คุณอินเธอเป็นเด็กดี สุภาพ ขยันขันแข็ง ป้าไม่เห็นว่าเธอจะเป็นคนแบบนั้นเลย” ป้าอุ่นพยายามอธิบายเผื่อเจ้านายของเธอจะอารมณ์เย็นขึ้นมาบ้าง

“ก็เพราะว่าป้าอุ่นไม่เห็นนะสิ” สิงหาพึมพำ หญิงสูงวัยจัดเตรียมข้าวต้มร้อนๆ น้ำ และยาเอาไว้ให้พร้อม

“เอาเถอะค่ะ เอาไว้ให้หายป่วยค่อยคุยกันดีๆ ตอนนี้ทานข้าวต้มที่ป้าทำก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวจะเย็นแล้วไม่อร่อยนะคะ” ป้าอุ่นพูดด้วยน้ำเสียงใจดี เธอนั่งมองเจ้านายของเธอนั่งทานข้าวต้มที่เธอทำให้ ทานไปได้เพียงเล็กน้อยก็วางช้อนซะแล้ว

“ไม่ทานอีกสักหน่อยเหรอคะ เดี๋ยวโรคกระเพาะจะแทรกอีกนะคะคุณเล็ก” ป้าอุ่นพูดโน้มน้าว

“เล็กอิ่มแล้ว อยากพักสักหน่อย ขอบคุณป้านะครับ” สิงหาพูดจบเขานอนลงและหลับไปในทันที ป้าอุ่นและสาวใช้ในบ้านต่างพากันเดินออกจากห้องไป สิงหาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ เสียงรถเครื่องคันใหญ่ขับออกไปจากบ้านนานแล้วเมื่อหลายนาทีก่อน

เขาไม่ได้อยากใจร้ายขนาดนี้ แต่เหตุการณ์มันบังคับให้เขาต้องร้ายใส่เด็กนั่น ช่างเถอะใครจะว่าเขาใจจืดใจดำก็ช่างเขาไม่สน เขาไม่มีวันให้อภัยเด็กนั่นเป็นอันขาด เขาสัญญา..

หลายวันผ่านไป สิงหานอนซมอยู่ในห้องนอนไม่ยอมออกไปไหน ฟรืด!!! เสียงรูดม่านภายในห้องนอนของสิงหาดังขึ้น เจ้าของห้องขยับตัวใต้ผ้าห่มผืนหนา เครื่องปรับอากาศภายในห้องกำลังทำงาน ความเย็นจัดทำเอาคนเข้ามาใหม่ถึงกับขมวดคิ้ว เสียงรีโมทคอนโทรลกดปรับระดับแอร์ให้สูงขึ้น ม่านของเตียงสี่เสาถูกม้วนเก็บอย่างเรียบร้อย พัตนะยืนอยู่ข้างเตียง

“ตื่นเถอะครับ วันนี้ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาล” เสียงคุ้นหูของพัฒนะปลุกคนขี้เซา

“...” ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนในผ้าห่ม

“รีบลุกขึ้นมาเถอะครับ” พัฒนะเริ่มเร่งเร้าคนบนเตียง

“อื้อ ตื่นแล้วๆ” สิงหาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอู้อี้

“ผมไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องไปโรงพยาบาล”

“แล้วทำไมยังนอนซมอยู่แบบนี้ล่ะครับ” พัฒนะถามกลับ

“เหนื่อยๆก็แค่อยากนอนพัก” สิงหาตอบใบหน้าของเขาโผล่ออกมาจากผ้าห่ม

“ไปทำงานบ้างเถอะครับเอกสารสูงกองเป็นภูเขารอท่านประธานไปเซ็นอยู่นะครับ” พัฒนะบ่นกระปอดกระแปด

“อ่อ แล้วนี่ครับเอกสารสำคัญ” พัฒนะยื่นซองสีขาวส่งให้คนบนเตียง

“อะไร” สิงหาขมวดคิ้วและถามขึ้น

“คุณอินฝากมาครับ” พัฒนะตอบสั้นๆ สิงหารับมาถือไว้และโยนไปไว้ข้างเตียงโดยไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย

“อ่าว ไม่เปิดอ่านสักหน่อยเหรอครับ” พัฒนะเลิกคิ้วสูง

“คงไม่มีอะไรสำคัญนักหรอก” สิงหาตอบกลับ

“ซองขาวแบบนี้หรือว่าจะเป็นจดหมายลาออกกันครับ” พัฒนะยังไม่วายแกล้งแหย่คนบนเตียง

“ลาออก เขาคงไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก” สิงหาตอบกลับไปแบบผ่านๆ ดีเขาจะได้ไม่ต้องหาวิธีจัดการด้วยตัวเอง สิงหาลุกเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พัฒนะส่ายศีรษะไปมา

เมื่อสิงหาจัดการธุระส่วนตัวของตนเองเสร็จเรียบร้อย เขาเห็นพัฒนะเดินออกจากห้องนอนเขาไป หลายวันมานี้เขายังไม่เห็นอินทัชเลย

“กาแฟไหมครับ” พัฒนะถามทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนเองเดิน

“อืม” สิงหาตอบในลำคอ เสียงสตาร์ทรถดังขึ้น พัฒนะลอยมองไปที่เจ้านายของเขาโดยไม่พูดอะไร

“ป้าอุ่น”

“คุณหนูต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ” หญิงสูงวัยสอบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“เล็กรบกวนป้าอุ่นบอกสนิมให้ตามช่างมารื้อบ้านหลังเล็กท้ายสวนทิ้งซะ” สิงหาสั่งด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ

“แต่ว่าคุณอิน..” ป้าอุ่นกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่พัฒนะกลับพูดแทรก

“ทำแบบนั้นทำไมครับ”

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในครอบครัว ผมไม่จำเป็นต้องบอกหรอกใช่ไหมครับ” สิงหายกกาแฟขึ้นจิบ ใช่นิสัยของสิงหาไม่แคร์ ไม่สนใจใครอยู่แล้ว

“โอเคๆ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน ยังไงเราไปเจอกันที่ออฟฟิศแล้วกันครับท่านประธาน” พัฒนะชินกับคำพูดของเจ้านายคนนี้ของเขาซะแล้วล่ะ หากเขาเป็นคนจำพวกเอามาคิดเล็กคิดน้อยมีหวังเขาคงอยู่กับสิงหาไม่ได้จนถึงทุกวันนี้

เทื่อพัฒนะออกไปสิงหาก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์และจิบกาแฟไปเรื่อย เขาออกไปหลังพัฒนะราวครึ่งชั่วโมง

“ว่ายังไงนะป้าอุ่น คุณเล็กเธอล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย” สนิมถามด้วยความไม่เข้าใจ

“แล้วคุณอินจะไปอยู่ไหนละป้าอุ่น” สนิมถามต่อ

“ฉันก็ไม่รู้ เห้อ!!!” เสียงถอนหายใจของหญิงสูงวัยถูกทอดถอนออกมาด้วยความลำบากใจ

“น่าเวทนาอะไรอย่างนี้นะคุณอิน” ป้าอุ่นพึมพำ เธออยู่กับครอบครัวนี้มาตั้งแต่พ่อของสิงหายังมีชีวิตอยู่ เธอพอจะมองออกว่าสิงหาไม่ชอบอินทัชแต่ไม่คิดว่าคุณหนูของเธอจะใข้วิธีนี้เพื่อบีบให้เด็กหนุ่มนั้นต้องระเห็จออกจากบ้านหลังนี้

ตกเย็นยังไม่มีการเริ่มการรื้อถอนบ้านหลังเล็กแต่อย่างใด สนิมเอาแต่ชะเง้อคอคอยว่าอินทัชจะกลับมาเมื่อไหร่ วันนี้ก่อนสิงหาจะออกจากบ้านเขาย้ำกับป้าอุ่นว่าจะไม่กลับบ้านจะไปนอนกับน้องหญิง สนิมเลยกล้าขัดคำสั่งและมานั่งรอเจ้านายอีกคนของเขา

เมื่อเสียงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ขับเข้ามา สนิมรีบวิ่งไปยืนรอท่าด้วยความร้อนใจ อินทัชถอดหมวกกันน็อคออกจากศีรษะ

“มีอะไรรึเปล่าพี่หนิม” อินทัชถามทันที

“ทะเลาะอะไรกับคุณเล็กรึครับคุณอิน” สนิมไม่รอช้าเขาถามผู้เป็นนายคนทีของบ้านทันที อินทัชชะงักไปนิดแต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีพิรุธอะไรให้เห็น

“เปล่านี่ครับ” อินทัชคอบกลับเสียงเรียบ เขาเดินนำสนิมไปที่บ้านหลังเล็ก สนิมรีบซอยเท้าเดินตามไปติดๆ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณเล็กจะสั่งผมรื้อบ้านท้ายสวนทำไมละครับ” สนิมพูด อินทัชหยุดเดินและหันกลับมาหาสนิม

“คุณเล็กสั่งแบบนั้นเหรอครับ” อินทัชถามย้ำ

“ใช่ครับคุณเล็กฝากป้าอุ่นมาบอกผมให้หาช่างมารื้อบ้านท้ายสวน” สนิมแสดงสีหน้าลำบากใจ อินทัชถอนหายใจออกมายาวเหยียด สิงหาคงมีเหตุผลของตัวเองที่สั่งทำแบบนี้ และอินทัชนั้นรู้ดีเล่นกัน

“ผมขอเวลาเก็บของสักหน่อย แล้วพรุ่งนี้พี่หนิมก็พาช่างมาได้เลย” อินทัชตอบกลับ น้ำเสียงและสีหน้าราบเรียบราวกับว่าไม่รู้สึกตกใจอะไรเลยแม้แต่น้อย

“แต่ว่าคุณอิน..”

“ไม่เป็นไรครับพี่หนิม ผมไม่เป็นไรเรื่องแค่นี้สบายมากครับ” อินทัชหมุนตัวกลับและเดินไปยังบ้านหลังเล็กที่อยู่ท้ายสวนโดยมีสายตาของสนิมคนงานในบ้านมองตามหลังจนลับตา

“คุณเล็กนะคุณเล็ก ทำไมช่างใจจืดใจดำได้ขนาดนี้” สนิมพึมพำ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น