เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 หนู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2561 01:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 หนู
แบบอักษร

ตอนที่ 11

หนู

ผ่านไปหลายอาทิตย์สำหรับการย้ายเข้ามาอยู่หอใหม่ ผมเริ่มชินกับหอที่นี่และคนที่นี่ ในตอนเช้าก็ได้กินมื้อเช้าไม่เคยขาด ในตอนเย็นก็มีใครบางคนรออยู่เหมือนได้กลับบ้าน วันนี้ผมเดินกลับเข้ามาในหอหลังจากเลิกเรียนแล้วผมทิ้งตัวลงโซฟาอย่างเพลียๆ หมดพลังไปกับการสอบเก็บคะแนน แถมอากาศข้างนอกก็ครึ้มฟ้าครึ้มฝนพาให้ร่างกายเหี่ยวแห้งไปหมด

"วาบ!"

ผมสะดุ้งโหยงเมื่อถูกของเย็นนาบเข้าที่แก้ม หันไปมองจึงเห็นว่าเป็นเท็นเอากระป๋องโค้กเย็นๆ มาแตะหน้าผม 

"เอาป่ะ"

ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

"กินเป็นเพื่อนหน่อยดิ วันนี้เครียดอยากหาเพื่อนดื่ม" เขาว่าแล้วเปิดกระป๋องโค้กส่งให้

"ดื่มโค้กเนี่ยนะ"

"อือ ไม่ใช่พวกขี้เมา ไม่อยากให้บั้นปลายชีวิตไปจบกับคำว่ามะเร็งตับ"

ผมพยักหน้าขำๆ ขณะที่คนบางคนที่ถูกพาดพิงก็เดินเข้ามาพอดี

"ไอ้ห่า เมื่อไรช่างซ่อมประตูมันจะมาซ่อมให้วะ" ที่ผู้ป่วยมะเร็งตับเดินเข้ามาพร้อมเสียงบ่นพึมพำ ก่อนหันมายิ้มให้ผมแล้วก้าวเท้ามานั่งข้างๆ       

"เฮีย หิ้วอะไรมาอะ" เท็นเอ่ยถามหลังจากมองไปเห็นลังกระดาษที่เขาถือมาด้วย  

"มึงต้องคิดไม่ถึงแน่ๆ ว่าในนี้คืออะไร" เขาพูดให้เราตื่นเต้นก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ แล้วค่อยๆ หยิบของในนั้นออกมา ผมขมวดคิ้วมองกรงเล็กๆ สีชมพูข้างในบรรจุหนูแฮมสเตอร์สีขาวที่ลักษณะเป็นก้อนๆ

"หนู?"

"ใช่ รู้ได้ไงว่ามันชื่อหนู"

"ฮะ?"

ผมกับเท็นประสานเสียงกันงง เจ้าของสัตว์เลี้ยงก็เลยพรีเซนท์มันให้พวกเรารู้จัก

"ลูกกูเอง ชื่อหนู น่ารักป่ะ"

"เฮียซื้อหนูมาเลี้ยงเนี่ยนะ"

"เออ"

"เฮียเนี่ยนะเลี้ยงหนู"

"ทำไมเล่า! ก็กูชอบหนู" ปากพูดกับเท็น แต่ตาหันมามองผม ผมจึงยิ้มแห้งๆ กลับไปให้ กูสะดุดตั้งแต่หนูชื่อหนูแล้วเฮีย  

"รู้จักเฮียมาสามสี่ปี ไม่รู้มาก่อนว่ารักสัตว์กับเขาด้วย"

"กูก็ไม่ได้รักทุกตัวเหมือนมึงละกัน มึงเก็บไอรอนแมนมึงดีๆ เลยนะ อย่าให้มาเกะกะกับลูกหนูของกู"

"ไอรอนแมนของผมมันไม่ใช่เด็กเกเรหรอก วันๆ มันเอาแต่นอนเนี่ย แมวขี้เกียจ" เท็นว่าแล้วใช้เท้าสะกิดแมวที่นอนอยู่ข้างๆ โซฟา ไอรอนแมนลุกขึ้น แล้วย้ายตัวเองไปนอนอีกฝั่ง ใบหน้าฟ้องว่ารำคาญพวกมนุษย์   

"ตึ้ด..." พวกเราหันไปมองเสียงคีย์การ์ดจากประตูที่ถูกเปิดออก พอพบว่าเป็นไคโรที่เดินเข้ามา พี่ซีก็คว้ากรงหนูแล้วเดินเข้าห้องทันที ไคโรเองก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากเดินขึ้นบันไดไปเงียบๆ

"ตึงเครียดสุด โกรธกันเป็นผัวเมียทะเลาะกันเลย ผู้ชายเขาไม่ควรงอนกันแรงขนาดนี้ป่ะวะ"

ผมได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ผมก็ไม่ได้อยากให้พี่ซีกับไคโรทะเลาะกัน แต่ก็ไม่รู้จะช่วยให้ดีกันยังไงเหมือนกัน

"ปวดประสาท ไปดีกว่า" เท็นว่าแล้วหยิบแมวแล้วแบกขึ้นบันไดไป ส่วนผมยังคงนั่งเล่นคนเดียวอยู่ที่โซฟา ดูรายการในทีวีไปเพลินๆ

"น่าน"

"ขวับ!"

"แชะ!"

ผมหันขวับหลังจากถูกเรียกชื่อ หันไปเจอพี่ซีกำลังยกมือถ่ายรูปผม อีกมือถือไอ้หนูตัวเล็กๆ นั่นชูขึ้นมาตรงหน้าผม

"ว้าย เหมือนกันเป๊ะเลย"  

"เฮ้ยพี่"

"มองมุมนี้ยิ่งเหมือน"

"ลบเลย!"

"ไม่ลบเว้ย"

"ลบ!" ผมตั้งใจจะคว้ามือถือเขา แต่อีกฝ่ายก็เอาหลบอย่างไว แค่เขายกมือถือขึ้นสูงผมก็ไม่มีปัญญาตะกายขึ้นไปแย่ง จึงทำได้แค่มองแรงด้วยตาขวางๆ แล้วย้ำความต้องการของตัวเองอีกทีด้วยเสียงงอแง

"ลบเลย"

"ลบทำไม น่ารักออก"

"ไม่เอา หน้าเหวออะ เดี๋ยวพี่เอาไปประจานในเฟสบุ๊ก"

"เฟสบุ๊กอะไร ไม่มี"

ผมหันมองคนข้างๆ ด้วยใบหน้าเฉยๆ กับน้ำเสียงเรียบๆ ผมไม่ได้คิดว่าเขาโกหกแต่ก็แอบแปลกใจว่าทำไมเขาไม่มีมัน

"พี่ไม่มีเหรอ"

"ไม่มีอะ"

"เฮ้ย ติสท์สัดๆ"

"ติสท์ห่าอะไรล่ะ ก็ใช้ไม่เป็น"

ผมเลื่อนสายตามองสมาร์ทโฟนในมือเขา มันก็เป็นรุ่นใหม่ที่ใช้งานแอพลิเคชั่นนั้นได้แน่นอน แต่ดูเขาจะไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เพราะวันๆ ก็เมาหัวทิ่ม คงไม่มีเวลามานั่งเช็กโซเชี่ยลหรอก

"สอนหน่อยดิ"

"ฮะ?"

"เฟสบุ๊กอะไรนั่นไง สอนหน่อย"

เพราะผมจุดชนวนนั้นขึ้นมา เลยเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นคนสอนเขาใช้งานเฟสบุ๊ก ทีแรกก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องยากเพราะเขาก็น่าจะเรียนรู้มันได้ง่ายอยู่แล้ว แต่ผิดถนัด พี่ซีเหมือนเพิ่งออกมาจากถ้ำเลย พูดอะไรไปก็ตีมึนใส่ตลอด 

"ถ้าพี่จะเปลี่ยนรูป พี่ก็ไปที่โปรไฟล์ของพี่"

"ไหนวะ"

"นี่ไง! อ่านภาษาไทยออกไหมเนี่ย"

"ใจเย็น"

ผมก็เกือบจะหงุดหงิดแล้ว แต่ก็ยอมใจเย็นเพราะคำพูดของเขา คนข้างๆ ยังคงค่อยๆ จิ้มตรงนั้น ตรงนี้อย่างอย่างรู้ ก่อนขยับไปถ่ายรูปหนูในกรงแล้วเอามันขึ้นเป็นรูปโปรไฟล์

"แล้วทำไงถึงจะเห็นของน่านได้อะ"

"พี่ต้องเป็นเพื่อนกับผมก่อน"

"เป็นเพื่อน?"

"อือ"

"จะเป็นเพื่อนได้ไงอะ คิดมากกว่านั้นอยู่แล้ว"

"หมายถึงเป็นเพื่อนในเฟสบุ๊กโว้ย!"

"อ๋อเหรอ โทษๆ"

เขาทำเป็นยิ้มกว้าง แต่ผมแทบจะหยิบมือถือเขาปาทิ้ง ไม่น่าเริ่มประเด็นเรื่องเฟสบุ๊กขึ้นมาเลย ปล่อยให้มันเป็นมนุษย์หินไปก็ดี

"แอดหน่อยเร็ว"

ผมหยิบมือถือเขามาแอดเฟสบุ๊กหาตัวเอง ก่อนจะส่งคืนให้ แล้วหยิบมือถือตัวเองขึ้นมากดรับ ผมหลอกเขาว่าต้องใช้ชื่อนามสกุลจริงในการสมัครไม่อย่างนั้นโดนตำรวจจับ มันก็เชื่อเป็นตุเป็นตะ เลยจำเป็นต้องใช้ชื่อนามสกุลจริงที่ทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็น

ซันนี่ ซี นิติวุฒิพงศ์ ได้ส่งคำขอเป็นเพื่อนถึงคุณ

ซีเป็นแค่ชื่อกลางที่ย่อมาจากชื่อแม่ของเขา ส่วนชื่อจริงๆ คือซันนี่ เขาบอกว่าไม่อนุญาตให้ใครเรียกชื่อนั่นนอกจากบุพการี แต่ผมก็รู้มันไม่มีใครเรียกเขาแบบนั้นหรอก ชื่อน่ารักสวนทางบุคลิกที่เป็นจนผมยังแอบขำ  

ผมจิ้มนิ้วกดรับเพื่อนจากเขาอย่างไม่เต็มใจเท่าไร ก่อนพี่ซีจะหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อมันขึ้นว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกันแล้ว

"ถ้าพี่อยากจะเป็นเพื่อนกับใครก็แอดไป"

"ไม่เอาอะ หนูคนเดียวก็พอแล้ว"

"ถ้าจะเล่นเฟสบุ๊กแล้วมีเพื่อนคนเดียว พี่เดินไปเรียกผมมาคุยที่ชั้นสามก็ได้ไหม"

เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะกำลังตั้งอกตั้งใจกับมือถือในมือมากกว่า จริงจังอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งก่อนผมจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนมาจากมือถือตัวเอง

ซันนี่ ได้แท็กภาพที่มีคุณ

ผมมองรูปผมที่คู่กับหนู ด้วยใบหน้าที่เหวอแดก แถมแคปชั่นเหนือภาพนั่นก็โคตรจะกวนประสาท

หนูสองตัวอยู่หอเดียวกันก็ได้

ไอ้เฮีย! ใครสอนมึงแท็กรูป!

...

เพราะผมชินกับการอยู่หอนี้แล้ว แล้วก็ชินกับพี่ซีแล้ว จึงเป็นเรื่องปกติที่วันไหนผมกลับดึกก็จะต้องเห็นเจ้าของหอที่ทุ่มเทกับการดูแลหอขนาดที่ทำตัวเป็นหมานั่งเฝ้าหน้าหออยู่ตรงนั้น ผมส่ายหัวเบาๆ กับภาพตรงหน้า เป็นก่อนหน้านี้คงรังเกียจแล้วเดินข้ามเข้าหอไปแล้ว แต่เพราะว่ามันเป็นพี่ซีผมจึงต้องนั่งลงไปเรียกเขา

"พี่ซี"

คนถูกเรียกเงยหน้ามองผม ดูรู้ว่าเมาแต่ก็เหมือนจะมีสติดี เขาขยับตัวหลีกทางให้ผม แล้วพยักหน้าเป็นเชิงให้เข้าหอไปก่อน แต่ผมไม่ได้ทำอย่างที่เขาบอกแล้วนั่งลงข้างๆ พี่ซีก็ยังคงเงียบไม่พูดอะไร 

"เป็นไรเนี่ย ทำหน้าเหมือนหมาโดนทิ้งเลย"

"คิดมากอยู่"

"คิดเรื่องอะไร"

"ไอ้ไคโรมันยังไม่มาง้อเลยอะ"

"พี่ก็ง้อมันก่อนดิ"

"ได้ไงวะ กูไม่ผิดซะหน่อย ง้อก่อนไม่เห็นเท่เลย"

"พี่จะเท่หรือจะปล่อยให้น้องมันโกรธไปตลอดล่ะ"

"ไม่รู้แหละ มันผิด มันต้องมาง้อกู" เขาว่าแล้วหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาจุดสูบ ผมเผลอแสดงออกถึงความเอือมระอาในตัวเขาผ่านเสียงถอนหายใจแรงๆ

"พี่ ห่วงตัวเองบ้างเหอะ"

"หนูขี้บ่นวะ ทำอย่างกับไม่เคย"

ผมไม่ได้เถียง ก็ยอมรับว่าเคย ผมก็มีเพื่อนที่กินเหล้าสูบบุหรี่แล้วก็อยากลองบ้าง แต่ผมก็ไม่ใช่พวกลิซึมแบบเขาซะหน่อย

"แบบนี้พี่ไม่ได้แก่ตายหรอก ไม่มะเร็งปอดก็ตับแข็งแน่นอนอะ นี่เก็บเงินได้เยอะยัง เงินที่จะเอาไว้รักษาตัวเองอะ"

"ตับกู กูจะทำอะไรกับมันก็ได้"

"แต่พี่กินเหล้าทุกวันแบบนี้ไม่ได้ พี่ควรจะ..."

คำพูดของผมหายไปตอนที่พี่ซีดึงหัวผมไปใกล้ เอาปากมาชนปากผม แล้วพ่นควันบุหรี่ใส่เข้ามา ผมเผลอสูดควันบุหรี่นั่นเข้าไปเต็มๆ ก่อนพ่นมันออกมา    

"พูดมาก" เขาพูดยิ้มๆ แล้วอัดควันบุหรี่เข้าไปอีกครั้ง ส่วนผมได้แต่มองเขาตาขวางๆ ผมไม่ได้รังเกียจควันบุหรี่ แต่ไอ้ปากที่มาจูบเมื่อกี้อะคืออะไร  

"พี่แม่ง!"

"ก็พี่ชอบหนูอะ"

"แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่ทำแบบนี้ไม่ได้"

"ขอโทษ" เขาพูดเบาๆ แต่ก้มหน้าลงไปอมยิ้มเล็กๆ ผมรู้ว่าพี่ซีชัดเจนกับความรู้สึกตัวเองขนาดไหน ผมไม่ได้โง่หรือดูไม่ออกเลยว่าเขาคิดอะไร เขาเองก็ไม่ใช่คนที่น่ารังเกียจ กับอีแค่ ขี้เมา ปากหมา อารมณ์ร้อน เถื่อน  สถุน สกปรก แค่นี้ผมก็พอรับได้ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกัน ผมลืมไปแล้วว่าการที่จะรักใครสักคนมันต้องทำยังไง แม้กระทั่งความรักคืออะไรก็ลืมไปแล้ว แล้วกับพี่ซี ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ผมกำลังรู้สึกอะไรกันแน่ มันเหมือนกับว่า ไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ แต่ก็ไม่อยากผลักไสเขาออกไปเหมือนกัน

"ทำหน้าแบบนี้มันยิ่งเหมือนหนูนะรู้ไหม"

ผมยกมือทุบพี่ซีแล้วปรับสีหน้าบูดๆ ของตัวเองให้กลับเป็นปกติ อีกคนยื่นมือมาเคาะหัวผมเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้น

"เปิดประตูให้หน่อยดิ คีย์การ์ดพี่หายอะ"

คนเมาก็คือคนเมาจริงๆ ผมยกมือเขาที่ถือคีย์การ์ดอยู่แตะเพื่อเปิดประตู พี่ซีมองคีย์การ์ดในมือตัวเองอย่างงงๆ ก่อนจะเปิดประตูเดินเข้าไป ผมเองเดินตามหลังเขาไปก่อนจะยื่นมือไปคว้าไหล่เขาไว้

"พี่ซี"

"หืม?"

"เลือดไหลอะ" ผมยกมือแตะเลือดที่ซึมผ่านเสื้อนักศึกษาสีขาวออกมา แล้วจึงตามเข้ามาทำแผลให้เขาในห้องระหว่างนั้นเขาก็ชวนผมคุยนั่นนี่เหมือนไม่มีคนคุยด้วยมาสิบปี ผมทำได้แค่ฟัง แล้วก็พยักหน้าตาม ตอบรับบ้างเพื่อให้รู้ว่าฟังเขาอยู่  

"เมาแล้วพูดมากเนอะพี่เนี่ย"

"ว่าอะไรนะ"

"บอกว่าพี่เมาแล้วพูดมาก"

"จริงๆ แล้วเมาแล้วทำอะไรได้หลายอย่างนะ" พี่ซีหันหน้ามามองผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"..."

"เมาแล้วหื่นก็ได้นะ"

"เมาแล้วโดนถีบก็ได้นะ" ผมว่าพลางยกขาขึ้นมา อีกคนถอยห่างผมไปแล้วก้มหน้าพูดพึมพำ

"ใจร้ายอะ"

"ก็พี่จะกวนตีนทำไมล่ะ หันไปเลยจะได้ทำแผลให้เสร็จ" ผมว่าขณะที่ยาแดงและลำสีที่ชุบยาแล้วยังถืออยู่ที่มือ พี่ซียิ้มมุมปากแล้วเขยิบหน้าเข้ามาหาผม

"เวลาพี่จีบนี่ไม่เขินบ้างเหรอ"

"เขินดิ"

"นี่เขินแล้วดิ สาบาน?"

"ก็ไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง"

"น่าน"

"ครับ"

"ไม่ชอบพี่เหรอวะ"

"..."

"รักคนอื่นอยู่หรือเปล่า"

"พี่อย่าเพิ่งถามได้ไหม ขอผมไปตกลงกับตัวเองให้เสร็จก่อน"

"โหย! รำคาญ จับปล้ำแม่งเลยดีไหม"

"กวนตีน!"

"ชอบด่าอะ เดี๋ยวก็เอาจริงเลย"

"เฮ้ย!"

จังหวะที่พี่ซีพุ่งเข้ามาก็ชนเข้ากับขวดยาแดงในมือผมหกราดตัวเอง 

"เลอะเลย!" ผมพูดอย่างหงุดหงิดเพราะทั้งตัวเลอะยาแดงไปหมด พี่ซีทำหน้าแบ๊วกลบเกลื่อนความผิด ผมจึงทำได้แค่แยกเขี้ยวใส่แล้วทุบเขาไปเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างมันออก มันเลอะจนไม่รู้จะเช็ดตรงไหนก่อน ผมจึงถอดเสื้อออก ตอนนั้นพี่ซีก็เปิดประตูห้องน้ำเข้ามาพอดี เขาชะงักไปนิดหนึ่งแล้วถอยหลังออกไปก่อน

"เข้าไปได้ไหมเนี่ย"

"ทำไมจะไม่ได้อะ"

"ก็คิดว่าจะอาย"

"อายทำไม มีไม่เหมือนกันหรือไง"

"ไม่เหมือน นมพี่ใหญ่กว่า"

"พี่ซี!"

"ล้อเล่น!" พี่ซีกระโดดหลบผมที่ฟาดเสื้อใส่หน้าผม คนถูกฟาดไม่สลดซ้ำยังยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ

"เอาเสื้อเปลี่ยนไหม"

"ไม่เอาอะ เดี๋ยวกลับไปเปลี่ยนที่ห้อง"

เขาพยักหน้ารับ ในตอนนั้นก็ได้ยินเสียงเคาะประตูมาจากด้านนอก

"ใครมาวะ ขัดจังหวะเนอะ"

ผมคว้าเสื้อฟาดใส่หน้าเขาไปอีกทีแล้วไล่เขาไปเปิดประตู "พี่ไปเปิดเลย ผมอยู่ในนี้แหละ ไม่อยากให้คนข้างนอกเข้าใจผิด" "เข้าใจผิดอะไร"  

"พี่ดูสภาพเราสองคนดิ" ผู้ชายสองคนยืนเปลือยท่อนบนอยู่ในห้องน้ำสองต่อสอง นี่ไม่ใช่ภาพที่ใครควรจะเข้ามาเห็นตอนนี้เลย เสี่ยงต่อการเข้าใจผิดได้ง่ายๆ ผมจึงเลี่ยงด้วยการยืนรอในนี้แล้วผลักให้เขาออกไปเปิดประตู

"ก๊อกๆๆ!"

"มาแล้ว ใจเย็น"

"เฮีย!"

"ขิง มีอะไรวะ"

ผมได้ยินเสียงคุยของสองคนนั้นโดยไม่ได้แอบฟัง อีกมือก็เช็ดคราบยาแดงที่เลอะไปด้วย

"หนูขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ"

"อะไร"

"เฮีย หนูมีเรื่องมาขอคำปรึกษา"

"เรื่องอะไรดึกๆ ดื่นๆ"

"เรื่องใหญ่มากนะเฮีย"

"จริงจังป่ะเนี่ย กูเมาอยู่ด้วย สร่างเมาแล้วค่อยคุยกันไหม"

"ไม่ไหวแล้วเฮีย ต้องพูดวันนี้เท่านั้น"

"งั้นก็พูดมาสิ"

"เฮีย..."

"อะไรเล่า"

"เฮียสัญญาว่าต้องช่วยหนูนะ"

"กูไม่มีเงินให้ยืมนะ"

"เฮีย! ไม่ใช่"

"เอ้า! ก็พูดมา"

"คือหนู..."

"อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ มึงจะได้พูดพรุ่งนี้เลยไหมขิง"

"เฮีย..."

"พูดมาโว้ย!"

"หนูท้อง!"

"..."

"หนูท้อง...ทำไงดี"

To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น