ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 23 เรื่องสนุกของซีเมล

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 เรื่องสนุกของซีเมล

คำค้น : พระเอกเป็นปีศาจ,,นางเอกเป็นมนุษย์,อิโรติก,โรแมนติก แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 04 มี.ค. 2561 02:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 เรื่องสนุกของซีเมล
แบบอักษร

“เจ้าไปทำอะไรข้างบนนั่น เดี๋ยวก็ตกหรอก”

ปีศาจหนุ่มรูปงามยืนกอดอกใต้ต้นมุจลินท์ที่สูงใหญ่ เงยหน้ามองเด็กสาวจอมซนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่ชะตา เขาใช้เวลาช่วงเช้าไปกับการตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน และแอบใช้พลังให้งานเดินหน้าเร็วขึ้นเล็กน้อยเพราะคนคุมหนีมาหลบบนต้นมุจลินท์นี่

“ไม่ตกหรอกค่ะ ฉันปีนตั้งแต่เด็ก จนเหมือนเตียงฉันแล้ว...ฉันขออยู่บนนี้อีกซักหน่อยนะคะ”

สำหรับเธอ ต้นมุจลินท์นี้ก็เหมือนเพื่อน พอเธอไม่อยู่ มันอาจจะเหงาและคิดถึงเธอ เหมือนที่เธอคิดถึงมันก็ได้ ที่กิ่งก้านของมันแผ่กว้างและหนาใหญ่ อาจจะเพราะมีไว้ให้เธอได้พักพิง เธอรู้สึกแบบนั้น ทุกครั้งที่กลับมาบ้าน

ซีเมลถอนหายใจ แค่ชั่วพริบตา ร่างของปีศาจหนุ่มก็กึ่งนั่งกึ่งนอนบนกิ่งข้าง ๆ เธอแล้ว

“ว่าฉัน แต่คุณก็ยังขึ้นมา ระวังนะ ตกลงไปฉันช่วยคุณไม่ได้ด้วย”

เธอพูดแกมหยอกล้ออย่างเอาคืนบ้าง แต่เจ้าของร่างใหญ่หาได้สะท้านไม่ คิ้วหนาได้รูปสวยเลิกขึ้นเชิงสัพยอก

“ข้าน่ะหรือจะพลาดแค่ต้นไม้แค่นี้”

เห็นท่าทางมั่นใจของอีกฝ่ายเธอชักหมั่นไส้ตงิด ๆ

“สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งนะคะท่านราชาปีศาจ”

“งั้นหรือ”

รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เห็นได้ยากยิ่ง ทำให้ใจเธอกระตุกและมือไม้สั่น จู่ ๆ ร่างกายของเธอก็สั่นระริก ความรู้สึกบางอย่างกำลังจู่โจมเธออย่างช้า ๆ

ไม่นะ หรือว่านี่จะเป็นอำนาจของคู่ชะตา...ไม่ได้มุจลินท์ เธอจะคิดบัดสีบัดเถลิงกับเขาในบ้านไม่ได้ หน้าไม่อายจริง ๆ

“เอ่อ ฉันลงก่อนนะคะ ใกล้เที่ยงแล้ว คุณก็ควรลงมาได้แล้วนะ”

ด้วยว่าถ้าอยู่ต่อ มีหวังได้โดนอ่อยจนหน้ามืดปล้ำเขาเข้าแน่ ๆ เพราะงั้น ก่อนที่เธอจะทำเรื่องไม่งาม เธอควรลงไปข้างล่างแล้วหาทางสงบจิตสงบใจซะ

“ว้าย!”

แต่ทว่าเมื่อเธอกำลังจะเหยียบกิ่งไม้เล็กเพื่อลงจากต้นมุจลินท์ที่สูงใหญ่ จู่ ๆ แขนที่จับกิ่งไม้เอาไว้ก็พลันอ่อนแรงอย่างไม่มีสาเหตุ ครั้นจะเอื้อมมือคว้ากิ่งไม้เอาไว้อีกคราก็ไม่ทันเสียแล้ว ทางเดียวที่พอจะทำได้คือหลับตาปี๋อย่างเตรียมใจ พลันภาพใบหน้าหล่อปานเทพบุตรแต่แสนจะนิ่งเฉยเหมือนรูปปั้นก็แวบเข้ามาในหัวพร้อมกับร่างของเธอที่ตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง

“ไหนเจ้าบอกปีนแต่เด็กยังไงเล่า...สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้งสินะ หึ”

เขาหัวเราะงั้นหรอ...พระเจ้าช่วย นอกจากหัวเราะแบบเย็น ๆ จับขั้วหัวใจแล้ว การที่เขาหัวเราะอย่างน่าหลงใหลแบบนี้ก็เป็นแรร์ไอเทม (ของหายาก) ที่เธอวาดฝันเลยทีเดียว

“ทั้งสองคน มาทานข้าวได้แล้ว”

คนที่ตกอยู่ในภวังค์ค้องสะบัดศีรษะแรง ๆ อย่างเรียกสติก่อนตะโดนตอบมารดา

“เดี๋ยวไปค่ะแม่!” ตอบมารดาเสร็จจึงหันมาบอกเจ้าของร่างแกร่ง “วางฉันลงได้แล้วค่ะ”

กลิ่นหอมแปลก ๆ ที่มาจากตัวเขาทำให้เธอรู้สึกตาพร่าและเวียนหัว กลิ่นนี้อันตราย เพราะมันคือกลิ่นที่เธอรู้สึกได้ตอนที่อำนาจแห่งคู่ชะตาแสดงผล

“แน่ใจหรือว่าอย่างให้ข้าปล่อย”

ซีเมลก้มลงกระซิบใกล้ใบหน้าที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อน่ามองเหมือนรู้ทัน แต่ถูกมือเล็กดันให้ออกห่าง

“อย่ามาแกล้งฉันนะ”

ดวงตาคู่เข้มก้มมองนิ้วเรียวเล็กที่กางดันใบหน้าเขาให้ออกห่าง พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ก่อนลิ้นร้อนจะละเลียดบนนิ้วเรียวเล็กอย่างกับเป็นของชอบ

“อุ้ย!”

มุจลินท์ชักมือกลับแทบไม่ทัน ใบหน้าขาวนวลบัดนี้แดงปลั่ง นึกโทษปีศาจจอมเจ้าเล่ห์ที่แกล้งเธอได้ลงคอ

“คุณอย่ามาทะลึ่งตอนนี้นะ”

คิ้วหนายกขึ้นสูงก่อนเอ่ยอย่างเย้าแหย่ “ข้าทำผิดอันใด เป็นเจ้าไม่ใช่รึไงที่จู่ ๆ ก็ส่งกลิ่นยั่วยวนข้า เจ้านี่ช่างใจร้ายกับข้ายิ่งนัก”

“ไม่ต้องมาทำเหมือนฉันรังแกคุณแบบนั้นเลยนะ คุณน่ะเจ้าเล่ห์...ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ เดี๋ยวแม่รอนาน”

มุจลินท์ไม่รอให้เขาปล่อย เธอดีดดิ้นให้หลุดเอง แต่ทว่ามือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนกลมคลึงแล้วดึงเข้าหาตัว

“ข้าจะอดทนจนกว่ากลับไป ถึงตอนนั้นเจ้าก็เตรียมตัวรับความอดทนตลอดห้าวันของข้าด้วยล่ะ”

ร่างบางขนลุกซู่ รีบก้มหน้าแล้วเดินลิ่วเข้าบ้าน ขืนอยู่นานกว่านี้คนที่จะทำบัดสีบัดเถลิงคงไม่รอดจะเป็นเธอเสียเอง...อะไรล่ะนั่น นี่เขากำลังหว่านเสน่ห์เธอใช่มั้ย ปีศาจบ้า

“มุจลินท์ เย็นนี้ชวนท่านแม่เข้าไปในหมู่บ้านสิ ข้ามีอะไรสนุก ๆ ให้ดู”

ซีเมลพูดขึ้นหลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ เป็นผลให้คิ้วเรียวของมุจลินท์ขมวดมุ่น “เรื่องสนุกงั้นหรอ?”

ซีเมลไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มออกมาเท่านั้น แต่เป็นยิ้มที่ทำให้คนที่เห็นต้องขนลุกเกรียว...เรื่องสนุกของซีเมลงั้นหรอ เธอไม่อยากจะคิดเลยว่าจะสยองขนาดไหน

มุจลินท์ไม่อาจรู้ได้เลยว่าปีศาจคู่ชะตาของเธอคิดอะไรอยู่ ร่างสูงในชุดเสื้อยาวคอวีคว้านลึกสีดำและกางเกงยาวสีเดียวกันอย่างที่เธอเห็นจนชินตา บัดนี้กำลังดึงดูดสายตาของชาวบ้านในตลาดซะจนเธอแทบจะก้าวขาไปต่อไปถูกใบหน้าหล่อของเขาก็ยังคงนิ่ง แต่มือของเขาที่พาดบนไหล่เธออย่างคนเกียจคร้านเหมือนจะช่วยคลายความกังวลของเธอได้นิดหน่อย

“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่”

เมื่อทนเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวหญิงสาวจึงได้ถามออกไปตรง ๆ เขาไม่ตอบอีกเช่นเคย แค่หัวเราะหึอย่างชั่วร้ายแล้วพาเธอเดินตามหลังมารดาของเธอไปยังแผงขายผัก

“ข้าวโพดอ่อนนี่ถุงละเท่าไหร่หรือแม่นวล”

แม่นวลมัวแต่มองหนุ่มสาวที่มากับชมพิตจนไม่ได้ยินคำถาม ชมพิตจึงได้ถามซ้ำอีกรอบ

“นางนวล ข้าวโพดอ่อนนี่ถุงละกี่บาท”

“หา หือ อ้อ ถุงละสิบบาท...นังชม พ่อหนุ่มหล่อนี่ลูกเขยเอ็งหรอ”

มุจลินท์กะพริบตาปริบ ๆ หมายจะอ้าปากตอบ แต่มารดาชิงตอบตัดหน้าไปเสียก่อน

“ใช่ ยัยลินเพิ่งพามาไหว้น่ะ มานี่สิลูกมา” ชมพิตจูงแขนลูกสาวและลูกเขยให้เขยิบเข้ามาใกล้ตน แต่ไม่ใช่แค่แม่นวลเท่านั้นที่สนใจ ผู้คนรอบ ๆ ก็ต่างจับจ้องมายังทั้งสามอย่างใคร่รู้เช่นกัน

“สวัสดีค่ะป้านวล”

มุจลินท์ยกมือไหว้ป้านวลพร้อมกับยิ้มแหย ๆ พลางคิดในใจ หมดกันความดีที่สะสมมา ชาวบ้านจะคิดยังไงนี่ เรียนยังไม่ทันจบก็พาผู้ชายเข้าบ้าน สุดท้ายจึงหันไปมองร่างสูงอย่างคาดโทษ

“ไหว้พระเถอะลูก ว่าแต่เรียนชั้นไหนแล้วเรา”

“ปีสองแล้วค่ะ”

“แล้วพ่อหนุ่มล่ะ เรียนอยู่ชั้นไหน”

“ผมทำงานแล้วครับ”

“ออ ดี ๆ ๆ แล้วนี่แม่ชม ฉันผ่านทางบ้านแม่ชมห็นคนเยอะแยะ รถราจอดเต็มบ้าน พวกนั้นมาทำอะไรงั้นเรอะ”

มุจลินท์ยิ้มไม่ออกจริง ๆ เธอพอจะเดาจุดประสงค์ของอีกฝ่ายว่าต้องการอะไร คงไม่พ้นเรื่องข่าวลือบ้า ๆ นั่นแน่ คิดจะแขวะแม่เธอยังเร็วไปร้อยชาติ ลองดูเถอะ ยัยลินคนนี้จะเป็นเด็กปากคอเราะร้ายให้ดู

แต่ทว่าพอเธอจะอ้าปาก แขนแกร่งของซีเมลก็กระชับแน่นคล้ายสะกิด จึงทำให้เธอต้องชะงักแล้วหันไปมองใบหน้าหล่ออย่างตั้งคำถาม

“นี่ อย่าเอาแต่ยิ้มชั่วร้ายแบบนั้นได้มั้ย คุณจะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า ฉันจะประสาทกินอยู่แล้ว” พูดแค่ได้ยินกันสองคน ซีเมลจึงดีดนิ้วหนึ่งที

พลันรอบข้างก็เงียบลง ก่อนเธอจะได้ยินเสียงผู้คนมมากมายวุ่นวายไปหมด

“ว่าแล้วเชียวว่าไปเรียนกรุงเทพฯคงไม่รอดได้ผัวกลับมา สมน้ำหน้านังชม ภูมิใจนักกับลูกสาวเนี่ย ไม่นานก็ท้องกลับมาคอยดู”

คิ้วเรียวขมวดอีกครั้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ก่อนหันไปมองคนข้าง ๆ

“ได้ยินมั้ย”

เขาถามเธอที่กำลังยืนอึ้ง...เมื่อกี๊นี้มันคืออะไรน่ะ ทั้งที่ป้านวลไม่ได้อ้าปากพูดเลยซักคำ...หรือว่าเธอได้ยินสิ่งที่ป้านวลคิดงั้นหรอ?!

“ดูสิ ไปเรียนไม่ทันไรได้ผัวกลับมาแล้ว เสียดายอนาคตจริง ๆ”

“หรือว่าลูกนังชมมันท้องถึงได้พาผัวกลับมาด้วย หน้าตาดีใช้ได้เลย”

“น่ารังเกียจจริง ๆ ไม่มีเงินก็ริค้ายา รกสังคม”

มือเล็กกำแน่นอย่างอดกลั้น ทำไมคนพวกนี้ถึงได้ใจร้ายแบบนี้ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย อยากรู้ทำไมไม่มาถามเล่า เอาแต่คิดกันไปเอง ทำไมกัน ทั้งที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ ๆ ใบหน้ายิ้มแย้มทักทายหรอ...เหอะ หน้าไหว้หลังหลอกชัด ๆ

บ้าจริง...เธอต้องไม่ร้องไห้ต่อหน้าคนพวกนี้นะมุจลินท์ อย่าเชียวนะ...

“ตาแดงหมดแล้วนะ...ข้าไม่ได้ให้เจ้าได้ยินเพื่อร้องไห้หรอกนะ รอฟังต่อจากนี้ดีกว่า”

ซีเมลเปลี่ยนจากกอดคอเป็นโอบไหล่เธอแทน นั่นทำให้เธอยิ้มออกในที่สุด...นี่เขาปลอบเธองั้นหรอ...ดีจริง ๆ ที่อย่างน้อย ในวินาทีที่เลวร้าย ก็ยังมีสิ่งดี ๆ ให้เธอได้ยิ้มออก

“คนพวกนั้นเป็นคนที่ผมจ้างมาซ่อมแซมต่อเติมบ้านแล้วก็สร้างหลังใหม่อีกหลังน่ะครับ รถที่จอดกันเต็มหน้าบ้านบางส่วนก็เป็นของคนที่มาทำงาน แต่ที่ผมซื้อเอาไว้ให้คุณแม่เอาไว้ใช้เวลาจะไปไหนมาไหนก็มีแค่รถเก๋งหนึ่งคัน รถกระบะหนึ่งคัน แล้วก็รถมอเตอร์ไซด์ ช่วงนี้ที่บ้านก็จะยุ่ง ๆ หน่อย คนเข้าออกเป็นว่าเล่น อาจมีคนเข้าใจผิดบ้างเป็นธรรมดาครับ”

“สร้างบ้านให้ ซื้อรถให้ บร๊ะ รวยมาจากไหนกันพ่อคู้น”

“ถึงกับซื้อรถให้สามคันแถมสร้างบ้านให้ทั้งหลังเลยเรอะ”

“ค้ายาล่ะสิถึงได้รวยขนาดนี้น่ะ”

“แล้วพ่อหนุ่มทำงานทำการอะไรล่ะ”

ป้าที่ทำทีมาซื้อผักแต่ที่จริงก็อยากเผือกถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ ด้านหลังมีลูกสาววัยมัธยมปลายเงี่ยหูฟังอย่างแนบเนียน มุจลินท์ได้ยินความคิดของเด็กสาวแล้วต้องหันมองทันควัน

“หล่อชะมัด แถมรวยด้วย แต่แฟนไม่เห็นสวยเลย ถ้าเขาเห็นเรายังไงเราก็ชนะเห็น ๆ”

หน็อย ช่างกล้านะจ้ะหนู ผมหน้าม้าเหมือนเอากะลาครอบตัดนี่ได้จากไหนมา คิ้วหนาเป็นปลิงคงทำให้หนูมั่นใจขึ้นสินะ หรือว่าจะเป็นลิปสติกสีส้มเหมือนสนิมเกาะนั่นที่ทำให้มั่นหน้าได้ขนาดนี้  นี่สามีพี่ค่ะ ขอโทษเถอะ

“หึ”

คนข้าง ๆ หลุดขำ ก่อนร่างสูงจะจับศีรษะเธอโยกแล้วหันไปตอบคำถามของป้าแก

“ผมเป็นนักธุรกิจครับ ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมแล้วก็รถเป็นส่วนใหญ่”

ซีเมลตอบอย่างสุภาพ พลันบรรยากาศรอบ ๆ เริ่มเปลี่ยนไป และเธอต้องประหลาดใจอีกคราเมื่อเห็นแสงสีแดงส่องสว่างวาบออกมาจากตัวของใครหลาย ๆ คน และเหมือนซีเมลจะรู้ว่าเธอคิดอะไร เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูเธออย่างไม่แคร์สายตาใคร และนั่นทำให้แสงที่เห็นเข้มขึ้นไปอีก

“ความอิจฉาริษยายังไงล่ะ ถ้าจิตใจถูกครอบงำด้วยความริษยา จิตใจจะร้อนเร่าและหากใครที่จิตใจถลำลึก คนผู้นั้นอาจถูกปีศาจแห่งความริษยาเข้าครอบงำ และสุดท้ายก็จะทำผิด กว่าจะรู้ตัว ชื่อก็คงอยู่ในบัญชีคนบาปของลูซิเฟอร์แล้วล่ะ”

“ลูกซิเฟอร์หรอคะ?!” มุจลินท์หูผึ่งกับที่ที่ได้ยิน “มีจริง ๆ หรอคะ ลูซิเฟอร์ที่อยู่ในนรกน่ะหรือ...ไม่น่าเชื่อ”

“ราชาปีศาจอย่างข้ายังมายืนอยู่ข้างเจ้า ยังจะตกใจอะไรอีก”

“เดี๋ยวเถอะทั้งสองคน ป้านวลเขาถามแน่ะว่าจะแต่งเมื่อไหร่”

เพราะมัวแต่ตกตะลึงกับสิ่งที่ได้รู้มาหมาด ๆ จนไม่ได้ยินเสียงมารดา ทำให้ถูกเอ็ดเบา ๆ

“แต่งอะไรคะ” ถามอย่างพาซื่อ ด้วยยังอึ้งไม่หาย ซีเมลจึงตอบแทนให้อย่างเรียบร้อย

“ผมขอแล้วครับ มุจลินท์บอกว่าขอให้เรียนจบก่อน ผมก็ไม่ขัด เพราะยังไงผมก็เป็นเจ้าของมหาลัยที่เธอเรียนอยู่แล้ว ตอนนี้ผมก็จองเธอไว้แล้วครับ รถแล้วก็บ้านก็เป็นส่วนหนึ่งของสินสอด เอาไว้ถ้าเธอพร้อมคงต้องเชิญทุกคนครับ”

คน ‘ถูกจอง’ อ้าปากค้าง...จองตอนไหน แล้วเธอบอกเขาตอนไหนว่าจะแต่ง เธอจำได้ว่าเธอยังไม่ได้พูดเลยนะ

สายตาพิฆาตหันมาทางเธอทันทีจนเธอขนลุกซู่...อะไร? นี่หรือว่าเขาได้ยินที่เธอคิดด้วยเหมือนกัน

WTF!!!

“หรือจะแต่งพรุ่งนี้”

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ เรียนจบก่อนก็ด้ายยยยย ไม่รีบบบบ”

เห็นแววตาเอาจริงแบบนั้น เธอรู้ว่าถ้าเขาจะทำ เขาก็ทำจริง ๆ เพราะงั้น ยัยลินคนนี้จะไม่ลองของอย่างเด็ดขาด

“รู้ก็ดี”

!!! ได้ยินจริง ๆ สินะ ปีศาจบ้า!



มาช้ายังดีกว่าไม่มาใช่ม้าาา ไม่รู้ว่าจะโดนด่ารึเปล่านะ 555

​แต่เค้าก็มานะตัวเอง

ความคิดเห็น