ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2561 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

ภูเบศและอังศุมาลินมาถึงงานวัดในตอนเกือบๆสองทุ่ม ชายหนุ่มวนหาที่จอดรถไม่นานก็เจอที่จอด ทั้งสองพากันเดินเข้าไปในงานท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมา อาจเป็นเพราะภูเบศเป็นที่รู้จักของคนส่วนมากอยู่แล้วจึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ แต่เธอชินเสียแล้วเพราะมันมักจะเป็นแบบนี้อยู่เสมอ 

“ที่นี่มีของโปรดอังขายด้วยนะ” 

“อะไรเหรอ” 

“นั่นไง ข้าวเกรียบว่าว” เขาชี้ไปที่ร้านหนึ่งซึ่งกำลังปิ้งข้าวเกรียบว่าวอยู่พอดิบพอดี 

“ยังจำได้อยู่อีกหรอ จำได้ว่าไม่ได้พูดถึงมานานมากแล้ว”

“จำได้ดิ อังชอบอะไรภาคจำได้หมดแหละ” เขาหันไปสบตาเธอคล้ายบอกความนัย “เดี๋ยวภาคซื้อให้” เขาเดินไปสั่งและควักเงินจ่ายเสร็จสรรพ ก่อนจะรับถุงข้าวเกรียบว่าวขนาดใหญ่ยื่นให้กับเธอ

“ไม่ต้องเลย เอาเงินไป” เธอพยายามยัดเงินใส่มือเขาแต่เขาหลบ

“แค่ยี่สิบบาท อังจะเครียดทำไม”

“เราไม่อยากให้ใครนินทาว่าเราเกาะภาคกิน”

“ไอ้หน้าไหนที่มันพูด ภาคจะไปจัดการให้” 

“เราไม่ต้องการ เอาเงินไปก่อนที่เราจะโกรธ” ภูเบศจำต้องยอมรับเงินจากหญิงสาวเพราะกลัวโดนโกรธอย่างที่เธอพูดจริงๆ

ผลัดกันหักข้าวเกรียบว่าวและหยิบขึ้นมาคนละสี่ห้าครั้งก็หมดถุง รู้ตัวอีกทีก็เดินรอบตลาดเสียแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้กับแกล้มไปฝากตาเอี่ยม

“จะซื้ออะไรเป็นกับแกล้มให้ตาดี” หันไปถามคนข้างๆ 

“กับข้าวดีป่ะ”

“อื้ม ภาคช่วยเลือกให้เราหน่อย ภาคดื่มเหล้าบ่อยนี่”

“ก็ไม่นี่” เขารีบปฏิเสธ เขาไม่ได้ดื่มบ่อยสักหน่อย แค่เดือนละยี่สิบกว่าครั้งเท่านั้นเอง “ใครบอกอัง” 

“แหม พ่อคนคอทองแดง อย่าคิดว่าเราไม่รู้นะ ระวังเถอะดื่มมากๆจะตับแข็งตาย” หล่นอพ่อเข้าให้ 

“บ่นเป็นแม่เลยนะ” ภูเบศมองหน้าอังศุมาลินด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “สนใจจะมาเป็นแม่ไหมละ แม่ของลูกน่ะ” เขาพูดทีเล่นทีจริง จะบอกว่าพูดจริงก็ได้

“เลิกพูดไร้สาระสักที มันจะทำให้เราอึดอัดกันเปล่าๆ เราว่าเราเคยคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ” เธอเบนหน้าหนี 

“ทำไม ภาคไม่ดีตรงไหน อังบอกดิ ภาคจะปรับปรุงตัว” 

“อังก็รู้ว่าภาครักอังมานานขนาดไหน ทำไมไม่คิดจะมองกันบ้าง” ชายหนุ่มตัดพ้อกับหญิงสาวตรงหน้า 

“ถ้าภาคยังเอาแต่พูดแบบนี้ เราจะกลับแล้วนะ” เพราะคำขู่ของเธอทำให้เขาต้องสงบปากสงบคำลงทันที เขาไม่อยากได้ความเป็นเพื่อนจากเธอ แต่ก็ไม่อยากให้เธอหายไปจากชีวิตเขาด้วยเหตุผลงี่เง่าๆเพียงเพราะว่าเธอไม่รักเขาและอึดอัดที่จะอยู่กับเขา

รักของเขาเป็นรักข้างเดียวมาตลอด เขาแอบชอบอังศุมาลินตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อนมาก่อน ทั้งๆที่เขาพยายามจะสานต่อมากกว่านั้นหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกรอบ 

ในชีวิตเขามีผู้หญิงที่อยากได้เขาเป็นคนรักมากมาย เพราะหน้าตาหล่อเหลาบวกกับฐานะทางบ้านดีมากระดับหนึ่ง เขาก็มีบ้างที่เล่นด้วยแต่ไม่เคยจริงจังกับใคร เพราะเขารอหญิงสาวเพียงคนเดียวในใจ 

จนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเขาก็ตามไปเรียนที่เดียวกับหล่อน เพียงแต่เรียนคนละคณะเท่านั้นเอง แต่เขาก็ยังเทียวไล้เทียวขื่อหาหญิงสาวอยู่บ่อยๆ และคอยกันท่าพวกที่เข้ามาจีบเธอ 

แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรเธอก็ไม่เคยมองเขาเกินเลยไปมากกว่าเพื่อนสักนิด จนทนความอึดอัดใจไว้ไม่ไหว สารภาพออกไปแต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ

‘เราเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้วภาค อังไม่คู่ควรกับภาคหรอก’

ถึงแม้เธอจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ยังรั้นไม่ยอมฟังและยังหมั่นทำดีอยู่สม่ำเสมอจนกระทั่งเรียนจบปริญญาตรี ภูเบศตัดสินใจขอคบหญิงสาวอีกครั้งและครั้งนี้ก็เกิดเหตุการณ์เดียวกับครั้งที่แล้วคือเขาโดนปฏิเสธ แต่ด้วยเหตุผลที่เขาเองก็เจ็บพอสมควร 

‘เราไม่เคยคิดกับภาคเกินเลยไปกว่าเพื่อน เราขอโทษที่รับความรู้สึกภาคไม่ได้จริงๆ ภาคดีกับเรามาตลอด แต่เรารักภาคแบบเพื่อน’ 

แม้จะได้ยินแบบนั้นแต่เขาเชื่อว่าสักวันหนึ่งเธอต้องใจอ่อน น้ำหยดลงหินทุกวันยังกร่อนแล้วใจเธอล่ะ ทำไมจะหวั่นไหวกับสิ่งที่เขาทำให้เธอมาตลอดไม่ได้ จะนานแค่ไหนเขาก็จะรอรักจากเธอ รักในฐานะคนรัก ไม่ใช่เพื่อนคนหนึ่ง

ภูเบศจอดจักรยานยนต์ที่หน้ารั้วเล็กๆซึ่งเป็นจุดหมายคือบ้านของหญิงสาวที่ซ้อนอยู่ทางด้านหลัง อังศุมาลินก้าวลงมาเงียบๆ จากที่มีปากเสียงกันเล็กน้อยที่งานวัดทำให้บรรยากาศมันอึมครึม ชวนให้หมดสนุกไปเสียดื้อๆ 

เมื่อหาซื้อกับแกล้มให้ตาเอี่ยมได้แล้วจึงร้องอยากกลับ ภูเบศเองก็ไม่ขัดพาเธอมาส่งที่บ้านทันที เขาเองก็อยากกลับไปเมาย้อมใจที่บ้านเช่นกัน หลังจากโดนปฏิเสธรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ แต่คนอย่างเขามันก็เจ็บไม่จำอยู่ดี 

“ขอบใจนะที่พาเราไปเที่ยว กลับบ้านดีๆล่ะ” เมื่อก้าวลงจากรถเสร็จก็มายืนข้างๆเพื่อนหนุ่มและเอ่ยลา 

“อื้ม อังเข้าบ้านเหอะ เราจะไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบนิ่งๆ และออกตัวด้วยความเร็วตามอารมณ์ที่ปะทุอยู่ในอก 

มองจนกระทั่งตัวรถและเสียงท่อลับหายไปจึงเดินเข้าบ้าน เธอรู้ดีว่าภูเบศโกรธและไม่พอใจ แต่เธอทำอะไรไม่ได้ เธอไม่ได้เขารักมากกว่าเพื่อนเลยสักนิด ปฏิเสธไปตรงๆดีกว่าทำตัวครึ่งๆกลางๆ รังแต่จะให้ความหวังเพื่อนไปเปล่าๆ 

เมื่อก้าวเข้ามาในตัวบ้านก็ได้ยินเสียงสามหนุ่มพูดคุยกันเช่นเดียวกับเมื่อบ่าย จะต่างออกไปก็ตรงที่เสียงอ้อแอ้ของทั้งสาม 

“นังหนู กลับมาแล้วเหรอ ได้กับแกล้มอะไรมาให้ตาล่ะ” ตาเอี่ยมถามหลานสาวเมื่อเห็นหลานเดินผ่าน 

“ผัดเผ็ดไก่ หอยแมลงภู่นึ่งแล้วก็คอหมูย่างจ้ะ” หญิงสาวชูให้ดู “ให้ใส่จานเลยไหมจ๊ะ” 

“เออๆ ดีๆใส่จานมาเลยลูก” 

เวทิศมองหญิงสาวด้วยสายตานิ่งๆแต่ไม่วางตา ในใจจินตนาการไปไกลพอสมควร อังศุมาลินแต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ 

หญิงสาวที่ถูกมองหน้าแดงระเรื่อขึ้นมานิดหนึ่งเพราะสายตาคมที่จ้องมานั้นมองเธอชนิดที่ว่าตาไม่กระพริบเลยทีเดียว เธอจึงขอตัวหลบไปด้านหลังครัวเพื่อจัดกับแกล้มใส่จานและหลีกหนีสายตาคมที่แสนแพรวพราวนั่นเสียด้วย 


ร่างบางยกจานกับแกล้มมาเสิร์ฟครบสามเมนูเสร็จก็ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าเพราะเห็นว่าดึกพอควรแล้ว พรุ่งนี้เธอต้องตื่นมาทำขนมตาลแต่เช้าเพื่อไปขายให้ทันตลาดเช้า 

เพราะเสียงพูดคุยที่เงียบไปทำให้เธอสงสัยและลงมาดูก็พบว่าตาเอี่ยมเมาแอ๋ฟุบลงไปกับโต๊ะ รวมทั้งอัครวุฒิด้วย เหลือเพียงแค่เวทิศนั่งหันหลังคุยโทรศัพท์อยู่เพียงคนเดียวจึงไม่รู้ว่าเธออยู่ด้านหลังเขา 

“อืม พี่อยู่ต่างจังหวัด มาคุมงานสร้างโฮมสเตย์ ผิงพักผ่อนเถอะ ตั้งใจเรียนนะอีกสามเดือนเจอกัน อย่าลืมของฝากด้วยล่ะ โอเคๆ แค่นี้แหละ บาย” เมื่อหันมาพบอังศุมาลินยืนอยู่ก็ตกใจ 

“อังมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ถามขึ้นเพราะกลัวหญิงสาวได้ยินที่เขาคุยโทรศัพท์กับภควดี 

“ซักพักแล้วค่ะ พอดีอังจะพาตาขึ้นไปนอนบนบ้าน แต่อุ้มขึ้นไปไม่ไหว คุณช่วยอังหน่อยได้ไหมคะ” 

“ได้สิครับ” เขารีบตอบตกลงทันที 

ทั้งสองค่อยๆผ่อนร่างชราลงบนฟูกอย่างเบามือ เมื่อจัดท่านอนเรียบร้อย มือบางจัดการคลี่ผ้าห่ม ห่มให้กับตาจนเรียบร้อย โดยมีเวทิศยืนมองอย่างพินิจพิจารณา 

“เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เอ่ยขอบคุณเมื่อออกมานอกห้องแล้ว 

“ไม่เป็นไรครับ” อังศุมาลินเดินมาส่งเขาที่หัวบันได แต่เขายังไม่อยากลงไปด้านล่าง เวลานี้มันเหมาะเจาะมากที่จะรุกเข้าหาเธอ ไม่มีใครขัดเขาแน่นอน อัครวุฒิก็เมาไม่รู้เรื่อง ตาเอี่ยมก็เมาหลับไปแล้วเหลือแต่เขานี่แหละที่พอกรึ่มๆ มีสติสัมปชัญญญะรู้ตัวเอง 

“ผมขอนั่งพักสักแปปนึงได้ไหมครับ รู้สึกเหมือนโลกหมุน” 

“ได้ๆค่ะ มาค่ะเดี๋ยวอังช่วยประคองไปนั่ง” หญิงสาวไม่รู้เรื่องรู้ราวค่อยๆพยุงชายหนุ่มมานั่งที่โซฟาที่อยู่ไม่ไกลจากบันได  

“ไหวไหมคะ” 

“นั่งสักพักคงโอเคขึ้นครับ” เขาพยักหน้า 

“ทำไมนอนเร็วจังครับ เพิ่งจะสี่ทุ่มเอง” เขาพยายามหาเรื่องคุย

“พรุ่งนี้ต้องตื่นมาทำขนมไปขายแต่เช้าค่ะ เลยรีบนอนดีกว่า” 

“ว่าแต่คุณขับรถกลับไหวเหรอคะ” เธอถามเพราะเห็นว่าทั้งเวทิศและอัครวุฒิก็เมามายไม่แพ้กัน ขืนขับรถกลับมีหวังเกิดอุบัติเหตุแน่นอน

“ตาเอี่ยมบอกให้นอนที่นี่น่ะครับ ว่าแต่อังพอจะมีผ้าปูหรือฟูกกับผ้าห่มให้ผมไหมครับ” 

“อ้อ ได้ค่ะรอแป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวอังไปหยิบจากในห้องมาให้” อังศุมาลินลุกขึ้นไปหยิบเครื่องนอนให้สองหนุ่ม โดยเปิดประตูค้างไว้เพื่อที่จะได้สะดวกเวลาขนออกมา

เวทิศใช้โอกาสนี้เดินเข้าไปในห้องหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ เข้าไปยืนประชิดหลังร่างบางที่กำลังค้นหาผ้าห่มในตู้ 

“อุ๊ย!” เธอหันมาด้วยความตกใจ “คุณเข้ามาทำอะไรคะ” ตอนนี้เธอหันหน้าเข้าหาเขาและกำลังสบตากับเขาอยู่เช่นกัน 

“ผมชอบอัง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นในความเงียบ จ้องมองเธอไม่วางตา





คอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ไรท์อยากอ่านคอมเมนต์จากรีดเดอร์ทุกท่านค่ะ รักรีดเดอร์ทุกท่านค่ะ ❤️ **_**_

ฆีตา 01/03/2018

ความคิดเห็น