เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 ในความมืด

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ในความมืด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2561 00:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ในความมืด
แบบอักษร

​       

ตอนที่ 10

ในความมืด


 เรากลับมาที่หอหลังจากจบเรื่องแล้ว แต่ระหว่างพี่ซีกับไคโรยังคงอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียด พี่ซีบ่นไม่หยุด ขณะที่ไคโรเองก็เถียงไม่ละ ผมรู้น้องมันก็โมโหพอๆ กับที่พี่ซีโมโห และการเถียงกันอยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย  

"เมื่อไรมึงจะเลิกทำตัวแบบนี้สักทีวะไอ้ไค"  

"ผมก็ไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้หรอก แต่พวกมันไม่ยอมจบจะให้ผมทำยังไง"

"คราวนี้กูต้องบอกพ่อแม่มึงแล้วนะ"

"อย่านะเฮีย!"

"มึงทำตัวเหลวไหลเองนะไอ้ไค กูไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก"

"เฮียกับพี่น่านนั่นแหละไม่น่าเข้ามายุ่ง!"

ผมที่ยืนเงียบอยู่หันขวับไปมอง

"มันกำลังจะจบแล้วไง ผมกำลังจะขอโทษมันแล้วไง แล้วเฮียกับพี่น่านเข้าไปยุ่งทำไม"

"ไอ้ไค นี่กูช่วยมึงนะ"

"ช่วยทำให้มันแย่ลงกว่าเดิมอ่ะดิ! เพราะพี่สองคนนั่นแหละเรื่องมันเลยไม่จบ เดี๋ยวมันก็กลับมาหาเรื่องผมอีก"

"แล้วมึงจะยอมกราบตีนมันหรือไง!" ผมพรวดเข้าไปหลังเงียบอยู่นาน

"ใช่! แค่นั้นไม่ตายหรอก! พี่อะเสือกไม่เข้าเรื่อง!"

"มึงหุบปากเลยนะ!" พี่ซีตวาดเสียงดังจนเขาเงียบ

"มึงเป็นเด็กก้าวร้าวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร"

"เฮียไม่ต้องมาสั่งสอนผม เฮียไม่ใช่พ่อผม!"

พี่ซีกำหมัดแน่น มือหนึ่งยกขึ้นขยำคอเสื้อไคโรอย่างเดือดๆ

"เฮีย! พวกผมมาแล้ว มีอะไรกันวะ" เท็นกับน้ำขิงที่เปิดประตูพรวดเข้ามาชะงักไปเพราะเห็นภาพตรงหน้า พี่ซีปล่อยมือออกจากคอเสื้อไคโรแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

"เฮียคะ นี่ที่ฝากซื้อ แต่สถานการณ์ดูตึงเครียด หนูเอาไปเก็บในครัวเงียบๆ ก็ได้" ผมหันมองน้ำขิงที่ถือถุงอะไรบางอย่างเดินผ่านหน้าพี่ซี แต่เขาคว้าถุงนั่นมาจากมือน้ำขิงแล้วโยนลงพื้นด้วยอารมณ์โมโห ก่อนจะเดินเข้าครัวไป ไคโรก็วิ่งขึ้นบันไดไปโดยไม่พูดอะไร 

"เขาทะเลาะอะไรกันวะ"

"มีเรื่องนิดหน่อยอะ"

"สภาวะฉุกเฉินระดับสิบ"

"อ้าว งานกร่อย" เท็นว่าพลางหันหน้ามองน้ำขิงแล้วยักไหล่พร้อมกันเบาๆ แล้วแยกตัวขึ้นบันไดกลับห้องตัวเองไป ผมหันมองถุงที่พี่ซีโยนทิ้ง แล้วก้มลงเปิดดูจึงพบว่าข้างในเป็นกล่องเค้กที่เละไม่เป็นรูป แต่ยังเห็นข้อความบนหน้าเค้กนั่นอยู่  

HAPPY BIRTHDAY CAIRO

18TH

ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าพี่ซีสั่งให้ไคโรกลับหอเร็วๆ แต่ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดไคโร เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ความหวังดีของพี่ซีถูกวางกองเอาไว้กับพื้นแบบนี้ ผมเก็บกล่องเค้กแล้วเดินเข้าไปหาพี่ซีในครัว เห็นเขากำลังยกเบียร์ขึ้นกระดก

"ไม่ต้องเข้ามาบ่นเลยนะ"

"ไม่ได้บ่นซะหน่อย ขอขวดดิ"

"กินเป็นด้วย?"

"เป็นดิ ขอ" ผมแบมือขอเบียร์จากเขาบ้าง อีกคนไม่เปิดขวดใหม่ให้ แต่ส่งขวดในมือที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งให้แทน

"แค่นี้พอ เดี๋ยวเมา"  

ผมรับเบียร์ขวดนั้นมาแล้วกระดกขึ้นดื่ม

"ไม่รู้ว่า วันนี้วันเกิดไคโร"

"เออดิ อุตส่าห์ให้ขิงไปซื้อเค้กเสือกมาทะเลาะกันก่อน"

"พี่เคยทะเลาะกันแบบนี้ไหม"

"นี่ครั้งแรกเลย"

พี่ซีพูดเสียงเบาแล้วถอนหายใจออกมาหน่อยๆ พี่ซีบอกผมว่าที่นี่เหมือนบ้าน แล้วการทะเลาะกันของคนในหอ ก็เหมือนทะเลาะกับคนในครอบครัว ไม่มีใครอยากทะเลาะกับพี่น้องตัวเอง ผมรู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการทะเลาะในครั้งนี้

"เดี๋ยวไคโรก็หายโกรธนะ"

"อือ"

"พี่โอเคใช่เปล่า ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม"

"เจ็บดิ โดนตีมานะเว้ย"

"จริงป่ะเนี่ย"

"จริงดิวะ ตรงนี้โคตรเจ็บเลย" เขาว่าแล้วหันไหล่ข้างหนึ่งให้ผมดู

"ไหนดูหน่อย" เขาไม่พูดอะไร ถอดเสื้อออกให้เห็นแผลที่ไหล่ด้านหลัง เป็นรอยเหมือนโดนของมีคมบาดยาว เลือดที่ไหลยังเลอะอยู่ตรงนั้น แผลลึกจนผมตกใจ

"เฮ้ย พี่" 

"เยอะเลยเหรอ"

"ไปโดนตอนไหนเนี่ย"

"รู้ตัวอีกทีก็ตอนเจ็บนี่แหละ"

"แผลลึกนะพี่ ไปโรง..."

"อย่าหวังว่ากูจะไปโรงพยาบาล!" เขาสวนขึ้นทันควันก่อนที่ผมจะพูดจบ

"แล้วจะทำยังไง"

"หนูทำแผลให้หน่อยสิ"

"ผมเนี่ยนะ ไปเรียกน้ำขิงมาทำให้ดีกว่า เดี๋ยวผมไปเรียก..."

พี่ซีดึงมือผมขณะที่กำลังลุกไปให้นั่งลงที่เดิม

"อยากให้หนูทำให้มากกว่า"

ทำไมพี่ซีอ้อนวะ และเพราะน้ำเสียงและการถูกเรียกแบบนั้นผมจึงแพ้และต้องยอมทำแผลให้เขาทั้งๆ ที่ไม่รู้จักวิธีปฐมพยาบาลด้วยซ้ำ ผมเตะสำลีที่ชุ่มแอลกอฮอล์ลงไปที่แผลพี่ซีอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เดาว่ามันคงไม่นิ่มนวลเท่าไร เจ้าของแผลจึงหันมามองแรงใส่กันแบบนี้

"นี่เบาสุดแล้ว สาบาน?"

ผมพยักหน้าหงึกๆ

"ก็พอทนได้" เขากัดฟันพูดขณะที่ผมแตะสำลีลงไปอีกที และค่อยๆ ทำแผลจนเสร็จ

"พี่โอเคป่ะ"

"เจ็บอะ"

เขาทำหน้ายุ่ง แล้วหันมามองผมด้วยสีหน้าอ้อนๆ 

"ทำไงดีอะ ถ้าแขนใช้งานไม่ได้ขึ้นมาก็วาดรูปไม่ได้ กินข้าวก็ไม่ได้ โห ต้องให้หนูป้อนข้าวมั้งเนี่ย"

"ใช้อีกข้างสิ"

"มันไม่ถนัดอะ ถอดเสื้อก็ไม่ถนัด ถอดกางเกงก็ไม่ถนัด โห ต้องให้หนูถอดให้มั้งเนี่ย"

"ตลก!"

"ผั๊วะ!" 

ผมเผลอฟาดใส่แขนเขาไปทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้เพราะความกวนตีน พี่ซีถึงกับร้องลั่นห้อง เงยหน้ามองผมน้ำตาคลอดูเจ็บจริงผมจึงรีบขอโทษเขาก่อน

"เฮ้ยพี่ ขอโทษ เจ็บจริงเหรอ"

"เจ็บดิ!"

"ขอโทษ ก็พี่พูดจากวนตีนอะ"

"โอ๊ย เจ็บอะ เลือดไหลอีกหรือเปล่าเนี่ย โอย..." เขาทำเสียงออดอ้อนก่อนจะหยิบเสื้อมาใส่แล้วเขยิบเข้ามาใกล้ผม ใช้ไหล่มากระแซะกับไหล่ผมอย่างกวนประสาท  

"นี่เจ็บจริงหรืออ่อย เอาดีๆ"  

"เจ็บจริงเว้ย!"

"..."

"อ่อยเป็นผลพลอยได้" ประโยคหลังเขาพูดเสียงเบาแต่ก็จงใจให้ผมได้ยิน ผมจึงได้แต่ส่ายหน้าหน่อยๆ   

"พี่ชอบผมเหรอ"

"ทำไมอยู่ดีๆ มาถามกันตรงๆ งี้วะ"

"อยากรู้ ชอบเหรอ"

"ถ้าให้พูดตรงๆ ก็ใช่"

"..."

"โคตรสเป็กเลย"

ผมเงียบไปคำถามตรงๆ ถูกตอบมาอย่างตรงๆ ไม่มีลังเล ผมไม่ได้ตกใจคำตอบของเขา แต่แค่ไม่แน่ใจว่าจะต้องทำหน้ายังไงกับความชัดเจนนั่น จะต้องเขินไหมหรือว่าตอบกลับไปยังไง

"พรึบ!"

"เหี้ย!" ทั้งผมและเขาร้องออกมาพร้อมกันหลังจากไฟดับพรึบลง

"ไฟดับได้ไงอะ" ผมไม่เห็นหน้าพี่ซี แต่เสียงชัดเจนดีเพราะเขาขยับเข้ามาใกล้อย่างอัตโนมัติ เพราะห้องของพี่ซีไม่มีผ้าม่านที่ประตูกระจก จึงมองออกไปเห็นข้างนอกก็มืดสนิทไปหมด ฝนก็ตกลงมาไม่หยุด ผมกำลังจะลุกไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องเขาแต่ก็ต้องสะดุดกึกเมื่อหันไปเห็นแขนตัวเองที่ถูกพี่ซีจับเอาไว้แน่น

"จับทำไมเนี่ย ปล่อย"

"มืดๆ แบบนี้ไว้ใจไม่ได้! เกิดมีอะไรโผล่พรวดพราดมาทำไง"

"นี่กลัวจริงหรืออ่อย?"

"กูกลัว! มืดขนาดนี้กูไม่มีเวลามาอ่อยหรอก!" เขาโวยวายลั่นก่อนจะยิ่งจับแขนผมแน่นกว่าเดิม ขณะที่ผมลุกไปหยิบมือถือเขาก็เดินตามมาด้วยชนิดที่ว่าแทบจะเข้ามาสิงผมอยู่แล้ว ผมหยิบมือถือของเขาเอามาเปิดไฟฉายเพื่อทำให้ห้องสว่างขึ้น 

"แค่นี้ก็สว่างละ งั้นผมไปก่อนนะ"

"ไปไหน"

"ไปห้องผมดิ" ผมแกะแขนเขาออกแล้วเดินไปที่ประตู

"เฮ้ยๆ อย่าทิ้งกันดิวะ"

"เดี๋ยวไฟก็มาแล้ว ดับไม่นานหรอก"

"โทรหากฟฝ.เลย บอกให้มันติดเดี๋ยวนี้!"

"ไม่มีอะไรหรอกน่าพี่  ผมไปนะ"

"นอนที่นี่ก็ได้!"

"ฮะ?"

"มึงก็เคยนอนนี่ เนี่ย นอนเถอะ ซักผ้าปูที่นอนแล้ว นะ"

"พี่จะกลัวอะไร"

"พี่ไม่ชอบความมืด!"

ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเดินกลับไปนั่งข้างๆ บนเตียงเขาเพื่ออยู่เป็นเพื่อน แลกกับการที่เขาเอาตัวเองบังฝนให้ผมบ่อยๆ ครั้งนี้จะยอมเป็นเครื่องรางไล่ผีให้สักแป๊บก็ได้ ผมไม่ได้คิดว่าเขาจะแกล้งกลัว เพราะท่าทางหวาดระแวงที่หันมองซ้ายมองขวาตลอดเวลา ผมจึงขยับตัวเองไปใกล้เขาอีกนิด มือหนึ่งก็ยกจับกันไว้แน่น ทำลายความเงียบด้วยการชวนคุยเพื่อให้บรรยากาศมันน่ากลัวน้อยลง

"ปกติเวลาไฟดับพี่ทำยังไง"

"วิ่งไปแดกเบียร์ให้เมา"

"ตลก"

"หนูไม่เข้าใจหรอก" เขาพูดเสียงเบา แล้วขยับเข้ามาใกล้อีกนิด

"ชิดขนาดนี้ นั่งตักเลยไหมฮะ"

"ได้เหรอ"

"ไม่ได้โว้ย!"

เขาหัวเราะเบาๆ แล้วหันมองรอบๆ ห้องอีกที

"พี่กลัวความมืดเหรอ"

"อือ ยิ่งมืดยิ่งไม่ปลอดภัย"

"ที่จริงพี่ไม่ชอบเข้าโรงหนังใช่ป่ะ"

เขาเงียบ ก่อนจะยอมพยักหน้าเบาๆ

"วันนี้เจออะไรเหรอ ถึงได้รีบวิ่งออกมา"

"พนักงานโรงหนังที่ถูกรถชนตายแต่ยังห่วงหน้าที่ คนอื่นเข้าไปดูการ์ตูนแต่กูได้ดูหนังสยองขวัญ พิเศษไหมล่ะ"

ผมหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของเขา

"แล้วมาชวนผมดูหนังทำไมอะ"

"..."

"ถ้าพี่ไม่ชอบ ก็ไม่ต้องมาตามใจผมก็ได้นะ"

เขาเงียบแล้วแสร้งมองไปอีกทาง ก่อนพูดประโยคหนึ่งออกมาเบาๆ  

"แค่อยากหาเรื่องอยู่ใกล้ๆ"

พี่ซีโคตรชัดเจนกับผมเลย ตรงไปตรงมาโดยที่ผมไม่ต้องคิดเองเลย ผมไม่ได้เกลียดพี่ซี และพี่ซีชอบผมจึงจีบผม ทุกอย่างมันก็ดูลงตัวไปหมด แต่ความไม่สมบูรณ์ของความสัมพันธ์มันอยู่ที่ความรู้สึกของผม พี่ซีไม่ถามความรู้สึกของผม ไม่เคยถามสักครั้งเลย

"นอนดิ ไหนบอกว่าง่วงไง"

"ผมจะกลับไปนอนห้องของผม"

"นอนที่ไหนก็เหมือนกันแหละ" ผมถูกดึงให้ลงไปนอนข้างๆ เขา และไม่ได้พูดอะไรต่อ มีแค่เสียงฝนที่สาดมาที่หน้าต่างเท่านั้นที่ดังท่ามกลางความเงียบ ถึงไม่มีแอร์หรือพัดลมแต่ในห้องเขาก็ยังเย็นเฉียบ ทุกอย่างนิ่งเฉยอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ๆ จนผมเกือบเผลอหลับ จนกระทั่งไฟกลางห้องสว่างขึ้นทำให้รู้ตัว ผมหันไปมองพี่ซีและกำลังจะเรียกเขา แต่พบว่าเขาหลับไปแล้ว

"พี่..." ผมสะกิดเขาเบาๆ แต่ไม่ตื่น ผมแกะมือเขาที่ยังเกาะแขนผมเอาไว้ออกอย่างเบามือ กำลังจะก้าวออกจากเตียงแต่อีกใจมันพาผมกลับไปนอนลงที่เดิมข้างๆ เขา

คืนนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ซี



To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น