หอหมื่นอักษร

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 22 ดินแดนพิศวง (6)

ชื่อตอน : ตอนที่ 22 ดินแดนพิศวง (6)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2561 13:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 22 ดินแดนพิศวง (6)
แบบอักษร

            เมื่อเดินมาตามถนนราวสิบถึงสิบห้านาที ทั้งห้าคนก็เดินมาถึงหน้าประตูสถานีตำรวจ อาคารนี้มีขนาดราว 500 ตารางเมตร ประตูใหญ่อยู่ตรงกับถนน หากอ้อมไปเข้าทางด้านข้างก็จะเป็นลานจอดรถ

            เฟิงปู้เจวี๋ยเดินไปดูประตูข้าง มันเป็นทางเดินรถ สุดทางเป็นกำแพงสูงขนาดใหญ่ แต่รั้วเหล็กอัตโนมัติปิดขวางทางเข้าเอาไว้ เมื่อมองเข้าไปด้านใน เป็นความมืดทั้งผืน ซึ่งน่าจะเป็นทางตัน

            เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าประตู หลงอ้าวหมินก็ได้ตรวจสอบจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประตูบานนี้ทำจากไม้ เป็นแบบการเปิดได้สองด้าน เป็นประตูแบบหนาและแข็งมาก ตอนนี้กำลังปิดสนิท ประตูใหญ่ของสถานีตำรวจเหมือนกับมีอะไรติดอยู่ด้านใน เพราะจะผลักจะดันยังไงก็ไม่ขยับเลยสักนิด

            เฟิงปู้เจวี๋ยส่ายหัวเล็กน้อย เพื่อแสดงว่าประตูด้านข้างไม่สามารถผ่านไปได้ หลงอ้าวหมินชี้มือแล้วพูดว่า: “ด้านนี้ก็เปิดไม่ออก”

            หวังทั่นจือขยับไปด้านข้างสองสามก้าว เขามองไปยังนอกตัวอาคาร: “บนหน้าต่างมีโครงเหล็กกั้นอยู่ หากเราจะเข้าไปจริงๆ คงต้องออกแรงน่าดู ......” เขาพูดยังไม่ทันจบ สีหน้าท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไป: “เอ่อ ...... พวกนายได้ยินเสียงอะไรรึเปล่า ......”

            แน่นอนว่าเฟิงปู้เจวี๋ยได้ยินแน่นอน เขาส่งเสียง: “ถอย!” เขาขึ้นหน้าใช้มือรั้งไหล่ของหวังทั่นจือให้ถอยกลับมาอย่างรวดเร็ว

            หลงอ้าวหมิน โดดเดี่ยวและหงอยเหงาเมื่อทั้งสามได้ยินดังนั้นก็ถอยหลังตาม เฟิงปู้เจวี๋ยกับหวังทั่นจือถอยหลังมาไม่กี่ก้าว เขาก็ได้ยินเสียงทึบๆ ดังขึ้น เมื่อหันหลังกลับไปดู ...... หน้าต่างบนกำแพงข้างประตูใหญ่ถูกกระแทกอย่างแรงจนเปิดออก มอนสเตอร์ขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากด้านในครึ่งตัว หากเมื่อครู่หวังทั่นจือยังคงยืนเหม่ออยู่นานอีกสักหลายวินาทีล่ะก็ เขาคงถูกก้อนหินก้อนอิฐทับตายไปแล้ว

            “เอาเถอะ ....... เสียงที่ฉันได้ยินเมื่อกี้คงเป็นเสียงที่เจ้านี่มันกำลังวิ่งมาพุ่งชนกำแพงแน่ๆ” หวังทั่นจือสีหน้าซีดเซียว เสียงพูดไม่ค่อยดังนัก เขาได้ผ่านช่วงเวลาที่ทั้งตกใจและสะพรึงกลัวมาแล้ว เรื่องนี้มันทำให้ค่าความสยองขวัญของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 50% ...... นั่นเป็นเพราะค่าความสยองของเขามันหยุดนิ่งที่ 35% มานานมากแล้ว

            มันก็เหมือนกับที่ Boss ย่อยทลายกำแพงปรากฏตัวออกมานั่นแหละ หลังมอนสเตอร์ปรากฏตัวขึ้นก็จะส่งเสียงคำราม แน่นอนว่าเฟิงปู้เจวี๋ยรู้จักเจ้านี่เป็นอย่างดี ------- ศพโชกเลือด ……

            เจ้าศพโชกเลือดตัวนี้มันดูแข็งแกร่งกว่าตอนที่เฟิงปู้เจวี๋ยเจอเมื่อตอนเข้าโหมดฝึกสอนเสียอีก รูปร่างของมันดูกำยำมากกว่าหลายเท่า ตัวก่อนหน้านี้เวลามือสัมผัสกำแพงมากสุดก็เป็นรอยบุ๋ม แต่ตัวนี้มันสามรถทลยายกำแพงปูนจนแหลกได้เลย

            “ดีจริง ...... ไม่เพียงแค่ช่วยเปิดทางเข้าให้กับเรา มอนสเตอร์ตัวนี้ยังกำลังบอกเป็นนัยว่าด้านในจะต้องมีของรางวัลที่เจ๋งมากแน่นอน เหอะ ......” เฟิงปู้เจวี๋ยยกมุมปากซ้ายขึ้นเล็กน้อย สายตากำลังจ้องมองไปที่เจ้ามอนสเตอร์ที่ดุร้ายตัวนั้น น้ำเสียงราวกับกำลังพบเจอเรื่องราวดีดีอยู่

            “น้องเฟิ่ง ...... หากจะบอกว่า ‘ดี’ มันน่าจะเป็นตอนที่เรากำจัดมันเรียบร้อยแล้วมากกว่านะ” หลงอ้าวหมินถึงกลับเหงื่อตก เขาคิดได้ไม่เท่าไร ก็รู้ทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย

            “เอ้า รับไป” เฟิงปู้เจวี๋ยหยิบคีมหนีบของเขายื่นให้หลงอ้าวหมิน: “มันไม่มีเงื่อนไขการใช้อุปกรณ์ พี่หลงพี่ใช้ก่อน โจมตีไปยังส่วนหัวของมันจะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น”

            “นี่ ......” หลงอ้าวหมินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง การกระทำของเฟิงปู้เจวี๋ยราวกับกำลังยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยน ไม่ใช่ให้ฟรี

            บนโลกแห่งนี้ ความเชื่อใจระหว่างมนุษย์มันต่ำมาก ไอเทมคุณภาพยอดเยี่ยมแบบนี้เป็นของดีอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าคิดจะมอบให้ใครต้องคิดให้รอบคอบมากทีเดียว หากอีกฝ่ายได้ของไปแล้ว เกิดโลภ ทิ้งภารกิจแล้วออกจากระบบไปเลย เพื่อครอบครองไอเทมชิ้นนี้แล้วละก็ คุณก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลย เพราะคุณเป็นคนมอบให้เขาเองกับมือ ระบบก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้

            “รับไปสิเร็ว” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด

            หลงอ้าวหมินรับ [คีมหนีบมาริโอ้] ไป แล้วดูคุณสมบัติของมัน สีหน้าท่าทางก็เปลี่ยนไป สิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยทำจนถึงตอนนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกว่า เขาเป็นคนทำอะไรฉลาดและระมัดระวัง การให้ไอเทมที่แข็งแกร่งกับคนอื่นแบบนี้นั้น เป็นสิ่งที่ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำมัน

            “น้องเฟิ่ง ...... นี่นายไม่กลัวว่าฉันขโมยไอเทมของนายแล้วออกจากระบบไปงั้นเหรอ?” หลงอ้าวหมินกล่าว คนที่พูดประโยคนี้ออกมาจากปากส่วนมากจะไม่ขโมยไอเทมของคนอื่นแน่นอน ส่วนคนที่ชอบขโมยไอเทมของคนอื่นจะออกจากระบบไปเลยทันทีหลังจากได้ไอเทมแล้ว

            “กลัวเหรอ?” เฟิงปู้เจวี๋ยยิ้มแห้งๆ ในใจคิดว่า: ถ้าฉันกลัวก็คงดี

            เขาตอบว่า “ใช้คำว่า ‘กังวล’ น่าจะเหมาะสมกว่า ...... แต่ก็พูดนะ ฉันกลัวว่าเราจะตายอยู่ที่นี่กันหมดมากกว่า”

            ในตอนนี้เจ้าศพโชกเลือดก็ได้เขยื้อนตัวอีกครึ่งออกมาจากกำแพง มันมาจนถึงถนนแล้ว เมื่อมันออกมาจากสถานีตำรวจทั้งตัวแล้ว ร่างกายของเจ้าศพโชกเลือดมันยิ่งดูน่ากลัวและโหดร้าย มันสูงเกินสองเมตร ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยซิกแพค ทั่วตัวเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าที่อาบไปด้วยเลือดแต่ไม่มีผิวหนังปกคลุมมันดูสยดสยองมากกว่าโครงกระดูกหัวกะโหลกซะอีก มอนสเตอร์ตัวนี้มันคือ BOSS ย่อยแน่นอน เงื่อนไขการปรากฏตัวของมันนั่นก็คือช่วงเวลาที่ผู้เล่นยืนอยู่หน้าสถานีตำรวจ และกำลังจะหาทางเข้าไปยังสถานีตำรวจนั่นเอง

            “พี่หลงพี่ล่อมันไว้สักระยะก่อนนะ ถ่วงเวลาหน่อย เดี๋ยวฉันอ้อมไปด้านหลังของมัน แล้วมุดรูนั้นเข้าไปค้นหาไอเทมพวกปืนอะไรพวกนั้น แล้วจะออกมาช่วยนะ” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด: “พวกนายพยายามคงค่าพลังชีวิตเอาไว้นะ อย่าโหมบุกเด็ดขาด”

            เมื่อเขามองเจ้าศพโชกเลือดอีกครั้ง ก็ประเมินผลการต่อสู้กับความเสียหายไว้ ตอนนี้พวกเขาไม่มีไอเทมประเภท [ศพโชกเลือดล้วนต้องตาย]  ไอเทมที่สามารถนำมาสู้ได้มีแค่ โล่ คีมหนีบ มีดปอกผลไม้ เท่านั้น อาวุธประเภทระยะสั้นเหล่านี้หากใช้โจมตีมอนสเตอร์ร่างเล็กก็พอได้อยู่ แต่หากใช้กับศพโชกเลือดที่มีรูปร่างใหญ่กว่าหลงอ้าวหมินแล้วละก็ ค่อนข้างจะตึงมือทีเดียว

            ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการเพิ่มขีดความสามารถให้กับหลงอ้าวหมิน ให้เขายื้อเจ้าศพโชกเลือดไว้ก่อน ส่วนตัวเฟิงปู้เจวี๋ยเอง ตัดสินใจที่จะเข้าไปค้นหาอาวุธในสถานีตำรวจเอง การปรากฏตัวของเจ้าศพโชกเลือด มันทำให้เฟิงปู้เจวี๋ยมั่นใจว่าในสถานีตำรวจนั้นจะต้องมีของล้ำค่าซ่อนอยู่อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะทักษะ ไอเทม หรือ ไอเทมตามเนื้อเรื่องก็เป็นไปได้ทั้งนั้น เขาวางแผนไว้ว่าจะหาให้พบสักหนึ่งชิ้นภายในเวลาอันสั้น แล้วรีบออกมากำจัดมอนสเตอร์

            “ไม่ต้องห่วง ไปเถอะ ถึงแม้ฉันจะถูกฆ่าตายก่อนที่นายจะกลับออกมา ฉันก็จะหาทางคืนไอเทมให้นายให้ได้” หลงอ้าวหมินตอบ พูดจบเขาก็บุกเข้าไป เพื่อดึงความสนใจของเจ้าศพโชกเลือดไว้ และเริ่มเปิดการต่อสู้

            “อืม ...... ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ก็แค่ไอเทมชิ้นเดียว” เฟิงปู้เจวี๋ยดูจะไม่ได้ใส่ใจกับมันเลย เขาดูไม่มีความเกรงกลัวต่อเจ้าศพโชกเลือดที่โหดร้ายเลยแม้แต่น้อย เขาเดินหน้าและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อ้อมไปทางด้านข้าง แล้วกระโดดข้ามกำแพงผ่านไปยังรูตรงนั้น แล้วหายเข้าไปยังความมืดในสถานีตำรวจ ……

            อีกสองคนที่อยู่ไกลๆ นั้นรู้สึกทำตัวไม่ถูก โดดเดี่ยวและเหงาหงอยก็เหมือนเดิม เป็นตัวละครที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย พวกเขาก็ไม่รู้ต้องทำยังไง ทำได้เพียงยืนหลบไปให้ไกลเท่านั้น เพื่อลดภาระให้กับคนอื่น

            หวังทั่นจือเข้าใกล้เจ้าศพโชกเลือดอย่างระมัดระวัง สายตาของมอนสเตอร์ในตอนนี้เป้าหมายอยู่ที่หลงอ้าวหมิน เมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม เขาก็จะบุกเข้าไปทำร้ายศพโชกเลือดหนึ่งครั้ง แล้วถอยออกมา แค่พยายามไม่ให้ BOSS สร้างโอกาสโจมตีกลับได้เท่านั้น

            หลงอ้าวหมินใช้แรงตัดแรง สามารถทั้งต้านและต่อสู้ รูปแบบการต่อสู้ไม่ซ้ำกัน ส่วนวิธีการต่อสู้ของหวังทั่นจือจะเป็นแบบคล่องแคล่วว่องไว หลบหลีก และโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว ยืดหยุ่น เน้นการฆ่าเวลาดังนั้น การต่อสู้แบบนี้ไม่เหมาะกับการใช้อาวุธทื่อๆ เช่นโล่ในการโจมตี แต่หากเป็นอาวุธที่มีคมจะเหมาะกว่า เขาไม่ต้องออกแรงกำลังอะไรมากมาย ใช้เพียงแค่ความเร็ว และความคม ก็สามารถสร้างความเสียหายได้แล้ว

            ต่อมาทั้งคู่ได้กลายมาเป็นผู้เล่นที่เน้นความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้เป็นหลัก ความเชี่ยวชาญแบบเดียวกัน แต่กลับสร้างรูปแบบการต่อสู้ที่แตกต่างของทั้งสองคนขึ้น สไตล์การเล่นของพวกเขาจะเห็นได้ตั้งแต่แรกเริ่ม คนหนึ่งเน้น “กำลัง” คนหนึ่งเน้น “ความเร็ว”

            เมื่อมาถึงช่วงครึ่งหลังของเกม ประสิทธิภาพของผู้เล่นพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความเชี่ยวชาญของผู้เล่นจะพัฒนาตามรูปแบบของการต่อสู้และการเจอด่านและสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป โดยประเภทความเชี่ยวชาญนั้นก็ได้แก่ “ต่อสู้” คู่ “การยิง” หรือ “ต่อสู้” คู่ “รักษา” และบวกกับทักษะอีกนับไม่ถ้วน สามารถกล่าวได้ว่า ตัวละครในสวนสนุกสยองขวัญแห่งนี้ จะมีความเป็นไปได้แบบไม่จำกัด

            นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไม การตั้งค่า “อาชีพ” ในเกมนี้ถึงไม่มีคำนิยามหรือข้อกำหนด หากว่ากันไปตามความเป็นไปได้ของระบบนั้น อาชีพอาจจะกลายมาเป็นข้อผูกมัดตัวผู้เล่นเองก็ได้

            ประสบการณ์และคุณสมบัติของตัวละครสำคัญมากในเกมออนไลน์ หากตัวละครมีเลเวลที่สูงมาก มีคุณสมบัติที่เหมือนๆ กัน และยังจะถูก “อาชีพ” จำกัดทักษะที่สามารถใช้ได้ นั่นก็คงจะน่าเบื่อมาก ผู้เล่นทั่วไปหากไปดูกลยุทธ์การเล่นจากผู้เล่นขั้นสุดยอดแล้วละก็ พวกเขาจะรู้ได้เลยทันทีว่าพื้นฐานของอาชีพพวกเขามีคุณสมบัติเช่นไรบ้าง ทักษะไหนต้องจับคู่กับการเล่นอย่างไร ทักษะอะไรบ้างที่ควรจะต้องมี เป็นต้น ......

            แต่ว่าการกำหนดของเกมในตอนนี้ ได้สร้างอิสระให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก ข้อแรก นอกจากค่าความแข็งแกร่งแล้ว ก็ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับ “คุณสมบัติบุคคล” ค่าพลังชีวิตกับค่าความสยองขวัญก็จะแสดงค่าเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่มีการระบุตัวเลขสถิติที่ชัดเจน ค่าการดาเมจการโจมตี สามารถป้องกันได้เท่าไรยังไง ไม่มีการระบุเลย

            ข้อสอง ทักษะและไอเทมทั้งหมดเกิดขึ้นจากการแรนดอมของระบบแทบทั้งสิ้น ซึ่งก็ไม่มีการแบ่งแยกอาชีพในการใช้งาน ความเชี่ยวชาญคือทั้งหมด ผู้เล่นสามารถปลดล็อกความเชี่ยวชาญได้ตามโครงเรื่องของตน หากมีความอดทน ก็สามารถฝึกฝนความเชี่ยวชาญทั้ง 6 ประเภทไปจนถึงระดับ S ก็ยังได้

            เมื่ออยู่ท่ามกลางข้อกำหนดที่มีอิสระค่อนข้างสูงเช่นนี้ นอกจากค่าความสยองขวัญที่เป็นจุดเด่นของสวนสนุกสยองขวัญนี้แล้ว ------ “ฉายาระบบ” ก็ยังสามารถทำให้ผู้เล่นไม่ลืมทิศทางการต่อสู้ที่มันจะซับซ้อนขึ้นไปอีกในช่วงหลัง เพื่อสร้างความสมดุลของตัวละครและในขณะเดียวกันก็ให้ “ประเด็นหลัก” เอาไว้ด้วย ระบบแบบนี้ถือเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากของบริษัทเมิ่ง

            “ฉายา” จะอยู่นอกเหนือขอบเขตช่องทักษะ มอบเป็นความสามารถพิเศษให้กับผู้เล่น เช่น “พุ่งชนสายฟ้า” ของหลงอ้าวหมิน นั้นหมายถึงจะไม่มีการกินพื้นที่ของช่องทักษะความสามารถพิเศษ ระบบจะประเมินจากการแสดงออกและความสามารถของผู้เล่นตั้งแต่เลเวล 10 ขึ้นไป และจะอัพเดทให้เมื่อผ่านด่าน ฉายาจะมีเพียงหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะมีคำซ้ำบ้าง แต่ความสามารถพิเศษจะไม่มีทางเหมือนกัน และความสามารถพิเศษก็ไม่แน่ว่าจะเป็นทักษะการบุกอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะเป็นการรับ หรืออะไรก็ได้ที่ไม่แน่นอน

            เมื่อถึงช่วงเปิดระบบเป็นทางการเมื่อไหร่ ฉายาก็จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของด่านระดับ 20 ขึ้นไป นั่นเอง ผู้ที่เข้าคิวเข้าเล่นโหมดเล่นแบบทีม ชื่อของเพื่อนในทีมจะใช้อะไรก็ได้ แต่ผู้เล่นส่วนมากจะเข้าไปดูชื่อฉายาของเพื่อนกันก่อนทั้งนั้น เมื่อดูข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้แล้วก็จะทราบโดยทันทีว่าอะไรเป็นอะไร ก็เหมือนกับ [ผู้กล้านักโจมตี] [นักมวยผู้มุทะลุ] [นักแม่นปืน] ซึ่งมันง่าย ดูแล้วเข้าใจได้ทันที แน่นอน ฉายาก็สามารถมองเห็นถึงความแข็งแกร่งได้ เมื่อถึงเลเวล 40 ขึ้นไป นอกจากฉายาที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แล้ว คุณอาจจะเห็นฉายา [มารบูรพา] [พิษประจิม] [ราชันย์ทักษิณ] [ยาจกอุดร] เหล่านี้เพิ่มขึ้นอีก ซึ่งดูปุ๊บก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้เล่นระดับสูง ซึ่งมาพร้อมกับความหวัง

            กลับเข้าเรื่องหลักของเรา ก็เหมือนขณะที่หลงอ้าวหมินและหวังทั่นจือกำลังเผชิญหน้ากับเจ้าศพโชกเลือด เฟิงปู้เจวี๋ยอยู่ในสถานีตำรวจอันมืดมิด กำลังคลำหาเส้นทางที่จะเดินหน้าต่อไป ......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น