หอหมื่นอักษร

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 19 ดินแดนพิศวง (3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 ดินแดนพิศวง (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2561 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 ดินแดนพิศวง (3)
แบบอักษร

            “1 2 3 …… อืม ...... ครบพอดี 5 คน” เฟิงปู้เจวี๋ยเดินไปนับไปจนถึงใจกลางถนน ซึ่งอยู่ห่างจากบริเวณที่สว่างที่สุด

            เขาเหยียบขึ้นบนกระโปรงรถคันหนึ่ง ถือคีมหนีบมือเดียว สายตามองไปยังถนน และใช้หูฟังไปทั่วรอบทิศ เขาเอาตัวเองไปเสี่ยงยืนอยู่บนที่แสงไฟสามารถส่องมาถึง เพื่อลองล่อเจ้าตัวประหลาดออกมา

            หวังทั่นจือก็หยิบ [มีดปอกผลไม้] ของเขาขึ้นมา และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่ได้มาจากโหมดเล่นเดี่ยว ------ หมวกเหล็กดำหนึ่งใบ ซึ่งดูไปแล้วก็ดูไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่ เขาและหลงอ้าวหมินยืนในลักษณะหันหลังชนกัน ซึ่งไม่ได้ไกลจากแสงไฟมากนัก ทุกคนมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน

            ส่วนการตอบสนองของโดดเดี่ยวและเหงาหงอย ก็ไม่ต่างกับชายหญิงในภาพยนตร์สยองขวัญทั่วไป ฝ่ายหญิงเกาะแขนชายหนุ่ม ส่วนชายหนุ่มก็ยืนขวางอยู่หน้าฝ่ายหญิง ยืนราวกับตั้งรับสู้

            เงามืดของมอนสเตอร์ทารกเคลื่อนไหวไปมาท่ามกลางความมืดของถนน โดยอาศัยสิ่งก่อสร้างและรถเป็นเกราะกำบังตนเอง มอนสเตอร์พวกนี้มีการเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว ปรากฏตัวท่ามกลางแสงไฟนานสุดไม่เกินหนึ่งวินาที ปรากฏตัวเพียงแวบเดียวก็หายไป

            บริเวณที่เฟิงปู้เจวี๋ยยืนอยู่นั้นห่างจากแสงไฟค่อนข้างมาก รอบตัวเต็มไปด้วยเงามืด ไม่ผิดจากที่คาดไว้ครั้งแรกก็ถูกลอบโจมตีเลย เขาเห็นมอนสเตอร์ทารกดีดตัวขึ้นมา กระโดดทีสูงเกือบสองเมตร พุ่งเข้าทางด้านข้างของเฟิงปู้เจวี๋ย

            เขารู้แต่แรกแล้ว จึงหันตัวไป เจ้ามอนสเตอร์ทารกก็อยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดี ผิวหนังของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้เป็นทองแดงออกเขียวทั้งตัว รูปร่างเป็นเด็กทารก หน้าตาอัปลักษณ์ มีฟันเหลืองๆ ที่ไม่เรียงตัวขบอยู่นอกปาก มือทั้งสองข้างถูกแทนที่ด้วยเคียว ช่วงล่างเข่าลงไปเป็นขาของสัตว์ และมีกีบไม่ใช่เท้า

            เฟิงปู้เจวี๋ยเลือกที่จะยืนอยู่บนรถ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่าเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้น่าจะสูงเกินหนึ่งเมตร หากจะโจมตีจะต้องกระโดดขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ผิดจากคาดตอนนี้มันกระโดดจริงๆ เมื่อกระโดดขึ้นมาแล้ว มันจะเชื่องช้าลง และไม่สามารถหลบได้ชั่วขณะ

            หากกล่าวถึงพละกำลังแล้วละก็ เฟิงปู้เจวี๋ยดูเหมือนจะเหนือกว่าใคร เขาเตรียมตัวอย่างดี สกิลการสังหารของเขาก็ดูสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเล็งไปที่บริเวณศีรษะของมอนสเตอร์ทารกแล้ว ยกคีมหนีบในมือขึ้นฟาดลงไป เสียงฟาดในขณะนั้น คงไม่ต้องบรรยายหรอกว่ามันน่าขยะแขยงแค่ไหน

            ทุกคนลองนึกภาพตามดูนะ สมมติว่ามีแตงโมลูกหนึ่งกำลังพุ่งเข้าหาคุณ คุณก็เลยเอาไม้หน้าสามทุบมันแตกกลางอากาศ แต่ไอ้แตงโมลูกนี้ด้านในมันกลับบรรจุของเหลวที่เหม็นเน่า เหมือนหนอง เหมือนฟองเต้าหู้เน่าๆ อะไรประมาณนั้น เหมือนสมองระเบิดแล้วของเหลวๆ เหล่านั้นมันก็สาดพุ่งใส่ตัวคุณ ......

            นี่คือบรรยากาศที่เฟิงปู้เจวี๋ยกำลังเผชิญอยู่ “ของเน่า” ที่สาดพุ่งใส่ตัวเขาแม้แต่กลิ่นก็เหมือนจริง ถ้าจะพูดให้สุภาพหน่อย ทั่วร่างกายของเฟิงปู้เจวี๋ยเต็มไปด้วยอะไรก็ไม่รู้สีดำๆ และกลิ่นที่แปลกประหลาด หรือพูดภาษาชาวบ้านหน่อยก็คือ ...... เหม็นกลิ่นศพทั้งตัว

            ถึงแม้มอนสเตอร์ตัวนี้จะถูกเฟิงปู้เจวี๋ยฆ่าตายด้วยการโจมตีเดียว แต่รอบๆ ตัวเขายังมีอีกสี่ตัว จำนวนของพวกมันอาจจะมาจากจำนวนของผู้เล่นก็เป็นได้ แต่พวกมันไม่ได้ถูกกำหนดให้ต้องพุ่งไปหาผู้เล่นตัวละคน

            นอกจากเฟิงปู้เจวี๋ย คนอื่นๆ นั้นยังคงยืนอยู่ใต้แสงไฟ หากเคยดูหนังสยองขวัญคงจะรู้ พวกปีศาจหรือสัตว์ประหลาดมักจะพุ่งเข้าใส่คนที่อยู่คนเดียว ดังนั้น อีกสี่ตัวที่เหลือก็เลยไม่ไปสนใจคนอื่น แต่กลับล้อมเข้าใส่เฟิงปู้เจวี๋ยที่อยู่ท่ามกลางความมืดคนเดียว

            ในสถานการณ์แบบนี้ เฟิงปู้เจวี๋ยเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงไม่รู้สึก “หวาดกลัว” อยู่ดี ความคิดของเขายังคงนิ่งสงบ เขาตัดความคิดการหนีไปยังใต้แสงไฟทิ้งออกจากสมองไป ในตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจความเร็วของเจ้ามอนสเตอร์ทารกแล้ว เขาคิดว่า หากเขากระโดดลงจากรถภายใน 5 วินาที ขอแค่มีเจ้ามอนสเตอร์ทารกสองตัวพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน ขาของเขาก็จะถูกเคียวของมันฟันขาดทันที

            หากยืนในระดับเดียวกัน แน่นอนว่าคงจะจัดการกับเจ้ามอนสเตอร์ทารกที่ทั้งตัวเล็กและรวดเร็วแบบนี้ไม่ง่ายแน่นอน เฟิงปู้เจวี๋ยคำนวณดูแล้ว กำลังของเขาตอนนี้ หากสู้ตัวต่อตัวยังพอไหว แต่ถ้าสองต่อหนึ่งดูท่าจะต้องบาดเจ็บแน่ๆ

            เจ้ามอนสเตอร์ทารกตัวที่สองพุ่งเข้าหาเขาหลังจากนั้นเพียงแค่สิบวินาที เฟิงปู้เจวี๋ยยังไม่รู้ว่าไอ้เจ้าตัวที่สามจะกระโดดดีดตัวขึ้นมาเมื่อไร ยังไงเสียต้องกำจัดตัวที่อยู่ตรงหน้านี้ซะก่อน เขาใช้สกิลเดิม สะบัดคีมหนีบโจมตีใส่อย่างรุนแรง คราวนี้ไม่แม่นเท่าครั้งแรก แต่ก็ยังคงโจมตีไปที่บริเวณข้างศีรษะของเจ้ามอนสเตอร์ทารก ประสิทธิภาพของธาตุไฟและการโจมตีไปบริเวณส่วนหัวนั้นได้ผลดีมาก ทำให้สามารถกำจัดเจ้ามอนสเตอร์ทารกตัวที่สองอย่างราบรื่น

            ส่วนการโจมตีของเจ้ามอนสเตอร์ทารกตัวที่สามก็เริ่มขึ้นในขณะที่เฟิงปู้เจวี๋ยยังไม่ทันเก็บมือของเขากลับมา ครั้งนี้มันพุ่งเข้ามาทีเดียวสองตัวเลย โดยดีดตัวเข้าใส่ขนาบทั้งสองข้างของเฟิงปู้เจวี๋ย หากเขาหันหลังบล็อกก็กันได้แต่ตัวเดียวเท่านั้น และก็ไม่ชัวร์อีกว่าจะทำให้อีกตัวตายได้ไหม

            มันรวดเร็วมาก แต่เห็นแสงสีทองมาแต่ไกล เงาร่างกำยำบุกเข้ามาในดงสนามรบ หลงอ้าวหมินเหมือนกับเหยียบสเก็ตบอร์ดอย่างนั้น เขาพุ่งเข้ามาเป็นแนวตรง แต่เท้าทั้งสองของเขายังอยู่ที่เดิม การเคลื่อนไหวแบบนี้คิดว่าเขาน่าจะใช้ทักษะอะไรบางอย่างอย่างแน่นอน

            ไม่เสียแรงที่เป็นตัวละครระดับสิบ พอต่อสู้ขึ้นมาก็มีพลังมหาศาล หลงอ้าวหมินยกโล่บังไว้ด้านหน้า สกิลนี้ทำให้สามารถเข้าชนเจ้ามอนสเตอร์ทารกกระเด็นไปได้ตัวหนึ่ง หลังจากนั้น เขาได้กางแขนและสะบัดออก ใช้ด้านข้างของโล่กระแทกไปยังเอวของเจ้ามอนสเตอร์ทารก ทำให้มันเสียการทรงตัวในอากาศไป

            เฟิงปู้เจวี๋ยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอบไป ช่วงเวลาประมาณสองวินาทีที่หยุดไป เขามีเวลาเพียงพอที่จะตอบโต้ เขาใช้คีมโจมตีไปยังเจ้ามอนสเตอร์ทารกที่บาดเจ็บที่เอว และผลก็เหมือนเดิมเมือกเหม็นเน่ากระเด็นสาดไปทั่ว

            หลงอ้าวหมินเห็นเขาจัดการไปแล้วหนึ่งตัว ก็รีบวิ่งเข้าหาตัวที่เขาวิ่งชนไป เมื่อมาถึง เขาก็ใช้โล่ทุบมันลงไปกับพื้น

            เจ้ามอนสเตอร์ทารกหลังจากที่ถูกพุ่งชนจนล้มลงกับพื้น ก็ยืนไม่มั่นคง เมื่อเห็นชายหนุ่มกำยำวิ่งพุ่งเข้ามา ทำได้แต่เพียงยกเคียวขึ้นมาบล็อก ถึงแม้จะเกิดประกายไฟขึ้นบนโล่ แต่เนื่องจากมันไม่ใช่มอนสเตอร์ทารกที่แข็งแกร่งมากนัก ดังนั้นถ้าจะใช้เคียวตัดโล่ให้ขาดด้วยกำลังของมันคงเป็นไปได้ยาก

            หลงอ้าวหมินส่งเสียงคำราม มือยังคงถือโล่กระแทกเข้าไป หลังจากเสียงคำรามร้องนั้น เจ้ามอนสเตอร์ก็กลายเป็นของเหลว ตายอย่างอนาถ

            “ยังมีอีกตัวอยู่ไหน? เราไปจัดการมันด้วยกัน” หวังทั่นจือเพิ่งจะวิ่งมา จริงๆ แล้วเขากับหลงอ้าวหมินนั้นวิ่งมาพร้อมกัน แต่คนอื่นเขามีทักษะเคลื่อนที่เร็ว ครึ่งวินาทีก็สามารถมาถึงได้ แต่เขาต้องวิ่งมา เพียงเวลาไม่กี่วินาที พี่หลงก็จัดการไปได้แล้วหนึ่งตัว

            “อย่าเพิ่งประมาทไป ฉันคิดว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น ......” เฟิงปู้เจวี๋ยยังไม่ทันพูดจบ รอบตัวก็มืดสนิท แสงไฟในเมืองทั้งหมดดับลง รวมถึงแสงจันทร์ก็ไม่มีเหลือ

            ราวกับโลกทั้งใบถูกอะไรสักอย่างกลืนกิน ทำให้ตกอยู่ในความมืด เสียงลมหายใจ เสียงต่ำๆ เสียงหัวเราะต่างๆ เหล่านี้ ...... ค่อยๆ ดังชัดเจนมากขึ้น ราวกับว่ามันอยู่รอบตัวของทุกคน แฝงอยู่ในความมืดที่ไม่สามารถสัมผัสหรือมองเห็นได้

            หลังจากนั้นไม่กี่วินาที เหมือนภาพ CG เริ่มต้นของเกม แสงจันทร์ปรากฎขึ้นอีกครั้ง ไฟถนนกลับส่องสว่างเหมือนเดิม ระดับความสว่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

            ส่วนมอนสเตอร์ตัวสุดท้ายที่ซ่อนตัวในความมืดนั้น ก็ถูกความมืดพิศวงเมื่อกี้กำจัดออกไปด้วย เรื่องราวถูกเปลี่ยนแปลงไป

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น