vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2561 17:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 12

                [พาร์ตของเกรย์]

                ผมกำลังนั่งจ้องโทรศัพท์เครื่องบางแสนแพงสลับกับหมอนปลาดาวที่ไอ้ออกศึกซื้อมาให้ หมอนมันได้รับเกียรติมาอยู่บนเตียงของผมเชียวนะ เห็นว่าเป็นหมอนน่ารักเฉย ๆ หรอกครับ ผมไม่ได้สนใจสักนิดว่ามันจะซื้อมาให้ (มึงจะโวยวายเพื่ออะไรครับไอ้เกรย์...)

เมื่อวานผมไปเดท...เออ นั่นแหละครับ ยอมรับว่าสนุกดีเหมือนกัน ผมไม่ได้ไปพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำนานแล้ว ตั้งแต่ที่พ่อจากผมไป เหมือนได้ย้อนกลับไปวัยเด็กเลย ไม่คิดว่ามันจะพาไปที่นี่เลยด้วยซ้ำ


                “กูต้องโทรไปปลุกมันจริงเหรอวะ” ผมเหลือบมองเวลาที่ตอนนี้ 06:30 น. โอ๊ย...กูจะมานั่งคิดน้อยคิดใหญ่เรื่องของมันเพื่ออะไร! ไม่โทรหรอกโว้ย! โตเป็นควายแล้วยังตื่นเองไม่ได้อีก


                แต่ผมก็หยิบโทรศัพท์มากดสไลด์ (แลดูอินเตอร์มาก ใช้โทรศัพท์ไฮโซ...) ผมกดจิ้ม ๆ เบอร์มันลงไปอย่างหงุดหงิด ผมเอาโทรศัพท์มาแนบหูแล้วฟังเสียงสัญญาณที่ดัง ตู้ด...ตู้ด...


                มันยังไม่ตื่นแหง...ถ้ามันยังไม่รับภายในสามวิ ผมจะวาง! ผมบ่นในใจแค่นั้น มันรับปุ๊ป...


                (“หือ...”) เสียงงัวเงียของมันรับสายผมง่วง ๆ ก่อนมันจะตะโกนเข้ามาในสาย อะไรของมึงเนี่ย


                (“ห๊ะ พี่!! พี่เกรย์...พี่โทรมาปลุกผมเหรอครับ”) ออกศึกทำน้ำเสียงสดใสขึ้นมาทันทีทันใด มันตาสว่างขึ้นเหมือนเจออะไรที่มันชอบ...จึก กูจะคิดทำไม


                “เออ! กูแค่ทำตามหน้าที่ก็เท่านั้น ตื่นไปอาบน้ำแล้วมาซ้อมซะ” ผมสั่ง


                (“หูย ปลุกแบบหวานๆ หน่อยได้ไหมครับ”) ออกศึกพูดเสียงหวาน เออ...ไอ้เสียงงัวเงียติดรำคาญตอนโดนปลุกของมึงเมื่อกี้หายไปไหนหมดแล้ว?


                “อยากเจอตีนกูกระทืบก่อนไหมล่ะ?” มันหัวเราะไม่ได้เกรงกลัวตีนน้อย ๆ ของผมเลย


                (“ยอมให้กระทืบทั้งใจเลยครับ ได้เจอพี่เกรย์กระทืบ น่าจะฟินดี”) โรคจิต...


                (“กำลังด่าผมว่าโรคจิตอยู่ล่ะสิ”) ออกศึกมันพูดมาตามสายอีก เออ รู้ตัวเองก็ดี


                “กูจะวางละนะ ไว้เจอกันที่ค่าย”


                (“อ๊ะ ๆ เดี๋ยวผมไปรับพี่ที่บ้านดีกว่า พี่จะได้ไม่ต้องปั่นจักรยานมาให้มันเมื่อย”) ไอ้ออกศึกรีบพูด ผมขมวดคิ้ว


                “ไม่ต้องมา กูไปเองได้ แค่นี้...”


                (“ไม่ได้ครับ ออกศึกคนนี้จะไปรับพี่เกรย์เอง แต่งตัวรอได้เลย ผมจะไปรับพี่! รอหน้าบ้านนะครับ จุ๊บ”) มันพูดแค่นั้นก็วางสายหนีผมไปเลย


                จุ๊บพ่อง...ผมจะวางโทรศัพท์แรง ๆ ลงบนที่นอนถึงกับชะงัก วางเบา ๆ แทน


                “อะไรของมันวะ จะมารับทำไมเล่า กูไปเองได้แท้ ๆ” ผมบ่นอุบอิบแต่เดินถือผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปค่ายมวย ผมไม่ได้จะรีบไปรอไอ้ออกศึกหรอกนะ อย่าเข้าใจผิดเว้ย...ผมจะมายืนบ่นคนเดียวทำไมครับ


                ผมลงมาทำข้าวกล่องให้มันด้วย วันนี้เป็นเมนูปลา หัวสมองมันจะได้ปลอดโปล่งหน่อย ไม่ใช่มัวแต่คิดเรื่องผมอยู่ได้..ผมวนมาจิกกัดตัวเองทำไม ผมสะบัดหน้าเล็กน้อยก่อนจะสะดุ้งเมื่อแม่เดินเข้ามาดูผมยิ้ม ๆ


                “เกรย์ ทำอะไรอยู่จ๊ะ กลิ่นหอมเชียว แม่ทำให้ตกใจเหรอ” ผมหันไปยิ้มให้แม่


                “ตกใจนิดหน่อยครับ อันนี้เกรย์ทำไว้ให้แม่ด้วยนะ” ผมตักกับข้าวใส่จานแยกไว้


                “ขอบคุณจ๊ะ นี่ของออกศึกเหรอ เกรย์ดูแลน้องดีจังเลย เริ่มรู้สึกแล้วใช่ไหมว่าน้องเป็นคนดี” ผมปิดกล่องข้าวที่ทำเสร็จเรียบร้อย


                “มันก็ ไม่ได้เลวร้ายอะไรถึงขนาดนั้น...” ถ้ามันไม่ได้จ้องจะจีบผม ผมคงไม่ต้องมาคิดระแวงแบบนี้หรอก...ผมเป็นผู้ชายนะครับ เจอผู้ชายด้วยกันมาพูดจีบ ก็ต้องมีเหวอ ๆ บ้างล่ะ แม่ยิ้มแล้วลูบหัวของผมเบา ๆ


                “จำไว้นะเกรย์ ไม่ว่าลูกจะชอบอะไร หรือรักอะไร แม่ก็เคารพการตัดสินใจของเกรย์เสมอ” แม่พูดประโยคที่ผมไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่  แต่ผมก็ยิ้มตอบ


                เสียงรถจอดหน้าบ้านทำให้ผมละสายตาไปมอง น่าจะเป็นไอ้ออกศึก ผมกอดแม่แล้วหอมแก้มท่านหนึ่งที


                “งั้นเกรย์ไปค่ายมวยก่อนนะครับแม่ ไว้เจอกันตอนเย็นครับ อย่าลืมทานข้าวให้ตรงเวลานะ” ผมกำชับ ก่อนที่จะเดินออกไปจากบ้าน ผมเจอออกศึกออกมายืนเปิดประตูรถรอ


                ความจริงมันนั่งรอในรถก็ได้ ไม่เห็นจะต้องลงมา...สิ่งที่มันทำคือ เปิดประตูรถให้ผมด้วยใบหน้าที่เบิกบาน


                “อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เกรย์”


                “เออ อ่ะ...เอาไปข้าวกล่องของมึง” ผมยื่นข้าวกล่องให้มันรับไป ออกศึกทำตาโตตื่นเต้นตามประสามัน ทำหน้าเหมือนคนไม่เคยเห็นข้าวกล่องไปได้


                “เย้ วันนี้ผมได้กินกับข้าวฝีมือพี่อีกแล้ว มีเสน่ห์ปลายจวักมัดใจของผมซะอยู่หมัดเชียวนะครับ” ออกศึกถือกล่องข้าวไว้พร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก มัดใจบ้าอะไรของมันอีก...


                “พูดมาก! จะไปไหม ซ้อมน่ะ เสียเวลาจริงๆ” ผมด่ามันเข้าให้แล้วรีบเข้าไปนั่งในรถ ไอ้ออกศึกมันเลยรีบวิ่งมาขึ้นรถ เพราะกลัวผมจะวีนใส่มันจริงๆ....แต่ผมว่าเปล่าหรอกครับ มันไม่ได้กลัวผมจะวีน ผมยังเห็นมันทำหน้ากวนตีนใส่ผมอยู่เลยเมื่อกี้!

** **

ค่ายมวยโคตรรัก

ผมมองออกศึกกับลูกน้องในค่ายของมันซ้อมมวยจริงจังมาก...


                “ต่อไปตาใครวะ หยิบไพ่สิวะ จั๋วๆ” เสียงหัวหน้าใหญ่สุดอย่างไอ้ออกศึกพูดขึ้น ไอ้เชี่ย...มันไม่ได้ซ้อม!

พวกมันนั่งล้อมวงเล่นไพ่กันอยู่ คืออะไรของพวกมึงงงง! ผมหายไปดูเอกสารของค่ายมวยไม่ถึงสองชั่วโมง กลับมาก็เห็นสภาพแบบนี้แหละครับ ดูเหมือนพวกมันไม่รู้ว่าผมเดินกลับมา แต่ไอ้เด็กฝึกที่นั่งมุมสุดสายตาไวกว่าใคร ส่วนออกศึกมันนั่งหันหลังให้ผมอยู่


                “เออ เฮียออกศึก...” ลูกน้องมันพยายามจะบอก


                “ไรวะ รีบเล่นสิ มึงทำให้เกมล่าช้านะเนี่ย” ผมกอดอก กูบอกให้ซ้อมแต่กลับมาเล่นไพ่ เจริญ...


                “สนุกไหม?” ผมถาม ออกศึกมันตอบกลับ ในมือของมันถือไพ่ที่เป็นตัวเกร็งทั้งนั้น


                “สนุกใช้ได้อยู่...” มันตอบและชะงัก “ทำไมเสียงคุ้นจัง...พี่เกรย์!!” ออกศึกมันหันมาหาผมที่ยืนอยู่ด้านหลัง        คราวนี้วงไพ่นี่แตกเลยครับ พวกลูกน้องพากันไปกองอยู่ด้านหลังพร้อมโยนความผิดให้ลูกพี่มันรับหน้าคนเดียว


                ออกศึกโยนไพ่ทิ้งออกจากมือแล้วยิ้มให้ผม


                “กลับมาจากเช็คเอกสารแล้วเหรอครับ เหนื่อยไหม” มันรีบถาม


                “กูบอกให้มึงทำอะไร?” ผมยังคงกอดอกกดดันมัน ออกศึกมันเกาแก้มแกรก ๆ


                “ซ้อมมวยครับ...แบบว่า พวกผมก็ซ้อมอยู่ไงตอนแรก พอไป ๆ มา ๆ มันเบื่อ เลยหาอะไรทำ” มันแก้ตัว


                “ก็เลยเล่นไพ่? มึงก็รู้ว่ามึงมีแข่งนัดสำคัญต่อ ต้องซ้อมให้ตรงตารางสิวะ มึงจะทำแบบนี้ไม่ได้” ผมบอกจริงจังด้วยความเป็นห่วง ออกศึกมันได้ไปแข่งต่อต้องจริงจังเป็นพิเศษสิ แล้วดูมันทำ?...นั่งเล่นไพ่มันใช่เรื่องไหมครับ


                “เอาไพ่มาให้กู กูยึด แล้วก็กลับไปซ้อมมวยตามตารางของมึงต่อ” ผมแบมือขอกล่องไพ่ ไอ้พวกลูกน้องรีบช่วยกันเก็บๆ ใส่กล่องให้เรียบร้อย


                “ได้ครับ แล้วนี่ต้องซ้อมถึงตอนไหน...อ้อ ซ้อมถึงตอนเลิกเลย ตามตาราง” ออกศึกมันจะถามแต่พอเจอสายตาดุมันรีบจำได้ทันที


                “รีบไปสิ พวกมึงด้วย ไปซ้อมกับลูกพี่มึงเลย” ผมไล่พวกมันไปทีเดียวพร้อมกัน ผมส่ายหน้าเอือมๆ มองไพ่ในมือของตัวเอง มีอย่างที่ไหนกัน บอกว่าเบื่อเลยพากันเล่นไพ่



                ระหว่างที่ออกศึกกำลังต่อยมวยจริงจัง (คราวนี้มันซ้อมจริงๆ) ผมนั่งเลือกชุดมวยให้มันใหม่ เอาไว้ให้มันไปใส่ตอนแข่ง พอดีได้งบมาจากป๊าของไอ้ออกศึกนี่แหละครับ เสียงเตะต่อยดังเป็นระยะๆ ผมนั่งดูเล่นไปจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเที่ยง เสียงพวกเด็กฝึกทำให้ผมเงยหน้ามองพวกมัน


                “พี่เกรย์ครับ พวกผมออกไปกินข้าวก่อนนะครับ”


                “เที่ยงแล้วเหรอวะ?” ผมยกนาฬิกาขึ้นดูมันเที่ยงแล้วจริงด้วย ผมพยักหน้าให้พวกมันเดินออกไปจากค่าย         ผมเลยมองไปที่สังเวียนมวย ไอ้ออกศึกมันหายไปไหนไม่รู้ อ้าว? ผมเหลือบไปมองกล่องข้าวของมันที่วางอยู่บนเป้


                ผมลุกขึ้นเดินไปทางห้องพักนักมวย แต่ต้องผงะกับมันที่เดินสวนออกมาพอดีทำให้ผมเซถอยหลังจะล้ม ไอ้เชี่ยเดินออกมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่มือหนาไว...คว้าเอวผมดึงเข้าไปหาตัวของมัน


                หมับ

                “โอ๊ะ ระวังครับ” ออกศึกกระตุกยิ้ม


                “ปล่อยมือจากเอวกูเลยมึง!” ผมดิ้นออกจากมัน ไอ้ออกศึกยอมถอยออกห่างๆ ทำไมเมื่อกี้ตอนมันโอบเอว          ผมต้องรู้สึกร้อนวูบด้วย...เชี่ยเกรย์ครับ สติ


                “โหย ไรอ่า คนเขาช่วยไม่ให้ล้ม จริงๆ ต้องหอมแก้มขอบคุณผมสิครับ” มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมเดินหมุนตัวกลับไปที่นั่งที่เดิม ออกศึกเดินตามมาติด ๆ


                “หอมเชี่ยไรของมึง ไปกินข้าวได้แล้ว”


                “เราเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันเลยเนอะครับ” คู่รักข้าวใหม่ปลามันอะไรของมันอีก...


                “เพ้อเจ้อละมึง” ผมปฏิเสธแล้วนั่งลงตรงที่นั่ง โดยมีออกศึกนั่งลงข้างกัน มันนั่งกินข้าวเงียบๆ ของมันไปแหละครับ ส่วนผมกินนมกล่องของผมไป (ปกติส่วนมาก ผมกินแค่นี้ก็อิ่มแล้ว) ออกศึกกำลังนั่งเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ มองหน้าผมแวบหนึ่ง


                “พี่...ผมป้อน สักคำนะ” มันคีบชิ้นปลามาตรงหน้าผม ผมเลิกคิ้ว คีบมาให้กูทำไม


                “ไม่เอา มึงกินไปเถอะ กูไม่...”


                “สักคำนะครับ จะได้ไม่ปวดท้อง กินแค่นมมันอยู่ท้องพี่เหรอ”


                “.........” ยังไม่ทันจะตอบอะไรมันพูดต่อรัวๆ


                “ต่อให้มันอยู่ก็จริง พี่อาจจะไม่โตก็ได้นะ” ผมคงไม่โตไปมากกว่านี้แล้วล่ะ หยุดการเจริญเติบโตแล้วเว้ย...  


                “เออๆ วุ่นจริงมึงเนี่ย” ผมจะหยิบตะเกียบที่มันคีบปลาแต่มันกลับส่ายหน้าให้ผมกินจากมือที่มันป้อน ผมทำหน้าขัดใจนิดๆ แต่ต้องยอมให้มันป้อน เพราะเวลาเถียงกับไอ้ออกศึกทีไร ผมจะเป็นประสาท


                “อ้อ! พี่เกรย์ครับ วันนี้เราไปกินข้าวเย็นด้วยกัน...” จู่ๆ มันพูดขึ้น ทำเอาผมที่นั่งเหม่ออยู่ตกใจหมด มันพูดยังไม่จบเสียงโทรศัพท์ของมันดังแทรกขึ้นมาด้วย


                Rrrr

                “ฮัลโหล หมวยเล็กเหรอ...” เสียงของออกศึกสดใสขึ้นมาทันที ผมนั่งอยู่ข้างกันพอจะรู้ว่าใครโทรมาหามัน      น้องชายสุดที่รักของมันไงครับ (เพิ่งรู้จากป๊าไอ้ออกศึกเหมือนกันว่า มันเป็นประเภทพี่ชายหวงน้องชายสุด ๆ)


                “หือ? วันนี้เหรอ ได้ ๆ....แล้วไอ้หมูไปไหน มันไม่มาส่งหมวยเล็กที่บ้านเหรอ อ๋อ...มันมีเรียน งั้นเดี๋ยวเฮียไปรับเอง จะกลับตอนไหน...” ผมนั่งดูดนมกินของผมไป หูได้ยินทุกคำที่ออกศึกมันพูด พอดีมันพูดเสียงดังไง...


                “บ่าย 2 เหรอ...” ออกศึกยกนาฬิกาดู ตอนนี้มันเที่ยงกว่าๆ แล้ว

“โอเคงั้นรอเฮียอยู่หอละกัน ไม่ต้องลงมารอข้างล่าง รอบนห้องหมวยเล็กนั่นแหละ เดี๋ยวเฮียไปถึงจะโทรหาเอง” มันตกลงกับน้องมันเรียบร้อยก็วางสาย มันหันมามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไร


                “มึงไปรับน้องเถอะ วันนี้กูให้มึงเลิกเร็ว” ผมพูดก่อน ออกศึกทำหน้าเหมือนคิดหนักมาก


                “แต่ผมเพิ่งพูดว่าจะพาพี่ไปกินข้าวนี่นา” นี่มึงห่วงกินเหรอ...


                “เอาไว้ไปกินวันหลังก็ได้ มึงรีบรึไง” มันพยักหน้ารับรู้เมื่อเห็นผมว่าแบบนั้น ออกศึกกินข้าวที่เหลือให้หมดทีเดียวแล้วดื่มน้ำที่ตั้งอยู่จนหมดขวดก่อนจะหันมาถามผม


                “แล้วพี่กลับบ้านตอนไหนครับ กลับยังไง? พี่เกรย์ไม่ได้เอาจักรยานมาด้วย” มันถามห่วง ที่จริงไม่ต้องห่วงผมหรอกโว้ย โตแล้วกลับเองได้


                “กลับตอนเลิกแหละ เดี๋ยวกูดูไอ้พวกเด็กฝึกลูกน้องมึงซ้อมต่อ กูกลับแท็กซี่ไง”


                “ผมไม่รู้ว่าถ้าไปรับหมวยเล็กแล้วจะกลับมาตอนไหน เพราะผมต้องพาหมวยเล็กไปซื้อพวกปากกาเครื่องเขียนด้วย...หรือพี่จะไปกับผม” ออกศึกชวน ผมเลยส่ายหน้าปฏิเสธ


                “กูจะไปกับมึงทำไม มึงไปกับน้องชายมึงเถอะ กูกลับเองได้”


                “ก็ห่วง” เสียงเข้มย้ำชัดเจนทำเอาผมแอบชะงัก สายตาของมันที่มองน่ะสิครับ จริงจังโคตร ผมยกมือโบก ๆ ไล่ออกศึกที่ทำหน้าทำหน้าคิดหนักอยู่ แค่ออกไปรับน้องแล้วไม่ได้ไปส่งผมกลับบ้าน มันจะอะไรขนาดนั้น


                “ไม่ต้องมาห่วงกูหรอกเว้ย กูผู้ชาย แถมเป็นเทรนค่ายมวยอีก กูรู้ศิลปะป้องกันตัว”


                “ก็จริงครับ แต่ยังไงพี่ก็บอบบางอยู่ดี พี่ไม่รู้หรือไง” ออกศึกก้มหน้าจู่โจมเข้ามาใกล้จนใบหน้าของเราสองคนใกล้กันมาก ผมมองแววตาคมตรงหน้า


                “ไอ้เชี่ยเอาหน้าออกไป” ผมดันหน้าของมันออก มันหัวเราะพอใจเล็กน้อยแล้วลุกขึ้น พวกลูกน้องที่ไปกินข้าวข้างนอกเริ่มทยอยกลับเข้ามา ดูพวกมันจะแฮปปี้มากกับการพักไปกินข้าว


                “งั้นผมออกไปรับหมวยเล็กก่อนนะ...จะกลับตอนไหนโทรบอกผมด้วยได้ไหม” ออกศึกมันเก็บกระเป๋าของมันพลางถามผมไปด้วย ผมขมวดคิ้ว ทำไมต้องโทรรายงานมึงด้วย...


                “ไม่ รีบไปได้แล้วไป” ผมไล่อีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่ามันมองผมด้วยสายตาที่เป็นห่วงจริง ๆ



                หลังจากออกศึกออกไปรับน้องชายของมัน ผมอยู่ค่ายฝึกดูไอ้พวกเด็กฝึกมันฝึกกันไป จนถึงเวลาเลิก พวกมันสลายตัวอย่างรวดเร็ว เพราะบรรยากาศเหมือนฝนจะตก ผมเองก็รีบเก็บกระเป๋าของตัวเองเหมือนกัน ผมปิดไฟทุกดวงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา เมื่อนึกถึงตอนที่ออกศึกมันบอกให้โทรหามันด้วย...ผมชะงัก ผมจะไปทำตามที่มันบอกทำไมล่ะ ผมสะบัดความคิดเล็กน้อย แต่มือเลื่อนปลดล็อคหน้าจอ


                แบตเหลือ 1% อ้าว...เชรด กูลืมชาร์ต แต่อย่าว่าผมลืมชาร์ตเลยครับ ก็ไอ้เชี่ยออกศึกมันไม่ได้ให้ที่ชาร์ตผมมาด้วยต่างหาก! มันเอาแต่โทรศัพท์ให้ผม จะว่าไปแบตอึดดีนะเนี่ย มันไม่ใช่เวลาที่ผมจะมาดูแบตหรอกเพราะตอนนี้คือมันดับไปเรียบร้อย


                “มาดับตอนกูจะโทร โอ๊ย” ผมเอามือขยี้ผมตัวเองแล้วมองท้องฟ้าที่มืดมาเชียว คาดว่าฝนตกหนักแน่นอน ผมเลยรีบกลับบ้าน แต่ปัญหามันยังไม่จบแค่นั้น ผมดันดูข่าวตอนเช้าในโทรทัศน์ ว่ามิจฉาชีพเดี๋ยวนี้เยอะมาก ทำเอาผมไม่กล้าที่จะขึ้นแท็กซี่ ผมเลยตัดสินใจเดิน...ฟังถูกแล้วครับ เดินกลับบ้าน!


                ผมเดินมาตามถนนทางกลับบ้าน ช่วงนี้มีคนอยู่ตามถนนกันเยอะแยะครับ ไม่ได้เปลี่ยวอะไรเลย แต่คนกำลังชุลมุนมาก เพราะว่าฝนกำลังจะตก ผมเองก็เร่งฝีเท้าเดินให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะกลับบ้านให้ทันก่อนฝนจะตก


                แต่ทว่า...เม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเล็กน้อยและก็เทบึ้มลงมาแบบไม่เกรงใจผมที่ยังไม่ถึงบ้านเลยสักนิด


                ซ่า**!!**

                ผมรีบวิ่งเข้าไปหลบในตู้โทรศัพท์ที่อยู่ใกล้ๆ เสื้อของผมเปียกนิดหน่อยแต่ทำให้หนาวได้เหมือนกัน ผมมองออกไปข้างนอก คนวิ่งวุ่นหลบฝนกัน มาตกอะไรวันนี้วะ...ผมมองตู้โทรศัพท์แล้วนึกได้ว่า โทร.ไปบอกแม่หน่อยดีกว่า ผมล้วงหาเหรียญในกระเป๋า ไม่มีสักเหรียญ...


                เสียงฟ้าร้องทำเอาผมสะดุ้ง ระหว่างที่กำลังคิดว่าจะออกไปจากตู้โทรศัพท์ทั้ง ๆ ที่ฝนกำลังตกหนักแบบนี้ได้ยังไง ผมก็ต้องเบิกตากว้างกับผู้ชายที่วิ่งเข้ามาหลบฝนที่เดียวกันกับผม ผู้ชายตรงหน้าหน้าตาคุ้นมาก...


                จะไม่ให้คุ้นได้ยังไง ในเมื่อมันคือไอ้ออกศึก!! มันมาทำอะไรที่นี่ มาได้ไง?


                “ขอหลบฝนด้วย...เฮ้ย พี่เกรย์!!!” มันแหกปากออกมาลั่นเมื่อเห็นว่าเป็นผม เออ...เมื่อกี้ตอนมึงวิ่งเข้ามาไม่ได้ดูเลยเหรอ ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยถาม มันชิงถามมาก่อน


                “ทำไมโทร.ไปไม่รับสาย! ปิดเครื่องทำไมครับ รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงแค่ไหน ตอนโทร.ไปหาแม่พี่แล้วแม่บอกว่าพี่ยังไม่กลับบ้าน ใจผมนี่หล่นไปถึงตาตุ่มเลย” มันบ่นรัว ผมเลิกคิ้ว มันรู้เบอร์แม่ผมได้ไง? แล้วมันตกใจอะไรนักหนาวะ...


                มันทำยังกับว่า ผมมีความหมายกับมัน...แน่นอนว่ามึงมีความสำคัญต่อมันไอ้เกรย์ เป็นเพราะฝนรึเปล่า ทำไมผมถึงใจเต้นแรงล่ะ


                “โทรศัพท์กูแบตหมดไง แล้วถ้าถามว่าทำไมไม่ชาร์ต มึงไม่ได้เอาสายชาร์ตให้กูไอ้เชี่ย” ผมพูดรัวใส่มันเหมือนกัน ออกศึกชะงักเหมือนนึกได้ว่ามันลืมเอาสายชาร์ตให้ผมจริง ๆ


                “เออจริงด้วย ลืมเอาให้แฮะ...” ไอ้ออกศึกยิ้มแห้งๆ ให้ผม เสื้อผ้ามันเปียกโชกยิ่งกว่าผมอีกครับ กำลังงงว่าทำไมมันเปียกขนาดนี้ ไหนบอกว่าไปรับน้องชายของมัน?


                “มึงมาอยู่แถวนี้ได้ไง แล้วทำไมตัวถึงเปียกเหมือนหมาตกน้ำขนาดนี้” ผมถาม ก่อนร่างสูงจะตอบคำถามที่ร่ายยาวยังกับเรียงความให้ผมฟัง


                “คืองี้ครับ ผมไปรับหมวยเล็กที่หอพักใช่ไหม?” กูจะไปรู้กับมึงไหม...

“ไอ้พักรบมันเลยตามไปด้วย พวกผมมันเป็นพวกติดน้องอ่ะครับ ก็เลยขนกันไปรับน้อง ทีนี้พากันไปซื้อของแถวห้าง ก่อนผมจะขับกลับมาแถวค่ายมวย กะว่าจะมารับพี่กลับบ้านด้วยกันนี่แหละ แต่พอผมลงจากรถมาหาพี่ ค่ายก็ปิดเงียบ โทร.หาพี่ก็ไม่ติด ตอนนั้นผมโคตรร้อนใจ เลยบอกให้ไอ้พักรบขับพาหมวยเล็กกลับบ้านไปก่อนเลย และผมก็วิ่งมาตามทางที่คิดว่าพี่น่าจะเดินกลับบ้าน....พอมาคิดๆ ดูแล้ว ทำไมผมไม่ขับรถมาวะ...” ไอ้ออกศึกบ่นให้กับความโง่ของตัวเองที่เพิ่งรู้ตัว...


                “พี่หัวเราะผมในใจใช่ไหม”


                “ไม่ได้หัวเราะอะไรเลย มึงคิดไปเองปะ” ออกศึกมองผมที่ยืนอยู่ตรงหน้ามัน คิดสภาพออกไหมครับว่าผู้ชายสองคนมายืนอยู่ในตู้โทรศัพท์ด้วยกัน แน่นอนว่าพื้นที่มันย่อมน้อยอยู่แล้ว...ผมกับออกศึกห่างกันไม่ถึงฝ่ามือ


                บรรยากาศแบบนี้มันไม่ใช่เลยเว้ย! (โดยเฉพาะกับผู้ชายที่ประกาศตัวว่า จะขอผมเป็นแฟน...)


                “ไม่รู้แหละ เพราะผมห่วงพี่จนไม่มีสติ ถึงกับวิ่งมาขนาดนี้ น่าทึ่งจริง ๆ เฮ้อ...ดีนะครับ ที่หาพี่เจอ” มันทำท่าภูมิใจในตัวเองซะเต็มประดาที่วิ่งมา แทนที่จะเอารถมารับกูด้วย ไอ้ออกศึกมันโง่...โง่ที่ห่วงผมมากเกินไป


                ทำไมกูต้องรู้สึกใจเต้นขึ้นมาอีกด้วย


                ผมมองออกไปข้างนอกฝนยังตกแรงอยู่เลยและไม่มีท่าทีว่าจะตก ขืนเป็นแบบนี้เราได้นอนอยู่ในนี้แน่ ๆ ผมหันกลับไปมองร่างสูงที่ตัวเปียกสุด ๆ


                “มึงได้เอาโทรศัพท์มาไหมไอ้ออกศึก” ผมแบมือขอ ออกศึกส่ายหน้า


                “ผมไม่ได้เอามาครับ ลงจากรถวิ่งมาเลย พกแต่เงินมากับบัตรเครดิต” มันล้วงชูให้ผมดู อ้าว...หมดกัน ว่าจะโทร.หาแม่ กลัวท่านเป็นห่วง แต่เสียงเข้มดังขึ้นทำให้ผมหันไปมองสิ่งที่มันชี้


                “โอ๊ะ พี่เกรย์นั่น โรงแรมระดับ 5 ดาว น่าจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้นะครับ” มันเป็นโรงแรมที่อยู่ในย่านผับ แน่นอนว่ามันต้องเป็นโรงแรมคู่รัก แม้จะบอกว่าเป็นระดับหรูก็เถอะ แต่มันเป็นที่สำหรับคู่รัก มันกระตุกยิ้มให้ผม


                “แล้วไง?”


                “เราจะไปพักที่นั่นก่อนไงล่ะครับ กว่าฝนจะหยุดตก พี่จะไม่สบายเอาได้นะถ้ายังอยู่แบบนี้” ออกศึกว่าเหมือนมีหลักการ ผมกลับรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยสำหรับผม


                “ทำไมต้องไปด้วย อีกหน่อยมันคงจะหยุด...”


                ซ่า**!!!** เสียงฝนกระหน่ำลงมาอีกรอบ ตกไม่เกรงใจกูเลยครับ ไอ้ออกศึกมันหัวเราะในลำคอ


                “ท่าทางจะไม่หยุดตกง่ายหรอกครับ ไปเหอะ อย่างน้อยมันก็มีที่ให้เราอาบน้ำ จะได้ไม่หนาว” มันเขยิบเข้ามาใกล้ผมอีก จนผมถอยหลังติดกับผนังตู้โทรศัพท์ ไอ้เชี่ยมันชิดผนังแล้วโว้ย...


                “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะเว้ย ตู้มันเล็กๆ มึงจะขยับมาทำไมเล่า” ผมโวยวายดันแผงอกตรงหน้าออก ออกศึกมันก็เหมือนรู้ว่าผมจะดันมันแกล้งเข้ามาใกล้กว่าเดิม เข้าใจอารมณ์นักมวยอยู่ใช่ไหมครับ


                กล้ามแน่นมาก ผมเห็นบ่อย ๆ ในค่าย แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจของไอ้ออกศึกที่มันเต้นแรงมากๆ ทำให้ผมเงยหน้ามองสบตากับมันที่ก้มหน้าลงมาใกล้ผม...


                “พี่เกรย์...” เสียงเข้มดังใกล้ทำให้ผมเบี่ยงตัวเองหลบแต่กลับหลบผิดทาง หน้าของผมดันโดนริมฝีปากหนาตรงหน้าจุ๊บที่แก้มเต็มแรง


                “ไอ้สัด!! ก้มลงมาทำเชี่ยอะไรวะ!” ผมเอามือจับแก้มตัวเอง ถูๆ ออก ออกศึกเอามือกั้นผมไว้ยิ้มอารมณ์ดี


                “พี่หลบเองนี่นา ถ้าไม่หลบก็ไม่โดนหอมหรอกครับ ปะ ไปพักที่โรงแรมใกล้ ๆ กันก่อน” มันชวนแต่มือนี่จับมือผมไว้แล้ว ผมสะบัดออกทันที


                “กูไม่ไป กูจะรอให้ฝนซ่า มึงอยากไปก็ไปคนเดียวเลย”


                “ถ้าพี่ไม่ไปผมก็ไม่ไปครับ แล้วถ้าเกิดผมไม่สบายขึ้นมา...” ผมตาโตเมื่อได้ยินว่าถ้าไอ้ออกศึกมันไม่สบาย ไม่ได้นะเว้ย! มึงจะไปแข่ง ออกศึกยิ้มเหมือนผู้ชนะ

“ถ้าอยากให้ผมสบายดี ไปโรงแรมกับผมครับ พอฝนซาปั๊ป ผมจะไปส่งพี่ที่บ้านแน่นอน” มันเสนอ ผมมีทางเลือกด้วยเหรอวะ เพราะถ้ามันไม่สบายจริง ๆ มันเป็นผลไม่ดีต่ออนาคตและค่ายแน่นอน


                ผมหายใจฮึดฮัดขัดใจเล็กน้อย


                “เออ! ก็ได้ ไปก็ไปวะ ยุ่งยากจริงมึงนิ เป็นคนกระหม่อมบางรึไง” ผมบ่นให้มันและต้องตาโตกับเสื้อตัวนอกของออกศึกถูกถอดออกแล้วมาคลุมตัวของผมไว้


                “เฮ้ย อะไร...”


                “พี่จะได้หน้าไม่เปียก คลุมไว้เดี๋ยวไม่สบาย”


                “ไม่ต้อง! กูไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ไอ้เชี่ยออกศึก!!! ปล่อยกูลง” ผมร้องเสียงหลงเมื่อจู่ ๆ ออกศึกมันเปิดประตูตู้โทรศัพท์และหันมาอุ้มผมพาดบ่า ไอ้ฟายยย อย่าเห็นว่ากูตัวเล็กกว่าแล้วจะหิ้วไปไหนมาไหนก็ได้นะ ดีนะหัวกูไม่โขกกับผนังตู้


                “อย่าดิ้นครับพี่เกรย์ เดี๋ยวได้ตกลงไปกลิ้งกับพื้นหรอก” มันว่าขำๆ นี่มึงเห็นกูเป็นรุ่นพี่รึเปล่า...


                “กูจะสั่งมึงฝึกหนักนะไอ้เชี่ย! ปล่อยกูลง กูสั่ง”


                “ไม่ปล่อยครับ จะฝึกหนักก็ฝึกไป” ผมรับรู้ว่าออกศึกกำลังวิ่ง ส่วนผมถูกพาดอยู่บนบ่าที่มีเสื้อของมันคลุมไว้     อ้อ พอดีไอ้ออกศึกมันใส่เสื้อกล้ามสีขาวไว้อยู่ครับ แต่พอมันโดนฝนมันก็เปียกหมดปะวะ มันจะถอดเสื้อมาคลุมกูทำเพื่อ


                “แล้วอีกอย่างผมว่า คืนนี้เราอาจจะไม่ได้กลับบ้านก็ได้นะครับ ฝนท่าทางจะตกหนัก...”


                “มึงรู้ได้ไงว่าฝนจะไม่หยุด เป็นพยากรณ์อากาศรึไง”


                “เปล่าครับ แต่ผมอาจจะรั้งพี่ไว้ก็ได้...” เสียงเข้มพึมพำแข่งกับสายฝนที่ตกลงมาแรงมากอีกรอบทำให้ผมไม่ได้ยินคำข้างหลังที่มันพูดเลยสักนิด ฝนตกขนาดนี้น้ำจะท่วมโลกไหม? แล้วทำไมผมต้องไปโรงแรมกับไอ้ออกศึกด้วย โอ๊ย...







=====================100%====================

​ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดีๆจากคนอ่านที่น่ารักค่ะ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น