Maeonam

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ป่วนยกกำลังสอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ป่วนยกกำลังสอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2561 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ป่วนยกกำลังสอง
แบบอักษร

ตุบ! ร่างอันหนักอึ้งถูกทิ้งลงเตียง แม่งเอ้ยไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอมาเฟียพ่อลูกอ่อนต้องวางแผนใหม่ตั้งแต่ยังไม่ทันไร ที่พีคคือ จากต้องสมัครเป็นบอดี้การ์ดแต่ได้ตำแหน่งว่างอย่างพี่เลี้ยงเด็กแทน ฮะโหลก็ลูกคนเดียวไงไม่เคยเลี้ยงเด็กเว้ย โตมากับกองทหารพี่เลี้ยงก็ครูฝึกหน้าเหี้ยมสั่งวิดพื้นทุกทีที่ทำผิด จะให้ผมเลี้ยงแบบพี่เลี้ยงในค่ายทหารไหมล่ะ เอ้า!แคนน่อนวิดพื้นลูก ปิ๊ดปี้ปิ๊ด!

ยกมือก่ายหน้าผากเป็นรอบที่สามสิบสี่พร้อมถอดหายใจอีกยี่สิบหกที ผมไม่ได้นับหรอกพูดไปงั้นให้มันดูเว่อร์เพื่อจะมีคนเห็นใจบ้าง คนเดียวที่อยากจะปรึกษามากที่สุดคือโทมัสมายฟาเทอร์ผม พ่อเป็นคนที่หาทางออกได้เก่งและพูดให้กำลังใจได้ดีเยี่ยมกว่าโอลิเวียมายมัม แม่ค่อยข้างเป็นคนตรงๆและขวานผ่าซากสุดๆ ไอ้นิสัยนี่ของมัมนี่แหละที่ผมได้มาเต็มๆ ว่าแล้วก็ต่อสายถึงคุณโทมัส

"(จะมาขอคำปรึกษาอะไรอีกล่ะเจ้าลูกตัวดี)" เพียงปลายสายรับเจ้าตัวก็สามารถล่วงรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกชายปรารถนา

"แหม่~ รู้ใจลูกชายเหลือเกินคุณโทมัสส"

"(นอกจากจะขอคำปรึกษา คุณทีโอคงจะไม่มีวันโทรหาพ่อหรอก)"

"ก็จะมาขอคำปรึกษาจริงๆนั่นแหละคุณโทมัส ซันอยากจะรู้ว่าคุณโทมัสเลี้ยงลูกยังไงให้โตมาหล่อและเก่งแบบนี้" ผมได้ยินเสียงถอนหายใจพ่อดังไกลๆ คงหันหน้าไปถอนแง่มๆ

"(ลูกจำไม่ได้เหรอทีโอ ลูกโดนครูฝึกจอร์นกับครูฝึกแมรี่เลี้ยงยังไง หรือจะลองกลับมาย้อนความหลังที่ฐานพ่อดี)"

"ไม่ๆ ไม่เอาแล้วผมแค่อยากจะรู้วิธีเลี้ยงเด็กแบบที่พ่อเลี้ยงผมน่ะ พอดีงานที่ผมทำครั้งนี่มันผิดแผนจากที่ตอนแรกต้องแฝงตัวเป็นบอดี้การ์ดบู๊ล้างผลาญ ผมกลับต้องมานั่งเลี้ยงเด็กให้เขาแทนเพื่อจะได้แฝงตัวไปสืบข้อมูลได้ เฮ้อ~"

"(เอาน่าถือว่าเป็นการฝึกอีกอย่างนึง ก็สมมุติว่าเลี้ยงโอทูไงพ่อว่ามันก็น่าจะคล้ายๆกัน)"

"นั่นมันหมาพ่อไม่ใช่ลูกคนเลี้ยงเหมือนกันไม่ได้ ผมคิดถูกคิดผิดที่โทรหาพ่อเนี่ย"

"(หยอกก ลูกก็คิดงี้สิทีโอสมมุติว่าพ่อกับแม่มีน้องชายให้ลูกคนนึง ลูกจะเลี้ยงน้องแทนพ่อกับแม่ยังไงลองนึกว่าตัวเองมีหน้าที่ที่ต้องปกป้องดูแลน้องชายพ่อว่าลูกทำได้อยู่แล้ว สู้ๆเขาล่ะ แต่ตอนนี้พ่อต้องออกไปทำงานแล้วแม่เขาฝากความคิดถึงมาด้วย / ทีโออ~ ลูกเป็นไงบ้างกินข้าวเยอะๆนะ บินกลับมาหาพ่อแม่บ้างคิดถึง แม่ออกไปฆ่าก่อนแล้วว่างๆจะโทรไปหา รักลูกน้า~"

นั่นแหละครับพ่อกับแม่ของผมพ่ออ่อนน้อม แม่ตรงๆพวกเขาถึงอยู่ด้วยกันได้ คำปรึกษามันก็มีสาระอยู่บ้างถึงแม้ตั้งแต่ต้นจนจบจะมีแต่น้ำล้วนๆ เลี้ยงเด็กแบบสมมุติงั้นเหรอ ถ้าผมมีน้องชายผมจะดูแลเขายังไง อืม...ไม่รู้เว้ยนอนดีกว่าค่อยว่ากันอีกที ตอนนั่งอ่านคู่มือเลี้ยง

"ทีโอ~ กลับมาแล้วเอาของที่ฝากซื้อมาให้" ขงเบ้งส่งเสียงลั๊ลล๊าทันทีเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาได้ ลืมบอกไปว่าผมกับขงเบ้งเราหารค่าเช่าห้องกันอยู่มันประหยัดดี แต่บางเวลามันก็ไปนอนห้องพักที่ทำงาน

"ใจมาก มึงรู้ป่ะกูไปเจอเจ้านายใหม่มาล่ะ ปวดหัวฉิบหายแม่งให้กูเลี้ยงลูกให้"

"ถึงว่าให้กูซื้อคู่มือเลี้ยงเด็กมา คนขายถามด้วยลูกกี่ขวบแล้ว ฟาคค! ยังโสดเมียก็ไม่มีทักอย่างงี้เสียหาย"

"กูว่าเขาอาจจะทักเพราะหน้ามึงแก่ด้วย"

"ฟาคค~"

เอาเส้! คู่มือพร้อมแล้วเข้ามาเลยเด็กๆพี่ทีโอจะดูแลเป็นอย่างดีไว้ใจพี่ได้นั่นเป็นคำพูดก่อนที่ผมจะอ่านหนังสือคู่มือ ตัดภาพมาอีกทีตอนตีห้ากว่ากับการสะลืมสะลือตื่นขึ้นมาหนังสือเปิดอ่านไปเพียงหน้าเดียวเท่านั่น ผมก็เกิดอาหารวูบหลับคาหมอนอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ลงภาคสนามความรู้ก็ไม่มี เจ้านายก็ยากจะเดาใจ ทีโอเอ้ยงานนี่เละแน่นอนเสียชื่อหมดและเมื่อผมเริ่มเปิดอ่านหนังสืออีกครั้งผลก็ไม่ต่างจากเดิมเผลี่ยนจากหนึ่งหน้าเป็นหนึ่งหน้าครึ่ง...

ติ๊ดติ๊ดติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ดติ๊ดติ๊ด! ติ๊ด!

ตบหมับเข้าให้นาฬิกาปลุกเวรคนจะหลับจะนอนใครมันมาตั้งวะแล้วก็นอนหลับต่อสบ๊ายสบายวันพักผ่อน หลับไปอีกสักพักก็เจอแรงตบมหาการจากเพื่อรวมห้องพวงด้วยแรงถีบเบาๆจนตกเตียงนอน ผมลืมตาตื่นเกาหัวด้วยความหงุดหงิดมองไปยังขงเบ้งผู้เป็นตัวการทำลายความสุขในวันหยุด เจ้าตัวทำหน้ากอล้อกอหยอกยกข้อมือชี้นาฬิกาก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้ผมตื่นเต็มที่ชนิดว่าไม่ต้องพึ่งกาแฟ

"จะไปทำงานวันแรกสายแล้วนะทีโอ เจ็ดมองสิบเอ็ดนาที"

"ฉิบ! ทำไมไม่ปลุกกูให้เร็วกว่านี้"  รีบลุกพรวดพราดเหวี่ยงเสื้อนอนเกงนอนไปคนละทางน้ำท่าอะไรไม่ต้องอาบแล้ว คนเราใจสะอาดต่อให้นอนตื่นมาก็ไม่ต้องอาบน้ำก็ได้

"อย่าลืมใส่กางเกงในไปทำงานด้วยนะ"

ไม่วายตะโกนไล่หลังใครมันจะลืมใส่กางเกงใน แต่จะว่าไปผมใส่มารึเปล่าวะบางทีการที่เรารีบมากไปเราอาจจะลืมใส่มันก็ได้ครับจับๆดูสะหน่อยเป็นการเซฟตัวเองไปในตัว ผมรีบบึ้งลงจากห้องมายังบริษัททันที ดีที่ยังมาทันไม่สายไม่เลททำเวลาพอดีเป๊ะ! ประจวบเหมาะกับที่รถคุณชายท่านเสด็จมาพอดี วันนี้เขามาในลุคนักธุรกิจสุดขรึม เนคไทสีสวยสะด้วยวันนี่จะพาสองเด็กน้อยมาให้ผมเลี้ยงรึเปล่า รึว่าจะให้อยู่กับแม่

แอนแอ๊น! เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ่มเด็กลงมาพร้อมกันถึงสองคน ย้ำว่าเดินลงมาไม่ใช่จูงอีกคนล่ะอุ้มอีกคน

บอกได้คำเดี๋ยวว่าเซอร์ไพรส์~ เด็กแฝดสองคนในชุดเหมือนกันกำลังเดินจับมือผู้เป็นพ่อตรงมายังผม เห็นขรึมๆนึกว่าจะชาเย็นเอ๊ย! เย็นชากิจกรรมบนเตียงก็ใช่ย่อยนะเมื่อวานแคนน่อนกับบิวเรต วันนี่เด็กแฝดสองคนรวมกันเป็นสี่ คุณพ่อลูกสี่ที่ขยันสลับพาลูกมาบริษัทดูจากใบหน้าของเด็กๆแล้วผมคาดว่าน่าจะแสบพอตัว ผมว่าเด็กๆไม่ค่อยเหมือนพ่อสักเท่าไหร่หรือว่าคงจะเหมือนแม่อันนี่ไม่รู้เพราะไม่เคยเห็นภรรยาคุณชายเขา

เด็กชายคนแรกวิ่งเกาะหมับดข้าที่ขาผมทันที อยากจะพูดกับหนูน้อยว่า หนูจะวิ่งเกาะขาคนแปลกหน้าอย่างบี้ไม่ได้นะลูกถ้าเป็นคนแปลกหน้าโดนจับขึ้นรถตู้ขายแล้ว เด็กแฝดอีกคนมีท่าทีเกๆกังๆหลบอยู่หลังโจโฉ ผมอุ้มเด็กชายคนที่เกาะขาขึ้นมากำลังจะอ้าปากเอ่ยถามชื่อมือคู่น้อยก็จับเข้าที่หน้าโน้มปากเล็กจูบเข้าให้

ตายแล้ว~ เด็กแก่แดดจูบเค้าแบบนี้ไม่ได้นะเขิน

ถุ้ย! ไม่ใช่ล่ะน้องเป็นเด็กน่ารักนะแต่มาเสียตรงจูบผมเนี่ยแหละติดลบสิบไม่น่ารักล่ะ

"จอมพลครับ ลูกจูบน้าเขาแบบนั่นไม่ได้นะครับ" ผู้เป็นพ่อพูดสั่งสอนลูกแต่ก็แอบยิ้มมุมปากคือไร?

"เหมือนแม่ จอมศึกดูๆเหมือนแม่" เด็กน้อยจอมพลพยายามเรียกแฝดอีกคนให้มองหน้าผม เพียงแรกพบสบตาผมก็รู้สึกรักเด็กน้อยเข้าสะแล้วเจ้าตัวดูเป็นเด็กขี้อายแต่ก็แฝงใบหน้าน่ารักๆแดงไว้หลังขาพ่อ

"มาหาน้าสิ น้าไม่ดุหรอกหนูชื่ออะไรเอ่ย?" ผมนั่งลงยองๆปล่อยจอมพลลงกับพื้นทำความรู้จักกับเด็กชายขี้อาย

"ชะ ชื่อจอมศึกฮะ"

"ไปหาน้าทีโอมั้ยจอมศึก เดี๋ยวพ่อต้องเข้าประชุม"

"ไม่เอามัมมี๊บอกว่าห้ามไปกับคนแปลกหน้า จอมศึกกลัวน้าเขา น้าเขาหน้าดุ"  ถึงกับพูดไม่ออกหน้าอย่างผมเนี่ยนะหน้าดุ ถ้าให้ลงแข่งมิสทิฟฟานี่ผมว่าผมก็ชนะนะเว้ย คุณชายเริ่มทำหน้าที่พ่อที่ดีบ้างโดยการกล่อมลูกให้อยู่กับผมด้วยวาจาอ่อนโยนมั้ง?

"น้าเขาเป็นพี่เลี้ยงลูกนะจอมพล มัมมี๊สอนลูกฟังน่ะดีแต่พ่อไม่สามารถพาลูกเข้าไปประชุมได้นะ"

"งั้นจอมศึกจะอยู่กับอาพูม อาพูมอยู่ไหนฮะ"

"อาพูมไม่ว่างครับ เนี่ยพี่จอมพลยังไม่เห็นกลัวเลยลูกจะกลัวอะไรครับจอมศึกตอบพ่อโฉสิ้" พอพ่อตั้งแง่ปัปลูกก็เริ่มเบะปากปุป

"ก็จอมศึกกลัวนี่ ไม่เอาไม่อยู่จะกลับบ้าน ฮืออ~"

แล้วเด็กชายจอมศึกก็เริ่มร้องไห้เสียงดังลั่นอยู่หน้าบริษัท พอเห็นอย่างงี้แล้วก็อยากจะรู้ว่าคนพ่อจะปลอบลูกยังไงให้หยุดร้อง สายตาร้ายจับจ้องมายังผมที่นั่งยองกอดจอมพลผู้เป็นพี่อยู่ มันต้องใช่แน่ๆเชื่อหัวทีโอ มองมาแบบนี่องศาดวงตาพอดีเป๊ะมองซ้ายมองขวาก็ไม่มีใคร กูสินะที่ต้องเป็นคนกล่อมเด็กน้อยให้ยอมอยู่ด้วย เอาให้พอเอาให้คำว่าตำรวจหายไปจากชีวิตผมเลยป่นปี้ไปกับดวงร้ายๆ

มิวสิค~ เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชาจนสมอุราจนสาแกใจ~

รอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เขยิบเข้าไปใกล้เด็กชายมากขึ้น มือก็เอื้อมไปคว้าเอาเจ้าตัวไว้ดึงเข้ามากอด เลี้ยงน้องชายนะเลี้ยงน้องชายทีโอ.. มันเหมือนเป็นการตอบสนองอัตโนมัติของร่างกาย มือพลางลูบหลังเล็กเพื่อปลอบประโลมก่อนจะใช้หัวแม่มือค่อยๆเกลี่ยหยาดน้ำตาใสออกจากแก้ม ใบหน้าจอมศึกแดงก่ำจากการร้องไห้สูดน้ำหมูกฟืดฟัด จอมพลที่เป็นพี่เองก็เดินเข้าไปปลอบน้องเช่นกัน

โจโฉนั่งมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆปล่อยผมทำหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กอย่างเต็มที่ แม้เจ้าตัวบอกว่ากลัวผมแต่พอสัมผัสเข้าจอมศึกก็ไม่ได้มีทีท่าหวาดระแวงหรือวิ่งหนีแต่อย่างใดยิ่งพอโผกอดเจ้าตัวด้วยแล้วแขนเล็กก็กอดตอบผมเช่นกัน บางทีเด็กชายคงไม่รู้วิธีเข้าหาคนเลยกลัว อันนี่ก็ไม่แปลกเพราะเขายังเด็กและแม่ก็สอนมาดีน่าภูมิใจแทนสามีอย่างโจโฉมีแม่ของลูกที่แสนดี

"อยู่กับน้าทีโอน้า~ เดี๋ยวจะตามใจทุกอย่างเลย คุณพ่อหนูต้องทำงานนะครับ เดี๋ยวคุณพ่อกลับไปฟ้องคุณแม่ว่าจอมศึกดื้อ"

"ไม่ๆ จอมศึกไม่ได้ดื้อ ฮืออ"

"ไม่ดื้องั้นก็หยุดร้องไปหาอะไรกินกันดีกว่า พวกหนูกินข้าวกันมารึยังเอ่ย?"

"ค่าข้าวค่าขนมออกเองนะ ไม่รวมอยู่ในรายจ่ายหรือว่าจะให้หักออกจากเงินเดือนดี"

จู่ๆคุณชายแกก็โพล่งขึ้นทำเอาผมเหวอในความคิดของเจ้าตัว เวรกรรมของผมจริงๆมาเลี้ยงลูกเขาแต่ต้องออกตังค์ค่าขนมให้ แถมหักออกจากเงินเดือนสะด้วยนะ คุณครับนี่ลูกคุณไงจำไม่ได้เหรอ จอมศึกจอมพลเองพ่ออ! ปวดเฮดกับพี่แกจริงๆรวยก็ล้นฟ้าแต่หักค่าขนมลูกจากเดินเดือนผมนี่ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกันนะเว้ย

เดี๋ยวๆ ตั้งสติทีโอเรามาแฝงตัวทำงานไม่ได้ทำงานจริงไม่ต้องไปสนเงินเดือนดิมันไม่เกี่ยวกัน

เอางั้นก็ได้จะหักกหักเลย ผมไม่ได้พึ่งเงินเดือนจากคุณอยู่แล้วแล้วก็พยักหน้าตกลงไป มันอาจจะเป็นตัวช่วยทำให้ผมสามารถเข้าใกล้เข้ามากขึ้นก็ได้ถ้าผมทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อล่อด้วยขนมนมเนยที่เด็กชอบแล้วจะเหลืออะไรเด็กน้อยทั้งสองก็สามารถอยู่กับผมเป็นทีเรียบร้อย

แต่ความวุ่นวายมันจะเกิดขึ้นหลังจากนี่ต่างหากเมื่อเด็กน้อยสองคนซึ่งอยู่การควบคุมของพ่อ ไม่ได้อยู่ในความควบคุมต่อไป เด็กน้อยที่คิดว่าคงจะไม่ดื้อเท่าไหร่กลับไม่เป็นอย่างที่ผมคิด จอมพลที่ผมคิดว่าเป็นพี่ชายที่น่ารักนั่นกลับแผงฤทธิ์เดชแบบเต็มแม็ก เหตุการณ์ต่อไปเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ใช้ตัวละครแสดงแทนแต่อย่างใด

ณ ห้องประธานบริษัท

“น้าทีโอๆ” จอมพลเรียกพร้อมกับกระโดดโลดเต้นไปมาบนโซฟาตัวหรูอย่างไม่กลัวตก

“จอมพลอย่าโดดๆ เดี๋ยวตกลงมาเจ็บ”

“ตกลงมาเจ็บๆนะ” คนน้องก็พยายามห้ามพี่ แต่ไอ้การที่หนูไปนั่งอยู่ข้างๆที่พี่กระโดดมันปลอดภัยเหรอลูก

“เดี๋ยวคุณพ่อกลับบมาตีเอานะ น้าไม่ช่วยด้วย”

“เย้ๆ โดดๆ จอมศึกโดดๆ”

“ไม่เอา ไม่อยากเจ็บตัวเดี๋ยวกลับบ้านแล้วมัมมี๊ตี”

คนน้องยังห่วงความปลอดภัยไม่ยอมโดดแต่ไอ้คนพี่มีหรือจะให้น้องพลาดเรื่องสนุกๆจับแขนน้องแล้วกระโดดขึ้นลงพร้อมกันบนโซฟา โอ๊ยหน่อ! จอมพลจอมศึกลูกอย่าทำให้น้าโดนดุตามจะได้ไหม เนี่ยกลับบ้านไปอ้อนพ่อว่าอยากได้แทรมโพลีนจะได้ไม่ลำบากมาโดดบนโซฟา

ระหว่างที่กำลังพยายามจัดการกับสองแสบอยู่นั่น คุณพูมหรือว่าบอดี้การ์ดมือขวาของคุณชายก็เข้ามาพอดี เจ้าตัวทำสีหน้าไม่ได้ต่างไปจากเจ้านายเล้ย ตาหรี่ต่ำมองการกระทำของเด็กน้อยทั้งสอง นั่นทำให้การกระทำทั้งหมดหยุดลงแล้วกลับมานั่งสงบเงียบอยู่ในความควบคุมเหมือนอย่างเคย ถ้ารู้อย่างงี้ทำหน้าดุตั้งแต่แรก

“ดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้” นั่นๆติกอะไรบนกระดาษ ตรวจความประพฤติด้วย

“อาพูม จอมศึกไม่ได้ทำนะ”

“จอมพลก็เปล่า น้าทีโอบอกว่าสนุกๆ จอมพลเลยทำตาม”

“ไม่ใช่นะครับ” น่านไงกูว่าล่ะ โยนความผิดกันดื้อๆ เด็กทำอะไรก็ไม่ผิดใช่สิ้

“จอมพล โยนความผิดให้น้าทีโอไม่ได้นะครับ อาอยู่กับจอมมาตั้งนานทำไมอาจะไม่รู้”

“…” ปาดน้ำตาให้กับความฉลาดของพูม ปรบมือ! นึกว่าจะคล้อยตามเด็ก

“นั่งดีๆครับ คุณพ่อให้เอาของเล่นมาให้ เล่นกันอย่าให้เปื้อนเสื้อผ้านะครับไม่งั้นจะโดนมัมมี๊ดุเอา ผมขอตัวก่อน”

ของเล่นที่ว่าคือจารระบายสีครับ ใครมันจะบ้าเอาของเล่นแบบนี่มาให้ลูกเล่นข้างนอกฟร้ะ ผมคนนึงล่ะถ้ามีลูกจะไม่ให้แกเล่นระบายสีข้างนอก พูกันพร้อมสีพร้อมกระดาษพร้อมแต่เด็กทั้งสองไม่ระบายบนกระดาษ และพยายามมาสร้างงานศิลปะบนหน้าผมแทน

หนูลูก! น้าไม่ใช่กระดาษระบายสีหนูจะมาทำแบบนี่กับน้าไม่ได้

ด้วยจรรยาบรรณพี่เลี้ยงแล้วจะให้ไปขัดใจลูกเจ้านายมันคงจะทำไม่ได้จริงมั้ย ได้แต่ขอความกรุณาจากเด็กแฝดทั้งสอง พู่กันอันแรกจิ้มสีแดงสดป้ายวนลงบนแก้มตามมาด้วยพู่กันอีกอันปายขีดๆบนแก้มอีกข้าง เป็นแฝดกันก็วาดให้มันไปในแนวทางเดียวกันหน่อยเส้ ตอนไปล้างหน้าข้างนอกน้าจะได้ไม่อายคนเขามาก

“น้าทีโอ สวยเหมือนมัมมี๊เลย”

“น้าจะสวยเหมือนมัมมี๊เหรอ แต่น้าเป็นผู้ชายนะ”

“มัมมี๊ก็เป็นผู้ชาย”

“…” โอ้มายก๊อตต! แม่เป็นผู้ชาย แสดงว่าคุณชายแกก็ชอบประตูหลัง

“มัมมี๊สวยกว่า” จอมศึกไม่ยอมให้พี่ชายเอ่ยชมผมว่าสวยกว่าคนเป็นแม่

หลังจากนั่นทั้งสองก็เริ่มตีกันวุ่นวายปายสีกันไปมาผมที่พยายามห้ามก็พลอยโดนสีที่ทั้งสองสะบัดปลายพู่กัน ผมไม่อาจทำให้เด็กแฝดสองคนไร้สีบนร่างกายได้ วุ่ยวายไปหมดแล้วว อยู่นิ่งๆแบบแคนน่อนได้มั้ยหรือว่าจะนอนนิ่งๆแบบบิวเรตก็ได้ ดีที่พ่อไม่มีน้องชายอีกคนให้ผมเลี้ยง

“ทำอะไรกัน” ผ่าม! เจ้านายมาแล้วขอรับ เตรียมรับคำดุได้

“ระบายสีฮะ”

“รู้ครับแต่ทำไมเละแบบนั่น? พ่อไม่ได้บอกให้อาพูมเตือนว่าเล่นระวังๆเหรอ”

“…” เด็กน้อยหน้าเจื่อนลงทันที เตรียมเบะปากร้อง

“ผมเป็นคนให้เด็กเล่นเองครับต้องขอโทษจริงๆ”

“พาเด็กๆเล่นกันเละเทะ ตัวเองก็ไม่ต่างกันตกลงผมให้คุณมาดูแลเด็กหรือว่าให้เด็กมาดูแลคุณกันแน่?”

“…” เจื่อนตามสองแฝดไปติดๆ

“พูม มาพาจอมพลกับจอมศึกไปล้างตัว”

“ครับ”

บรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าเดิมไปอีก ผ่านเหตุการณ์ตึงเครียดก็หลายครั้งดงแต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้ามันจะทำให้ผมเหมือนกำลังถูกคุณพ่อดุ นั่งก้มหน้างุดอยู่บนโซฟาเตรียมรับคำว่าจากเจ้านายได้เลย แต่รออยู่นานสองนาน เขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมามอง เขายังคงไม่ได้ไปไหนยืนกอดอกอยู่ข้างหน้า

จะด่าก็ด่าสิเฟ้ย มายืนจ้องด้วยสายตาแบบนั่นมันกดดันฉิบเหงื่อก็เริ่มแตกไหลหยดลงมาทั้งที่ในห้องเปิดแอร์แท้ๆ ยกมือขึ้นปาดก็กลัวจะเสียมารยาท มือหนาเอื้อมหยิบสิ่งของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อ ยกมันขึ้นมาซับลงบนใบหน้าของผม มันเป็นผ้าเช็ดหน้าลายเรียบสีขาว

“เดี๋ยวมันก็เปื้อนสีหรอกคุณ เอาออกไปเถอะ” ผมจับมือห้ามไม่ให้โจโฉใช้มันเช็ดหน้าเพราะสีที่ติดอยู่

“นิ่งๆเหอะน่า มันไหลเข้าตาจะแสบเอา”

“ไม่เป็นไรคุณ เดี๋ยวผมไปล้างมันออกเอง”

“บอกให้นิ่งๆ”

มือหนาถือคำสั่งจับผมอยู่นิ่งเช็ดเอาคราบสีออกจากใบหน้า มันเป็นอะไรที่แปลกอยู่จู่ๆก็โดนผู้ชายเช็ดหน้าให้ ยิ่งมองใบหน้าเจ้าตัวด้วยแล้ว มันก็นิ่งทำให้ผมคิดว่าเขามีใบหน้าที่สวยงามจริงๆ จมูกที่สันโด่งชัดเจน คิ้วที่ดกดำ ดวงตาที่สามารถสะกดให้ทุกคนหยุดนิ่งตามคำสั่ง

แต่แล้วคำที่เด็กแฝดสองคนเคยกล่าวก็ผุดขึ้น ‘มัมมี๊เป็นผู้ชาย’ อืมม..ผมคงต้องระวังตัวหน่อย

“มองอะไร?” เฮือก! หลุดออกจากภวังค์กลับมามองคนปกติแทน

“เปล่าครับ”

“คงไม่ได้แอบเพ้อฝันถึงใบหน้าผมหรอกนะ”

“…” หลงตัวเองไปอี๊ก ใครเขาจะไปหลงหน้าคุณชายกันครับ ไม่มีทาง

“ไปล้างหน้าได้ล่ะ ผมไม่อยากให้ใครมาเห็นว่าบริษัทผมรับเด็กเข้ามาทำงาน”

“ครับ จะรีบไปล้างเดี๋ยวนี่ล่ะครับ”

ระหว่างทางไปห้องน้ำผมก็บังเอิญเดินสวนกับผู้ชายคนนึง เขาค่อยข้างเป็นผู้ชายที่หน้าสวยจนผมเองเผลอมองตามรูปร่างที่บางด้วยแล้วยิ่งทำให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์ดึงดูดเข้าไปใหญ่ แต่สิ่งที่แปลกไปกว่านั่นคือการที่เด็กแฝดทั้งสองวิ่งออกมาเกาะเข้าที่ขาผู้ชายคนนั่นพอดีแถมยัง…

“มัมมี๊ มัมมี๊” คุณพระ! นั่นภรรยาคุณชาย หน้าสวยฉิบหาย มิน่าล่ะถึงได้เป็นสามีภรรยากันได้

ผมล่ะจากความตกใจนั่นเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตาค่อยกลับเข้าไปหาเจ้านายต่อช่วงเวลาเพียงสั้นที่ผมเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาก็เจอภาพสวีทระหว่างสองสามีภรรยาในห้องทำงาน แหม่ๆ อยากจะร้องแหม่ไปให้ถึงดาวอังคารกับความหวาน

“ผมมารับจอมพลกับจอมศึกกลับบ้าน ขอบคุณที่ดูแลสองแสบให้นะ”

“ไม่เป็นไร รีบพากลับไปนอนเถอะป่วนมาทั้งวัน”

“ครับ”

เหม็นความรักก ความรักระหว่างผู้ชายมันก็ไม่ได้ต่างจากความรักของผู้หญิงเลยสักนิด และดูน่าอิจฉากว่าจะด้วยซ้ำ นอกจากชีวิตผมจะรักพ่อรักแม่แล้วก็มีแต่รักหมาอย่างโอทู  ยืนมองเหตุการณ์อยู่สองพักแล้วคุณภรรยาก็จูงสองแฝดมาหยุดอยู่ตรงหน้า

“จอมพลจอมศึกขอบคุณน้าเร็ว เขาดูแลพวกหนูนะ”

“ขอบคุณครับน้าทีโอ / ขอบคุณฮะน้าทีโอ”

“ครับๆ ไว้วันหลังมาเล่นกับน้าอีกนะ ว่าแต่แคนน่อนกับบิวเรตใครดูแลเหรอครับ” กัดฟันพูด วันหลังอย่ามาอีกนะ

“อ๋อ แคนน่อนกับบิวเรตเป็นลูกของภรรยาอีกคนน่ะครับ”

“…” พีคไปอีก มีภรรยาสองคน

“ไว้วันหลังเขาคงจะมาแนะนำตัวให้คุณได้เห็น เป็นภรรยาหลวงที่สวยเอามากๆด้วยล่ะ ผมไปก่อนนะคนรถรอนาน”

“ครับๆ”

แล้วคุณภรรยาคนที่สองกับลูกน้อยก็เดินออกจากห้องไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หันกลับมาในห้องต่อมองดูเจ้านายผู้มากเมียมาลูก นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ มีความภูมิอกภูมิใจในภรรยาสะเหลือเกิน ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะเพื่อจะถามว่าต้องทำอะไรต่อเพราะหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กมันก็ไม่มีเด็กให้เลี้ยงแล้ว อีกอย่างผมต้องพยายามตีสนิทเพื่อให้เจ้าตัวไว้ใจอีก   “ให้ผมทำอะไรต่อดีครับ เด็กๆกลับบ้านไปหมดแล้ว”

“อยากทำอะไรล่ะ งานเอกสารหรือว่างานคอมพิวเตอร์ดี”

“อะไรก็ได้ครับ”

“ขยันทำงานดีผมชอบคุณ แต่วันนี้ไม่มีอะไรล่ะงั้นก็กลับบ้านไปพักผ่อนสะนะ”

อ้าวเฮ้ย! ไม่เหมือนที่คิดไว้นี่หว่า มองเจ้านายด้วยความสงสัยให้ผมกลับบ้านจริงดิ้ แล้วสิ่งที่ได้กลับมาคืนการพยักหน้าสองทีแล้วหมุนตัวไปอ่านเอกสารอีกทาง ทีแรกทำท่าเหมือนจะให้ทำงานความหวังเราก็มีขึ้นมาหน่อย แล้วก็ตบหัวด้วยการบอกว่ากลับบ้านไปพักผ่อนสะนะ

เส้นทางการแฝงตัวอีกยาวไกลถ้าหากผมยังไม่สามรถทำให้เขาไว้ใจเชื่อใจทำงานมากกว่าเลี้ยงเด็กแล้วล่ะก็ คงได้ทำงานล่มไม่เป็นท่าแน่ๆ โจโฉชอบผู้ชายงั้นเหรอ แล้วถ้าเกิดผมยั่วเขา? แล้วก็เป็นกิ๊กเก็บแทนตลบหลังสืบข้อมูลจากตำแหน่งใหม่เลื่อนขั้นจากพี่เลี้ยงเด็ก ผมว่ามันก็เป็นความคิดไม่เลว แต่ว่าการยั่วผู้ชายด้วยกันมันทำยังไงวะ…


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขออย่ายอมแพ้ จงหาวิธีใหม่ทำให้แผนสำเร็จจนได้ ว่าแต่ทีโอจะเป็นกิ๊กเก็บโจโฉจริงเหรอคิดดีแล้วรึ ได้เดี๋ยวไรท์จะเป็นกำลังใจให้นะ ปล.อาจมีคำผิดโปรดอภัยให้ข้าด้วย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น