กุญแจฟา(F Clef)

อาจจะไม่ถูกใจไปบ้าง แต่ก็เป็นกำลังใจให้เด็กๆ กันด้วยนะ^^” (ใครเจอคำผิด รบกวนบอกด้วยน้า>..<")

ชื่อตอน : Wedding Again 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.6k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2561 18:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Wedding Again 37
แบบอักษร

….Wedding Again 37….

.

.

.

.

บัสเดินเลี่ยงออกมาเพราะกลัวใจตัวเอง สมองของเขามันสั่งให้เกลียดคนๆ นั้น แต่เหมือนกับว่าใจของเขามันอยากจะให้อภัยเสียเหลือเกิน บัสเกิดความสับสนในใจ ในหัวสมองของเขาตีกันให้วุ่นวายไปหมด ความเจ็บปวดที่คอปเตอร์มอบให้เขามันยังคงบาดลึกอยู่ในใจ บัสเดินกลับมายังตึกคณะแต่อ้อมไปด้านหลัง เขาตั้งใจว่าจะไปหาที่สงบๆ อยู่คนเดียวสักพัก บัสยืนเอาหลังพิงกำแพงเอาไว้ ใบหน้าเนียนที่มีแววตาค่อนข้างเศร้าและสับสนก้มงุดอยู่อย่างนั้น ความเจ็บช้ำและภาพเหตุการณ์ที่เขาถูกทำร้ายจิตใจย้อนกลับมาอีกครั้ง ปลายหางตาเริ่มจะมีน้ำตาปริ่มออกมา เขาได้แต่บอกกับตัวเองในใจว่าให้เข้มแข็ง และอย่าไปใส่ใจกับคำพูดของร่างสูงอีก เขาจะไม่หวั่นไหวกับคำพูดที่หลอกลวงนั่นอีกแล้ว สายตาของบัสจับจองอยู่แต่ปลายเท้าของเขาอย่างเลื่อนลอย แต่ก็ต้องสะดุดกับปลายเท้าอีกคู่หนึ่งที่กำลังยืนตรงข้ามกับเขา บัสเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของเท้าคู่นั้นก่อนจะไม่สนใจแล้วเดินเลี่ยงออกไป



"บัส ฟังพี่ก่อน" ร่างสูงที่ตามบัสมาจากโรงอาหาร รีบเดินตามบัสที่กำลังเดินหนีอีกครั้งพร้อมกับร้องขอออกมา บัสได้แต่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่ต้องการที่จะสนทนากับคนๆ นี้


"พี่ขอโทษ" คอปเตอร์ที่กำลังเดินตามหลังบัสพูดออกมาอย่างรู้สึกผิด บัสไม่อาจจะทนฟังคำโกหกหลอกลวงอะไรได้อีกแล้ว รีบสาวเท้ายาวๆ เพื่อที่จะไปให้พ้นๆ จากคนใจร้ายคนนี้



หมับ!~



"พี่ขอร้อง" คอปเตอร์คว้าเข้าที่ข้อมือของบัสจนบัสหยุดเดินแต่บัสก็ไม่ยอมให้ใบหน้าเศร้าหันกลับมาให้ร่างสูงเห็น บัสพยายามจะรั้งข้อมือของตนเองออกจากฝ่ามืออุ่น คอปเตอร์ที่ทำอะไรไม่ถูกในตอนนี้ฉุดกระชากบัสเล็กน้อยพร้อมกับรีบสวมกอดบัสจนบัสมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนได้ คอปเตอร์กอดหมอนข้างของเขาจากด้านหลังเอาไว้อย่างแสนจะคิดถึง ใบหน้าหล่อคมวางลงบนไหล่ของบัส แต่บัสไม่ได้ตอบรับสัมผัสอุ่นนี้กลับไป มือทั้งสองข้างของบัสทิ้งลงแนบลำตัวไปตามแรงโนมถ่วงของโลก ซึ่งมันทำให้คอปเตอร์รู้สึกถึงความเย็นชาจากเด็กน้อยของเขาได้เป็นอย่างดี ใจของบัสเริ่มสั่นไหวขึ้นมาบ้าง ความสับสนเกิดขึ้นในหัวของบัสอีกครั้ง


"กลับไปอยู่กับพี่นะ" คอปเตอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าพลางกอดบัสเอาไว้อย่างกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปอีก บัสที่ไม่เคยลืมเรื่องราวที่ร่างสูงทำลายความรู้สึกที่เขามีให้พยายามจะขืนตัวออกจากอ้อมกอดที่แสนจะอันตรายนี้แต่ร่างสูงก็กอดไว้แน่น บัสรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีอีกครั้งแกะมือของร่างสูงออกจากเอวอย่างแรง จนในที่สุดบัสก็เป็นอิสระก่อนจะเดินหนีไปอย่างไม่ใส่ใจ



พลั่ก!



คอปเตอร์รีบคว้าข้อมือของบัสอีกครั้งก่อนจะดันให้หลังของบัสไปติดกับกำแพง คอปเตอร์ใช้มือข้างหนึ่งทาบกำแพงเอาไว้ข้างแก้มของบัสพร้อมกับประชิดตัวเข้าหาบัส สายตาคมมองลึกลงไปในแววตาของคนตรงหน้าอย่างต้องการจะสื่อความหมาย บัสตั้งใจจะเดินเลี่ยงออกไป แต่มืออีกข้างของร่างสูงก็ยกขึ้นมาทาบกำแพงข้างแก้มของบัสอีกข้าง ทำให้ตอนนี้เหมือนกับว่า บัสถูกล็อคเอาไว้ด้วยร่างกายของคนตรงหน้า บัสหันมามองคนตรงหน้าอีกครั้ง



"บัสจะให้อภัยพี่...ได้มั้ยครับ" คอปเตอร์ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเศร้า ใบหน้าของเขาแสดงออกมาว่ากำลังเสียใจที่สุด บัสหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างกลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหวและใจอ่อนยอมกลับไปเจ็บอีกครั้ง คอปเตอร์ปวดใจกับภาพที่หมางเมินตรงหน้าเป็นอย่างมาก


"บัสอย่างเงียบกับพี่แบบนี้สิ พูดอะไรบ้าง จะว่าจะด่าพี่ยังไงก็ได้ พี่ยอมรับผิดทั้งหมด แต่ขออย่างเดียว อย่าทำเหมือนกับว่าพี่เป็นคนอื่น ทั้งๆ ที่เราเป็น..." คอปเตอร์อ้อนวอนพูดออกมาจากความรู้สึกเจ็บปวดในใจ แต่ก็ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี บัสก็พูดสวนขึ้นมาเสียก่อน


"คุณบอกให้ผมยกโทษให้ แต่คุณก็ยังจะบังคับผมอีก แม้กระทั่งในตอนนี้" บัสพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาโดยที่ไม่ได้หันมามองคนที่เขาพูดด้วย เขายังคงกลัว กลัวในความรู้สึกของตนเองที่มีต่อคนตรงหน้า และเขาก็ไม่พร้อมที่จะเปิดใจให้คนใจร้ายตรงหน้าอีก คำพูดของบัสทำให้คอปเตอร์รู้สึกเหมือนมีมีดสักพันเล่มกรีดลงที่กลางใจของเขาจนแตกสลาย บัสที่ใจเริ่มสั่นในตอนนี้รีบผลักอกแกร่งตรงหน้าให้ออกห่างก่อนจะเดินเลี่ยงไป คอปเตอร์ได้แต่มองแผ่นหลังของบัสไปจนสุดสายตาเพราะเขาเองก็มืดแปดด้านกับการที่จะขอให้เด็กคนนี้ยกโทษให้เขา และกลับมาเป็นเด็กน้อยของเขาคนเดิม



บัสรีบเดินหนีเพราะเขาเองก็กลัวใจตัวเองว่าจะสับสนกับคำพูดของคนใจร้ายและไม่รักษาสัญญา บัสเดินไปนั่งรอเพื่อนที่ห้องทำแล็บเพราะเป็นวิชาเรียนในคาบบ่ายและเขาก็ไม่ต้องการให้ร่างสูงตามมาอีก บัสนั่งเหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ภาพเหตุการณ์ต่างๆ การกระทำและคำพูดหลายๆ คำของร่างสูงผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง บัสได้แต่คิดว่าที่ผ่านมาเขาคงเข้าใจอะไรผิดไปเองในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนๆ นั้น



"อ้าว กูก็นึกว่าไปไหน" ต้าร์ทักบัสขึ้น เมื่อบรรดาเหล่าเพื่อนฝูงของบัสเข้ามาในห้องแล็บหลังจากนั่งประชุมเกี่ยวกับเรื่องราวในวันนี้ที่โรงอาหารกับพวกของแซน


"มึง...โอเคมั้ย" โค้กถามออกมาด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าบัสนั่งนิ่ง


"อ...โอเคดิ" บัสฝืนยิ้มตอบกลับไปให้เพื่อนสบายใจ แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าบัสไม่โอเคเลยสักนิด


"อะ กูซื้อขนมปังมาฝาก กลัวมึงหิวตายคาห้องแล็บ" ซีส่งถุงขนมปังให้พร้อมกับพูดออกมายิ้มๆ เพราะต้องการให้เพื่อนสบายใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะยังไม่เข้าใจกับเหตุการณ์วันนี้ แต่ก็รู้งานดีว่าควรจะพูดเรื่องนี้เมื่อไร


"ขอบใจ แต่กูมีขนมพี่แซนแล้วนี่ไง" บัสรับถุงขนมปังพร้อมตอบกลับซียิ้มๆ เขารับรู้ได้ถึงความจริงใจและความเป็นห่วงจากเพื่อน ทำให้เขาสบายใจขึ้นมาได้บ้าง



บัสแกะถุงขนมปังกินและแบ่งขนมที่แซนซื้อให้ให้เพื่อนกินด้วยกันนอกห้องแล็บ ตอนนี้ไม่มีใครถามอะไรบัสทั้งนั้นพลางคุยกันเรื่องอื่นไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานนักอาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามา ทำให้เหล่าเพื่อนซี้ทั้งห้าต้องสวมเสื้อกาวน์เตรียมเข้าทำแล็บ



"เลิกแล้วไปไหนวะ" โค้กถามบัสที่เป็นคู่แล็บของเขาในขณะทำการทดลองตามที่อาจารย์บรรยายหน้าชั้น


"คงกลับบ้านอะ มีไรเปล่าวะ" บัสตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ


"ก็...เปล่า จะชวนไปหาไรกิน" โค้กตอบกลับ ทำให้บัสเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย เพราะปกติโค้กไม่เห็นจะเคยชวนไปไหนมาไหน


"แล้วก็...คุยไรนิดหน่อย" โค้กสารภาพความจริงออกมาเพราะเห็นสายตากดดันของบัส บัสหลบสายตาของโค้กทันที


"คือ กูไม่ว่างอะ" บัสรีบบอกปัดออกไป ซึ่งโค้กก็เข้าใจในความหมายที่เพื่อนบอกออกมา


"อืม ไว้มึงพร้อมเมื่อไรค่อยพูดก็ได้ อย่าลืมว่าเพื่อนคนนี้รับฟังเสมอ" โค้กบอกออกมาให้เพื่อนสบายใจ บัสยักคิ้วกลับไปให้เพื่อให้ตัวเองดูปกติที่สุด



บัสไม่รู้เลยว่าเขาจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดให้เพื่อนฟังอย่างไร ไม่รู้เลยว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน แล้วก็ไม่รู้เลยว่าเรื่องพวกนี้ ควรให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ไหม เพราะมันก็เป็นเรื่องที่น่าอายสำหรับบัสไม่น้อย ยิ่งเรื่องล่าสุดที่เขาถูกกระทำยิ่งไม่ต้องพูดถึง แต่เขาก็รู้ว่าอีกไม่นานเขาคงไม่สามารถปกปิดความสัมพันธ์ที่ผ่านมาระหว่างเขาและคอปเตอร์ได้แน่ๆ เพราะร่างสูงที่แสนจะเอาแต่ใจได้แต่ทำตามอำเภอใจของตัวเองโดยที่ไม่ได้แคร์ความรู้สึกเขาเลยสักนิด และตัวของคอปเตอร์เองที่เป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงสถานะของเขาทั้งสอง แต่ตอนนี้ คอปเตอร์กลับจะเป็นคนระเบิดความลับนี้ออกมาเสียเอง



"ไอ้บัส ครบห้านาทีแล้ว มึงเอาปรอทออกมาได้แล้ว" โค้กที่กำลังทำหน้าที่เขย่าสารละลายในแท่งแก้วพูดเตือนสติบัสที่กำลังเหม่อลอยขึ้นมาเมื่อครบกำหนดเวลาสังเกตการทดลง แต่บัสกลับนิ่งไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาเตือน


"เอ่อ...เออ..โทษที" บัสที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งนิดๆ ก่อนจะกดหยุดนาฬิกาจับเวลาและหยิบปรอทออกมาจากบีกเกอร์ โค้กที่เห็นอาการของบัสก็พอจะรับรู้ได้ว่า เพื่อนรักมีเรื่องต้องคิดและกังวลใจอยู่มาก แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร เขาได้แต่คอยสังเกตอาการของเพื่อนเท่านั้น



หลังเลิกเรียนก็ยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทุกคนต่างพากันพูดคุยเรื่องอื่น ถึงแม้จะคันปากยุบยิบอยากจะถามอะไรบัสให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่อย่างที่ใครๆ ก็รู้ว่า ต่อให้ถามให้ตายคนปากแข็งอย่างบัสก็ไม่มีวันจะพูดมันออกมาถ้าเขาไม่พร้อม ทำให้ทุกคนได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านตามปกติ ส่วนบัสก็เดินแยกกับเพื่อนไปที่รถของตนเองเพื่อเตรียมจะกลับบ้าน



ระหว่างทางไปยังบ้านของบัสค่อนข้างไกลแต่ก็ไม่มากสักเท่าไร แต่ก็ถือว่าไกลกว่าคอนโดของคอปเตอร์ ช่วงเวลาหลังเลิกงานแบบนี้ทำให้รถบนท้องถนนค่อนข้างจะหนาแน่นและเคลื่อนตัวได้ช้า บัสขับรถไปพลางคิดอะไรไปพลาง พลันสายตาเหลือบไปมองกระจกหลังก็สังเกตเห็นว่ามีรถขับตามหลังอยู่สักระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งรถมาหยุดติดไฟแดงทำให้บัสได้พิจารณามองรถคันหลังที่พอจะคุ้นตาชัดๆ อีกสักครั้ง มันไม่ใช่แค่คุ้น แต่มันเป็นรถที่เขานั่งไปมหาวิทยาลัยแทบทุกวันตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา



หลังจากที่คอปเตอร์ไม่สามารถจะยื้อเด็กน้อยของเขาให้กลับมาเป็นอย่างเดิม เขาได้แต่ครุ่นคิดตลอดช่วงบ่ายถึงวิธีที่จะค้นหาที่อยู่ของบัส แต่สิ่งเดียวที่เขาคิดได้ในตอนนี้คือการสะกดรอยตามบัสไปเท่านั้น ทำให้ร่างสูงได้แต่ดักรอบัสอยู่ที่ใต้ตึกคณะตลอดช่วงบ่าย แต่พอใกล้จะถึงเวลาเลิกเรียนเขาเตรียมพร้อมขึ้นไปนั่งรอบนรถและขับไปแอบซุ่มดูบัสอยู่ไม่ไกลจากรถของบัสมากนัก และเมื่อเห็นว่าบัสขับรถออกไป คอปเตอร์ก็รีบตามรถของบัสไปติดๆ



เมื่อเห็นว่ามีรถของร่างสูงตามมาติดๆ จิตใจของบัสก็กลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เขาแอบใจสั่นและหวั่นไหวนิดๆ ที่ได้เห็นคนๆ นี้อีกครั้ง เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคอปเตอร์จะมาขอโทษเขา ตามตื๊อเขา และขอให้เขาให้อภัย เขาได้แต่คิดว่าคงจะไม่ได้เจอหน้ากันอีก เพราะสิ่งที่คอปเตอร์แสดงออกมาคือความโกรธเกลียดเท่านั้น แต่ในตอนนี้มันกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขาเจอ และบัสเองก็ยังไม่พร้อมที่จะยอมกลับไปเจ็บอีกครั้ง



ในเมื่อคอปเตอร์ยังคงขับรถตามเขามาเรื่อยๆ บัสที่ตั้งใจจะกลับบ้านเปลี่ยนเส้นทางเป็นบริษัทของแม่แทน และแน่นอนว่าคอปเตอร์ขับตามมาไม่ห่าง



บัสจอดรถไว้ที่ลานจอนรถของบริษัทก่อนจะหยิบของจากกระโปรงหลังรถแล้วรีบเดินหายเข้าไปในตึก บัสพูดคุยกับพนักงานด้านหน้าเล็กน้อยก่อนจะตรงดิ่งไปยังที่ประจำ



"คุณคะ เข้าไม่ได้นะคะ" พนักงานสาวทักร่างสูงที่กำลังจะเดินเข้าไปด้านใน ทำให้คอปเตอร์ชะงักเท้าก่อนจะหันมามองพนักงานสาวนิ่งๆ ก่อนจะหยิบบัตรประชาชนส่งให้พนักงาน


"คุณภากร เข้าไม่ได้ค่ะ" พนักงานสาวส่งบัตรประชาชนคืนพร้อมกับพูดออกมา คอปเตอร์มีสีหน้าหงุดหงิดพลางขมวดคิ้วมุ่น


"พี่ส้มเช้ง นี่ผมไง ผมเคยมาแล้วพี่จำไม่ได้เหรอ" คอปเตอร์พูดกลับไปเสียงเรียบติดจะหงุดหงิด


"จำได้ค่ะ แต่คงให้เข้าไม่ได้ค่ะ" ส้มเช้งตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ คอปเตอร์ยืนจ้องหน้าส้มเช้งนิ่งๆ อย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไร


"คือ...คุณบัสสั่งห้ามไว้ค่ะ" ส้มเช้งบอกออกมาอีก ทำให้คอปเตอร์เข้าใจขึ้นมาทันที เขาเริ่มจะรู้ตัวว่ามันคงจะยากที่จะได้เจอบัสและได้บัสกลับคืนมาอีกครั้ง


"ครับ" คอปเตอร์ตอบกลับไปหน้ายุ่ง ก่อนจะเดินออกจากตึกไป


คอปเตอร์เดินกลับมานั่งที่รถ เขาพยายามคิดหาวิธีที่จะได้ตามบัสเข้าไปด้านใน เขามีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับบัสมากมาย และอยากจะพาหมอนข้างของเขากลับไปนอนกอดอีกครั้ง



ในระหว่างที่คิดหาหนทางสายตาของเขาเหลือบไปเห็นแดนที่เป็นหลานน้าเบิ้มเดินหายเขาไปข้างกำแพง คอปเตอร์ตัดสินใจลงจากรถแล้วเดินไปตามทางที่แดนเดินหายไป ร่างสูงเดินเรียบกำแพงไปเรื่อยๆ ก็พบว่า มีประตูเหล็กขนาดใหญ่และมีประตูคนเดินข้างๆ และก็ไม่เห็นว่าแดนจะอยู่แถวนี้ นั่นแสดงว่าแดนเข้าไปด้านในประตูนี้แน่ๆ คอปเตอร์เดินไปยังประตูด้านข้างเพื่อที่จะเดินผ่านเข้าไป



"มาทำอะไรครับ" ลุงยามที่อยู่ในป้อมเฝ้าหน้าประตูคนเดินถามขึ้น เมื่อคอปเตอร์กำลังจะเดินผ่านเข้าไป คอปเตอร์ชะงักเท้าอีกครั้ง


"ผม...ผมเป็นหลานน้าเบิ้มครับ มากับแดนเมื่อกี๊" ลุงยามหรี่ตามองคอปเตอร์เล็กน้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไร


"ไม่คุ้นหน้าเลย" ลุงยามพูดขึ้นมาอีก คอปเตอร์ใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเพราะกลัวจะโดนจับได้


"งั้นแลกบัตรไว้หน่อย" ประโยคที่ลุงยามพูดออกมาทำให้คอปเตอร์ดีใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะส่งบัตรประชาชนให้ลุงยามแล้วเดินผ่านเข้าไปอย่างง่ายดาย ประตูตรงส่วนนี้คือประตูที่เอาไว้ให้รถบัสเข้าออกสำหรับแผนกซ่อมบำรุง ซึ่งปกติแล้วบรรดาคนงานหรือช่างจะเข้าออกบริเวณนี้กัน เว้นแต่ระดับผู้บริหารที่จะเข้าออกแผนกจากประตูด้านในตึก พูดง่ายๆ ก็คือ แผนกนี้มีทางเข้าออกสองทางนั่นเอง



เมื่อผ่านพ้นประตูเข้ามา คอปเตอร์ก็ได้เห็นสถานที่ที่คุ้นตา ซึ่งเป็นอีกฝั่งของแผนกที่เขาเคยมา คอปเตอร์ไม่รอช้ารีบเดินไปยังที่ที่คิดว่าบัสจะอยู่



"อ้าวพี่บัส" แดนทักบัสที่กำลังออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดหลังจากเปลี่ยนชุดเป็นชุดหมี


"อ้าวแดน วันนี้น้าเบิ้มทำโอทีเหรอถึงได้กลับเย็น" บัสถามกลับ


"ครับ เห็นน้าเบิ้มบอกมีงานด่วน ผมก็เลยมารอกลับพร้อมน้าเบิ้ม" แดนตอบคำถามของบัสกลับไป


"ไม่เจอตั้งนาน ผมคิดถึงพี่บัสจัง" แดนปากหวานพูดออกมา บัสยิ้มอ่อนส่งให้กับแดนอย่างเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้ผมแดนอย่างหยอกล้อ เขาเห็นว่าแดนเป็นเหมือนน้องชายเท่านั้น


"คิดถึงอะไร พี่ก็อยู่นี่แล้วไง" บัสบอกกลับไปยิ้มๆ พลางขยี้ผมแดนไปด้วย การที่บัสมาที่นี่ทำให้เขาลืมเรื่องราวเลวร้ายไปได้บ้าง และเขาก็มีความสุขที่ได้ทำสิ่งที่เขารัก แต่ก็ยังมีคนที่กำลังอมทุกข์เพราะเดินมาทันได้ยินและเห็นภาพตรงหน้าพอดี



หมับ!!



"พี่คอป...ฮึ่ม! คุณ เข้ามาได้ยังไง" คอปเตอร์ปรี่เข้ามารีบคว้าเข้าที่ข้อมือของบัสอย่างแรงที่กำลังขยี้ผมแดนอยู่อย่างน่าหงุดหงิด บัสเผลอเรียกร่างสูงออกไปด้วยความตกใจ ก่อนจะกระแอมในลำคอแล้วพูดออกมาใหม่ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แดนเองก็ตกใจไม่น้อย


"มันไม่สำคัญหรอกว่าพี่เข้ามาได้ยังไง แต่มันสำคัญว่าพี่เห็นอะไร" คอปเตอร์พูดออกมาด้วยความหงุดหงิดพร้อมกับบีบข้อมือของบัสแน่นด้วยความลืมตัว แต่ก็เจ็บแปล๊บในใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งภาพที่บัสดูสนิทสนมกับแดน ทั้งน้ำเสียงที่เย็นชาจากบัส บัสพยายามขืนข้อมือออกจากฝ่ามืออุ่นแต่ก็ยิ่งทำให้ร่างสูงจับไว้แน่นกว่าเดิม


"คุณจะเห็นอะไร แล้วยังไง" บัสพูดออกไปเสียงเรียบดั่งคนที่ไร้ความรู้สึก


"บัสเป็นของพี่ พี่ก็ควรจะมีสิทธิ์ที่..." คอปเตอร์พูดออกไปเสียงเข้มพลางจ้องแว้วตาใสที่กำลังมองค้อนเขาเขม็ง แต่ก็ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีก็มีเสียงแทรกขึ้นมาเสียก่อน


"คุณไม่มีสิทธิ์" บัสรีบพูดแทรกขึ้นมาเสียงแข็งเพราะกลัวที่จะได้ยินคำพูดที่ไม่อยากได้ยินจากร่างสูงตรงหน้า ก่อนจะกระชากข้อมือของตนเองออก คอปเตอร์มองบัสนิ่งๆ ด้วยความปวดใจกับคำว่าไม่มีสิทธิ์ เขารู้ดีว่าที่ผ่านมาเขาได้ทำเรื่องเลวร้ายกับบัสไว้อย่างไม่น่าให้อภัย แต่เขาก็อยากจะมีสิทธิ์ในตัวบัสแต่เพียงผู้เดียว


"ปะ แดน" บัสหันไปพูดกับแดนพร้อมกับจับข้อมือของแดนแล้วฉุดให้เดินตามเขาไป แดนเดินตามแรงฉุดของบัสพร้อมกับงงกับเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นอย่างมาก



พรึบ!!



คอปเตอร์มองภาพที่บัสจับข้อมือของแดนด้วยความหงุดหงิดและหวงแหน ร่างสูงตัดสินใจคว้าข้อมือของบัสที่กำลังจับข้อมือของแดนอยู่ให้หลุดออกมาอยู่ในการครอบครองของเขา เพราะเขาไม่อาจทนเห็นภาพที่หมอนข้างของเขาไปสนิทสนมกับคนอื่นอย่างออกหน้าออกตาไม่ได้ บัสหันมามองร่างสูงด้วยความตกใจ แดนเองก็ตกใจและก็ไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แดนได้แต่รับรู้ว่าบัสไม่ต้องการจะยุ่งกับคนๆ นี้เท่านั้น



หมับ!!



"ปล่อยพี่บัสเถอะครับ" แดนเองก็คว้าข้อมือของบัสเพราะอยากจะช่วยให้หลุดพ้นจากฝ่ามือใหญ่นั่น พร้อมกับพูดออกมาอย่างสุภาพ คอปเตอร์มองแววตาเรียบนิ่งเย็นชาของบัสอย่างเจ็บปวดก่อนจะหันมาจ้องหน้าแดนด้วยสายตาแข็งกร้าว


"มึงไม่ยุ่งจะดีกว่านะ" คอปเตอร์พูดกับแดนเสียงแข็ง


"พี่เลิกยุ่งกับพี่บัสถึงจะดีกว่านะครับ" แดนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเริ่มจะหงุดหงิดเช่นกัน


"มึงไม่มีสิทธิ์มาเสือก!" คอปเตอร์พูดกระแทกเสียงกลับไป ยิ่งเขาโมโหเขายิ่งเผลอบีบข้อมือบัสแน่นกว่าเดิม


"ทำไมผมจะไม่มีสิทธิ์ ในเมื่อพี่กำลังก่อกวนพี่บัส พี่บัสเค้าไม่อยากจะคุยกับพี่ พี่ต่างหากที่ไม่ควรมายุ่ง" แดนพูดขึ้นเสียงกลับไปบ้าง ยิ่งทำให้อารมณ์ของคอปเตอร์ในตอนนี้เดือดจัด


"พอเถอะแดน ไปกันเถอะ" บัสพูดออกมาเสียงเหนื่อยๆ กับความเอาแต่ใจของร่างสูงพร้อมกับกระชากข้อมือของตัวเองออกอย่างแรงจนเป็นอิสระ ก่อนจะคว้าข้อมือแดนอีกครั้ง แต่แดนยังไม่ยอมเดินตามไปและยื้อเอาไว้ก่อนจะพูดต่ออีก


"แต่พี่คนนี้เค้าไม่มีสิทธิ์มาทำกับพี่บัสแบบนี้นะครับ" แดนหันไปพูดกับบัสด้วยสีหน้าจริงจัง ถึงแม้แดนจะไม่เข้าใจ แต่แดนก็ไม่อยากเห็นบัสเป็นแบบนี้ บัสที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน


"หึ! มึงดูให้ดีนะ ว่ากูมีสิทธิ์รึเปล่า" คอปเตอร์แสยะยิ้มอย่างเหยียดๆ ที่มุมปาก ก่อนจะพูดออกมาเสียงเข้ม คอปเตอร์กระชากข้อมือบัสข้างที่แดนจับบัสเอาไว้จนหลุดให้เข้าหาตัว ส่วนมืออีกข้างจับท้ายทอยของบัสอย่างรวดเร็วก่อนจะประกบริมฝีปากอุ่นลงไปทาบทับริมฝีปากนุ่มหนักๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัวและไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด แดนตกใจมากกับภาพตรงหน้า บัสเองก็ตกใจเช่นกัน เขาคาดไม่ถึงว่าคอปเตอร์จะกล้าทำเรื่องน่าอายต่อหน้าคนอื่น หน้าของบัสชาไปหมด ริมฝีปากอุ่นยังคงบดเบียดต่อหน้าคนอื่นไม่หยุด บัสพยายามที่จะผละออกมาแต่ก็ติดอยู่ที่ท้ายทอยของเขาถูกล็อคเอาไว้ด้วยฝ่ามือใหญ่ บัสใช้มืออีกข้างที่ว่างขึ้นมาดันอกแกร่งเอาไว้ให้ออกห่างจากเขาเสียที ส่วนมือที่ถูกจับเอาไว้ก็พยายามขัดขืนสุดฤทธิ์



พลั่ก!!



"ทำบ้าอะไรของคุณ!!" บัสผลักคอปเตอร์อย่างแรงจนร่างสูงผงะถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะใช้หลังมือถูริมฝีปากอย่างลวกๆ ก่อนจะตวาดใส่ร่างสูงไม่ดังมากนักทันทีที่ร่างกายของเขาเป็นอิสระจากคนเอาแต่ใจ บัสรู้สึกอายจนไม่อยากจะเข้ามาช่วยงานที่นี่อีกแล้ว ถึงแม้เขาจะโกรธคอปเตอร์มากแต่ก็ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกข้างในได้ สีหน้าของเขาที่แสดงออกว่าไม่พอใจแต่กลับขึ้นริ้วแดงๆ เสียอย่างนั้น แต่ก็ไม่ทันที่คอปเตอร์จะได้สังเกต เพราะสิ่งที่คอปเตอร์รับรู้คือความรังเกียจจากคนตรงหน้าเท่านั้น


"ก็พี่จะทำให้ไอ้เด็กนี่ดูไง ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน มันจะได้ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเราอีก" คอปเตอร์ตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่ยังฉุนเฉียวปนน้อยใจกับสิ่งที่บัสแสดงออกมาต่อเขา แดนได้แต่มองทั้งสองคนอย่างเงียบๆ เพราะตอนนี้แดนเองก็ไม่เข้าใจแล้วว่าตอนนี้เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องอะไรกันแน่


"คุณต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของผมกับแดน" บัสรีบพูดสวนกลับไปอย่างสุดจะทนกับความหน้าด้านของร่างสูงเช่นกัน คอปเตอร์ได้แต่เจ็บซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับคำพูดจากปากของบัส แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่ต้องทนยอมรับมัน เพราะเขาเองก็ไม่ได้ลืมว่าตัวเองทำอะไรเอาไว้ และตามหาบัสเพราะอะไร


"ว่าไงนะ!!" ความโมโหและความเจ็บช้ำในใจทำให้คอปเตอร์เผลอตะคอกพร้อมกับกระชากแขนของบัสเข้ามาหาตัวเอง เขาเจ็บเพียงเพราะได้ยินว่าเป็นเรื่องระหว่างของสองคนนั้น


"ปล่อยพี่บัสนะ" แดนที่เงียบอยู่นานรีบเข้ามาช่วยบัส


"กูทำขนาดนี้ มึงยังไม่เข้าใจอีกเหรอวะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน" คอปเตอร์หันไปพูดกับแดนอย่างไม่สบอารมณ์ แดนได้แต่จ้องกลับไปเขม็งด้วยความโกรธแทนและไม่เข้าใจกับคำพูดของคอปเตอร์ บัสพยายามรั้งข้อมือแดงๆ ของตัวเองเอาไว้


"บัสเป็นเมียกู มึงมีปัญหาอะไรอีกมั้ย!" คอปเตอร์บอกแดนกลับไปด้วยความโมโห และเผลอพูดสิ่งที่คิดมาตลอดออกไป หน้าตาของบัสที่กำลังไม่พอใจและหงุดหงิดกับการถูกรังควานจากร่างสูงกลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อได้ยินคำๆ นี้จากร่างสูง แดนหน้าเหวอไปนิด


(ม...ม...เมีย...) เสียงของบัสดังขึ้นในหัวของบัสเอง ถึงแม้ว่าเขาจะอายกับคำๆ นี้แต่มันก็เป็นคำที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่เขาแต่งงานกับร่างสูงมา แต่ในตอนนี้มันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว บัสตาโตค้างไปพักใหญ่แต่ทันทีที่ได้สติก็รีบผลักคอปเตอร์ออกอย่างแรง


"ไปเถอะแดน พี่ไม่รู้จักเค้า" บัสหันไปพูดกับแดนก่อนจะรีบเดินหนีไปอย่างไม่ใส่ใจคนเอาแต่ใจอีก และทิ้งให้แดนยืนงงอยู่อย่างนั้น

.

.

.

.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น