ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2561 21:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3
แบบอักษร

เสียงพูดคุยของสามหนุ่มดังไปทั่วบ้าน จากเรื่องที่ดินลากยาวไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระ ตาเอี่ยมดูจะถูกคอกับเวทิศและอัครวุฒิเป็นพิเศษ

เมื่อเหลือบมองนาฬิที่ผนังก็เห็นว่าบ่ายสามโมงแล้ว เธอจึงขอตัวออกไปรดน้ำผักด้านนอก เดินลากสายยางลัดเลาะไปถึงแปลงผักของตนก็ค่อยๆฉีดพรมน้ำไปทั่วแปลง

“ผักน่าทานจัง ปลูกยังไงให้ออกมาสวยแบบนี้หรอครับ” จู่ๆเวทิศก็โผล่มาด้านหลังโดยไม่ให้สุ้ทให้เสียง ทำให้อังศุมาลินตกใจเผลอหันสายน้ำไปฉีดเขาเข้า

“ว๊ายย คุณเวย์ อังขอโทษค่ะ” รีบปล่อยมือจากสายยางและเข้าไปเช็ดเสื้อให้ “เสื้อสวยๆของคุณเปียกหมดเลย อังขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมผิดเองที่มาเงียบๆ” ตอนนี้ทั้งคู่ยืนชิดกันมาก คนตัวโตก้มมองร่างเล็กที่กำลังง่วนเช็ดเสื้อเขา จนกระทั่งเจ้าหล่อนรู้ตัวจึงรีบถอยห่างออกจากเขา

“เข้าไปเป่าพัดลมด้านในดีกว่าค่ะ” เธอบอกและเดินนำเข้ามาในบ้านอีกรอบ

“นังหนู เอ็งไปทำอะไรเขาล่ะนั่น เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเลย” ตาเอี่ยมร้องทักหลานสาว

“อังเผลอฉีดน้ำใส่คุณเขาจ้ะ ว่าจะพาเขาไปตากพัดลมตัวใหญ่หลังบ้าน”

“เอ้อๆ กะเบ๊อะกะบ๊ะเสียจริง ขอโทษแทนนังหนูด้วยนะพ่อเวย์”

“ไม่เป็นไรฮะตาเอี่ยม” เขาตอบยิ้มๆ

อัครวุฒิเห็นสีหน้าอันมีความสุขของเพื่อนก็เบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ พออังศุมาลินออกไปแป๊บเดียวมันก็ตามไปเลย บอกจะไปเอาของในรถ ที่ไหนได้แอบตามหญิงสาวไปนี่เอง ไอ้นี่มันร้ายจริงๆ


เวทิศนั่งเป่าพัดลมอยู่ที่ตั่งขนาดใหญ่หลังบ้าน อังศุมาลินขอตัวไปหยิบผ้าเช็ดผมให้เขา ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเธอตอนที่เผลอฉีดน้ำใส่เขา

“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวเหรอคะ” เธอกลับมาจากในตัวบ้านพร้อมผ้าเช็ดผมและหวี

“ก็ตลกคุณอังน่ะสิครับ” เขาตอบตามตรง “ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเลย”

“ก็อังไม่เคยฉีดน้ำใส่ใครสินะ คุณเป็นคนแรก”

“แสดงว่าผมโชคดีใช่ไหม” เขาสบตาเธอ

“ไม่น่าจะเรียกว่าโชคดีนะคะ” เธอบอกต่อ “วันนี้อังทำผิดพลาดกับคุณสองเรื่องแล้วนะคะ อังขอโทษคุณจริงๆ”

“คุณอังไม่ได้ผิดนี่ครับ ผมผิดเองต่างหาก”

“เรียกอังเฉยๆเถอะค่ะ คุณอังมันดูหรูหราไปน่ะค่ะ”

“งั้นก็เรียกผมว่าเวย์เฉยๆด้วยสิครับ แลกกันไง”

“แต่ว่าคุณ...” หล่อนกำลังจะแย้งแต่ถูกเขาพูดดักไว้เสียก่อน

“แลกกันไงครับ ผมเรียกอัง ส่วนอังเรียกผมว่าเวย์”

“ค่ะ” เธอรับคำ และนั่งมองเขาเช็ดผมสีน้ำตาลอ่อนที่ปลิวไปมาตามแรงลมและแรงขยี้ จู่ๆเวทิศก็หันหน้ามาถามเธอ

“ว่าแต่ชื่อของอัง มาจากอะไรหรอ ดูเหมือนนางเอกนิยายเลย”

“ใช่ค่ะ แม่ตั้งว่าอังศุมาลินเพราะตอนท้องอัง ละครเรื่องนี้กำลังออนแอร์อยู่ แล้วแม่ก็ชอบเอามากๆเลยได้ชื่อนี้ค่ะ”

“ดีจัง ที่มาของชื่อน่ารักจัง”

“แล้วของคุณล่ะคะ” เธอถามกลับบ้าง

“ไม่รู้สิครับ ผมไม่เคยถามพ่อกับแม่เลย แต่ชื่อของผมกับพี่ขึ้นต้นด้วยว.แหวนเหมือนชื่อพ่อกับแม่ครับ” เขาตอบเสียงสดใส “ส่วนชื่อเล่นก็ชื่อเดียวกับชื่อจริงในพยางค์แรก เวทิศกับเวย์”

“เราสองคนคล้ายๆกันเลยนะคะ ชื่อเล่นมาจากชื่อจริงพยางค์แรก” เธอพูดขึ้นบ้างทำให้เขาฉุกคิดขึ้นได้

“นั่นสิ ทำไมมันบังเอิญอีกแล้วนะ”

ความอึดอัดระหว่างทั้งคู่ดูมลายหายไปทันที จากที่อังศุมาลินดูค่อนข้างถือตัวเธอผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังมีระยะห่างระหว่างเธอและเขาอยู่พอสมควร เธอยิ้มหัวเราะในสิ่งที่เขาพูด จากในตอนแรกไม่มีเรื่องอะไรจะพูดกลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่นั่งคุยกันเพลินมากเสียจนลืมเวลา

“อุ๊ย! อังเลยเวลาไปเลยค่ะ ตอนนี้กี่โมงแล้วคะ” เมื่อมองไปที่ฟ้าที่ตอนนี้เริ่มมืดบ้างแล้วก็ร้องออกมาอย่างตกใจเพราะลืมว่าตนมีนัดกับภูเบศ

“หกโมงยี่สิบแล้วครับ” เขาพลิกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูดูให้เธอ “ทำไมเหรอครับ”

ท่าทีรีบร้อนของเธอทำให้เขาสงสัยว่าเธอมีนัดกับใครหรือเปล่านะ

“อังนัดเพื่อนไว้น่ะค่ะ ว่าจะไปเที่ยวงานวัดใกล้ๆนี่” เธอบอกพลางลุกขึ้น “อังขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบร่างบางก็หายเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้เขานั่งแกร่วอยู่คนเดียว

เพื่อนที่เธอบอกเขาคงไม่ใช่ใครที่ไหน คงจะเป็นไอ้ลูกสส.ที่อยากจะงาบเธอเหมือนกัน ทำไมเขาจะเดาไม่ออก ผู้ชายมองผู้ชายด้วยกันย่อมรู้ดี มันเองก็มองเขาออก ส่วนเขาเองก็มองมันออกเช่นกัน ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

จากการพูดคุยกับเธอมาราวๆชั่วโมงครึ่งได้ทำให้เขารู้ว่าอังศุมาลินเป็นคนมีเสน่ห์พอตัว เธอน่ารัก สดใส และพูดเก่งทีเดียว แต่หญิงสาวจะค่อนข้างถือตัวและรักษาระยะห่างไว้พอสมควร ทำให้เขาพอจะได้รู้แนวของหล่อนพอสมควร


“ไอ้เวย์ นั่งทำห่าไรวะ ให้ยุงหามเล่นเหรอ” อัครวุฒิยืนพิงกรอบประตูมองเพื่อนรักที่นั่งทอดอารมณ์มองฟ้าอยู่คนเดียว

“จะกลับแล้วเหรอ” เขาถาม

“เปล่า ตาเขาชวนเราสองคนตั้งวงเหล้าเว้ย”

“เอาดิ” เขาตอบตกลงและลุกไปหาคนเพื่อนที่ประตูและพากันเข้าไปในตัวบ้าน


อังศุมาลินก้าวลงจากชั้นบนในเวลาเฉียดๆหนึ่งทุ่มพอดิบพอดี หญิงสาวสวมเสื้อยืดสีดำตามสไตล์ สวมทับด้วยเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่งและสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเข่านิดหน่อย

“แต่งตัวซะสวยจะไปไหนล่ะนั่น” ตาเอี่ยมร้องทักหลานสาว

“ไปงานวัดจ้ะตา อังไปแป๊บเดียว ภาคชวนไปเดี๋ยวอังซื้อขนมมาฝากนะจ๊ะ” หล่อนบอกพลางเดินเข้ามาหา

“นี่อะไรกันจ๊ะ เอาแก้วมาทำอะไรเยอะแยะ” ถามขึ้นเมื่อเห็นแก้วเปล่าที่ใช้เวลาสังสรรค์วางเต็มโต๊ะกินข้าวไปหมด

“วันนี้ตาว่าจะดื่มสักหน่อย นานๆทีจะเจอคนรุ่นหลานคุยถูกคอ” ชายชรายอมรับเลยว่าชอบสองหนุ่มเป็นอย่างมาก ชายชาเจออัครวุฒิหลายคราแต่ติดต่อผ่านปลัดธนกรเสียส่วนใหญ่ จึงไม่ค่อยได้พูดคุยกันจริงจัง เพิ่งจะมีวันนี้เสียนี่แหละที่เป็นวันแรกที่พูดคุยจริงจัง แล้วก็คุยกันถูกคอกันทั้งสองหนุ่ม ถึงแม้พ่อหนุ่มกรุงจะดูไฮโซโก้หรูแต่ไม่ถือตัวสักนิด แถมพูดจาดี มารยาทงามเสียด้วย

จากตอนแรกห่อเหี่ยวใจที่ต้องขายที่ดินแต่ตอนนี้ความรู้สึกแบบนั้นกลับไม่มีอีกแล้ว

“แล้วเขาไปไหนกันจ๊ะ”

“ไปซื้อเหล้าร้านกับกลับแกล้มที่ร้านนังแจ๋วอยู่ วันนี้คงอยู่ดื่มกันดึก เจอกลับแกล้มอะไรที่นั่นก็ซื้อมาฝากตาด้วยล่ะ”

“จ้ะ งั้นอังไปก่อนนะจ๊ะ”

“มีตังไปหรือเปล่าล่ะ มาเอานี่มา” ทำท่าจะควักเงินให้แต่คนเป็นหลานปฏิเสธ

“อังมีจ้ะ อังไปก่อนนะจ๊ะ” เดินออกไปที่ประตูกน้าบ้านก็พบภูเบศจอดจักรยานยนต์รอตนอยู่แล้วจึงเดินไปหา ประจวบกับเวทิศและอัครวุฒิที่ปั่นจักรยานที่เธอใช้เมื่อตอนสาย แล่นมาตามถนนพอดิบพอดี โดยเวิทศเป็นคนซ้อนและหิ้วของทั้งหมด

“อ้าว นั่นคุณอังจะเที่ยวล่ะครับ แต่งตัวซะสวยเชียว” อัครวุฒิเป็นคนทักหญิงสาว

“ไปงานวัดค่ะ” เธอตอบ “อังไปก่อนนะคะ” พร้อมทั้งก้าวขึ้นคร่อมรถของเพื่อนชาย

ภูเบศหันไปยิ้มเยาะและยักคิ้วให้เวทิศที่ซ้อนจักรยานผ่านหลังเข้าตัวบ้านไป เป็นเชิงบอกว่าเขาชนะเพราะอังศุมาลินยอมออกไปข้างนอกกับเขา

ความคิดเห็น