หอหมื่นอักษร

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 14 ล้างบาป

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ล้างบาป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.พ. 2561 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ล้างบาป
แบบอักษร

ระหว่างทางที่จะไปยังห้องต่อไปนั้น เฟิงปู้เจวี๋ยก็พบเรื่องน่ายินดีเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือระดับความชำนาญของเขาปลดล็อกช่อง [อาวุธ]  แล้ว ตอนนี้มีเลเวล F ไม่รู้ว่าเกิดจากการแก้ปริศนาจาก Walkman หรือการพับกระดาษ แต่เมื่อปลดล็อกได้ก็เป็นเรื่องที่ดี หากรางวัลทักษะนั้นอยู่ในหมวด [อาวุธ] หรือ [ใช้งานทั่วไป] ก็จะสามารถฝึกฝนได้ทันที

หลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาก็ได้มาถึงหน้าประตูสีแดงบานหนึ่ง รอบนี้เขาผลักประตูแล้วก็เดินเข้าไปเลย

ในห้องมีขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านข้างกำแพงห้องมีโทรทัศน์สองเครื่องตั้งอยู่ กลางห้องมีโต๊ะตัวหนึ่ง บนโต๊ะมีกุญแจดอกหนึ่งวางอยู่ มุมห้องด้านขวามีท่อยาวประมาณหนึ่งเมตรท่อนหนึ่ง เฟิงปู้เจวี๋ยเดินตรงไปดู เส้นผ่าศูนย์กลางของท่อท่อนนี้น่าจะสามารถยัดลูกเทนนิสได้สักหนึ่งลูกพอดี

ในรอบนี้เขายังไม่ทันได้หยิบจับอะไรเลย ประตูด้านหลังก็ปิดตัวลงอัตโนมัติ และในขณะเดียวกัน โทรทัศน์เครื่องหนึ่งที่ตั้งอยู่นั้นสว่างขึ้น บนหน้าจอปรากฏภาพรูปร่างของตุ๊กตาของเล่นหน้าขาวขึ้นมา

“สวัสดี อาร์เธอร์ คุณคงอาจจะรู้สึกว่าเมื่อเล่นเกมมาจนถึงจุดนี้แล้วคงเข้าใกล้บทสรุปของเรื่องราวนี้สินะ หรือคุณอาจจะกำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้การรอดชีวิตไปเรื่อยๆ แต่ว่านะลองถามใจจริงของคุณดูให้ดี ว่าคุณมีคุณสมบัตินั้นจริงๆ รึเปล่า? ความเมตตาช่วงเวลาหนึ่งและความเจ็บปวดชั่วขณะมันสามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยอันจอมปลอมที่แท้จริงของคุณได้จริงๆ น่ะเหรอ?

ทั้งคุณและฉันต่างรู้ดี คุณยังไม่ได้ล้างบาปจริงๆ เลยด้วยซ้ำ”

เฟิงปู้เจวี๋ยฟังยังไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกได้ว่าคำพูดเหล่านี้มีความผิดปกติ คีย์เวิร์ดอยู่ที่ “ความเมตตาช่วงเวลาหนึ่ง” และ “ความเจ็บปวดชั่วขณะ” ซึ่งมันน่าจะหมายถึงการตัดสินใจเลือกของเขาในสองด่านที่ผ่านมา นั่นก็แสดงให้เห็นว่าวิดีโอชุดนี้มันเพิ่งอัดเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา หรือ .... แท้ที่จริงแล้วมันคือการเผยแพร่เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงอยู่

ทันใดนั้นเองหน้าจอโทรทัศน์เครื่องที่สองก็สว่างขึ้นตาม สิ่งที่เฟิงปู้เจวี๋ยเห็นมันทำให้เขาแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเองเลย ในโทรทัศน์นั้นปรากฏภาพของหวังทั่นจือ ในหน้าจอหวังทั่นจือก็กำลังเดินอยู่บนทางเดินทางหนึ่ง ดูเหมือนเขาจะบาดเจ็บ บนร่างกายมีร่องรอยของเลือดเต็มไปหมด ท่าทางการเดินก็ดูผิดปกติมาก

“การต่อสู้บนเส้นทางเกียรติยศ ทำให้คุณได้รู้ถึงความต่ำทรามของคนที่เรียกคุณว่าพี่น้อง ฉันเชื่อว่าต่อให้รู้ว่าคุณหายหรือตายไป พวกเขาคงไม่สนใจ แต่ ...... อาร์เธอร์ คุณยังมีเพื่อนอีกคนหนึ่ง เพื่อนแท้” เจ้าตุ๊กตาของเล่นพูดต่อไปว่า : “ตอนนี้จอห์นกำลังเล่นเกมอยู่เกมหนึ่ง แต่จุดจบของเขา มันมีเพียงทางเดียวคือความตาย มีของเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยให้เขารอด และ ...... มันยังเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้คุณออกจากที่นี่ได้ นั่นก็คือกุญแจที่วางอยู่บนโต๊ะ

คุณสามารถเอามันมาเปิดประตูบานสุดท้าย หรือจะโยนเข้าไปในท่อที่อยู่มุมกำแพงเพื่อส่งให้จอห์นที่อยู่ด้านนั้น

กุญแจมีเพียงดอกเดียวเท่านั้น หากอาร์เธอร์ ซีเกอร์ผู้มีความดีอันจอมปลอมเลือกที่จะตาย จอห์นผู้ใจบุญก็จะรอด

อยู่หรือตาย คุณเลือกเอง”

เฟิงปู้เจวี๋ยยืนมองและอึ้งอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ราวสองนาทีเต็ม เขากำลังคิดอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับหวังทั่นจือที่อยู่ในหน้าจอโทรทัศน์ที่สอง สรุปแล้วเขากำลังอยู่ในเรื่องราวที่ถูกจำลองขึ้น หรือ เขากำลังเห็นหวังทั่นจือที่เล่นอยู่ในโหมดเล่นเดี่ยวของอีกเกมหนึ่งจริงๆ กันแน่? หากเป็นอย่างหลัง ระบบนี้มันก็ดูจะเฉียบเกินไป ที่สามารถดึงผู้เล่นจากคนละเนื้อหาและช่วงเวลามาไว้ด้วยกันได้ ?

เขาคิดในใจว่า : คำตอบของเรื่องนี้มีเพียงจบเกมแล้วไปถามเสี่ยวทั่น ตอนนี้ทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น พิสูจน์อะไรไม่ได้

ในตอนนี้เฟิงปู้เจวี๋ยไม่เพียงแค่ชื่นชมความล้ำสมัยของสคริปต์เกมตัวนี้เท่านั้น เขายังมั่นใจอีกว่าอาร์เธอร์ที่ระบบกำหนดนั้นไม่ใช่คนดีจริงๆ สองด่านก่อนหน้านี้มันไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ มันเป็นเพียงการปูพื้นเรื่องเท่านั้น

ดูจากโครงเรื่องแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตัดสินใจเลือกในขั้นสุดท้าย  หากอาร์เธอร์เลือกที่จะให้ตัวเองรอดและสละชีวิตของจอห์น เช่นนั้นชีวิตของเขาหลังจากนี้ก็จะมีตราบาปติดตัวเขาไปตลอดชีวิต ใช้ชีวิตอย่างเจ็บปวด ความเห็นแก่ตัวและความจอมปลอมของเขาก็จะขยายตัวกว้างขึ้น ภายใจจิตใจเขาจะต้องทนทุกข์ทรมานมาก บทสรุปของอาร์เธอร์ก็จะดำเนินไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง เขาจะกลายเป็นบุคคลที่เห็นแก่ตัวเองเป็นหลัก แต่การเป็นคนใจบุญที่แท้จริง จึงจะทำให้จิตสำนึกเขาดีขึ้น

นี่ก็คือการ “ล้างบาป” ที่พูดถึง หลังจากผู้เล่นผ่านการฝึกนี้ไปแล้ว จะทำให้ผู้เล่นรู้จักการให้เกียรติและรู้จักคุณค่าของชีวิต และสำนึกซาบซึ้งในการมีชีวิต

หรือในอีกรูปแบบหนึ่ง หากอาร์เธอร์เลือกที่จะตาย ให้เพื่อนรักของเขามีชีวิตต่อไป งั้นมันก็คือการล้างบาปด้วยการเสียสละ

เฟิงปู้เจวี๋ยยักไหล่แล้วเดินไปที่โต๊ะ หยิบกุญแจขึ้นมา แล้วมองไปที่ประตูบานสุดท้ายที่ปิดสนิทอยู่ และพึมพำกับตัวเองว่า “ถ้าอย่างนั้น ต้องบอกลาเกมของฉันแล้วก็แพ้แล้วสินะเนี่ย ......” เขาเดินไปยังข้างท่อ โยนกุญแจเข้าไปในท่อในทันทีโดยไม่ลังเล

หลังจากนั้น โทรทัศน์เครื่องที่สองก็ดับลง ตุ๊กตาของเล่นที่อยู่ในโทรทัศน์เครื่องที่หนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า : “น่านับถือจริงๆ อาร์เธอร์ ไม่ต้องกังวลนะ ความตาย มันคือการยกระดับของจิตวิญญาณ” นี่มันไม่ใช่เสียงบันทึกอย่างแน่นอน

“ประตูบานนั้น ......” เฟิงปู้เจวี๋ยหันหน้ากลับไป ชี้ไปยังประตู : “เส้นทางนั้นเป็นเส้นทางแห่งความตายสินะ”

ตุ๊กตาที่อยู่ในโทรทัศน์ค่อยๆ หมุนคอช้าๆ โดยไม่มีการตอบสนองใดๆ

“คุณใช้คำได้น่าสนใจ ..... และแยบยลมาก ผมเกือบจะถูกหลอกเข้าแล้ว” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด “ของที่สามารถช่วยให้เขา “รอดชีวิต” ได้ ก็คือของที่สามารถช่วยให้ผม “ออกไปจากที่นี่”  เขายิ้มแล้วกล่าวว่า : “เหอะๆ ...... หากผมหยิบกุญแจไปเปิดประตู ผมคงต้องตาย งั้นสินะ?”

​ ยังคงไม่มีคำตอบใดๆ จากตุ๊กตาของเล่น ทุกอย่างเงียบสงัด

“คุณบอกว่าผมว่า ‘สามารถใช้มันเปิดประตูบานสุดท้ายได้’ แต่ไม่ได้บอกว่าถ้าเปิดแล้วจะมีชีวิตรอด แค่สามารถ ‘ออกไป’ ได้เท่านั้น เฟิงปู้เจวี๋ยพูดอีกว่า : “คีย์เวิร์ดมันอยู่ที่ประโยคคำเตือนที่ว่า ...... ‘อาร์เธอร์ ซีเกอร์ผู้มีความดีอันจอมปลอมเลือกที่จะตาย จอห์นผู้ใจบุญก็จะรอด’ เขากางมือทั้งสองข้างออก: “ผมคิดอยู่หลายวินาทีถึงเข้าใจว่า มันไม่ได้ขัดแย้งกันเลย ในตอนนี้ เมื่อจอห์นได้กุญแจแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป และ ‘ความดีอันจอมปลอม’ ของอาร์เธอร์ก็จะตายไปพร้อมกัน

การมายืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อการเสียสละตัวเองให้เพื่อน หลังการฝึกฝนอาร์เธอร์ ซีเกอร์กลายเป็น ‘คนที่น่านับถือ’ ‘จิตวิญญาณของเขาจะได้รับการยกระดับ’ ผมพูดถูกรึเปล่า?”

ในที่สุดตุ๊กตาก็เอ่ยปาก : “ยอดเยี่ยมมาก คุณอ่านเกมขาด แต่มันก็ทำให้ฉันมีข้อสงสัยต่อบทสรุปของการฝึกฝนครั้งนี้”

“คุณเป็นแค่ข้อมูลสถิติที่ระบบสร้างขึ้นแค่นั้นเหรอ?” แววตาของเฟิงปู้เจวี๋ยเริ่มว่างเปล่า เขาเดินไปยังหน้าโทรทัศน์ : “หรือสำหรับคุณแล้ว สิ่งที่ผมเลือกมันไม่สอดคล้องกับตรรกะที่บทสรุปกำหนดไว้รึไง? การที่ผ่านด่านมาด้วยคุณธรรมหรือเล่ห์เหลี่ยมมันสำคัญมากงั้นเหรอ?” เขานั่งยองๆ ลงที่หน้าโทรทัศน์ ใช้น้ำเสียงเดียวกับในเสียงบันทึก กดเสียงต่ำแล้วพูดว่า : “จริงๆ แล้วการเลือกในตอนสุดท้ายไม่ได้อยู่ระหว่างความเป็นหรือความตาย แต่มันคือตัวผม ความเป็นผมและความเป็นมากกว่าเกมของผม

หากผมเอาตัวเองแทนที่ความคิดของ ‘อาร์เธอร์ ซีแกอร์’ โดยการเลือกตามความคิดของผม นั่นก็คือนักข่าวต่ำทรามคนนั้นจะต้องสละชีวิตคนอื่นโดยไม่ลังเล แล้วหยิบกุญแจไปเปิดประตูแน่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คือต้องตาย

หากผมมองโจทย์นี้ด้วยความคิดของ ‘ผู้เล่น’ คนหนึ่ง โดยการเลือกตามความคิดของผม เมื่อมองในมุมของผู้เล่นเกมสวนสนุกสยองขวัญ มันเป็นแค่โครงเรื่องเท่านั้น ตัวเลือกมันง่ายมาก ผ่านด่านหรือ GAMEOVER ดังนั้นถ้าผมเลือกหยิบกุญแจไปเปิดประตู ก็ยังต้องตายเหมือนกัน

แต่หากมองและวิเคราะห์ปัญหาจากสภาพจริงของบุคคลแล้ว ‘ผู้เล่นที่คิดว่าตัวเองคืออาร์เธอร์ ซีเกอร์’ จริงๆ เท่านั้น ถึงจะสามารถตัดสินใจอะไรที่เป็นมากกว่าเกมได้ เช่นนี้แล้ว ต่อให้ไม่แก้ปริศนาของคุณ ผมก็ยังคงเลือกที่จะโยนกุญแจไปในท่อ เพราะนี่คือคำตอบและคำอธิบายทั้งหมดของเรื่องราวในบทนี้

ถึงตอนนั้น คุณก็จะเซอร์ไพรส์ผมด้วยบทสรุปที่น่าประหลาดใจเป็นการตอบแทน ใช่ไหมล่ะ?”

หน้าจอโทรทัศน์ดับลงในทันที ราวกับตุ๊กตาของเล่นต้องการยุติการสนทนาบทนี้ เสียงที่เฟิงปู้เจวี๋ยคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา เสียงแจ้งเตือนของระบบที่ไร้ความรู้สึก :

[คุณผ่านด่านนี้แล้ว จะเคลื่อนย้ายอัตโนมัติหลัง 60 วินาที]

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น