หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 Walkman

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 278

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 Walkman
แบบอักษร

หลังจากที่เห็นประตูเปิดออก เฟิงปู้เจวี๋ยถึงกลับโล่งใจ เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะวิ่งเข้าไป แต่เขาอาศัยแสงไฟที่ส่องเข้ามา เดินกลับไปด้านข้างกรงขังลิง เปิดสลักออก ดึงที่กันออก แล้วอุ้มเจ้าลิงที่สลบไสลออกมา

[ชื่อ: ลิงทิเบตตัวเล็กหางสั้นที่นอนสลบไสล]

[ประเภท: เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง]

[ระดับ: ทั่วไป]

[ฟังก์ชั่น: ไม่ทราบที่มา]

[สามารถนำออกไปจากเนื้อเรื่องได้หรือไม่: ได้]

[หมายเหตุ: ลิงน้อยประเภทหนึ่งที่มีอุปนิสัยซุกซนและกล้าหาญ ตอนนี้ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว]

“ไอเทมสิ่งของในเนื้อเรื่อง แต่กลับแจ้งว่าสามารถนำออกไปได้ อืม ......” เฟิงปู้เจวี๋ยครุ่นคิดแล้วพูด เขาลองเอาเจ้าลิงน้อยใส่เข้าไปในกระเป๋า สำเร็จ หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องนั้นไป

              ภายนอกของประตูเป็นทางเดิน ผนังทั้งสี่ล้วนแล้วแต่เป็นโลหะ หลังคายังคงอยู่ในระดับความสูง 4-5 เมตร ความสว่างอยู่ในระดับปกติ ยังคงไม่มีบานหน้าต่างใดใดเช่นเดิม ทางเดินทั้งสองข้างมีทั้งประตูและทางแยก มันเปิดไม่ได้เพราะมีเศษสิ่งของขนาดใหญ่อุดปิดทางเอาไว้ ดังนั้น ทางเดินที่สามารถผ่านได้จึงเหลือเพียงเส้นเดียวเท่านั้น บนกำแพงปรากฏภาพหัวลูกศรสีแดงที่พ่นด้วยสีสเปรย์นำทางให้เฟิงปู้เจวี๋ยรู้ว่าเขาควรจะเดินไปทางไหน หลังจากผ่านบททดสอบที่ไร้ประโยชน์มากมาย เขาเข้าใจเลยว่าบนเส้นทางนี้เขาจะไม่สามารถค้นหาสิ่งของใดใดเจอได้ ดังนั้น เขาจึงเร่งความเร็ววิ่งตามลูกศรไป หลังจากนั้นประมาณ 7-8 นาทีก็ได้มาถึงสุดทางเดิน ที่นี่ก็ปรากฏประตูโลหะที่ทำสัญลักษณ์สีแดงอีกบานหนึ่งขึ้น

            ประตูบานนี้ไม่มีที่จับ ตรงกลางประตูมีที่วาล์วมือหมุนทรงกลมอยู่หนึ่งอัน เฟิงปู้เจวี๋ยเดินเข้าไปใช้มือจับวาล์วหมุน แล้วลองหมุนดู เขารู้สึกได้ว่ามันมีแรงต้านขนาดใหญ่ เขาต้องออกแรงค่อนข้างมากถึงจะสามารถหมุนเขยื้อนมันได้

            หลังจากหมุนไปเกือบครึ่งรอบใหญ่ ประตูก็ค่อยๆ ขยับ จากร่องของประตูมีไอเย็นแทรกซึมออกมา วินาทีนั้นเฟิงปู้เจวี๋ยมีรู้สึกถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย ขณะที่เขากำลังผลักประตูออก เขาพบว่าบานประตูโลหะนั้นหนามาก และภายในห้องนี้มันคือห้องเย็นแบบปิดตายนั้นเอง เมื่อเปิดประตูออกก็มีลมเย็นแรงมากอัดใส่เข้ามาที่ใบหน้า

            ภายในห้องมีชื่อที่แท้จริงว่า “ดินแดนมฤตยูสีขาว” ซึ่งบนพื้นแผ่ปกคลุมไปด้วยหิมะ บนกำแพงทั้งสี่ด้านก็มีเค้าของน้ำแข็งให้เห็นไปทั่ว  เมื่อเงยหน้ามองด้านบน นอกจากอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างแล้ว จะเห็นท่อที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณหนึ่งเมตรอยู่ที่มุมทั้งสามของเพดาน ในขณะที่ประตูเปิดออก ท่อก็เริ่มปล่อยเกล็ดหิมะสีขาวออกมา ถึงแม้ท่อจะกว้างแต่ยังดีที่เป็นเพียงปุยหิมะที่โปรยปรายลงมาเท่านั้น ไม่ได้เยอะมาก

            เฟิงปู้เจวี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ห่อปากเป่าลมร้อนลงบนฝ่ามือ ถูมือไปมา แล้วเดินเข้าห้องไป เมื่อข้ามบานประตูเข้ามาแล้วเขาพบว่า ระดับของพื้นในห้องนี้ผิดปกติ พื้นห้องมีระดับต่ำกว่าขอบประตูอยู่เกือบหนึ่งขั้น ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับพื้นที่อยู่ภายนอกประตู ดังนั้น เกล็ดหิมะสีขาวที่เห็นบนพื้นนั้น มันคือหิมะที่มีความหนาในระดับหัวเข่า เมื่อเขาเหยียบลงไป ข้อเท้าของเขาก็จมลงไปในหิมะทันที มันหนาวจนเขาต้องกระโดดก้าวเท้าสองสามครั้ง แต่มันไม่เป็นผล หิมะอ่อนนุ่มมาก หากไม่อยากให้เท้าจมลงไปในหิมะก็จะต้องเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสให้กว้างขึ้น ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะคุกเข่าลง ……

            เขายังไม่ได้ปิดประตู เขาคุกเข่าและตรงไปยังกำแพงห้องที่อยู่ตรงข้าม  ที่นั่นยังมีประตูอีกบานหนึ่ง แต่ด้านบนไม่มีที่เปิดปิดวาล์วมือหมุน มีแต่กลอนประตูดิจิตอลที่ต้องใส่รหัสผ่านฝังอยู่บนประตู บนหน้าจอแสดงผลมีตำแหน่งรหัสผ่านสี่หลักเว้นว่างอยู่ กำแพงด้านข้างของที่ล็อคประตูมีแผ่นเหล็กที่สามารถเคลื่อนไหวได้อยู่หนึ่งแผ่น แผ่นเหล็กมีความยาวราวสิบเซนติเมตร ทรงสี่เหลี่ยม ด้านบนมีที่จับ เมื่อเฟิงปู้เจวี๋ยดึงแผ่นเหล็กแผ่นนี้ ประตูเหล็กที่นำเขาเข้ามาในห้องนี้ก็ปิดลงอัตโนมัติ

            หลังแผ่นเหล็กมีช่องว่างเล็กๆ ช่องหนึ่งที่วางเทปม้วนหนึ่งไว้ สิ่งที่ต้องทำต่อไปมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ......

            เฟิงปู้เจวี๋ยนำเทปนั้นออกมา พร้อมกับหยิบ Walkman ที่เขาพกไว้กับตัวออกมาด้วย เขาหยิบเทปม้วนก่อนหน้านี้ที่อยู่ด้านในออกมาใส่ไว้ในกระเป๋า และใส่ม้วนใหม่เข้าไป พร้อมกับกดปุ่มเล่น

            “สุขสันต์วันคริสต์มาส อาร์เธอร์ นี่เป็นวันที่ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ขณะเดียวกัน จิตวิญญาณของวันคริสต์มาสยังหมายถึงความเสียสละและการอวยพรด้วย ......”

            เฟิงปู้เจวี๋ยฟังเสียงบันทึกจากเทปพร้อมกับสำรวจห้องนี้โดยละเอียดเป็นรอบที่สอง เมื่อสักครู่เขาก็ได้สังเกตเห็นจุดที่สะดุดตาที่สุดนั้นก็คือ หนังสือพิมพ์แผ่นหนึ่งยังดูใหม่ติดอยู่บนด้านหนึ่งของกำแพงโลหะ กำแพงส่วนนี้ดูเหมือนจะถูกจัดการอะไรบางอย่างมากก่อน เพราะการเกาะของหิมะรอบหนังสือพิมพ์นั้นยังมีไม่มาก ถึงแม้จะเต็มไปด้วยหิมะเทียม แต่ความชื้นในห้องนี้ไม่สูงเกินไป ดังนั้นตัวอักษรบนกระดาษยังคงชัดเจนอยู่ และพาดหัวที่ดูสะดุดตาที่สุดก็คือ “พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเรา” ภาพประกอบด้านข้างเป็นภาพชายหนุ่มเร่ร่อนกำลังล้อมถังน้ำมันที่ทิ้งแล้วเพื่อรับไออุ่น โดยท้องฟ้าด้านหลังเป็นภาพหิมะที่กำลังตก และพื้นก็เป็นสีขาว แน่นอนว่า ผู้ที่เขียนข่าวฉบับนี้นั้นก็คือ “อาร์เธอร์ ซีเกอร์”

            “คุณมักจะเข้าร่วมงานเลี้ยงการกุศล และโผล่หน้ากล้องบ่อยๆ แต่เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่า คุณไม่เคยบริจาคอะไรเลยแม้แต่น้อย คุณเรียกร้องผู้คนไม่ให้เลือกปฏิบัติต่อผู้ที่ไร้ที่อยู่อาศัย แต่ตัวคุณเองกลับไม่เคยให้เกียรติต่อผู้ที่มีฐานะทางสังคมที่ด้อยกว่าคุณเลย ความใจดำและการประจบสอพลอของคุณทำให้ทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณรู้สึกขยะแขยง คุณเคยบอกเหล่าผู้สูงอายุว่า พวกเขาควรได้รับการดูแลและเอาใจใส่ แต่ในทุกๆ ปีคุณกลับเลือกใช้การทำงานมาเป็นข้ออ้างในการปฏิเสธที่จะกลับไปฉลองวันขอบคุณพระเจ้าและวันคริสต์มาสกับพ่อแม่ของคุณ

            อาร์เธอร์ คุณยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมและตำหนิการเมินเฉยและกฎเกณฑ์ที่ไม่ยุติธรรมของมนุษย์โลก แต่การกระทำในความเป็นจริงของมันแสดงให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วคุณไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังพูดอะไรอยู่

            ตอนนี้ คุณมีโอกาสที่จะทำความเข้าใจว่าคนเหล่านั้นเขาผ่านความยากลำบากมาได้อย่างไรแล้ว ในห้องที่เต็มไปด้วยหิมะแห่งนี้ มีกระดาษแข็งอยู่แผ่นหนึ่ง บนกระดาษมีรหัสผ่านในการปลดล็อคประตูเขียนเอาไว้ คุณต้องใช้มือของคุณล้วงลงไปในหิมะใต้เท้าของคุณเพื่อหากระดาษแผ่นนี้

            เช่นเดียวกับผู้คนที่ต้องทนหนาวเหน็บอยู่บนถนนในยามค่ำคืนที่ต่างรอคอยความหวังด้วยแรงปรารถนา คุณมีเวลาไม่จำกัด แต่ถึงแม้ว่าจะหาอะไรพบ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คงไม่อาจมากไปกว่าสิ่งที่ทำให้สามารถผ่านไปได้จนถึงฟ้าสางเท่านั้น ......”

            เมื่อสิ้นเสียงจากเครื่องบันทึกเสียง เฟิงปู้เจวี๋ยก็หนาวจนสั่นไปทั้งตัวแล้ว ชุดที่ในเกมจัดให้นั้นเสมือนกับว่าผู้เล่นอยู่ในแวดล้อมอุณหภูมิ 20 องศาซึ่งมันจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกสบายตัว หากร้อนหรือหนาวไปสักหน่อย ผู้เล่นก็จะสัมผัสได้โดยทันที ห้องที่ราวกับอุโมงค์น้ำแข็งแห่งนี้อุณหภูมิมันต่ำกว่าศูนย์องศาอย่างแน่นอน และท่อทั้งสามบนเพดานยังค่อยๆ ปล่อยเกล็ดหิมะความเย็นออกมาอย่างรวดเร็วทำให้หิมะก่อตัวหนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            เพื่อให้นิ้วมือใช้งานอย่างคล่องตัว เฟิงปู้เจวี๋ยจดจ่อกับการเป่าลมลงบนฝ่ามือ เขารีบทบทวนข้อมูลของเครื่องบันทึกเสียงในสมองเขาอีกหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็เอาแต่ท่องประโยคสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมา : “ก็เหมือนกับคนที่ประสบกับความหนาวเหน็บ ...... ที่เมื่อค้นพบ “อะไร” บางอย่าง ก็จะสามารถทนผ่านไปได้จนฟ้าสาง ......” ตามการสันนิษฐานของเขา นี่คือสัญญาณเตือนเพียงอย่างเดียวที่มี มันดูคลุมเครือมาก แต่มันจะต้องแสดงให้เห็นถึงอะไรบางอย่าง

            เฟิงปู้เจวี๋ยลุกขึ้นยืนอีกครั้ง อวัยวะตั้งแต่หัวเข่าลงไปของเขามันถูกแช่แข็งหมดแล้ว ตอนนี้ไม่ว่าเท้าทั้งสองของเขาจะอยู่ในหิมะหรือไม่มันไม่สำคัญแล้ว เพราะมันถูกแช่แข็งจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว เขาเดินโซซัดโซเซไปยังหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นนั้น และจ้องมองบทความและรูปถ่าย ค้นหาข้อมูลเงื่อนงำความเป็นไปได้อย่างละเอียด

            เฟิงปู้เจวี๋ยรู้ว่า ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการสืบหาเบาะแส การออกแรงสามารถรอจนไม่มีหนทางแล้วค่อยทำก็ได้ หากเขารีบร้อนที่จะซุกมือทั้งสองข้างของเขาล้วงลงไปในหิมะ หลังจากนั้นห้านาที ต่อให้นิ้วมือของเขาจะไม่ถูกแช่แข็งไป แต่อุณหภูมิในร่างกายจะต้องลดลงอย่างแน่นอน หากพัฒนาจนมีอาการตอบสนองช้า การรับรู้พร่ามัวแล้วละก็ จะไขปริศนาคงเป็นไปได้ยาก

            “ของที่สามารถทำให้เหล่าผู้เร่ร่อนถ่วงเวลาไว้จนถึงเวลาพรุ่งนี้ได้ ......” เฟิงปู้เจวี๋ยพูดแล้วก็เพ่งโฟกัสไปยัง : “คนหลายคนล้อมรอบถัง เผาขยะเพื่อรับความอุ่นจนถึงเช้างั้นเหรอ? ไม่ไม่ ไม่ใช่แบบนี้ ......” ในสมองของเขาพลันปรากฏภาพของคุณลุงคนหนึ่งสวมแว่นสีดำ : “ใช่แล้ว ....... *สิ่งของสามสิ่งที่ MADAO ต้องมี ลังกระดาษ สุนัข วิทยุ” เมื่อเขาคิดมาถึงตรงนี้เขาก็รีบลงมือทันที

            กระดาษหนังสือพิมพ์ที่กางออกแผ่นนี้ ใช่เทปกาวแปะไว้ที่มุมทั้งสี่ และติดไว้บนผนัง ซึ่งเฟิงปู้เจวี๋ยสามารถแกะมุมทั้งสี่มันออกมาโดยที่ส่วนตรงกลางหนังสือพิมพ์ไม่ได้รับความเสียหาย

            “สุนัขเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมี นอกจากจะปั้นมันมาจากหิมะ หากเป็นวิทยุ ..... Walkman น่าจะถือว่าใช่ ในส่วนของลังกระดาษ ......” เฟิงปู้เจวี๋ยได้แกะกระดาษหนังสือพิมพ์ลงมาจากกำแพงแล้ว ถึงแม้มุมกระดาษจะขาดหายไปเล็กน้อย แต่มันไม่กระทบต่อสิ่งที่เขาจะทำ

            เมื่อกี้ได้บอกไปแล้ว กระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นนี้ใหม่มาก รอยพับด้านบนชัดเจนมาก คนทั่วไปจะพับกระดาษหนังสือพิมพ์ไม่เกินสองครั้ง แต่กระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นนี้กลับมีรอยพับมากมาย มันแสดงให้เห็นว่ามันเคยเป็นอะไรสักอย่างมากก่อนอย่างแน่นอน

            เฟิงปู้เจวี๋ยพับกระดาษหนังสือพิมพ์ตามรอยเดิม มือของเขายังไม่แข็ง แต่ยังคงไม่รับผลกระทบจากอากาศที่หนาวเย็น ในความเป็นจริง แถบเมนูในเกมของเขา ด้านข้างของค่าพลังชีวิตก็มีสถานะพิเศษแจ้งเตือนว่า [หนาวเหน็บ]

            ถึงแม้ว่ามุมของกระดาษบางส่วนจะหายไปบ้าง แต่เฟิงปู้เจวี๋ยก็สามารถพับออกมาตามรอยแบบของการพับ ------ เป็นกล่องกระดาษเล็กๆ หนึ่งใบ

            เฟิงปู้เจวี๋ยถือมันไว้ในมือและเพ่งมองอย่างละเอียด หมุนเปลี่ยนมุมหลายต่อหลายมุม ในที่สุดเขาก็พบเหลี่ยมกระดาษที่ทับซ้อนกัน และพบว่ามีตัวเลขและอักษรเรียงต่อเนื่องกันอยู่

            มันคงเป็นไปไม่ได้ที่ตัวอักษรบนกระดาษหนังสือจะมีรูปแบบที่เหมือนกันทั้งหมด บางครั้งบางคราวอาจจะพบรูปแบบและขนาดอักษรที่แตกต่างกันออกไป เช่น ตัวอักษรของพาดหัวข่าวและตัวอักษรด้านล่างของภาพประกอบ ที่จะไม่เหมือนกับในบทความ นอกจากนี้ยังมีปัญหาของตัวอักษรพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่อีก

            เฟิงปู้เจวี๋ยพบว่าตัวอักษรและตัวเลขที่ร้อยเรียงกันนั้นมีรูปแบบที่เหมือนกัน เมื่อกางหนังสือพิมพ์ออกมันจะอยู่ในคอมลัมน์และตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อพับขึ้นมามันจะมาอยู่รวมกัน กลายเป็นชุดตัวอักษรที่เรียงกันสวยงาม

            “FM27.3MHZ ……” เฟิงปู้เจวี๋ยบ่นพึมพำ : “เป็นคลื่นของวิทยุสมัครเล่นเหรอ ......” ระหว่างที่พูดเขาก็ปรับ Walkman ให้อยู่ในสถานะรับสัญญาณการออกอากาศ

            เสียงความถี่ทั้งหมดถูกส่งเข้ามาเป็นเสียงซ่าๆ FM27.3 ก็เช่นกัน เมื่อเขาจูนคลื่นได้แล้วเขาจึงปรับให้เสียงดังขึ้น และรอคอยอย่างตั้งใจ เป็นไปตามที่คิดไว้ หลังสิ้นเสียงคลื่นความถี่ราว 40 วินาที เสียงที่แหบพร่าก็ดังขึ้น : 9 5 2 7” หลังจากนั้นก็เป็นเสียงซ่า ซ่าดังขึ้นอีกครั้ง

            เฟิงปู้เจวี๋ยรีบรุดหน้าไปยังด้านข้างของประตู เขากรอกรหัสผ่านไปแล้วก็บ่นว่า : “รหัสผ่านบ้าอะไรกัน ห้ามคนชั้นต่ำกับสุนัขเข้าหรือยังไง .....”

            เป็นไปตามคาด รหัสผ่านถูกต้อง ประตูเปิดออกแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยรีบกุลีกุจออกจากห้องนั้น มาจนถึงทางเดินด้านนอก เขาหนาวมากจนต้องกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้น หลังจากที่เขากลิ้งไปสองรอบ เขาก็ลุกขึ้นมากายบริหารด้วยท่าสควอชอีก 20 ครั้ง เขามองไปที่แถบสถานะเมนูในระหว่างที่กายบริหารนั้น ค่าพลังชีวิตของเขาลดลงเหลือเพียง 67% แต่ก็ได้หลุดออกจากสถานะหนาวเหน็บอย่างรวดเร็ว

            ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันเสียหายน้อยกว่าการคลานไปบนพื้นแล้วเอามือควักลงไปในหิมะเพื่อค้นหากระดาษ โชคในการเล่นเกมของเฟิงปู้เจวี๋ยแย่มาตลอด ก็เหมือนภารกิจเมื่อกี้ที่ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในมหาสมุทร ถ้าเขาไม่ปิดห้องค้นหาในทุกตารางนิ้วอย่าหวังว่าเขาจะหากระดาษใต้หิมะเจอ

            หลังจากผ่านด่านที่สองนี้แล้ว เขายังไม่ได้รีบปิด Walkman ของเขา เขาพบว่าทริคของความถี่นั้นอยู่ที่ ตัวคลื่น FM27.3 จะพูดรหัสสี่หลักทุกหนึ่งนาที ส่วนตัวคลื่นตัวอื่นจะเป็นเสียงสัญญาณความถี่

            หลังฟื้นฟูอุณหภูมิของร่างกายแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยก็เดินหน้าต่อไป เขาคาดการณ์ไว้ว่าในเนื้อเรื่องคงไม่ได้กำหนดหรือคำนวนไว้ว่า หลังจากที่ “อาร์เธอร์ ซีเกอร์” หลบหนีออกไปแล้วจะใช้เวลานานเท่าใดถึงจะสามารถไปถึงโรงพยาบาลและได้รับการรักษา ซึ่งเมื่อแรกเริ่มจากเทปบันทึกเสียงกล่าวว่าเขาจะพบทางออกโดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที มิเช่นนั้น เขาจะตายเพราะพิษที่อยู่ในร่างกายเขา แต่ในแถบเมนูของเฟิงปู้เจวี๋ยไม่ปรากฎสถานะการ [ถูกพิษ] เลย และในเวลานี้เขาไม่แน่ใจว่าการที่ค่าพลังชีวิตของเขาลดลงนั้นมันเป็นเพราะความหนาวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้หรือเกิดจากการกำเริบของพิษ สรุปก็คือมันไม่ปรากฎการถูกพิษที่ชัดเจน แต่เกิดจากเรื่องราวบางอย่างของเนื้อเรื่อง พูดง่ายๆ ก็คือ จะต้องผ่านด่านภารกิจให้ได้ภายใน 40 นาที มิเช่นนั้นก็ถือว่า GAMEOVER

            เฟิงปู้เจวี๋ยใช้เวลาไปแล้ว 20 นาที เขาผ่านด่านที่สองมาได้เร็วมาก บวกกับด่านแรกที่ใช้เวลาไป 5 นาที ยังมีเวลาในการวิ่ง ซึ่งเมื่อเขามาถึงเกมที่สาม เขาน่าจะยังเหลือเวลาอีก 15 นาทีโดยประมาณ ระบบน่าจะพิจารณาแล้วว่าผู้เล่นในด่านที่สองน่าจะเลือกการควานหาของในหิมะมากกว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จะใช้เวลามาก ดังนั้น หากพิจารณาตามเหตุผลของระยะเวลาแล้ว หากไม่มีอะไรผิดพลาดเกมต่อไปของเฟิงปู้เจวี๋ยน่าจะเป็นเกมสุดท้ายแล้ว ขอแค่ทำภารกิจเนื้อเรื่องให้สำเร็จ เขาก็จะสามารถปิดเกมนี้ได้

*MADAO เป็นชื่อตัวละครจากการ์ตูนญี่ปุ่น Gintama เป็นลุงผู้ชายสวมแว่นดำ อาศัยอยู่ที่สวนสาธารณะ

*สิ่งของสามสิ่งที่ MADAO ในการ์ตูนกินทามะต้องมี อย่างแรก คือ ลังกระดาษ เอาไว้ให้ความอบอุ่น สองวิทยุ เอาไว้เป็นเครื่องคลายความเหงา ให้ความบันเทิงและสามารถเป็นอาวุธได้ สาม สุนัข เอาไว้คุ้มครองตนเอง เวลาหิวก็สามารถใช้ให้ไปหาอาหารมาให้

ความคิดเห็น