kullacha

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.4k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.พ. 2561 05:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11
แบบอักษร

​/

/

22/0/2018  05.26

“อะไรนะ!! เพราโพยม...วิญญาณหลุดจากร่างอย่างนั้นเหรอ!” นารีลุกขึ้นพรวดจากโซฟา สีหน้าที่ดูโทรมโทรมของเธอกึ่งตกใจกึ่งตื่นเต้น ชิ!ที่เห็นว่าโทรมแบบนี้ ก็เพราะว่าเมื่อคืนน่ะสิ! ฝันร้ายมาก! และพอจะรู้สาเหตุว่าทำไม? ก็เมื่อตอนกลางวัน อุตส่าห์ให้ลูกชายของตนไปที่บ้านหลังใหญ่ แล้วทิ้งของขลังมนต์สกปรกเอาไว้ในห้องของเพราโพยม กะว่า..จะให้ร่างเล็กหลับฝันร้ายในค่ำคืนนั้นเสียหน่อย แต่ทว่า...ของเหล่านั้น กลับตีกลับมาหาตนซะอย่างนั้น! ดีนะ..ที่ลูกชายของเธอ เมื่อคืนไม่ได้หลับได้นอน เพราะต้องส่งเหล่าโหงพรายไปเล่นงานไอ้พ่อบ้านตัวแสบนั่น!  ไม่อย่างนั้น...คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่!

“จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าได้ยินเสียงแว่วตามลมมาแบบนั้น” ผีสาวในชุดโจงกระเบนสีดำพูด

“เสียงตามลม? นี่หล่อนไม่ได้เข้าไปฟังใกล้ๆสินะ! แล้วแบบนี้..จะมั่นใจได้ยังไง ห๊ะ!” นารีก้มหน้าลง แล้วต่อว่าผีสาวอย่างหัวเสีย

“ข..ข้าขออภัยเจ้าค่ะ”

“อย่าว่าแย้มงามเลยครับแม่ สำหรับเธอ แค่เพียงเสียงกระซิบ ต่อให้อยู่ห่างเป็นกิโลๆก็ได้ยินครับ ผมถึงปลุกวิญญาณเธอขึ้นมาไง เพราะต้องการจะใช้งานเธอในทางนี้แหละ แม่ก็น่าจะรู้...พวกภูตผี เข้าๆออกๆบ้านหลังใหญ่ไม่ได้ มีแต่ยันต์ติดรอบบ้านไปหมด เพียงแค่เข้าไปใกล้ผนัง ได้ยินสิ่งที่พวกมันพูดคุย ก็ดีถมถื่อแล้ว” พีมกวีพูด

“แล้ว..ทำไมลูกถึงไม่เข้าไปเช็คสถานะการณ์เองเลยล่ะ” นารียกยิ้ม

“ชิ! ผมไม่อยากสบตาประชันหน้ากับไอ้สิบสองคนนั่น!” พีมกวีหัวเสีย

“ทำไมล่ะลูก?”

“ก็สายตาของพวกมันแต่ละคน จ้องมองผมจนแทบจะทะลุไปถึงตับไตไส้พุง! แม้แต่ความคิดก็ด้วย! ขืนอยู่ตรงนั้นแค่เสี้ยววินาทีเดียว เผลอๆ พวกมันทั้งหมดอาจจะรู้ได้ในทันที ว่าผม...ชั่วร้ายแค่ไหน!”

“นี่ลูก...กลัวพวกมันอย่างนั้นเหรอ? อา....แม่ชักอยากจะเจอกับพวกมันซะแล้วสิ” นารียิ้มกริ่ม

“ไม่ได้กลัวครับแม่ แต่ผมแค่ไม่เสียแผน” พีมกวีขมวดคิ้วมุ่น

“งั้น..แม่จะไปเอง”

“ก็เอาสิครับ แต่ว่า...แม่อย่าแบไต๋เด็ดขาดเลยนะ ไม่อย่างนั้น...พวกเราจบเห่”

“จบเห่ยังไง ในเมื่อไอ้เพรายังเข้าข้าง เชื่อว่าพวกเราสองแม่ลูกเป็นคนดี คนอื่น ก็ไม่มีทางทำอะไรพวกเราสองแม่ลูกได้”

พรึ่บ!

“ไม่รู้สิครับ แต่ลางสังหรณ์ของผม มันบอกว่า...ในอีกไม่ช้า พวกเราสองแม่ลูกต้องแย่แน่ๆ แต่ผมไม่รู้..ว่าจะเป็นเรื่องอะไร? พอจะใช้ตาทิพย์มอง กลับมีบางอย่างมาปิดเนตร ทำให้มองเห็นได้แค่ภาพเลือนราง” สิ้นเสียงของพีมกวี นารีกลับชะงัก

“อา...ลางสังหรณ์ของลูกแม่นยำมาก แม่ว่า...พวกเราเรียกปู่ให้มาที่นี่โดยเร็วจะดีกว่า!”

“ก็ดีนะครับ” พีมกวียกยิ้ม

“งั้น..แม่ไปแต่งตัว แล้วเดินไปเยี่ยมบ้านใหญ่ซักหน่อยละกัน คิกๆๆ”

พรึ่บ!

////

“ลมอะไรหอบมาแต่เช้าครับวันนี้...” เมื่อนารีเดินเข้ามาในตัวบ้าน เชน..ก็เดินลงบันไดมาพอดี

“เชอะ! ชั้นไม่จำเป็นต้องตอบคำถาม เพราะไม่ได้มีธุระอะไรกับแก! หนูเพราอยู่ที่ไหน? ชั้นอยากเจอเธอ...” สิ้นเสียงของนารี ที่กำลังยกยิ้มกรุ่มกริ่ม เชน...กลับหยุดนิ่ง เขาจ้องมองนารีด้วยแววตาอำมหิต

“คุณหนูไม่ค่อยสบายน่ะครับ เชิญกลับไปก่อน” เชนเบือนหน้าหนี เพื่อต้องการจะระงับอารมณ์ เขาสูดลมหายใจถี่ๆ

“ไม่! ชั้นจะขึ้นไปเยี่ยมหลานชายของชั้น!” นารีขึ้นเสียง แสดงท่าทางอย่างไม่ยอม

“นี่คุณ!” เชนตะโกน

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับ?” วี วาย วาด วิล เดินลงจากบันได พร้อมกับมองหน้านารีด้วยแววตาสงสัย จึงทำให้เชนรีบระงับอารมณ์ตัวเองอีกครั้ง

“อ๋อ....พวกเธอสินะ? ที่เป็นเพื่อนของเพรา โพยม หลานชายแท้ๆของชั้น..” นารีพูดขึ้นแบบยกยิ้ม พร้อมกับจ้องมองร่างสูงทั้งสี่คนอย่างไม่วางตา

“ป้าคนนี้...ท่าทางไม่เบาเลยว่ะ แม่ของเจ้าเด็กพีมแหง๋ๆ มาที่นี่...เพราะรู้อะไรบางอย่างแน่ๆ” วิลพูดกระซิบ

“เซ้นส์ดีเยี่ยมครับ ใช่...เธอมาที่นี่...เพราะรู้เรื่องของคุณหนูแล้วแน่ๆ และอีกอย่าง..ใช่ครับ เธอเป็นมารดาของคุณพีมกวี เป็นผู้หญิงที่โหดเหี้ยมอำมหิตที่สุด...” สิ้นเสียงของเชน ร่างสูงทั้งสี่คนต้องชะงัก เพราะสีหน้าของพ่อบ้านหนุ่มในตอนนี้ ดูน่ากลัวอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน

“นี่..จะกระซิบกระซาบกันอีกนานมั้ย! พาชั้นขึ้นไปหาหลานชายของชั้นเดี๋ยวนี้ หรือว่า...จะให้ชั้นขึ้นไปด้วยตัวเอง” พูดจบ นารีก็สาวเท้าก้าวเดินตรงไป แต่ทว่า...

กึ่ก!

“อ๊ะ! ข..ขาของชั้น!” จู่ๆ เรียวขาของเธอกลับแข็งทื่อขึ้นมาซะอย่างงั้น!

“สวัสดีครับคุณน้า พวกเราทั้งหมด ยังไม่ได้กล่าวคำทักทายคุณน้าเลยนะครับ จะรีบไปไหนล่ะ” มรรคเดินเข้ามา พร้อมกับมังกร ม่านเมฆ และม่านหมอก

“ใช่ครับ พวกผมชื่อ.....” องศา อัฐ อชิ และอธิศต่างก็พากันเดินเข้ามาสมทบ

“อา...นี่พวกเธอ! ทำอะไรชั้น!” นารีสะบัดขา แต่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้

“เปล่านี่ครับ คุณน้าคงเป็นตระคิว โฮ่ย! ไอ้หมอ! พวกมึงยังเป็นสุภาพบุรุษอยู่ป่ะวะ! ช่วยป้า..อา..ช่วยคุณน้าเค้าหน่อยดิ๊! อุ้มไปนั่งตรงโซฟาโน่น” อชิชี้นิ้วไปตรงโซฟาตัวใหญ่ที่ห้องนั่งเล่น

“หืม? แบกดีกว่ามั้ง ถึงตัวจะเล็ก..แต่คงจะหนักน่าดู” มังกรพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ติดรอยยิ้มที่มุมปาก

“กรี้ดดดด! นี่พวกแก! ว่าชั้นอ้วนเหรอห๊ะ!” นารีกรีดร้อง

“เอ้า! มาครับ ในเมื่อพวกไอ้หมอไม่ช่วย มา..ผมช่วยเอง!” องศาเดินดุ่มๆเข้าไปหานารี

“ไม่ต้อง! อย่ามายุ่งกับชั้นนะ” นารีชี้หน้า องศาจึงหยุดเดิน แถมยังแอบกระตุกยิ้มอย่างสะใจอีกด้วย

“หนูเพรา!! เพราโพยม! ออกมาหาน้าหน่อยสิ! เพื่อนๆของหลานกลั่นแกล้งน้า แบบนี้ต้องไล่พวกมันออกไปจากบ้านให้หมด! เพรา!” นารีตะโกนโหวกเหวก เหล่าร่างสูงรีบยกสองมือขึ้นไปปิดหู

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ?” ทุกสิ่งนิ่งชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเล็กๆอันหวานหู แว่วดังขึ้น

“พ...เพรา...” นารีอ้าปากค้าง แววตาสั่นระริก เมื่อเธอเห็นว่าร่างเล็กยังอยู่สุขสบายดี ไม่ได้เป็นอย่างที่ผีสาวพูดแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังไม่ปักใจเชื่อ

“อา..น้ามาเยี่ยมน่ะจ๊ะ” นารีฝืนยิ้ม

“มาเยี่ยมเรา? เราไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย ไม่เห็นต้องถ่อมาถึงที่นี่เลย แต่ก็ขอบใจนะ..” นารีอึ้งทึ่ง! กับท่าทางของร่างเล็กที่ดูแปลกไป มันต้องมีอะไรซักอย่างแน่ๆ เธอคิดในใจ

“ง...งั้นเหรอจ๊ะ แต่ว่าสีหน้าของหนู ดูไม่สู้ดีเลยนะลูก ไปหาหมอเถอะนะ” นารีพูด พร้อมกับจ้องมองร่างเล็กด้วยแววตาจับผิด

“หมอเหรอ? เราก็แค่เวียนหัวนิดหน่อย แค่มีเชนคอยดูแล...ก็เพียงพอแล้ว เธอ...เอ่อ...น้ากลับไปเถอะ” นารีหุบยิ้มแทบไม่ทัน! ภายในใจของเธอกำลังเดือดดาล!

“ได้! งั้นน้ากลับล่ะ!” พรึ่บ! พูดจบ นารีก็รีบหันหลังกลับ ส่วนเรียวขาของเธอ กลับสามารถใช้งานได้ตามปกติ สิ่งที่หนักอึ้งเมื่อกี้นี้ หายไปแล้ว

“ฮึ!” เธอหันไปจิกตาใส่เหล่าร่างสูงอย่างลับๆ แล้วค่อยสะบัดร่างเดินออกไปทันที

“วาโย..” ร่างเล็กหันหน้าไปมองวาโย ที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างๆ

“หืม...”

“ช่วยบอกแม่บ้าน..ขัดพื้นให้สะอาดเลยนะ เราไม่ชอบของสกปรก” สิ้นเสียงของร่างเล็ก เหล่าร่างสูงกลับอึ้งทึ่ง เว้นแต่เชน..เขายกยิ้มอย่างพอใจ

“อา..แบบนี้น่าจะไหวว่ะ เพราเวอร์ชั่นสู้คน” วีพูดกระซิบ

“มันก็ดีอยู่หรอกนะ พวกเราจะได้ไม่ห่วง แต่ทว่า..เวอร์ชั่นปกติ ก็เข้าหายากอยู่แล้ว ถ้าผสมผสานกับเวอร์ชั่นนี้ขึ้นมา ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครได้สมหวังในรักแน่!” วายพูด

“หึๆๆๆ แต่ยังไงซะ พวกกูทั้งสี่คน ก็นำหน้าพวกมึงทั้งแปดคนไปแล้วก้าวนึง” ม่านหมอกยกยิ้ม

“อะไรวะ!” องศาเลิกคิ้วถาม

“อ้าว? พวกมึงความจำสั้นรึไง? เมื่อวานตอนเย็น พวกกูทั้งสี่คนสารภาพรักกับเพราไปแล้วน่ะสิ หึๆๆ” ม่านเมฆพูด รอยยิ้มหล่อๆผุดขึ้นมา แลดูมีเสน่ห์

“แม่ม!” ร่างสูงทั้งแปดคน ต่างก็พากันสบถอย่างหมั่นไส้

“นี่พวกนาย แต่ทว่า.....” ร่างเล็กที่ยังยืนอยู่ตรงราวบันไดพูดขึ้น เหล่าร่างสูง จึงเงยหน้ามองเขา

“อะไรเหรอ...” มรรคถาม

“อืม ห้าสิบเปอเซ็นต์ ของวิญญาณที่หลุดออกจากร่างไปแล้ว พอกลับเข้าร่างอีกครั้ง ความจำ...ก็จะหายไปส่วนนึง ไม่แน่นะ..เผลอๆ ความทรงจำที่นายชุดดำปากแดงคนนั้นพูด..อาจจะหายไปก็ได้ คิกๆๆ” พูดจบ ร่างเล็กก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้มรรค ม่านเมฆ มังกร ม่านหมอก ได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ส่วนเชน ได้แค่กระตุกยิ้ม จากนั้น เขาก็เดินตามร่างเล็กไปพร้อมกับวาโย

“อา...สมน้ำหน้าด้วยนะครับ ไอ้หมอ! 55555” วีหัวเราะลั่น ก่อนที่จะเดินกลับขึ้นไปชั้นบนเช่นกัน ตามด้วย วาด วิล และวาย

“อา..สาธุๆๆ! เพี้ยง! หึๆๆๆ” อิฐยกมือท่วมหัว ก่อนที่จะเพยิดหน้าเรียกพรรคพวกของตัวเองเดินออกไปข้างนอก

“ไอ้มรรค...จิตบริสุทธิ์นั่นพูดจริงป่ะ” ม่านเมฆรีบถาม

“ไม่รู้....” มรรคขบกรามแน่น

“อา...นี่พวกเราต้องเริ่มใหม่จริงๆสินะ..” มังกรพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ไม่รู้....” มรรคพูดอีกครั้งอย่างหัวเสีย

///

“นี่ๆๆ” หลังจากเดินมาถึงห้อง วาโยก็รีบเรียกร่างเล็ก

“หืม?”

“ที่นายพูด จริงๆเหรอ?”

“เรื่องอะไรล่ะ” ร่างเล็กถาม

“ก็เรื่องที่บอกว่า.....ห้าสิบเปอเซ็นต์ ของวิญญาณที่หลุดออกจากร่างไปแล้ว พอกลับเข้าร่างอีกครั้ง ความจำ...ก็จะหายไปส่วนนึงน่ะ! แบบนี้ก็เท่ากับว่า การสารภาพรักกับเพรา เหล่าพี่ชายของชั้นมีสิทธิ์จะได้เริ่มก่อนน่ะสิ! คึๆๆๆ” วาโยหัวเราะคิกคัก

“เปล่าหรอกครับ....” เชนพูดแทรก

“เอ๋???” วาโยหุบยิ้มแทบไม่ทัน

“เราแค่แกล้งพวกเค้าเฉยๆ เรื่องอะไรจะยกเพราโพยมให้ง่ายๆ เนอะ? เชน?”

“ครับ.....เรื่องอะไรจะยกให้”

“อ้าวๆๆๆๆ แล้วพี่ชายของผมอ่ะ” วาโยชี้นิ้วไปทางบันได

“หึๆๆๆ / คิกๆๆๆ”

“เฮ้! อย่าหัวเราะแล้วเดินจากไปสิครับ! รอด้วย!!” 







แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น