악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย4

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2561 19:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย4
แบบอักษร

​악마 ปีศาจเขียน​

เมียมาเฟีย๔



ชานยอลกับจุนไคปั่นจักรยานออกมาจากร้านหลังจากที่ขออนุญาตพ่อของจุนไคเรียบร้อยแล้ว ท่านก็อนุญาตให้ไป ทั้งสองคนปั่นจักรยานออกมาจากนอกเขตจนมาถึงอ่าววิคตอเรีย


"สนามแข่งมันอยู่แถวนี้เหรอ ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้จัก" ชานยอลหันไปถามจุนไคที่ปั่นจักรยานควบคู่กันมากับชานยอล จุนไคหันมามองชานยอลแล้วส่ายหัวไปมาเพื่อปฏิเสธ


"แถวนี้ไม่มีสนามแข่งหรอกครับ แค่วันนี้มันมีพวกคนมีเงินมีอำนาจมาท้าแข่งกัน ผมไปได้ยินมาเมื่อเช้าตอนส่งของกะว่าจะชวนพี่เมื่อเช้าแต่พี่ไม่ออกมา ผมก็นึกว่าจะไม่ได้ไปดูแล้วซะอีก ผมดีใจมากเลยนะที่พี่มาหาที่บ้าน" จุนไคพูดออกมายาวอย่างตื่นเต้นแถมยังแสดงสีหน้าดีใจจนชานยอลเห็นแล้วหมั่นไส้ขึ้นมา


"ถ้าผมขอออกมาคนเดียวนะป๊าคงไม่ให้ออกมา ดีที่พี่มาด้วย" จุนไคพูดขึ้นมาอีกครั้ง  พ่อของจุนไคไว้ใจชานยอลถึงจะรู้ว่าชานยอลทำงานอยู่ในบ้านมาเฟียก็ตาม แต่ชานยอลเป็นคนดีมีน้ำใจพ่อของจุนไคจึงไว้ใจชานยอล


"ถ้าพ่อนายรู้เข้า ฉันคงกลายเป็นคนที่พ่อนายจะไม่เชื่ออีกเลย นายกับฉันก็คงไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันแบบนี้อีก" ชานยอลพูดขำๆแต่จุนไคยิ้มแหะๆออกมากับคำพูดของชานยอล


"พี่กำลังพูดให้ผมกลัว" จุนไคว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงคนที่ผิดก็คงเป็นเขาที่ชวนชานยอลมา ไม่ใช่ชานยอลเป็นคนชวยเขามา 


"ใช่ตรงนั้นหรือเปล่า" ชานยอลพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ไกลๆ จุนไคมองตามที่ชานยอลบอก แล้วเห็นมีคนอยู่หลายคนมีรถอีกหลายคัน


"ผมว่าน่าจะใช่" จุนไคพูด


"งั้นไปกันเถอะ" ชานยอลบอกพร้อมกับเร่งความเร็วในการปั่นจักรยานไปด้วย จุนไคที่เห็นชานยอลปั่นนำไปจึงได้รีบเร่งความเร็วให้ทันชานยอลเหมือนกัน เมื่อมาถึงชานยอลกับจุนไคจึงเกาะรั้วข้างถนนมองเข้าไปด้านใน เนื่องจากคนนอกเขาไม่ให้เข้าไป จะมีเฉพาะคนที่จะแข่งกับพวกสาวๆที่เป็นเหมือนพริตตี้เท่านั้น


"คงเข้าไปดูใกล้ๆไม่ได้" จุนไคพูดขึ้นมาอย่างผิดหวัง ทำให้ชานยอลพยักหน้าเห็นด้วยเหมือนกันเพราะชานยอลก็อยากจะเข้าไปดูใกล้ๆเหมือนกับจุนไค


"นอกจากจะเข้าไปแข่ง" ชานยอลพูดขึ้นมา ทำให้จุนไคหันมามองชานยอลทันที พร้อมกับกระพริบตาปริบๆอย่างไม่เข้าใจ


"ก็ถ้าไม่เข้าไปแข่งก็ไม่มีทางได้เข้าไปไง มันน่าสงสัยตรงไหน" ชานยอลพูดออกมาอีกครั้งเมื่อจุนไคทำหน้าตาสงสัยออกมากับคำพูดของชานยอล พอชานยอลพูดจบจุนไคจึงพยักหน้าเข้าใจ


"งั้นก็กลับเถอะ" ชานยอลเอ่ยชวน จุนไคพยักหน้าตกลง แล้วเดินตามชานยอลไป อุตส่าห์ว่าจะได้ดูเขาแข่งรถแต่ก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปดูใกล้ๆได้ ถ้ามองจากตรงนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็น แต่ถ้าได้เข้าไปด้านในเหมือนกับคนอื่นๆมันน่าจะสนุกกว่าเยอะ


"จุนไค นายมาดูการแข่งรถด้วยเหรอ" เสียงที่ดังมาทำให้จุนไคกับชานยอลหันไปมองยังที่มาของเสียง เด็กผู้ชายตัวเท่าๆจุนไควิ่งเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มๆแล้วมาหยุดตรงหน้าของจุนไค


"นายมาทำอะไรที่นี่น่ะเล่อหยาง" จุนไคถามเพื่อนตรงหน้าด้วยความสงสัย เล่อหยางยิ้มออกมา


"ฉันมาดูพี่ชายแข่งรถนะ แล้วนี่พวกนายกำลังจะไปไหน" เล่อหยางบอกแล้วถามกลับเพราะเห็นจุนไคทำท่าทางเหมือนกำลังจะกลับ


"ก็ว่าจะกลับแล้ว พวกฉันเข้าไปไม่ได้น่ะ" จุนไคพูดออกมาเศร้าๆชานยอลที่เห็นสีหน้าของจุนไคก็ได้แต่ยกมือขึ้นมาขยี้ผมเด็กน้อยเพื่อเป็นการปลอบ


"เข้าไปกับฉันไหม ฉันมีบัตรผ่าน" เล่อหยางพูดขึ้น ทำให้ชานยอลกับจุนไคหันหน้ามายิ้มให้กันก่อนจะหันไปพยักหน้าเพื่อเป็นคำตอบให้กับเล่อหยาง เมื่อตกลงกันได้ทั้งสามคนจึงเดินไปยังประตูทางเข้าที่มีคนคอยคุมอยู่ เมื่อเล่อหยางยื่นบัตรตรงหน้าเสร็จทั้งสามคนจึงเดินเข้าไปด้านในทันที


"โห...ด้านในดูใหญ่มาก แถมยังเห็นถนนได้ชัดเจนอีก" จุนไคพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น


"ปิดถนนแข่งกันเลยเหรอ" ชานยอลหันมาถามเล่อหยางที่ยืนอยู่ข้างๆ เล่อหยางหันมาพยักหน้าให้


"คนจัดงานเป็นลูกของนายพลด้วยครับ ก็เลยสามารถทำอะไรก็ได้ ไม่เกรงใจใคร" เล่อหยางพูดขึ้นมาแต่สีหน้าและท่าทางดูจะไม่ชอบใจคนที่จัดงานนี้มากนัก


"เหมือนนายจะไม่ชอบเขานะ" ชานยอลถามยิ้มๆเด็กหนุ่มข้างๆทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาก่อนที่จะพูดขึ้น


"หมอนั่นชอบท้าคนอื่นเข้าไปทั่ว พี่ผมก็ถูกท้าให้มา ถ้าไม่มาพวกมันก็จะตามไปรังควานอีก" เล่อหยางบอกด้วยท่าทางหงุดหงิด เป็นถึงลูกคนใหญ่คนโตแต่ชอบทำนิสัยอันธพาล รังแกคนที่ไม่มีทางสู้


"ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะ" ชานยอลอยากรู้จึงได้ถามออกมา ไม่คิดว่าเล่อหยางกับพี่ชายมาเจอเรื่องแบบนี้จากคนมีอำนาจ


"ผมกับพี่เป็นเจ้าของอาพาร์ทเมนท์ใกล้ๆที่ของพวกเขาครับ พวกเขาต้องการที่แถวนั้นแต่พี่ผมไม่ยอมขายอาพาร์ทเมนท์และก็ไม่มีใครยอมย้ายไปไหน พี่ก็น่าจะรู้ดีว่าคนจีนถ้าไม่มีที่อยู่ก็ต้องการเป็นคนเร่ร่อน การที่จะหาที่อยู่ใหม่มันยากเหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรพอๆกันเลย" เล่อหยางพูดพร้อมกับก้มหน้าเศร้า อันนี้ชานยอลพอจะรู้มาบ้างเหมือนกัน คนจีนมีประชากรมาติดอันดับโลก ที่อยู่อาศัยจึงเป็นปัจจัยสำคัญของพวกเขา ถ้าต้องออกจากที่อยู่ก็เสมือนต้องกลายเป็นคนไม่มีที่อยู่ไปอย่างถาวร 


"แล้วทำไมถึงเป็นพี่นายที่ต้องแข่ง" จุนไคที่ยืนฟังอยู่ตลอดถามขึ้นมา ในเมื่อต้องการอาพาร์ทเมนท์ ไม่จำเป็นต้องเป็นพี่ของเล่อหยางเป็นคนแข่ง เพราะคนอื่นๆที่อยู่ในอาพาร์ทเมนท์ก็สามารถที่จะลงแข่งได้


"อาพาร์ทเมนท์ที่พวกฉันอยู่ส่วนมากจะมีแต่เด็ก ผู้หญิง และคนแก่ มีฉันที่เพิ่งจะสิบห้าเหมือนกับนายและพี่ที่ยังหนุ่มยังแน่นแค่คนเดียว แถมพี่ยังเป็นเจ้าของที่อีกมันจึต้องเป็นพี่ฉันน่ะ" เล่อหยางพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล จนชานยอลสังเกตุได้


"พี่นายไม่เคยแข่งรถใช่ไหม" ชานยอลลองเดาขึ้นมา ทำให้เล่อหยางหันมามองยังชานยอลเพราะชานยอลเดาถูก พี่ชายของเล่อหยางเป็นเพียงพนักงานในบริษัทไม่เคยยุ่งกับเรื่องการแข่งรถพวกนี้เลยสักครั้ง แต่ถ้าพี่ชายของเล่อหยางยอมที่จะขายแล้วย้ายออกไปจากอาพาร์ทเมนท์มันก็ยอมได้เพราะเงินเดือนของเขาก็พอที่จะซื้อคอนโดได้ แต่ถ้าเขาย้ายออกไปแล้วคนอื่นๆที่อยู่ในอาพาร์ทเมนท์จะต้องทำยังไง เล่อหยางกับพี่ชายอยู่อาพาร์ทเมนท์มาตั้งแต่เด็กเสมือนเป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว คนในอาพาร์ทเมนท์ก็เสมือนญาติ จะให้เขาสองคนพี่น้องปล่อยไว้ก็ทำไม่ได้


"แล้วถ้าแพ้จะเป็นยังไง" ชานยอลถาม 


"ก็คงต้องยอมขายแล้วย้ายออกไปครับ" เล่อหยางตอบ ชานยอลพยักหน้ารับแล้วหันไปมองยังท้องสนามที่กำลังมีผู้คนมากมายที่กำลังให้ความสนใจในการแข่งอยู่


"แล้วทำไมไม่ย้ายออกไปซะตอนนี้เลยล่ะ รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องแพ้" ชานยอลพูดขึ้นมาอีกครั้ง เล่อหยางกำมือแน่นที่ถูกพูดแทงใจดำขึ้นมา


"แล้วถ้าผมกับพี่ย้ายออกไปแล้วคุณลุง คุณป้า คนอื่นๆล่ะ แถมยังมีเด็กๆอีก จะเอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน คนในอาพาร์ทเม้นเป็นร้อยๆ ผมกับพี่ทำไม่ลงหรอก" เล่อหยางตะคอกออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหล เล่อหยางไม่ได้อยากจะร้องไห้แต่มันทนไม่ไหวจริงๆ เขาไม่อยากทิ้งคนในอาพาร์ทเมนท์แล้วหนีไปกับพี่สองคนหรอกนะเพราะแบบนั้นมันเห็นแก่ตัวเกินไป


"เล่อหยาง" เสียงที่ดังขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายที่อายุน่าจะเกือบๆสามสิบวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางแตกตื่น


"พี่ เกิดอะไรขึ้นเหรอ" คนที่วิ่งเข้ามาเป็นพี่ชายของเล่อหยาง


"รถน่ะ อยู่ดีๆก็สตาร์ทไม่ติด ไม่รู้ว่าเป็นอะไร" พี่ชายของเล่อหยางพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะไม่รู้จะต้องทำยังไง ตอนที่ขับมาก็ยังคงดีๆอยู่เลยแต่ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้มันถึงได้เกเรขึ้นมาซะดื้อ


"แล้วเราจะทำยังไงดี" เล่อหยางก็เป็นกังวลไม่ต่างจากพี่ชายตัวเอง


"รถอยู่ไหรเหรอ เดี๋ยวฉันไปดูให้" ชานยอลพูดแทรกสองพี่น้องที่กำลังปรึกษากันอยู่ เสียงของชานยอลทำให้สองพี่น้องหันมามองชานยอลกับเพื่อน


"คุณซ่อมรถเป็นเหรอครับ" พี่ชายของเล่อหยางหันมาถามชานยอล ชานยอลยิ้มแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบ 


"งั้นมาทางนี้เลยครับ" พี่ของเล่อหยางพูดแล้วเดินนำชานยอลไป ชานยอลหันมายิ้มให้กับจุนไคที่ยืนมองชานยอลอยู่ ก่อนที่ชานยอลจะจูงจักรยานตามพี่ของเล่อหยางไป


"เขาเป็นใครกันเหรอ" เล่อหยางหันมาถามจุนไค เมื่อชานยอลเดินตามพี่ชายตัวเองไป


"ฉันรู้แค่ว่าเขาทำงานอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ๆแถวที่ฉันไปส่งของน่ะ" จุนไคบอกออกมาเพราะไม่กล้าบอกว่าชานยอลเป็นลูกน้องของมาเฟียที่ติดอันดับในฮ่องกง


"แล้วเขาซ่อมรถเป็นใช่ไหม" เล่อหยางถามเพื่อความมั่นใจ จุนไคยิ้มแหะๆออกมาเพราะเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกันว่าชานยอลซ่อมรถเป็นหรือเปล่า


"แล้วจะรอดไหมเนี่ย" เล่อหยางพูดอย่างปลงๆถ้าซ่อมไม่ได้เขากันพี่ชายต้องขายอาพาร์ทเมนท์ จะแย่ก็ตรงที่คนอื่นๆจะไปอยู่ที่ไหนกันในเวลากระชันชิดแบบนี้


"ซ่อมได้ไม่ได้ก็ตามไปดูก่อนเถอะ" จุนไคพูดขึ้นมาก่อนที่จะจูงจักรยานวิ่งตามชานยอลไป โดยมีเล่อหยางวิ่งตามมาติดๆ


"อย่าบอกนะว่าคือรถคันนี้" ชานยอลร้องออกมาเมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้ารถกระบะมือสองที่อยู่ตรงหน้า แค่คิดจะลงแข่งก็แพ้ไปเกินครึ่งแล้ว เสียงร้องอย่างตกใจของชานยอลทำให้พี่ชายของเล่อหยางหันมายิ้มเจือนๆให้กับชานยอล ทั้งอาพาร์ทเมนท์มีรถคันนี้แค่คับเดียว 


"ถ้ามันไม่เสีย คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะชนะ" ชานยอลหันมาถามพี่ชายของเล่อหยาง แต่ถ้าให้ชานยอลตอบบอกเลยว่าไม่มีทางชนะ


"เผื่อมันจะฟลุ๊คชนะน่ะ" พี่ชายของเล่อหยางพูด ทำให้ชานยอลหันไปมองรถของคู่แข่งคันอื่นๆเพื่อว่าเจ้ารถซากกระป๋องคันนี้จะฟลุ๊คชนะอย่างที่พูด ลัมโบร์กินี เซสโต เอเลเมนโต เวย์รอนแกรนด์ เฟอร์รารี่ และบลา บลา บลา ฯ


"ถ้าชนะ คนพวกนี้ต้องยอมขายรถแพงๆพวกนั้นทิ้งไปซะ" คำพูดของชานยอลทำให้พี่ชายของเล่อหยางทำหน้าสลดทันที พร้อมกับยอมรับความจริงที่ว่าเขาไม่มีทางชนะ แค่พื้นฐานการแข่งเขายังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วนี่กล้าเอารถกระป๋องคันนี้มาแข่งอีก


"ผมคงต้องบอกกับคนพวกนั้น" พี่ชายของเล่อหยางพูดพร้อมกับหันไปมองผู้คนที่เกาะรั้วมองมายังพวกเข้าแล้วก้าวเข้าไปหาพวกเขา


"คนพวกนั้นเป็นใคร" ชานยอลพูดขึ้นเมื่อเห็นคนสูงอายุ แม้กระทั้งเด็กยังมาเกาะรั้วยืนมองอยู่ที่ไกล


"พวกคุณปู่คุณย่าที่อาศัยอยู่ในอาพาร์ทเมนท์น่ะครับ" เล่อหยางพูดขึ้นเสียงเบาเมื่อได้ยินที่ชานยอลพูด


"เด็กๆพวกนั้นด้วยเหรอ" ชานยอลถามอีก


"ครับ" เล่อหยางขานรับ


เฮ้ออออ


ชานยอลถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาจากในกระเป่ากางเกง แล้วกดโทรออก 


ก็มันช่วยไม่ได้นินะ ใครอยากจะเกินมาเป็นคนเห็นใจคนอื่นแบบเขาบ้างล่ะ แค่เห็นคนที่ไม่รู้จักเดือดร้อนเขาก็เดินเข้าไปช่วยแล้ว ถ้าคุณมาเฟียรู้เขาจะโดนอะไรบ้างนะเนี่ย ของเมื่อคืนก็ยังไม่หายเลย


1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ


แสบคงไม่ได้จะก่อเรื่องเองใช่ไหม หรือจะขอความช่วยเหลือจากคุณมาเฟีย




ความคิดเห็น